บทที่12 : สร้างปัญหา
ไตรวิชญ์หน้าหงิกงอมองตำรวจหลายคนที่กำลังยืนทำหน้าลำบากใจใส่เขาบางคนถึงขนาดที่ว่าตาแดงน้ำตาคลอใกล้จะร้องไห้เต็มทีท่าทางตอนนี้เหมือนกับพี่หมอกำลังรังแกเ้าหน้าที่ตำรวจอยู่
"สรุปว่าจะโยนให้ฉันเป็ฆาตกรว่างั้น?"
พี่หมอถามเสียงเฉื่อยๆ แต่ร่างของนายตำรวจทั้งหลายสั่นสะท้านไม่กล้าพยักหน้าแต่ก็ไม่กล้าส่ายหน้าด้วยเช่นกัน เพราะเื่นี้เป็...คำสั่งของเบื้องบน
"พะ... พี่หมอเห็นใจพวกผมด้วยเถอะครับ"
"ใช่ครับ เพราะหาตัวคนผิดไม่ได้เขาเลยให้...ให้จับแพะ"
"แล้วฉันก็ต้องเป็แพะให้ง่ายๆ งั้นเรอะ?" ไตรวิชญ์เบ้ปาก"เพื่อที่จะหาฆาตกรมารับผิดชอบเื่ศพพวกนั้นถึงกับให้ฉันคนนี้เป็แพะ โฮ่ๆความคิดดีนี่ แต่เบื้องบนพวกนั้นเกือบครึ่งต้องรู้จักฉันไม่ใช่เหรอ"
เพราะเคยเป็สมาชิกหน่วยราพณ์มาก่อนทำให้เขามีชื่อในวงชนชั้นสูงอยู่บ้างด้วยฝีมือและพลังแน่นอนว่าไม่เป็รองใคร การที่จะคิดหาเื่เขาต้องคิดให้มากๆเพราะถ้าหาก้าตอบโต้กลับ... ถึงไม่ตายแต่ก็ไม่มีวันใช้ชีวิตต่อไปอย่างสงบสุขแน่
ไม่รู้ว่าเอาความกล้ามาจากไหน
"พี่หมอไปโรงพัก..."
"ไม่ไป ไม่อยากเป็ข่าว ฉันจะอยู่บ้าน หากจะตามเข้ามาจับตัวก็ก้าวเข้ามา"
ไตรวิชญ์หันหลังเดินเข้าไปในบ้านทันทีพระอาทิตย์ตกดินแล้วด้วย นี่เป็่เวลาที่เหล่าผีในบ้านกำลังคึกคักถึงจะไม่ได้ก้าวตามเข้าไปแต่ก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะแววออกมาบรรยากาศก็เย็นะเืขึ้นจนน่าขนลุกตามไปด้วย
นายตำรวจมองหน้ากันเองอย่างลำบากใจ จะตามเข้าไปจับก็ใจไม่กล้าพอแต่จะไม่ทำตามหน้าที่ก็ไม่ได้อีกเลยตกลงกันว่า...
"พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่แล้วกัน!"
จับวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็เหมือนกันแหละ เนอะ!
ไตรวิชญ์ที่เดินเข้าบ้านมาด้วยอารมณ์บูดบึ้งเหล่าผีที่ส่งเสียงทักทายเห็นไม่ตอบกลับก็รู้สึกผิดปกติมากพวกเขาหยุดกิจกรรมทั้งหมดแล้วเดินตามหลังเขาไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นคิมออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มอย่างเคย
"กลับมาแล้วเหรอครับ"
"กลับมาแล้ว... เซียร์อยู่ไหน"
"นั่งเล่นหมากรุกกับไอยน่ะครับ"เมื่อเห็นไตรวิชญ์พยักหน้าอย่างเคร่งขรึมเดินไปโดยไม่พูดไม่จา คิมก็เดินตามไปติด"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ วันนี้ไม่มีงานหรือ?"
"ไม่ใช่ ฉันถูกกล่าวหาว่าเป็ฆาตกรน่ะ"
"อ้อ เขาจับได้แล้วเหรอครับ"
"ใช่... ถุย! จะบ้าเหรอฉันไม่เคยฆ่าคนนะเว้ยคิม!"
"ล้อเล่นหรอกครับ"
"เซียร์ มีเื่จะปรึกษาหน่อย... อ้าวปู่โดนเซียร์รุกฆาตแล้วเหรอ หูย กากนี่หว่า"
ตอนแรกว่าจะปรึกษาจริงจังแต่พอกันไปเห็นกระดานหมากรุกแล้วมันคันปากออกไม่ได้ที่จะแซวผีตะพดหน้าตาอ่อนโยนนี่
"เก่งจริงก็มาเล่นเองสิเ้าหนุ่ม!"
"ฉันเล่นชนะเซียร์ได้ั้แ่อายุสิบแปดแล้วเล่นตอนนี้ก็ยังชนะอยู่ดีแหละ"
"โกหกพกลม"
"โกหกที่ไหนไม่เชื่อถามเซียร์ดู"
"จริง ไตรเล่นชนะเราั้แ่อายุสิบแปด"
เซียร์พยักหน้ายืนยัน พี่หมอรีบยืดอกอย่างภูมิใจทันทีมียักคิ้วหลิ่วตาใส่อย่างเหนือกว่าอีกด้วย ไอยรินทร์กัดฟันกรอดวงตาสีทองมองอย่างไม่พอใจ
"น่าประหลาดนักน้ำหน้าอย่างเ้าหนุ่มนี่รึจะฉลาดกว่าข้า!?"
"พูดงี้หมายความว่าไง ฉันฉลาดทั้งตัวมองั้แ่ปลายผมยันเล็บขบก็ยังรู้ว่าฉลาดเลยเหอะ ยิ่งเสริมด้วยหน้าตานะ หล่อล้ำลึกแบบบรรยายเป็ภาษาไทยไม่ได้อ่ะ"
"..."
รู้สึกแบบ... เออ เอาที่พี่หมอสบายใจเลย
"ว่าแต่ไตรจะปรึกษาเราเื่อะไรเหรอ"
เซียร์ถามขึ้นขณะเคลียร์ตัวหมากบนกระดานเพื่อเริ่มเล่นใหม่อีกครั้งไตรวิชญ์ดึงเก้าอี้มานั่งในฐานะผู้ชมทันทีแล้วเอ่ย
"ฉันถูกยัดข้อหาฆ่าคนน่ะ"
"ฆ่าใคร?"
"หมอผีต่างชาติภารกิจที่รับหาศพเมื่อหลายวันก่อนไง"
"อ้อ" เซียร์พยักหน้ารับเบาๆ"้าจับแพะสินะ เื่คราวนี้อาจจะเกี่ยวกับผีตาแดงนั่นก็ได้นะเพราะมีอิทธิพลด้านข่าวสารอยู่เหมือนกันนี่"
"ฉันคิดว่าไม่เกี่ยวมั้ง ผีมันจะแคร์ทำไมว่าใครจะเป็แพะฆ่าคนมันไม่สนหน้าตาชื่อเสียงอยู่แล้ว สนใจไปก็ไม่มีใครมองเห็น ไม่เหมือนมนุษย์หรอก...เออ ฉันคิดว่าน่าจะเป็พวกตระกูลรองมากกว่า"
"ก็อาจจะเป็ไปได้ พวกผู้รากมากดีมักรักหน้าตาไม่อยากให้มีข่าวเสียหาย ความน่าเชื่อถือลดลงไม่เป็ผลดี"
"ปู่ก็คิดงั้นใช่ไหม"
ไตรวิชญ์ยิ้มร่าเมื่อเห็นว่ามีคนแบบเดียวกันแต่พอได้ยินคำตอบอีกฝ่ายเท่านั้นล่ะ แทบจะยกขาขึ้นไปพาดคออีกฝ่าย
"เพราะหน้าตาเ้ามันชั่วเลยน่าจะยัดข้อหาได้ง่ายๆไงล่ะ"
"พูดงี้มาต่อยกันเลยดีกว่า มา!"
"ใจเย็นครับคุณไตร"
คิมรีบเอ่ยห้ามก่อนที่ทั้งสองจะวางมวยกันจริงๆเขาไม่ได้กลัวทั้งสองเจ็บตัวแต่กลัวลูกหลงที่มันอาจไปโดนบรรดาผีน้อยที่ด้านนอกต่างหากพลังของแต่ละคนนี่ทำให้ผีที่ระดับต่ำกว่าร่างแตกได้เลยเชียวนะ
"คิดว่าเป็ฝีมืุ์ก็คงเป็ปัญหาอยู่...อืม..." เซียร์โครงหัวไปมาช้าๆ "คงต้องหาทนายมาช่วยสำหรับเื่นี้ก่อนถึงทางนั้น้าจะยัดข้อหาแต่ไม่มีหลักฐานมีแค่พยานอาจจะต้องติดคุกก่อนแล้วประกันตัวมาสู้คดี"
"ใครจะไปยอมติดคุกไม่ทราบ"
"งั้นก็ยัดเงินเลยแล้วสู้คดี"
"เสียดายเงินอ่ะ!"
"จ่ายๆไปเถอะแล้วเดี๋ยวค่อยไปรีดเอากับบ้านหลังนั้น"
"โอเค แบบนี้ค่อยรู้สึกดีหน่อย"
คนหน้าเงินยิ้มกริ่มอย่างพออกพอใจท่าทางหมายมาดว่าจะรีดทรัพย์คนให้สิ้นเนื้อประดาตัวนั่นทำให้สองิญญาหนึ่งแวมไพร์ต้องส่ายหน้าเอือมระอา
เซียร์แอบทอดถอนใจ ไตรวิชญ์ใจดีกับมนุษย์เกินไปแม้จะถูกยัดข้อหาแต่เขายังไม่มีทีท่าว่าจะอาฆาตแค้นและไม่ได้คิดถึงการตอบโต้ที่รุนแรงเอาไว้เลยสักนิดทั้งที่ด้วยอิทธิพลของเขา... แค่เอ่ยปากเบาๆ ไม่ว่าจะปัญหาหรือชีวิตคนก็ปลิดปลิวได้ในพริบตาแท้ๆ
เป็ความใจดีที่ไม่เข้ากับหน้าตาเสียจริง...
ในคืนนั้นเองไตรวิชญ์กับคิมก็พากันไปสถานีตำรวจเพื่อทำเื่ประกันตัวไว้ทั้งยังติดต่อทหารไว้พร้อมสรรพเตรียมเอาคืนคนเื่นี้ดำเนินการรวดเร็วมากเนื่องจากกลัวพี่หมออารมณ์ไม่ดีแล้วพาลแต่อีกเหตุผลคือคนสวยที่มาด้วย แค่เห็นหน้าเฉยๆ ก็รู้สึกเหมือนมีแรงในการทำงาน
เมื่อจัดการเรียบร้อยแล้วเขาก็ไปที่บ้านหลังนั้นอีกครั้งยืนอยู่หน้าประตูบ้านครุ่นคิดอยู่นานจนคิมสงสัย
"มาทำอะไรที่นี่เหรอครับคุณไตร"
"มาสร้างปัญหาไง ดูก็รู้ไม่ใช่เหรอ?"
คำตอบที่ได้เป็ไปตามความคาดหมายแต่นั่นยังไม่ช่วยไขความสงสัยของเขาได้เลยแต่คิมก็ไม่ได้ถามต่อรอดูวิธีการสร้างปัญหาของหมอผีคนนี้เงียบๆ
เ้าที่เ้าทางที่เจอกันคราวก่อนก็ออกมาถามแต่ไตรวิชญ์ไม่ตอบ ทั้งยังลงมือผนึกอีกฝ่ายด้วยตัวเองไม่ให้ออกมาจากศาลได้จากนั้นก็เขียนอะไรสักอย่างที่รั้วเหล็กอย่างละเอียดหมึกเป็สีดำและรั่วก็เป็สีน้ำเงินเข้มถ้าไม่มองอย่างละเอียดจะไม่รู้ว่ามีอะไรเขียนอยู่
คิมไม่สนใจไตรวิชญ์เงยหน้ามองเข้าไปภายในห้องมืดที่หมอผีหนุ่มเคยเล่าให้ฟังว่าเจอิญญาน่าสนใจแต่เขากลับไม่เห็นิญญาสักดวง สงสัยจะออกไปข้างนอก
ิญญาสามารถออกไปไหนมาไหนก็ได้ถ้าไม่ใช่ิญญาที่มีห้วงคำนึงยึดติดกับสถานที่ เหมือนอย่างผีๆในบ้านของพี่หมอที่สามารถออกไปไหนก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วเขาจะจำกัดการออกไปข้างนอกของผีพวกนี้เพราะการปล่อยผีที่มีพลังระดับสูงออกไปมันอันตราย
ขึ้นชื่อว่าผีไม่ใช้เทพยดาใครจะรู้ว่าออกมาแล้วจะทำอะไรบ้าง
"เอาล่ะ เสร็จแล้ว คราวนี้แหละ... หึๆ"
ไตรวิชญ์ที่ลงยันต์ลงบนรั้วบ้านคนอื่นเสร็จก็ยิ้มอย่างพอใจท่าทางชั่วร้ายเหมือนคนวางแผนปล้นฆ่าบ้านเศรษฐีไม่มีผิด จากนั้นก็พาคิมออกมาอย่างไม่มีพิรุธกระทั่งยามประจำหมู่บ้านยังมองไม่เห็นพวกเขาว่าเข้าไปเมื่อไหร่ออกไปเมื่อไหร่
"คุณไตรทำอะไรกับประตูบ้านคนอื่นเหรอครับแถมยังผนึกเ้าที่อีก"
"ก็ไม่ได้ทำอะไรยิ่งใหญ่ แค่เปลี่ยนทางเข้าบ้านคนให้กลายเป็ทางผ่านผี"
"ทางสามแพร่งเหรอครับ?"
คิมขมวดคิ้วหันกลับไปมองบ้านที่รู้สึกว่ามันดูยังไงก็ไม่เหมือนทางสามแพร่งเลยสักนิดก็แค่บ้านหลังใหญ่ในหมู่บ้านโครงการเองนี่
"ไม่ให้เป็ทางสามแพร่งโดยตรงหรอกสร้างเป็มายาเสมือนที่มีแต่ิญญามองเห็น ยิ่งไม่มีเ้าที่อยู่เพื่อป้องกันผีก็จะผ่านเข้าไปได้ง่ายๆ"
"ทำแบบนั้นบ้านหลังนี้ก็กลายเป็บ้านผีสิงพอดีสิครับ"
"ก็ตั้งใจให้เป็อย่างนั้นอยู่แล้ว...ั้แ่แรกก็บอกแล้วนี่ว่ามาเพื่อสร้างปัญหา"
"แต่คงใช้เวลาอีกหลายวันล่ะครับ"
"ไม่ใช้เวลานานขนาดนั้นหรอก ไม่เกินสี่ชั่วโมงผีก็เต็มบ้านแล้ว"
"เร็วขนาดนั้นเชียว!?"
"ก็ต้องขนาดนั้นสิ คิดว่าฉันลงมือเองมันจะช้ากว่านี้ได้ยังไงกันอักขระแต่ละตัวมาจากปรโลก มันก็เหมือนเปิดเส้นทางเดินผีในนรก เป็ทางที่ยังไงิญญาต้องผ่านเพราะงั้นผีที่ใกล้ๆ บริเวณนี้จะมาทางนี้ทั้งหมดอย่างเลี่ยงไม่ได้"
"..."
ถึงกับเอาอักขระจากปรโลกมาใช้แกล้งคน... เกินไปไหม?
"ไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นฉันก็แค่หาทางบรรลุเป้าหมายของตัวเองเท่านั้นแหละ ไม่ได้คิดจะทำให้ใครตายหรอกนะอักขระนั่นให้ผีผ่านได้แค่ระดับต่ำๆ เท่านั้นเอง"ไตรวิชญ์หัวเราะขบขันเมื่อเห็นสีหน้าของคิม แล้วกดมือถือโทรออก"เดี๋ยวต้องโทรหาเ้าชาติชายอีก"
[ผมชื่อชัชวาล!]
อีกฝ่ายรับสายเร็วพอที่จะได้ยินคำเรียกขานชื่อผิดๆของตัวเองจากปากพี่หมอ ไตรวิชญ์ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วพูดกรอกโทรศัพท์
"รับเร็วดีนี่ ฉันมีเื่จะให้นายช่วยหน่อย"
[เื่ที่ถูกยัดข้อหาฆาตกรรมหรือเปล่าครับ?]
"อ้าว รู้ด้วยเรอะ"
[ข่าวดังสนั่นในหน่วยเลยครับพี่หมอ ถึงกับแอบเหยียดหยามเบื้องบนกันลับๆเลยแหละ กล้าเอาคดีมาทุ่มใส่หัวพี่หมอได้ คอยดูเถอะคุณเซียร์จะจัดการยังไง]
"เซียร์ไม่ยุ่งการเมืองนะชบาแก้ว"
[ผมชื่อชัชวาล!] ปลายสายพูดเสียงขุ่น [คุณเซียร์ไม่ยุ่งการเมืองเพราะผีปรากฏตัวต่อสาธารณชนไม่ได้ต่างหาก... ว่าแต่พี่หมอจะให้ผมช่วยอะไรล่ะครับ]
"ช่วยอย่ารับงานจากบ้านตระกูลกฤชเตโชทั้งหมดจะได้ไหม"
[แค่นี้เหรอครับ?]
"อยากให้สั่งมากว่านี้เรอะ"
[เปล่าๆ แค่คิดว่าคำของ่ายไปหน่อย ได้ครับ พวกผมจะไม่ยุ่งต่อให้เป็คำสั่งเบื้องบนเลยแล้วพี่หมอจะทำอะไรบ้านนั้นอ่ะ คงไม่ใช่ว่า... เกี่ยวกับเ้าตาแดงนะ]
"ไม่เผือกสิคาราวาน"
[ผมชื่อชัชวาล!!]
ช่วยเรียกชื่อเขาให้ถูกสักครั้งจะเป็พระคุณมากครับ
ไตรวิชญ์ไม่ฟังเสียงโวยวายของอีกฝ่าย กดตัดสายไปในทันทีคิมพ่นลมหายใจออกมาอย่างขบขันคู่สนทนาที่ดูท่าจะเดือดดาลกับการถูกเรียกชื่อผิดอย่างยิ่ง
แต่ไม่ได้รู้สึกสงสารเลยจริงๆ นะครับ
เซียร์ที่ยังคงนั่งอยู่หน้าโน๊ตบุ๊คอย่างปกติสีหน้าดูพออกพอใจเล็กน้อยอย่างผิดสังเกตทำให้ไอยรินทร์ที่นั่งเล่นหมากรุกด้วยกันมานานเอ่ยถาม
"เป็อะไรหรืออารมณ์ดีเชียว"
"ก็แค่จัดการกับคนที่คิดเล่นงานไตรไปก็เท่านั้น"
"จัดการยังไง?"
"แค่ลดทอนอำนาจ สร้างข่าวเสียหาย ยัดข้อหาฉ้อฉลภาษีประชาชนจ้างมือปืนไปยิงขมขู่ สร้างหลักฐานเท็จขัดผลประโยชน์กันเอง จ้างนักข่าวเกาะติดคดีและซื้อเพื่อนเขารอแทงข้างหลังแย่งชิงธุรกิจในมือและปิดกันเส้นทางหลบหนีออกนอกประเทศแล้วปล่อยให้ถูกทรมานตายในคุก... ทั้งหมดจะบรรลุผลในเจ็ดวัน"
"เอ่อ..."
ปู่ไอยถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ฟังแผนจากปากของผีหน้าหล่อที่ดูชั่วร้ายอย่างจริงจังจนเขาแน่ใจแล้วว่าคนที่ชั่วร้ายที่สุดในบ้านหลังนี้คือเซียร์นี่แหละ
วิธีการอย่างนี้... คนในสังคมปกติทำไม่ได้หรอก
"ไม่ต้องห่วงไปหรอกคุณไอยแผนการนี้จะไม่ผิดพลาด"
"ข้าไม่ได้ห่วงเื่นั้น"
"พวกเขาจะไม่มีวันสาวตัวมาถึงเราได้ทั้งหมดนี้ผ่านการติดต่อประสานงานอย่างรอบคอบการโอนเงินค่าจ้างทั้งหลายผ่านบัญชีต่างประเทศทั้งสิ้น ก็เสียเงินไปไม่กี่สิบล้าน"
"แล้วเ้าหนุ่มหมอผีนั่นสั่งให้เ้าทำหรือ"
"ไตรไม่ได้สั่ง... เราทำของเราเอง"เซียร์เงยหน้าขึ้นมองแล้วยิ้มให้อย่างเ็า "ไตรคือคนเดียวที่เราอยากปกป้องไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตามศัตรูของเขาคือศัตรูของเรา ถึงแม้เขาจะไม่ลงมือเราก็ไม่ยอมให้เขาลำบากหรือตกต่ำ ยิ่งไตรที่ฆ่ามนุษย์ไม่ได้...เราจะเป็ิญญาบาปฆ่าคนแทนเขาเอง"
"เ้ายึดติดเหลือเกิน... เซียร์...ชอบเ้าหนุ่มนั่นมากสินะ"
คำถามนี้ของไอยรินทร์ไม่ได้รับการตอบรับหรือปฏิเสธผีหล่อหล่อยังคงก้มหน้าทำงานต่อไปอย่างไม่สนใจ ราวกับไม่ได้ยินคำถามผีตะพดยิ้มอย่างอ่อนใจแล้วเปลี่ยนคำถามใหม่
"ที่บอกว่าเ้าหนุ่มฆ่ามนุษย์ไม่ได้นี่หมายความว่าอย่างไร?"
"หืม? คุณคิมยังไม่ได้บอกหรอกเหรอ?"
เซียร์มองไอยรินทร์ตาปริบๆ ไอยรินทร์ส่ายหน้าั้แ่มาอยู่บ้านนี้มีกฎแค่ไม่กี่ข้อเองที่คิมให้ฟังส่วนใหญ่เกี่ยวกับผีไม่ได้เกี่ยวกับตัวเ้าของบ้านเลยสักนิด
"คุณไอยคงรู้ใช่ไหมว่าไตรเป็อะไร"
"ข้ารู้"
"งั้นก็คงรู้ว่าการเป็ลูกครึ่งนั้นลำบากมาก เพราะฉะนั้นตัวเขาเองจึงต้องมีกฎผูกมัดเพื่อที่จะสามารถอยู่ในโลกมนุษย์ต่อไปได้...หนึ่งในกฎที่ว่าก็คือ... ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไม่ว่าอีกฝ่ายจะน่าชังแค่ไหนก็ทำได้แค่ทุบตีเล็กๆ น้อยๆ ให้าเ็เท่านั้น"
"ดูเหมือนเป็การรักษาศีลมากกว่ากฎนะ"
"มันเป็กฎคุณไอย เป็กฎที่ละเมิดไม่ได้ไม่อย่างนั้นชีวิตในฐานะมนุษย์จะลดลง เขาจะตายเร็วขึ้น...สำหรับไตรแล้วเขาพอใจชีวิตมนุษย์มากนะฉะนั้นจึงรักษากฎมาตลอดและไม่เคยแค้นมนุษย์อย่างจริงจังมาก่อนเลย เขาเป็คนดี..."
"แต่ทำไมกับผีนี่ซัดเอาๆ เลยเล่า"
ฟังคำของไอยรินทร์ที่ดูไม่ค่อยเชื่อถือคำว่า 'คนดี'นี่นัก เซียร์หัวเราะอย่างขบขันก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงสดใสขึ้นมา
"ตอนนี้คุณไอยอาจจะยังไม่เชื่อ ไว้รอดูไปก่อนเถอะไตรน่ะ เป็คนดีจริงๆ นะ"
"ข้าก็หวังว่าจะได้เห็นความเป็คนดีของเขาในสักวัน"
ตอนนี้ก็ดูความเป็คนไม่ดีของเขาไปก่อน และดูความเป็ผีไม่ดีของเซียร์ไปพลางๆศึกษาวิธีการจัดการปัญหาอย่างผู้มีอำนาจมืดไปด้วย แล้วคิดในใจอย่างปลดปลงว่า
ก่อนตาย... ผีตรงหน้านี่เคยเป็อะไรมาก่อนกันแน่นะ
ใช่แค่อดีตนักธุรกิจแน่หรือ?