บทที่ 18 ขับไล่ออกจากตระกูลฉิน
ค่ำคืนที่เงียบสงบ กลับกลายเป็เสียงอึกทึกครึกโครมในพริบตา
ทั้งตระกูลฉินเมื่อได้ยินว่าฉินฮ่าวโดนลอบทำร้าย ก็นึกถึงอาณาจักรต้าเซี่ยที่เล่นไม่ซื่อ ทุกคนโกรธจัดหยิบอาวุธออกมา ตั้งใจจะฆ่าคนผู้นี้ให้ร่างแหลกเป็ชิ้น ๆ
และเมื่อพวกเขาเห็นฉินฮ่าว ความโกรธก็พุ่งทะยานขึ้นเต็มพิกัด
โลกนี้ยังมีคนใจดำเช่นนี้อีกหรือ ? กล้าขุดกระดูกจักรพรรดิของเด็กห้าขวบทั้งเป็ นี่ไม่เพียงแค่โหดร้ายเท่านั้น แต่ยังตัดขาดความหวังในอนาคตของตระกูลฉินพวกเขาอีกด้วย
ทนได้ก็ต้องทน ลุงไม่อาจทนได้ !!
ป้าทนได้ แต่ข้าทนไม่ได้ !!
แต่เมื่อทุกคนได้ยินว่าใครเป็คนลงมือ ก็ต่างตกตะลึงโดยสิ้นเชิง
ฉินเฟิง !!
เป็ไปได้อย่างไร !!
ใครไม่รู้บ้างว่าฉินเฟิง บุตรชายคนโตของตระกูลฉิน เป็คนสุภาพ อ่อนโยน ขยันหมั่นเพียร เรียนเก่ง และมีความประพฤติดี ั้แ่เด็กก็แสดงให้เห็นถึงความสง่างามอย่างยิ่ง เป็ตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจทุกคนที่จะเป็หัวหน้าตระกูลรุ่นต่อไป
เป็ไปได้อย่างไรที่จะทำเื่โหดร้ายเช่นนี้ได้ ลงมือขุดกระดูกจักรพรรดิของน้องชายด้วยตัวเอง !?
"เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้แน่นอน !!"
ผู้คนในตระกูลฉินส่ายหน้าไม่หยุด ต่อให้ตายก็ไม่เชื่อว่าเป็ฉินเฟิง
แม้ว่าฉินเฟิงจะรังแกฉินฮ่าวบ่อย ๆ แต่ในสายตาพวกเขา มันเป็เพียงการหยอกล้อกันตามประสาเด็กธรรมดา ปกติสองพี่น้องสนิทกันมาก เป็ไปได้อย่างไรที่จะทำเื่โหดร้ายเช่นนี้
"เป็เ้านี่เอง เ้าลูกอกตัญญู !!"
ความเ็ป โกรธแค้น และอารมณ์อื่น ๆ ผสมปนเปกันบนใบหน้าของท่านพ่อ ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้
แต่เดิมเขามีครอบครัวที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ แต่เพราะอาณาจักรต้าเซี่ยทำให้พ่อลูกต้องพลัดพราก
เขาได้แต่มองลูกชายคนโตวัยแปดขวบต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ข้างนอก แต่ไม่อาจให้ความช่วยเหลือใด ๆ ได้ ลูกชายคนเล็กวัยห้าขวบต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกขุดกระดูก ความเ็ปจากการล้มแล้วลุกขึ้นใหม่...
ในฐานะพ่อ ข้าจะไม่โกรธได้อย่างไร !!
"พรวด..."
ท่านพ่อไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป จึงกระอักเืสดออกมาคำหนึ่ง
ในฐานะประมุขตระกูลฉิน เขาแบกรับมามากเกินไป แต่ก็ไม่สามารถบอกใครได้ มีแต่ต้องแบกรับภาระหนักนี้เดินหน้าต่อไปเพียงลำพัง
"ท่านประมุข !!"
ผู้คนในตระกูลฉินใเป็อย่างมาก ในที่สุดก็เชื่อแล้วว่าเป็ฝีมือของฉินเฟิง
ในฐานะประมุขตระกูลฉิน ตระกูลอันดับหนึ่งแห่งดินแดนา วรยุทธ์ของท่านพ่อลึกล้ำเหลือคณานับ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถูกทำให้โกรธจนพ่นเื จึงเห็นได้ว่าเื่นี้สร้างความเ็ปให้เขามากเพียงใด
เนื้อหนังมังสาทั้งสองด้านมือล้วนเป็เนื้อเดียวกัน แต่กลับทำร้ายกันเอง แม้แต่ผู้เป็พ่อก็ยังทนไม่ไหว !
ในตอนนั้นเอง--
เสียงของบรรพชนรุ่นที่สองดังขึ้น "ฉินเฟิงเกิดความอิจฉาริษยา จึงขุดกระดูกน้องชายเพื่อไปเป็ของตัวเอง ก่ออาชญากรรมอุกอาจ เมื่อเื่แดงออกไม่เพียงไม่สำนึกผิด ยังทำร้ายผู้พิทักษ์และหนีออกจากตระกูลฉิน ข้าในนามบรรพชนรุ่นที่สอง ขอประกาศขับไล่ฉินเฟิงผู้เป็ลูกอกตัญญูออกจากตระกูลฉิน และออกคำสั่งไล่ล่าของตระกูลฉิน ไม่สนว่าเป็หรือตาย !!"
"ขับออกจากตระกูล ? ไม่สนว่าเป็หรือตาย !!"
ผู้คนในตระกูลฉินต่างใยิ่งนัก หวังว่าบรรพชนรุ่นที่สองจะเมตตาปรานี
ตอนนี้กระดูกจักรพรรดิของฉินฮ่าวได้รับความเสียหายแล้ว หากยังต้องสูญเสียฉินเฟิง ผู้มีคุณสมบัติจะเป็จักรพรรดิอีก ตระกูลฉินของพวกเขาจะมีทุนรอนอะไรไปชนะในยุคแห่งการแย่งชิงครั้งยิ่งใหญ่นี้อีกเล่า !?
"เด็กคนนี้มีความประพฤติไม่เหมาะสมที่จะเป็ศิษย์ของตระกูลฉินของข้า !"
บรรพชนรุ่นที่สองกล่าวประโยคที่ขัดแย้งกับใจที่สุดในชีวิตด้วยเสียงสั่นเครือ
หากฉินเฟิงไม่เหมาะสม !
แล้วใครเล่าจะเหมาะสมที่จะเป็ศิษย์ของตระกูลฉิน ?!
ในตอนนี้——
ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ ขึ้นจากขอบฟ้า
บรรพชนรุ่นที่หนึ่งของตระกูลฉิน และคนอื่น ๆ ยืนอยู่บนหอคอยสูงของตระกูล มองไปยังร่างเด็กน้อยที่อยู่ไกลลิบ
จากนี้ไป เขาจะต้องแบกรับความหวังทั้งหมดของตระกูลฉิน เผชิญกับความยากลำบากนานัปการ ราวกับเต้นรำอยู่บนคมมีด หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็จะร่างกายแหลกสลาย ตกลงไปในหุบเหวลึกหมื่นจั้ง
แต่พวกเขากลับไม่อาจช่วยเหลือได้ ทุกอย่างต้องพึ่งพาตัวเขาเอง พึ่งพาบ่าน้อย ๆ ของเขาในการแบกรับ
"การตัดสินใจครั้งนี้โหดร้ายเกินไปหรือไม่ เขาเพิ่งจะแปดขวบเท่านั้นเอง !"
บรรพชนรุ่นที่สิบไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป น้ำใสไหลคลอเบ้าในดวงตา
ในฐานะท่านปู่ทวดของฉินเฟิง ั้แ่เด็กก็เป็เขาที่เลี้ยงดูมา ความผูกพันกับฉินเฟิงย่อมไม่ธรรมดา การปล่อยให้เด็กต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ข้างนอก หัวใจของเขาปวดร้าวราวกับถูกมีดบาด
"แต่โบราณกาลมักกล่าวไว้ ว่าคนมีความสามารถมักประสบความยากลำบาก ถูกต้องที่ว่าเขาเพิ่งแปดขวบ แต่สติปัญญาและการบำเพ็ญเพียรของเขาไม่ใช่สิ่งที่เด็กแปดขวบทั่วไปจะเทียบได้"
บรรพชนรุ่นที่สิบมองร่างที่หายลับไปด้วยสายตาแน่วแน่ เขาเชื่อว่าเด็กคนนี้จะต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน แบกรับความหวังของตระกูลฉิน นำเกียรติยศอันสูงสุดกลับมาให้แก่ตระกูลฉิน
"ไม่ต้องกังวลไป อย่าลืมว่าตอนที่เขาเกิดมานั้นมีจันทราโลหิตอยู่เคียงข้าง !"
บรรพชนรุ่นที่สองเอ่ยปลอบใจ ทำให้ทุกคนนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่ฉินเฟิงเกิด
การถือกำเนิดของอสูรโลหิตจันทรา จะทำให้ดินแดนาปั่นป่วน ยุคแห่งการแย่งชิงกำลังจะมาถึงแล้ว
ไม่นาน——
โศกนาฏกรรมของตระกูลฉินแพร่กระจายออกไป ทำให้ผู้คนต่างตกตะลึง
บุตรชายคนโตของตระกูลฉินอิจฉาพร์ของน้องชาย ลงมือขุดกระดูกจักรพรรดิด้วยตนเอง ภายหลังไม่รู้จักสำนึกผิด จึงถูกขับไล่ออกจากตระกูล และยังถูกประกาศให้ดินแดนาติดตามไล่ล่าสังหารอีกด้วย
เนื้อหาข่าวที่น่าในี้ ราวกับโยนหินก้อนใหญ่ลงในผิวน้ำที่สงบนิ่ง ทันใดนั้นก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งดินแดนา
และยังแพร่ไปถึงหูจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ย เขารีบเรียกประชุมขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ทันที
"จริงหรือเท็จกันแน่ คงไม่ใช่แผนของตระกูลฉินหรอกนะ !?"
"ได้รับการยืนยันแล้ว ว่าบุตรชายรองของตระกูลฉินถูกขุดกระดูกจักรพรรดิจริง ท่านประมุขตระกูลฉินเทียนโกรธจนอาเจียนเป็เื และยังไม่สามารถฟื้นตัวได้"
"บุตรชายคนโตของตระกูลฉินช่างเป็คนโเี้ แม้แต่น้องชายแท้ ๆ ยังลงมือได้ลงคอ"
"การฝึกฝนวิชานั้นเป็เื่ของผู้แข็งแกร่งกินผู้อ่อนแอ ไม่มีคำว่าพี่น้องทั้งนั้น !?"
"สองยอดฝีมือของตระกูลฉิน คนหนึ่งพิการ คนหนึ่งหนีไป ์ช่วยพวกข้าต้าเซี่ยจริง ๆ!"
"ตระกูลฉินไม่น่ากลัวแล้ว าสามารถหลีกเลี่ยงได้แล้ว"
"บุตรชายคนโตของตระกูลฉินยังมีชีวิตอยู่ และมีกระดูกจักรพรรดิ ซึ่งเป็ภัยคุกคาม จำเป็ต้องกำจัดเขาเสียจึงจะปลอดภัย"
"ไม่ต้องกังวลกับบุตรชายคนนี้ ั้แ่เขาขุดกระดูกจักรพรรดิในครั้งนั้น ก็ได้กำหนดชะตาแล้วว่าเขาไม่อาจไต่ถึงจุดสูงสุด"
"ใช่แล้ว เขาเกิดความสงสัยในพลังของตนเอง สูญเสียจิติญญาอันไร้เทียมทาน ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป"
"…"
จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยนั่งอยู่บนบัลลังก์ั ทุกอย่างราวกับความฝัน
เมื่อคืนยังหารือกับขุนนางทั้งหลายว่าจะโจมตีตระกูลฉินอย่างรวดเร็วได้อย่างไร ใครจะรู้ว่าเช้านี้ตระกูลฉินจะพังทลายลงเอง ทั้งสองเทพบุตรต่างตกจากแท่นบูชา อาณาจักรต้าเซี่ยยังคงรุ่งเรืองดั่งฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง
"ฮ่า ๆ ดี ดีมาก !"
จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ตัดสินใจเลือกนางสนมเพื่อเฉลิมฉลองให้ดี
ในเวลานี้--
ฉินเฟิงกำลังขี่ลาน้อยอย่างสบายใจ เดินทางไปตามเส้นทางสู่อาณาจักรอิ๋นเยว่
"ในที่สุดก็สะสมแต้มวายร้ายครบหนึ่งล้านแล้ว !"
ฉินเฟิงมองดูแต้มวายร้ายหนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นหกพันห้าร้อยแต้มที่ระบบแสดงออกมา จึงตัดสินใจใช้หนึ่งล้านแต้มวายร้ายแลกเปลี่ยนความเข้ากันได้สิบส่วน
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเ้าของ ใช้หนึ่งล้านแต้มวายร้าย แลกเปลี่ยนเป็บัตรความเข้ากันได้สิบส่วน !]
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเ้าของที่ใช้บัตรความเข้ากันได้สิบส่วน ทำให้กลยุทธ์รังสรรค์์สามสิบสามชั้นฟ้าบรรลุความเข้ากันได้สิบส่วน !]
ในใจของฉินเฟิงราวกับมีฟ้าผ่าดังสนั่น ทั้งตัวอยู่ในสภาวะไร้สติ สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงวิถีของ์และโลก และมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อกลยุทธ์รังสรรค์์สามสิบสามชั้นฟ้า
อธิบายง่าย ๆ ก็คือ แต่เดิมเขาสามารถใช้พลังได้เพียงหกส่วนของร่างกายทั้งหมด แต่ตอนนี้สามารถใช้พลังของตนเองได้เต็มสิบส่วน กล่าวได้ว่ามีการพัฒนาอย่างก้าวะโ
"นี่คือการเข้ากันได้สิบส่วนหรือ !?"
ฉินเฟิงได้สติ อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา ในที่สุดก็ได้ััถึงความสุขของบุตรแห่ง์แล้ว
หากให้เขาเผชิญหน้ากับหลินซานอีกครั้ง เขามั่นใจว่าจะสามารถต่อยเขาจนแม่ของเขาไม่รู้จักเขาได้ โดยไม่ต้องใช้วิชากระบี่สังหารเลย แต่มีเงื่อนไขว่าเขาจะต้องไม่ได้รับโอกาสใดใน่เวลานี้
ในตอนนั้นเอง--
เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นจากด้านหน้า "สาวน้อย ไม่ต้องกลัว ขอแค่เ้ายอมให้พวกข้าได้ทำาเย็น*[1]บนตัวเ้า พวกข้าก็จะปล่อยเ้าไป ตกลงไหม!?"
"หืม ? ช่วยสาวงามในยามคับขัน !?"
ฉินเฟิงชะงักไปในทันที นี่คือสิทธิพิเศษที่วายร้ายอย่างเขาจะได้รับหรือ…
[1] หมายถึง การที่ร่างกายสั่นสะท้านจากความหนาวหรือความกลัว