ธานุภาพสั่งให้ลูกน้องคนสนิทมาส่งหญิงสาวที่สนามบินหล่อนถอนหายใจออกมากวาดตามองไปรอบๆ คงต้องจากเมืองไทยไปสักพักดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องมาทนให้เขาย่ำยี
“คุณญาครับ” ร่างบางหันตามเสียง
“ค่ะ”
“นี่ครับตั๋วเครื่องบินและเครดิตการ์ดใช้สำหรับซื้อของส่วนตัวนะครับคุณธานุภาพสั่งให้ผมมอบให้คุณ จะมีเงินเข้าในบัญชีคุณทุกเดือน คุณไม่ต้องห่วง ส่วนเื่ที่พักทางโน้นหลังจากถึงแล้วจะมีคนมารับคุณครับ”
“ขอบคุณมากนะคะ”ศศิรญายิ้ม
“งั้นผมขอตัวนะครับดูแลตัวเองด้วยครับ”
ลูกน้องคนสนิทเดินจากไปแล้วหญิงสาวนั่งรอเครื่องอยู่ตรงช่องพักผู้โดยสาร ดวงตาเรียวเหม่อมองหัวสมองครุ่นคิดหล่อนคงต้องจากเมืองไทยไปสักพักแต่เมื่อกลับมาหล่อนสัญญากับตัวเองจะเข้มแข็งให้มากกว่าเดิม
จักรไกรเดินทางออกมาจากสถานีตำรวจเพราะเพื่อนของเขาอันเชิญออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับจะตายให้ได้ชายหนุ่มขับรถมาถึงหน้าบ้าน นายตำรวจหนุ่มลงจากรถขมวดคิ้วหน้าด้วยความแปลกใจเมื่อเขาเห็นหนุ่มน้อยรูปร่างบอบบางยืนชะเง้อและทำท่าเกาะรั้วราวกับจะปีนเข้าไปข้างในตำรวจอย่างเขามีหรือที่จะไม่รู้ว่าหมอนี่คิดจะทำอะไร
“หนอย!ยังเด็กอยู่แท้ๆ ริอาจเป็โจร ปกปิดใบหน้าด้วยการใส่หมวกเสียอีกอย่างนี้ต้องเจอดี”จักรไกรคำรามในใจ จอดรถเข้าข้างทาง
เขาค่อยๆเดินย่อง ตำรวจอย่างจักรไกรถูกฝึกมาอย่างดีให้รับกับสถานการณ์เช่นนี้ตีนแมวกระจอกมีหรือจะทำอะไรได้ ชายหนุ่มเข้ารวบตัวหนุ่มน้อยจากด้านหลังด้วยความใทำให้ร่างที่ถูกรัดแน่นดิ้นรนด้วยความกลัว
“คุณเป็ใคร!ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”
“แล้วนายล่ะเป็ใคร ทำไมเที่ยวมาด้อมๆมองๆ หน้าบ้านคนอื่นเขาแบบนี้!”
“ฉันมาหาเพื่อน!”
“เหอะ! นี่ยิ่งไม่น่าเชื่อใหญ่เท่าที่ฉันดู คนอย่างนายไม่น่าที่จะมีเพื่อนอยู่ที่นี่” จักรไกรส่งเสียงเยาะ
“ปล่อยฉันนะ ไอบ้า! ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยด้วย!”
ร่างบางดิ้นรนขัดขืนอย่างเต็มกำลังแต่มีหรือที่นายตำรวจอย่างจักรไกรจะปล่อยแต่หมอนี่แรงน้อยชะมัดอีกอย่างทำไมเนื้อตัวถึงได้นุ่มนิ่มอย่างกับผู้หญิงจักรไกรคิดได้แค่นั้นก็ต้องใเมื่อร่างที่เขากอดรัด กำลังจะดิ้นหนีออกไปได้ ชายหนุ่มจึงใช้ท่อนแขนรัดหน้าอกจนร่างในอ้อมแขนสะดุ้งโหย่งด้วยความใ
“เฮ้ย!มีหน้าอกนี่หว่า ผู้หญิงสิเนี่ย!!”จักรไกรคิดในใจแต่ก็ยังไม่ปล่อยร่างบางตรงหน้ากลับนึกสนุกที่ได้แกล้ง
“ปล่อยนะ!ไอบ้า! ไอทุเรศ! นายมันทุเรศ!” กัลญณัฐยิ่งดิ้นรนมากขึ้นเมื่อรู้สึกถึงท่อนแขนที่กอดรัดอยู่ตรงหน้าอกของตนเอง
จักรไกรหัวเราะหึๆ ปล่อยให้ร่างบางในอ้อมกอดแผลงฤทธิ์ไปจนเ้าตัวเหนื่อยหอบและหยุดดิ้นรนแต่เขาก็ยังไม่ปล่อยหล่อนอยู่ดี
“ปล่อยฉันสิ!”เขายังคงเฉย“ปล่อยฉันสิ ไอ้คนฉวยโอกาส!”กัลญณัฐแหวอย่างเหลืออด
“ก็ได้”จักรไกรปล่อยร่างบางยกมือสองข้างขึ้นเพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจ
กัลญณัฐถอดหมวกออกและดึงยางรัดผมเพื่อเก็บผมที่ตอนนี้กำลังยุ่งเยิงและรวบมันไว้ให้เรียบร้อยเช่นเดิมจักรไกรมองการกระทำนั้นด้วยความสนใจผู้หญิงคนนี้ไม่ได้จัดว่าเป็คนสวยแต่ก็ไม่ขี้เหร่ หล่อนน่ารัก... มากซะด้วยจักรไกรลอบยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ กัลญณัฐจ้องมองใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มแล้วกระแทกส้นเท้าเพื่อเดินหนี
“นี่เธอจะไปไหน?”
“กลับหอ!”ตอบเสียงห้วน
“แล้วมาทำอะไรที่นี่ทำแบบนี้มันเหมือนขโมยรู้ไหม?”
“มาหาเพื่อน!”
“เธอมีเพื่อนที่นี่ด้วยเหรอ”
“ฉันมีก็แล้วกันคุณไม่ต้องมายุ่งกับฉันหรอก!” หล่อนย้อน
“ผมสงสัยกลัวว่าคุณจะมาขโมยของแถวนี้ยิ่งมีข่าวเื่โจรขึ้นบ้านบ่อยๆ อยู่ซะด้วยสิ!” จักรไกรบอกดวงคมคมยังคงมองอีกฝ่ายไม่วางตา
“คุณพูดบ้าอะไร!ฉันไม่ใช่คนร้ายนะ!”กัลญณัฐบอกออกมาด้วยความใ
“แต่ฉันไม่เชื่อเธอมีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์!”เสียงเข้มถามกลับ
“แล้วคุณล่ะมีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ว่าฉันเป็ขโมย!”
“กล้องไง!ที่บ้านหลังนี้เขามีกล้องวงจรปิดติดอยู่หน้าบ้าน แค่เธอจับรั้วบ้านก็ส่อแววว่าจะเป็ขโมยแล้ว!”
“บ้าหรือไง! ฉันไม่ได้เป็ขโมยนะ!”กัลญณัฐเริ่มใจคอไม่ดี
“ไม่มีใครเขาเชื่อเธอหรอก!”
“คุณเป็ตำรวจหรือไงถึงมาตัดสินฉันแบบนี้ไม่รู้ล่ะฉันจะกลับ!” หล่อนตัดบทหันหลังหมายจะเดินหนี
“เดี๋ยวก่อนผมเป็ตำรวจ!” จักรไกรบอกพร้อมชูบัตรประจำตัวให้หล่อนดู
ร่างบางชะงักริมฝีปากบางเม้มสนิทมือบางชื้นไปด้วยเหงื่อ หล่อนยังไม่ได้ทำอะไรเลย...ไม่ได้เป็ขโมยสักหน่อยทำไมจะต้องมาวุ่นวายกับหล่อนด้วยนะหรือเขากำลังเข้าใจว่าหล่อนเป็ขโมย
“ทำไงดีซวยแล้วไอกัลเอ้ย!”หญิงสาวคิดในใจ
“คือว่า ฉะ…ฉันไม่ได้มาขโมยอะไรนะฉันสาบาน”หญิงสาวพูดพร้อมกับยกมือสาบาน
“ฉันไม่เชื่อ!”
กัลญณัฐหน้าซีดเผือดลงหล่อนจะทำยังไงดี ไม่อยากโดนตำรวจจับเลย แล้วใครจะมาประกันตัวหล่อนกันล่ะเนี่ย!
“งั้นเอาแบบนี้แล้วกัน” กัลญณัฐเงยหน้าขึ้นมองชายตรงหน้า “ฉันขอที่อยู่กับเบอร์โทรศัพท์ของเธอไว้กับฉันฉันจะคอยจับตาดูเธอและคอยดูความประพฤติว่าส่อแววเป็ขโมยหรือเปล่า!” กัลญณัฐยิ้มออกมาอย่างดีใจยอมจดเบอร์ของตนเองพร้อมที่อยู่ให้กับจักรไกรและขอตัวกลับไปที่หอพักของตัวเอง
จักรไกรดีดกระดาษโน้ตในมือไปมาลอบยิ้มออกมาอย่างมีเลสนัย
“ของหมูๆ” เขาพึมพำออกมาแล้วเดินเข้าไปในบ้านเพื่อพบเพื่อน
จักรไกรเดินเข้ามาภายในตัวบ้านพบว่าเพื่อนของตนเองกำลังนั่งดื่มเหล้าราวกับว่ามีเื่อะไรกลุ้มใจหนักหนา
“เฮ้ย!ไอธานต์เป็ไรวะนั่งกินเหล้าคนเดียว”จักรไกรถามทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เพื่อน
“เซ็งว่ะ!”ธานต์เมธาตอบพร้อมกับกระดกเหล้าเข้าปากต่อ
“เป็ไรของแกวะไอธานต์ เล่นโทรตามฉันทำเสียงอย่างกับจะเป็จะตายไอ้เราก็อุตส่าห์เป็ห่วง ที่ไหนได้มานั่งกระดกเหล้ากินเนี่ยนะ!”
“ก็มันกลุ้มนี่หว่า!”
“แล้วแกกลุ้มเื่อะไรเล่า”
“พ่อบังคับให้ฉันแต่งงานว่ะ”
“แล้วยังไงก็ไม่เห็นแกจะได้แต่งเลยนี่” จักรไกรย้อน
“ก็นั่นแหละที่ทำให้ฉันกลุ้มอยู่นี่”
“ทำไมต้องกลุ้ม ในเมื่อแกไม่ต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น!”นายตำรวจหนุ่มเริ่มงงกับเพื่อนตนเอง
“ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันต้องเป็แบบนี้ผู้หญิงที่ต้องแต่งงานกับฉันเธอหายไป ฉันไม่รู้ว่าเธอหายไปไหน ไอ้จักรฉันกลัวว่าแม่นี่จะมีแผนมาจัดการกับฉันนะสิ!”
“แกแน่ใจเหรอไอ้ธานต์ว่าผู้หญิงคนนั้นเขา้าจะแต่งงานกับแกอย่างที่แกเคยบ่นให้ฉันฟังน่ะ”จักรไกรรู้สึกค้านมาตลอด เพื่อนโทรมาเล่าให้ฟังบ่อยแต่จากลักษณะหากเขาเป็ผู้หญิงที่ดีคงไม่คิดเอาไอ้หมอนี่ทำพันธ์หรอก
“แน่ใจสิ!ไม่อย่างนั้นแม่นั้นจะยืนยันกับฉันหนักแน่นว่าจะไม่ยอมไปไหน จะอยู่ที่นี่กับฉันอย่างนั้นเหรอ!”
“เอ้า! ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอที่ผู้หญิงคนนั้นจะหายไปแกไม่ชอบหรือไงว่ะ!”
ธานต์เมธาครุ่นคิดพลางกระดกเหล้าเข้าปากอีกครั้งไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเป็อะไร แค่เพียงไม่ได้เห็นหน้าผู้หญิงที่ปากบอกว่าเกลียดแสนเกลียดก็รู้สึกโหว่งๆจนต้องหาเพื่อนปลอบใจ อยู่ดีๆ หล่อนก็หายไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าไปไหนเขาแทบอยากจะกระโจนไปถามบิดาแต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ นี่สิเหตุผลสำคัญ
“หายไปมันก็ดีหรอก แต่ฉันกลัวว่าวันดีคืนดีแม่นั้นจะโผล่มานะสิ”
“แกคิดมากไปหรือเปล่าไอ้ธานต์บางทีเขาอาจจะไปจากแกแล้วจริงๆ ก็ได้”
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างแม่นั้นจะหายไปจากฉันจริงๆคอยดูเถอะผู้หญิงคนนั้นต้องกลับมาแน่”
“งั้นก็รอดูกันไปก็แล้วกันไอ้ธานต์ฉันไปทำงานก่อนล่ะ”
“อืม ไปเหอะ”
“แต่ก็ดีเหมือนกันที่แกชวนฉันให้มาหาเพราะอย่างน้อยฉันก็ยังได้เจออะไรดีๆ” เขาระบายยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงร่างนุ่มนิ่มที่พบหน้ารั้วบ้านก่อนหน้า
กัลญณัฐกลับมายังหอพักหลังจากที่ไปหาเพื่อนสาวของตนเองและดันเจอเื่เลวร้ายเสียได้หญิงสาวออกไปหาเพื่อนเพราะเหตุผลที่อยู่ดีๆเพื่อนรักก็โทรมาบอกว่ากำลังจะไปเรียนต่างประเทศ กัลญณัฐได้แต่งุนงงจึงรีบนั่งรถแท๊กซี่มาหาเพื่อนสาวแต่บ้านที่เพื่อนอยู่นั้นทำให้หล่อนไม่แน่ใจเลยว่าจะใช่บ้านหลังนี้จริงๆหรือเปล่า เพราะมันใหญ่โตและเป็ย่านที่คนมีเงินอยู่
“นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี่ย!”กัลญณัฐคิดในใจอย่างหงุดหงิดเมื่อนึกถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองก่อนหน้านี้เมื่อหญิงสาวลองมาคิดทบทวนดูความสงสัยก็ยิ่งบังเกิดมากขึ้น
“เฮ้อ!”กัลญณัฐถอนหายใจ“ช่างมันเถอะ”หญิงสาวคิดอย่างปลงตกเดินเข้าห้องน้ำไปเสียงของโทรศัพท์ดังขึ้น
ยังไม่ทันได้เข้าห้องน้ำเลยต้องรีบออกมามือหยิบยกขึ้นมาหลุบตามองหน้าจอเห็นเบอร์ไม่คุ้นโทรมา หล่อนยืนงงพักใหญ่ก่อนตัดใจกดรับ
“ฮัลโหลค่ะ”
“เธออยู่ไหน!”
“คุณเป็ใคร?”เสียงที่กรอกตามสายทำให้คนรับเริ่มงง
“ฉันเองไง!”
“ฉันไหนล่ะ!”
“ก็ฉันไงตำรวจที่เธอเจอหน้าบ้านไงจำไม่ได้เหรอ!”จักรไกรเริ่มหงุดหงิด
“อ๋อ!”
“เธออยู่ที่ไหนละ?”
“อยู่หอค่ะ”
“ออกมาพบฉันหน่อย ฉันอยู่หน้าหอเธอ!”
“อะไรนะ!”กัลญณัฐร้องด้วยความใ
“ทำไมต้องใด้วยฉันทำตามหน้าที่ที่ต้องมาตรวจสอบผู้ต้องสงสัยอย่างเธอไง!”
“คุณจะบ้าหรือไง!นี่มันดึกแล้วฉันกำลังจะนอนแล้วด้วย”
“ลงมาให้ฉันเห็นหน้าก่อนเธอค่อยไปนอน”ชายหนุ่มบอกก่อนจะยิ้มออกมา
“ฉันไม่ลง!”กัลญณัฐตอบกลับไปอย่างหัวเสีย
หล่อนจะลงไปได้อย่างไรเล่าก็ในเมื่อใส่ชุดนอนแบบนี้แถมลายหมีพูซะด้วยน่าเกลียดตาย
“ถ้าเธอไม่ลงมาฉันจะเข้าไปหาเธอถึงห้องฉันเป็ตำรวจยังไงก็มีข้ออ้างเข้าไปหาเธอได้อยู่แล้วถ้าเธอไม่กลัวว่าคนที่นี่เขาจะสงสัยว่าเธอทำความผิดอะไรก็ไม่ต้องลงมา!”จักรไกรข่มขู่
“ก็ได้ๆ”กัลญณัฐรับปากด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยเต็มใจ “มาอะไรเอาป่านนี้ตั้งนมตั้งนานไม่รู้จักมาไม่รู้หรือไงว่ามันดึกแล้วโรคจิตหรือไงเป็ตำรวจแล้วคอยมารังแกประชาชนแบบนี้คอยดูฉันเหลืออดเมื่อไหร่ล่ะก็จะฟ้องกรมตำรวจให้ดู!”หญิงสาวเข่นเขียวและบ่นพึมพำก่อนจะเดินลงมาจากหอพัก
จักรไกรมองร่างบางในชุดนอนน่ารักที่กำลังเดินมาหาเขาที่ยืนอยู่แล้วลอบยิ้มออกมาหล่อนหน้างอใส่เขาที่บังอาจมาขำชุดนอน
“ฉันมาแล้วเห็นแล้วใช่ไหมงั้นขอตัวนะ!”กัลญณัฐบอกรีบหันหลังกลับ
“เดี๋ยวก่อน!”
หญิงสาวชะงักหันกลับมาหาเขาอีกครั้งพลางถอนหายใจออกมา ตำรวจบ้านี่จะเอายังไงกันแน่นะ!หล่อนเริ่มจะหงุดหงิดแล้ว สั่งได้สั่งดีนักคอยดูเถอะจะฟ้องให้หมดทั้งโรงพักเลย!
“อะไรอีกล่ะ!”
“ฉันยังไม่ได้อณุญาตให้ไปสักหน่อย!”เขาบอกเสียงเข้ม
“เอ๊ะ!”กัลญณัฐส่งเสียงออกมาพร้อมกับเอามือเท้าเอว“ก็คุณบอกว่า้าเห็นฉันฉันก็เสนอหน้ามาให้คุณเห็นแล้วเนี่ยจะเอาอะไรอีกฮะ!”หญิงสาวเริ่มขึ้นเสียงบ้าง
“นี่คุณ ทำไมต้องเสียงดังด้วย”
“แล้วคุณมากวนโมโหฉันทำไมล่ะ!”หล่อนเริ่มไม่พอใจแล้ว ตำรวจคนนี้จะกวนกันเกินไป
“ผมทำตามหน้าที่”
“หน้าที่บ้าบออะไร มารบกวนคืนอื่นเค้าตอนดึกแบบนี้!”หญิงสาวชักฉุน
“งั้นถ้าไม่เชื่อคุณไปโรงพักกับผมเลยแล้วกันจะได้สิ้นเื่สิ้นราวไป!”จักรไกรบอกพร้อมกับใช้มือจับท่อนแขนของหญิงสาวให้เดินตาม
กัลญณัฐหน้าซีดด้วยความใหญิงสาวสะบัดแขนตัวเองเดินถอยหลังออกมาให้ห่างจากเขา
“จะบ้าหรือไง! ฉันไม่ไปหรอก”
“อ้าว!ทำไมล่ะในเมื่อคุณไม่เชื่อผมก็จะพาคุณไปโรงพักคุณจะได้เชื่อไง”
“ฉันเชื่อแล้วไม่ต้องพาฉันไปแล้วคุณจะให้ฉันทำอะไรบางเล่า”
จักรไกรยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัยแผนของเขาสำเร็จไปทีล่ะขั้นต่อไปก็คงจะต้องทำความคุ้นเคยกันให้มากขึ้น
“วันนี้ผมจะกลับไปก่อนพรุ่งนี้คุณว่างไหม?”จักรไกรถามเสียงเข้ม
“ว่างค่ะ พรุ่งนี้ฉันไม่มีเรียน!”
“งั้นพรุ่งนี้ผมจะมารับตอนสิบเอ็ดโมงเข้าใจไหม!”
“เข้าใจค่ะ”กัลญณัฐพยักหน้ารับคำ
“ห้ามสายถ้าไม่มาตามนัดเธอเจอดีแน่!”จักรไกรข่มขู่แล้วสาวเท้าเดินขึ้นรถของตัวเองไป
กัลญณัฐครุ่นคิดสักพักหันหลังเดินกลับเข้าไปในหออะไรของเขานะ!นายตำรวจคนนี้ทำไมเขาช่างแปลกนักหล่อนไม่เข้าใจทำไมเขาจะต้องบังคับหล่อนมากมายด้วย
ธานต์เมธาเดินวนเวียนอยู่ภายในบ้านด้วยความสงสัยเขาไม่เจอศศิรญามาเป็อาทิตย์แล้วหล่อนหายไปไหนกันแน่รวมถึงบิดาเขาด้วยที่เอาแต่หลบหน้าและไม่ยอมพูดคุยกับเขาเหมือนก่อน
“มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นว่ะเนี่ย!”ธานต์เมธาคิดในใจอย่างหงุดหงิด
ชายหนุ่มมองไปเห็นบิดากำลังเข็นรถผ่านไปเขารีบเดินตรงเข้าไปหาบิดาทันทีอย่างไรเสียวันนี้เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าบิดากับแม่นั่นกำลังมีแผนการจะทำอะไรอีก
“พ่อครับ!”เสียงเข้มเรียกบิดาไว้
“มีอะไร”
“แม่สะใภ้คนโปรดของพ่อหายไปไหนซะละครับผมไม่เห็นหน้ามาหลายวันแล้ว”
“แล้วแกจะสนใจไปทำไมเ้าธานต์ในเมื่อแก้าให้มันเป็แบบนี้ใม่ใช่เหรอ?”ธานุภาพตอกกลับชายหนุ่ม
ชายหนุ่มชะงักแสร้งทำเป็ไม่สนใจคำพูดตอกกลับของบิดาพร้อมกับพยายามจะสอบถามเื่ของศศิรญาที่ตนเอง้ารู้กับบิดาต่อไป
“ผมแค่อยากรู้ไว้เพื่อว่าสะใภ้คนโปรดจะไปวางแผนหาเื่มาวุ่นวายกับผมอีกนะสิพ่อ!”
“งั้นหรือ? แต่จากที่ฉันดูไอ้คนที่คอยวางแผนทำอะไรไม่ดีอยู่เรื่อยน่าจะเป็แกมากกว่านะเ้าธานต์”
“พ่อ!”ธานต์เมธาร้องออกมา
“แกฟังไว้เลยนะเ้าธานต์หนูญาเขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วเค้าไปแล้วแกคงจะพอใจแล้วใช่ไหมมีอะไรที่แกอยากจะรู้อีกไหม!”
“เหอะ! ไปแล้วไปลับหรือเปล่าครับพ่อหวังว่าคงไม่กลับมาอีกนะ”น้ำเสียงเยาะเย้ยบอกออกมา
“แน่นอนเ้าธานต์หนูญาคนเดิมเขาจะไม่กลับมาอีกแล้ว!”ธานุภาพยิ้มอย่างมีเลศนัยให้ลูกชายพลางเข็นรถของตนเองออกไป
ธานต์เมธาได้แต่ทำสีหน้างุนงงไม่เข้าใจในคำพูดของบิดาตนเอง“ศศิรญาคนเดิมจะไม่กลับมาอีกแล้วงั้นหรือ?”ธานต์เมธาคิดอย่างสงสัยจึงเดินเลี่ยงเข้าห้องตนเอง