พิชญ์นรีโอนเงินเข้าบัญชีให้แม่ เธอทำแบบเป็ประจำสม่ำเสมอทุกเดือนเมื่อได้รับเงินเดือนแล้ว แม้จะออกจากบ้านมาอยู่คนเดียวแล้วก็ตาม ใบหน้าหวานถอนหายใจเบาๆ อยู่หน้าตู้ ATM มือเรียวหยิบบัตรATMและสลิปจากตู้ใส่กระเป๋าสะพายของตัวเองแล้วก็นเดินออกมา
“หวังว่าแม่จะได้ใช้เงินที่ลูกโอนไปให้นะคะ”
พิชญ์นรีบ่นกับตัวเอง เธอโอนเงินให้แม่ทุกเดือน เดือนล่ะสี่พันบาทมันอาจไม่มากนัก แต่จริงๆ เธอแอบเก็บบางส่วนให้แม่ ถ้าแม่้าจริงๆเธอก็จะโอนให้ หญิงสาวในชุดพนักงานต้อนรับโรงแรมระดับห้าดาวถอนหายใจเหนื่อยๆ นึกถึงเสียงของแม่เมื่อครั้งที่โทรศัพท์ไปหา
“ไม่ต้องโอนเงินให้แม่หรอกลูก น้ำพั้นซ์เก็บไว้ใช้เองเถอะลูก”
“หนูทำงานแล้วพอมีเงินเดือนแล้วก็อยากให้แม่เอาไว้ใช้จ่ายบ้าง”
“ลูกต้องจ่ายค่าใช้จ่ายตั้งหลายอย่างเอง เอาไว้ว่างๆแวะมาหาแม่บ้างนะไปกินข้าวนอกกันแบบแม่ๆลูกๆ”
“ค่ะแม่”
ถึงแม่จะบอกว่าไม่ต้องโอน เธอก็โอนให้สม่ำเสมอเงินเดือนเธอไม่มากแต่มีเงินพิเศษบ้าง อยู่ประหยัดกินข้าวที่โรงแรมก็ช่วยได้เยอะ จริงๆที่เธอก็ไม่ได้อยากอยู่คอนโดหรอก ตั้งใจจะหาห้องเช่าราคาประหยัดแต่ก็ต้องเดินทางไกลเพราะเธอทำงานเป็กะ คอนโดฯนี้อยู่ใกล้เดินไปกลับได้อยู่ ยอมจ่ายค่าเช่าแพงนิดได้ที่พักใกล้เดินทางสะดวกและปลอดภัย
“เป็ไปยัยพั้นซ์ทำหน้าเครียดเชียว”
หญิงสาวสะดุ้งแล้วส่งยิ้มให้เพื่อน เธอเดินเหม่นจากตู้ATMมาถึงห้องล็อกเกอร์เก็บของของพนักงาน มือเรียวไขตู้เหล็กเอากระเป๋าเก็บข้างในหยิบหวีออกมาแปรงผมผาวแล้วรวบขึ้นให้เรียบร้อย
“ก็เื่เดิมๆแหละปลา” พิชญ์นรีมีเพื่อนสนิทไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือปาจรีย์หรือปลาที่เข้ามาทำงานรุ่นเดียวกับเธอ ก็เท่ากับว่าเป็เพื่อนกันมาสองปีแล้ว
“ไปโอนเงินให้แม่มาแล้วซิ”ปาจรีย์แตะไหล่เพื่อนเบาๆให้กำลังใจเพื่อน แล้วเมื่อเห็นอีกฝ่ายพนักหน้ารับก็ได้แต่ถอนหายใจ
“ปลาว่านะ พั้นซ์เก็บเงินให้แม่ต่างหากดีกว่าโอนไปก็ไม่รู้แม่จะได้ใช้หรือเปล่า มีคนช่วยใช้ตั้งสองคน”
ปาจรีย์เป็คนพูดตรงไปตรงมาแต่ก็พูดด้วยความจริงใจบางครั้งการพูดจาตรงๆของเธอก็ทำให้หลายคนไม่ชอบ ซึ่งเธอก็รู้ดีและไม่ได้สนใจด้วย
“พั้นซ์เป็ห่วงว่าแม่จะไม่มีเงินใช้แล้วไปกู้นอกระบบนะซิ” เธอยิ้มเศร้า
“เอาเถอะๆ ได้เวลาทำงานแล้วเื่นี้พักไว้ก่อนเถอะ เราต้องตั้งสติไปเจอลูกค้า”
“ฮืม ขอบใจนะปลา”
“เื่อะไร?”
“ก็ที่เป็เพื่อนกันอย่างนี้ไง”
“บ้านะซิ ก็มีแต่คนเพี้ยนๆ อย่างพั้นซ์นั้นแหละที่มาคบปลาเป็เพื่อน”
ปาจรีย์หัวเราะคิกคัก สองสาวพากันเดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์ของโรงแรมซึ่งเป็ที่ทำงานของหญิงสาวสองคน พนักงานต้อนรับที่มีใบหน้ายิ้มแย้มอยู่เสมอพูดจาอ่อนหวานและบริการด้วยรอยยิ้ม พิชญนรีทำงานนี้มาสองปีแล้วเธอเรียนจบการโรงแรมและได้ทำงานตรงสายที่ตัวเองเรียนมา แต่แรกๆเธอก็อยู่หลายแผนกกว่าจะได้มาถึงจุดนี้
งานพนักงานต้อนรับหรือ Receptionist ในโรงแรมถือว่าเป็พนักงานที่ได้รับการอบรมเกรดดีกว่าพนักงานสาขาอื่นๆด้วยมารยาทและกิริยากับวิธีการปฏิบัติต่อแขกผู้ใช้บริการ สังเกตว่าทางโรงแรมได้ยกระดับการต้อนรับได้ดีตามสถานภาพของโรงแรมด้วย เพื่อสร้างความประทับใจสำหรับผู้ใช้บริการทุกระดับ แม้เงินเดือนไม่มากแต่ก็มีเบี้ยเลี้ยงพิเศษในแต่ละเดือนหลายพันถึงหลักหมื่น บางคนมองว่าเป็งานสบายแต่พนักงานด้วยกันมักรู้สึกว่าตัวเองไม่ต่างจากกระโถน
“อะไรไม่ดีก็ลงที่เราหมดนั้นแหละ”ปาจรีย์แอบบ่นหลังเลิกแล้วบ่อยๆ
พิชญยนรีเองก็เข้าใจแต่เธอไม่ได้สนใจนัก เพราะมันเป็งานเมื่อเลือกทำแล้วก็ต้องอดทน ถ้าทนไม่ไหวก็ต้องลาออก หญิงสาวมีภาระที่ไม่อาจจะตกงานหรือทำตัวเลือกงานได้เธอจึงตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่
หญิงสาวทำงานด้วยรอยยิ้ม และเก็บซ่อนความทุกข์ระทมไว้ภายใน พ่อของเธอจากไปั้แ่สิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเธออายุสิบห้า แม่ทำงานรัฐวิสหกิจแห่งหนึ่งเงินเดือนไม่มาก ใน่ที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายมีเพียงเงินประกันที่พ่อทำทิ้งไว้ให้กับทรัพย์สินคือบ้านที่เธออยู่กับแม่ ใน่เวลานั้นเธอเห็นแม่แอบร้องไห้อยู่คนเดียวบ่อยๆ เธอเองก็คิดถึงพ่อแต่ไม่อยากให้แม่ทุกข์ใจ เธอต้องร่าเริงและเข้มแข็งเพื่อดูแลแม่แทนพ่อที่จากไป แม่ไปทำงานทุกวันแต่เหมือนร่างไร้ิญญา ผ่านมานับปีกว่าแม่จะดีขึ้น เธอพยายามตั้งใจเรียนเพื่อไม่ให้แม่เป็กังวลแม่เองก็เป็ห่วงกลัวว่าลูกจะลำบากเพราะยังอยู่ในวัยเรียนแม่หารายได้เสริมรายอย่าง ลองผิดลองถูกไปเรื่อย ทั้งขายประกัน ขายสินค้าขายตรง ถ้าเป็หลังเลิกเรียนหรือเสาร์อาทิตย์เธอก็จะตระเวนตามไปกับแม่เสมอ
พิชญ์นรีในวัยรุ่นเคยบอกให้แม่พักผ่อน ลำพังรายได้จากเงินเดือนแม่และเงินประกันของพ่อยังพอเป็ค่าเล่าเรียนให้เธอจนจบมหาวิทยาลัย และเธอเองก็ตั้งใจจะหางานพิเศษทำ่ปิดเทอมใหญ่อยู่แล้ว
“ให้แม่ได้ออกไปเจอผู้คนบ้างเถอะลูก การได้เจอคนแปลกหน้าบ้างทีมันก็ช่วยเยียวยาจิตใจของเราด้วยบางทีก็ได้เจอคนที่เค้าทุกข์กว่าเรานะ แม่ยังโชคดีที่พ่อทิ้งบ้านเงินประกันไว้ให้และที่สำคัญ แม่มีพั้นซ์อยู่กับแม่ด้วย”
“พั้นซ์รักแม่นะคะ”
“แม่ก็รักลูกจ๊ะ”
หญิงสาวตั้งใจว่าเมื่อเรียนจบได้งานทำแล้วก็จะไม่ให้แม่ต้องลำบาก ่ที่ผ่านมามีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มาตามจีบแม่อยู่หลายคน แม่เป็คนสวย หลายคนก็ว่าเธอสวยเหมือนแม่แต่แม่ก็ไม่มีใครจนเมื่อสองปีที่แล้ว แม่พาผู้ชายคนหนึ่งมาให้เธอรู้จัก
“พั้นซ์จ๊ะ นี่คุณนิรุจน์จ๊ะ”
พิชญนรีจำได้ว่าเธอยกมือไหว้ผู้ชายอายุสี่สิบห้าอย่างงุนงง ข้างกายมีชายหนุ่มประเมินจากหน้าตาอายุคงพอๆกับเธอ
“คือ...แม่ควรจะบอกพั้นซ์นานแล้ว แต่แม่ไม่แน่ใจ” สีหน้าแม่ดูเขินอายราวกับเด็กสาว“แต่แม่ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตกับคุณนิรุจน์จ๊ะ”
“อะไรนะคะแม่”
หญิงสาวร้องเสียงหลง เธอไม่เห็นวี่แววว่าแม่จะมีแฟนใหม่เลยสักนิดแม่เองก็เพิ่งจะสี่สิบสี่ปี ยังสาวและสวย ถ้าแม่จะแต่งงานใหม่มันก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร ทว่าเธอไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้มาก่อน ไม่เคยเห็นหน้าไม่รู้ว่าเขาเป็ใครจู่ๆก็โผล่เข้ามาในชีวิตของเธอ