บทที่ 30 ไม่ต้องกลัว พ่อจะปกป้องเ้าเอง
เยี่ยจ้านใจนเกือบจะตกจากหลังม้า
เขารีบวิ่งไปคุกเข่าต่อหน้าเยี่ยจิ่นหาน “ท่านพ่อ ข้ารู้ตัวว่าผิดไปแล้ว ขอท่านพ่อโปรดให้โอกาสข้าได้ชดใช้ความผิดด้วยเถิด”
“เ้าจะชดใช้ความผิดอย่างไร?” เยี่ยจิ่นหานสีหน้าเ็า เื่ที่ไปโรงพนันเขายังไม่ทันได้เอาเื่กับลูกชายคนนี้เลย ตอนนี้ยังกล้าแอบตามออกมาอีก
“ข้าทราบสถานการณ์บางอย่างแถวเขาตงซาน ขอท่านพ่อโปรดให้โอกาสข้าด้วย”
ขณะที่บิดาและบุตรกำลังสนทนากันอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียง “ตุ้บ!” ดังขึ้นจากในรถม้า ไม่ดังนักแต่ก็ไม่เบา
มุมปากของท่านอ๋องเก้ากระตุก เขาคิดในใจว่าต้องเป็เยี่ยถวนถวนเ้าตัวน้อยโง่เขลานั่นแน่ ๆ ที่หลับแล้วตกจากม้านั่ง
“อืม” เยี่ยจิ่นหานไม่ได้ติดใจเื่ของเยี่ยจ้านอีกต่อไป เขาตอบรับสั้น ๆ ถือว่าให้โอกาสแล้ว
“ขอบพระคุณท่านพ่อ” เยี่ยจ้านรีบถอยออกไปทันที
เยี่ยจิ่นหานไม่ได้ไปขี่ม้า แต่กลับหันไปเปิดม่านรถม้าขึ้น
เขาคิดว่าจะได้เห็นเ้าตัวน้อยโง่เขลาที่ล้มจนหัวโน เต็มไปด้วยรอยช้ำ แต่ใครจะคิดว่าพอเปิดม่านขึ้นก็เห็นใบหน้านุ่มนิ่มน่ารักเข้าพอดี
“...”
“แอบดูอยู่ในรถม้าหรือ?” นิสัยขี้ขโมยเช่นนี้ไม่รู้ว่าเหมือนใครกัน
เยี่ยถวนถวนหดคอ “ท่านพ่อ! อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะ!”
เยี่ยจิ่นหานไม่หลงกลเล่ห์เหลี่ยมของนาง แล้วมองดูกล่องอาหารที่ตกอยู่ในรถม้า ในใจคงเข้าใจแล้วว่าเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่นี้มาจากไหน
“เยี่ยถวนถวน เ้ากำลังช่วยพี่รองของเ้าใช่หรือไม่?!” ดังนั้นจึงตั้งใจทำกล่องอาหารตกใช่หรือไม่
เยี่ยถวนถวนหลบตา แล้วรีบกลับมาทำท่าทางสงบนิ่ง “ไม่ใช่เ้าค่ะ พี่รองไม่เชื่อฟัง ท่านพ่อสั่งสอนเขาก็สมควรแล้ว ถวนถวนไม่ได้ช่วยพี่รอง ถวนถวนอยู่ข้างท่านพ่อต่างหาก!”
เยี่ยจิ่นหานพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “แล้วทำไมเ้าถึงขอม้าเพิ่มอีกหนึ่งตัวจากอาิของเ้าล่ะ… ไม่ใช่ขอให้พี่รองของเ้าหรอกหรือ?!”
เยี่ยถวนถวนเบ้ปาก
ท่านพ่อเก่ง ท่านพ่อยอดเยี่ยม ท่านพ่อรู้ทุกอย่าง ท่านพ่อช่างเหลือเชื่อจริง ๆ ไม่พูดกับท่านพ่อแล้ว โกรธแล้ว!
นางกอดอกหันหลังให้บิดาของนางทันที เขาคอยจับตาดูนางนี่เอง!
เยี่ยจิ่นหาน : อะไรกัน นางโกรธอย่างนั้นหรือ? ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
เยี่ยจิ่นหานเปิดม่านออก ใช้มือเพียงข้างเดียวอุ้มเ้าตัวน้อยออกมา
เมื่อะโขึ้นหลังม้า เยี่ยถวนถวนกอดแขนบิดาด้วยดวงตาเป็ประกาย “ว้าวว…”
เยี่ยจิ่นหานมองนางอย่างอ่อนใจ “ตื่นเต้นอะไรนักหนา” แม้ปากจะบ่น แต่มุมปากก็ยังอดไม่ได้ที่จะยกยิ้ม
ดูเ้าตัวน้อยโง่เขลามองด้วยสายตาชื่นชมก็ไม่เลวเหมือนกันนะ
หลังจากเยี่ยถวนถวนนั่งมั่นคงแล้ว นางมองดูสีขนของม้าสีน้ำตาลแบบนี้... ดูน่ารังเกียจไปหน่อย
“ท่านพ่อ ข้าอยากขี่ทิงเฟิง”
“ทิงเฟิงไม่ยินยอม”
“...”
เยี่ยถวนถวนมองไปทางด้านหลังที่มีม้าดำสง่างามตัวใหญ่ มันสูงกว่าม้าตัวอื่น ๆ มากนัก เส้นกล้ามเนื้อก็สมบูรณ์แบบยิ่งกว่า
ทั้งตัวม้าดูสูงส่งและงดงาม แม้จะล้าหลังม้าสีน้ำตาลไปครึ่งก้าว แต่ในด้านบารมีก็ยังคงเป็าาแห่งม้าทั้งหลาย
เยี่ยถวนถวนมองจนแทบจะน้ำลายไหล ทิงเฟิงช่างงดงามเหลือเกิน!
เยี่ยจิ่นหานยื่นมือไปหมุนศีรษะของนาง สอนอย่างจริงจัง “ทิงเฟิงมีนิสัยดุร้าย อาจทำร้ายเ้าได้”
เยี่ยถวนถวนเช็ดน้ำลาย “อืม”
“...” ไป๋จีที่อยู่ข้าง ๆ เห็นได้ชัดว่าจวิ้นจู่น้อยแกล้งทำเป็ฟังอย่างผิวเผิน ไม่ได้ตั้งใจฟังอะไรเลย
เดินทางมาเกือบสองชั่วยาม กองทัพใหญ่ลงจากม้าเพื่อพักผ่อน
เยี่ยจ้านรู้งาน เขารีบไปตักน้ำให้บิดาของเขาดื่มทันที
ส่วนเยี่ยถวนถวน เ้าหนูน้อยที่ไม่รู้จักรักษาความลับ ความคิดทั้งหมดจดจ่ออยู่ที่ม้าตัวหนึ่งชื่อว่าทิงเฟิง
นางหยิบขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกมาจากอก แล้วนั่งกินอยู่ไม่ไกลจากที่ทิงเฟิงกำลังกินหญ้า
ิชิวเห็นเด็กน้อยตัวกลม ๆ คนนี้แล้วอดใจไม่ไหว จึงแกล้งหยอกเย้านาง
“จวิ้นจู่น้อย เ้ากำลังกินอะไรอยู่? เป็ของกินที่ท่านพ่อของเ้าให้มาหรือ?”
“ไม่ใช่เ้าค่ะ” เยี่ยถวนถวนแกว่งขาสั้น ๆ ทั้งสองข้าง นั่งอยู่บนม้านั่งเล็ก ๆ “เป็ขนมที่องครักษ์เงาให้มา”
สิ่งของที่องครักษ์เงาให้มานั้นแปลกประหลาดนัก
ไม่ว่าจะเป็ขนมงาที่ภรรยาคนฆ่าหมูในหมู่บ้านทำด้วยมือตัวเอง
หรือสูตรลับของลูกอมเหนียวหนึบที่โจรใหญ่ที่ถูกจับตัวมาที่จวนอ๋องเผยออกมาตอนฝันกลางดึก
หรือลูกชิ้นงาที่ชายชู้ใจดำของนางโคมเขียวผู้ฆ่าตัวตายในทะเลสาบตะวันออกทำขึ้นด้วยน้ำตาหลังจากรู้ว่านางฆ่าตัวตายเพราะเขา
โดยสรุปแล้ว อร่อยมาก! และขนมขบเคี้ยวแต่ละอย่างยังมีเื่ราวด้วย
ตอนนี้เยี่ยถวนถวนกำลังกินลูกชิ้นงาใจสลายอยู่
ิชิวแกล้งนาง “นั่นไม่ใช่ของให้คนกินหรอก นั่นเป็อาหารม้า ต่อไปอย่ากินขนมที่คนอื่นให้นะ กินแต่ที่อาิให้ดีหรือไม่?”
เขาคิดว่าจะหลอกเ้าตัวน้อยให้สนิทกับเขาคนเดียวได้ แต่ใครจะคิดว่าเ้าตัวกลมน้อยจะตอบทันทีว่า “ไม่ใช่อาหารม้าเ้าค่ะ”
ิชิวพูดออกไปโดยไม่ทันคิด “เ้ารู้ได้อย่างไรว่าไม่ใช่อาหารม้า?”
เยี่ยถวนถวนเบ้ปาก “เพราะว่าทิงเฟิงไม่กินน่ะสิเ้าคะ”
ิชิว “!!!!”
โอ้โห! นางให้อาหารมาั้แ่เมื่อไหร่กัน!!
กองทหารม้าที่กำลังฟังอยู่ข้าง ๆ : อ๊ะ!! เมื่อไหร่กันที่จวิ้นจู่น้อยเข้าใกล้ทิงเฟิง ทิงเฟิงไม่ได้ทำร้ายจวิ้นจู่น้อยใช่หรือไม่!
องครักษ์เงา : แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว จวิ้นจู่น้อยสุดท้ายก็ลงมือกับทิงเฟิงจริง ๆ หรือ? คืนนี้ทิงเฟิงจะท้องเสียด้วยหรือเปล่า สงสาราาม้าจริง ๆ
ท่านอ๋องเก้าที่กำลังดื่มน้ำอยู่
เขามีสีหน้าเ็าก่อนจะวางกาน้ำในมือลง
สีหน้าของเขาไม่สู้ดีนัก
เขาบอกแล้วว่าทิงเฟิงนิสัยดุร้าย ไม่ให้นางเข้าใกล้ แต่เ้าตัวน้อยโง่เขลานี่ไม่เพียงไม่ฟังเท่านั้น ยังโง่ขึ้นเรื่อย ๆ เขาจำเป็ต้องไปสั่งสอนนางให้ดี
เขาลุกขึ้นกำลังจะเดินไปทางนั้น
ทว่าในขณะนั้นเอง
ยอดเขาพลันมีเสียง “โครม!” ดังสนั่น เสียงนั้นดังราวกับฟ้าร้อง ทำให้ม้าทั้งหลายตื่นตระหนกไม่สงบ
ในขณะที่ทุกคนเงยหน้ามองอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เสียง “ครืนครืนครืนครืน” ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิมมาก
ถวนชีชีรับรู้ได้หลังจากนั้น จึงรีบเตือนเด็กน้อยทันที [เด็กน้อยรีบวิ่งเร็ว! มันคือหินถล่ม!]
ไม่ผิดแน่ เป็หินที่กลิ้งลงมาจากูเา มีทั้งก้อนใหญ่และก้อนเล็ก เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ภัยธรรมชาติเช่นนี้มาอย่างไม่ทันตั้งตัว เยี่ยถวนถวนด้วยขาสั้น ๆ ของนางคงไม่มีทางวิ่งหนีพ้น
“จวิ้นจู่น้อยระวัง!”
“จวิ้นจู่น้อยระวัง!!”
พวกองครักษ์ไม่สนใจอันตราย ต่างวิ่งมาทางเยี่ยถวนถวนทันที แต่หินที่กลิ้งลงมานั้นเร็วเกินกว่าจะทันการ
เห็นได้ชัดว่าก้อนหินแหลมคมกำลังจะทับเยี่ยถวนถวนแล้ว
เยี่ยถวนถวนเอามือกุมหัวกรีดร้องเสียงดัง คิดว่าตัวเองคงตายแน่แล้ว
ในยามคับขันเช่นนี้ ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ม้าทิงเฟิงส่งเสียงร้องแหลมยาว “ฮี่!!!” จากนั้นใช้ขาหลังออกแรง ยกกีบหน้าขึ้นสูง
ในชั่วพริบตาที่ก้อนหินกำลังจะตกลงมาทับเยี่ยถวนถวน เสียง “โครม!!” ก็ดังขึ้นพร้อมกับที่ม้าที่เตะก้อนหินออกไป
ก้อนหินพลาดเป้าหมายจากเยี่ยถวนถวนและแตกกระจายในที่ไกลออกไป
เยี่ยถวนถวนที่รอดพ้นจากอันตรายแหงนหน้ามองม้าตัวใหญ่ ยังไม่ทันได้กล่าวขอบคุณ ก็มีก้อนหินมหึมาอีกมากมายกลิ้งลงมาจากยอดเขา
ทั้งคนและม้ามองดูว่าพวกเขากำลังจะถูกก้อนหินบดขยี้
ทันใดนั้น เสียงดาบฟันผ่านอากาศดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง
ิชิวใช้ท่าไม้ตายสับก้อนหินรอบข้างให้แตกเป็ผุยผง
เยี่ยจิ่นหานรีบห่อตัวด้วยเสื้อคลุมตัวนอก คว้าร่างเ้าตัวน้อยโง่เขลาเข้าอ้อมแขน แล้วกระโจนออกมาในชั่วพริบตาก่อนที่หินจะถล่มลงมา
เมื่อออกห่างจากเชิงเขา หินที่กลิ้งลงมาก็ค่อย ๆ สงบลง
ทุกคนยังคงหวาดผวา แม้แต่เยี่ยจิ่นหานเองก็ไม่เคยรู้สึกใจเต้นแรงเช่นนี้มาหลายปีแล้ว
เขาย่อตัวลงตรวจดูเยี่ยถวนถวนอย่างละเอียดว่าได้รับาเ็หรือไม่
เยี่ยถวนถวนใจนตัวสั่น โผเข้ากอดคอของเยี่ยจิ่นหานแล้วเรียก “ท่านพ่อ…”
มือน้อย ๆ ยังคงสั่นระริก
เยี่ยจิ่นหานลูบหลังเพื่อปลอบนาง “ไม่ต้องกลัว พ่อจะปกป้องเ้าเอง”