ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าของตาเฒ่าชราดังก้องในโถงถ้ำขนาดใหญ่ที่มีเพียงร่างเฒ่ากับร่างสาวในชุดอุจาดตาสีเขียวอ่อนที่บัดนี้ยังคงหลับไหลไม่ฟื้นเสียที
ข้าจะทำอย่างไรกับเ้าดีข้าไม่น่ากินแล้วทิ้งไม่เป็ที่เป็ทางอย่างนั้นเลย...ใช่แล้วเขาคือผู้ร้ายที่พรากชีวิตแม่หนูน้อยแต่งตัวพิกลนี่ด้วยการกินผลกล้วยแล้วเผลอโยนเปลือกทิ้งไว้กลางทางนั่นเองเป็เหตุให้แม่หนูลื่นหัวกระแทกหินสิ้นใจคาที่เขาที่เห็นเหตุการณ์จะช่วยก็ช่วยไว้ไม่ทันทำได้เพียงเรียกิญญานางให้ตามเขามาที่สำนักของเขา
เวลาล่วงเลยมาหลายชั่วยามเขาก็ยังคิดไม่ตกว่าเขาควรจะชดเชยความผิดนี้เยี่ยงไรดีมือเหี่ยวย่นได้แต่ลูบเคราขาวยาวของตัวเองอย่างใช้ความคิด เดินกลับไปกลับมา ั์ตาสีฟ้าเหลือบมองมายังร่างบางเป็ระยะและการรอคอยก็สิ้นสุดลงเมื่อเปลือกตาบางของร่างในชุดเขียวค่อยๆลืมขึ้นมือน้อยดันร่างตัวเองให้นั่งบนพื้นหินเย็นเยียบ แสงไฟจากโคมไฟทำให้หญิงสาวหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนที่สายตาจะค่อยๆปรับสู่สภาวะปกติ
เฮ้ย
หงเฟินเผลออุทานไม่สมเป็หญิงเมื่อสิ่งแรกที่เธอเห็นคือหน้าเหี่ยวๆของชายแปลกหน้าที่นัยตาเขาฉายแววดีใจปนสงสัยส่งมาให้เธอชายแปลกหน้าในชุดขาวล้วนก้มลงมาจ้องเธอ นั่งมองเหมือนกำลังดูของแปลก
“ตื่นแล้วรึแม่หนูหงเฟิน”ตาเฒ่าแย้มยิ้ม น้ำเสียงนุ่มลึกทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวน้อยลง
“คุณเป็ใคร”
“ข้าเป็ตาเฒ่าที่ทิ้งเปลือกกล้วยแล้วทำให้เ้าลื่นตายเอง แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ ข้าพร้อมรับผิดชอบ”
เขาเป็เทพผู้ซึ่งกำลังอยู่ใน่ชดใช้กรรมต้องลงมายังแดนมนุษย์เพื่อเฝ้าประตูมิติที่เชื่อมระหว่างมิติยุทธภพกับมิติแห่งเทคโนโลยีผ่านมาหลายสิบปีเวลาเขาก็ยังไม่มีทีท่าหมดเสียทีด้วยความที่เขาเป็เทพผู้มีนิสัยร่าเริงรักสนุกเป็ชีวิตจิตใจจึงแอบฝืนกฎผ่านประตูมิติมายังมิติเทคโนโลยีคาดว่าแค่จะเที่ยวเล่นนิดหน่อยไม่คิดว่าจะเป็เื่ทำหญิงสาวผู้นี้ตายอนาถถึงเพียงนี้
ฆ่ามนุษย์บริสุทธินับว่าบาปนัก
เขาจึงยินยอมช่วยิญญานางทุกทางเพื่อให้นางอภัยต่อเขาบาปอาจน้อยลง
ไอ้คร้านจะร่ายมนต์ให้นางฟื้นคืนชีพก็ยากยิ่ง
“ใช่ไอ้เปลือกกล้วยนั่น นี่ นี่ฉันตายแล้วเหรอ จริงสิ แล้วฉันมานั่งอยู่นี่ได้ยังไง เอ๊ะหรือคุณเป็ยมฑูต”
“ไม่ใช่อย่างที่เ้าคิด เอ่อข้าแค่…” เขาลังเลที่จะบอกสถานะตัวเอง แต่เมื่อมองไปยังแม่หนูตัวเขียวตรงหน้าก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอ็นดู
บอกไปแม่หนูก็คงไม่เข้าใจ
“…ข้าเป็แค่ตาเฒ่าจากแดนยุทธภพอันแสนไกลนู่น”
“แล้วในเมื่อหนูตายแล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเ้าคะ”
หงเฟินลองหยิกตัวเองที่แขนดูพบว่าเธอไม่เจ็บจึงคิดว่าตอนนี้เธอคงอยู่ในโลกหลังความตายอะไรสักอย่างที่เธอเคยอ่านจากหนังสือธรรมมะ
“ความจริงแม่หนูยังไม่ถึงคราวชะตาขาดข้าจึงเสนอทางเลือกให้…เ้าอยากไปเกิดใหม่ในอีกร่างอีกมิติยุทธภพที่เดียวกับข้าจากมาหรือไม่"
หงเฟินเบิกตาโตเมื่อใปนงุนงงกับสิ่งที่เธอได้ยินจากตาเฒ่าที่ดูท่าทางภูมิฐานแต่เขาคือเ้าของเปลือกกล้วยปลิดชีพเธอ
ตาเฒ่าคนนี้พูดถึงมิติ พูดถึงการเกิดใหม่
พูดอย่างกับนิยายทะลุมิติที่นางเอกไปเกิดในอีกโลกที่มีพลัง
บ้าไปแล้ว
แต่เธอเชื่อ ให้ตายสิ ขนาดก้อนหินถ้วยชามเธอยังเชื่อ ยังกราบไว้มันเลย ทั้งเช่ามาบูชาตั้งมากมายเธอยังเชื่อ นับประสาอะไรกับการมาััด้วยตัวเองขนาดนี้เธอจะไม่เชื่อ
คิดแล้วก็ขนลุก
หงเฟินอดไม่ได้ที่จะยกมือคำนับชายชราตรงหน้าเมื่อเธอนึกว่าเขาเป็สิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่จู่ๆเธอก็ชะงักอีกรอบเมื่อนึกได้ว่ามันไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาเทิดทูน
ดึงสติสิยัยหงเฟิน ชายคนนี้คือ คนฆ่าเธอ คือคนที่พรากเธอจากชีวิตน้อยที่กำลังรุ่งเรืองในอนาคตเชียวนะ
“ท่านเสกให้หนูฟื้นไม่ได้เหรอคะหนูกำลังโต อีกนิดหนูอาจจะเป็นักธุรกิจพันล้านนะคะ”
ใช่เธอไม่อยากไปเกิดร่างคนอื่นในมิติไหนก็ไม่รู้ตามที่เธออ่านนิยาย นางเอกมักไปเกิดในร่างไร้ความสามารถ สู้อยู่เป็หงเฟินแบบนี้ก็ดีกว่าเป็ไหนๆ
หงเฟินมองไปยังชายชราตรงหน้าที่ทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเธอก็นึกถึงสีหน้าตอนเด็กที่เธอขอของเล่นคุณปู่ แต่คุณปู่ไม่ให้
ดูก็รู้ว่าคงยาก แต่ไม่ปฏิเสธทันทีแสดงว่าอาจได้
หญิงสาวเป็คนที่อยากได้อะไรต้องได้จึงงัดลูกอ้อนที่เธอเคยใช้กับคุณปู่แล้วได้ผลมาใช้ดูบ้าง
แต่ด้วยความที่เธอไม่ได้สนิทกับชายชราผู้นี้จึงทำได้เพียงแค่
เอื้อมมือไปดึงชายเสื้อเล็กน้อยพร้อมกับเงยหน้าส่งสายตาเหมือนเด็กหน้าสงสารไปยังตาเฒ่า
“ท่านตาได้โปรดช่วยิญญาตัวน้อยๆนี้ด้วยนะเ้าคะ”
ทีแรกชายชราก็เกิดความระแวงเมื่อเห็นมือแม่หนูคนนี้มาขับชายเสื้อเขาแต่พอเจอลูกอ้อนคำเรียกว่า ‘ท่านตา’ พลันใจก็อ่อนยวบยาบ
เขาอยากมีหลานมาเล่นให้คลายเหงามาตั้งนานแล้วน่ะสิ
ท่านตาเ้าคะ ท่านตาเ้าขา…
แค่คิดมือชราก็เผลอเอื้อมมือเพื่อลูบหัวหนูน้อยตรงหน้าทว่าก็ได้สติเมื่อจำได้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายขอช่างยากเย็น มือเหี่ยวจึงรีบหดกลับมา
“มันก็พอมีวิธีแค่ข้าไม่มีวิชานั้นหรอก ยากจนเป็ไปไม่ได้เชียวแหละ”
วิธีชุบชีวิตมนุษย์…สิ่งที่เขานึกออกก็คงมีแต่น้ำทิพย์ในตำนานที่ถูกเก็บไว้ในหอสมุดที่สำนักการศึกษาล่ะมั้ง
หญิงสาวตาเป็ประกาย“แค่พอมีความเป็ไปได้หนูก็ดีใจแล้วเ้าค่ะ ท่านตาต้องช่วยข้านะ”
และลูกอ้อนระรอกที่สองก็ถูกส่งไปยังตาเฒ่า
ไม่ๆ ข้าจะไม่สบตานาง
“ได้สิเ้าเสี่ยวหงเฟิน” ไยเขาถึงแพ้ทางนางถึงเพียงนี้ ยอมแม้กระทั่งลงเรือลำเดียวกับนาง“เ้าเรียกข้าว่าท่านตาเยี่ยงนี้ข้าชอบ”
ทว่าคิดในอีกแง่นึงเขาก็จะได้มีอะไรทำแก้เบื่อยามต้องอยู่ในดินแดนมนุษย์พานางไปอยู่ที่นู่นค่อยๆกล่อมนางให้ใช้ชีวิตใหม่เฉกเช่นคนทั่วไป พอทำให้นางชอบนางคงล้มเลิกอยากฟื้นกับมายังมิติเดิม
แค่คิดเขาก็หายเบื่อเป็ปลิดทิ้งเสียแล้ว
ตาเฒ่าะเิหัวเราะออกมาพลางลูบหัวศีรษะน้อยๆที่ดูไร้เดียงสาของหงเฟิน
ทว่าใครจะรู้ว่าภายใต้หน้ากากเหมือนเด็กน้อยนั่นจะซ่อนไว้ซึ่งรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดาความคิด
“แล้วหลานต้องทำอะไรบ้างหรือเ้าคะ” หงเฟินเงยขึ้นไปสบตาชายชราก่อนจะกระพริบตาปริบๆ
“หนทางที่เ้าจะฟื้นคืนยังอีกยาวไกลนักเอาอย่างนี้แล้วกันเดี๋ยวข้าจะส่งเ้าไปเกิดยังอีกร่างก่อนพอถึงที่นู่นแล้วค่อยว่ากันอีกที”
หงเฟินขนวดคิ้วเหมือนไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรออกมา ตาเฒ่าจึงเอ่ยต่อ
“ร่างนั้นเพิ่งสิ้นชีพ ่เวลาพอๆกับเ้าเลย”
“อย่าบอกนะเ้าคะว่า ร่างชั่วคราวหนูไม่เก่ง อ่อนแอ หรือขี้เหร่…”และเธอก็ร่ายคุณลักษณะแย่ๆทุกอย่างที่เธอเคยอ่านมาจากนิยายที่มีอยู่เกลื่อนตลาดจนตาเฒ่าที่โดนจับไต๋ได้ถึงกับยกมือห้าม
“ถูกเพียงหกส่วนในสิบ นางเกิดมาโชคชะตาไม่ดีไร้ธาตุแต่ชาติตระกูลนางไม่ด้อยกว่าผู้ใด”
หงเฟินเบะปากเมื่อท่านตาหมาดๆของเธอจะส่งเธอไปอยู่ในร่างไร้พลังเธอไม่ถือเื่ชาติตระกูลด้วยซ้ำ
ไร้พลังอย่างนี้เธอจะหาทางฟื้นชีพได้อย่างไรหล่ะทำอะไรคงยาก
ทว่าดูเหมือนตาเฒ่าจะรู้ความคิดนาง
“แต่ข้าจะให้พรเ้าสักข้อดีหรือไม่โทษฐานที่ข้าทำเ้าตายข้าให้เ้าเลือกว่าเ้าอยากได้พลังธาตุใด ข้าจะบันดาลให้เ้า…น้ำ ไฟ ดิน ไม้ทอง"
“เอ่ออ…ธาตุไหนดีสุดเ้าคะ แบบเก่งสุด”
“ไม่มีธาตุใดเก่งสุดหรอก ทุกธาตุล้วนล้มล้างกันเองได้ ไฟถูกน้ำปราบ น้ำถูกดินดูดดินถูกรากไม้ชอนไช ต้นไม้ถูกโค่นโดยโลหะหรือทอง ส่วนทองจะถูกทำให้เสียรูปโดยไฟแต่เหนือสิ่งอื่นใดอยู่ที่เ้าว่าสามารถไปถึงระดับไหน”
“งั้นเลือกทั้งหมดได้ไหมเ้าคะ เผื่อใช้ยามจำเป็”
ตาเฒ่าหรี่ตามองหลานบุญธรรมตนผู้ละโมบมากแต่เขาก็มองเห็นเพียงดวงตากลมโตที่มองจ้องแป๋วอย่างไร้เดียงสาปราศจากกลิ่นไอแห่งความโลภแต่อย่างใด
“ไอ้ได้หนะได้แต่แค่ให้ได้แค่อย่างละหน่อยแล้วกันมิอย่างนั้นผู้อื่นจะหาว่าข้าลำเอียง ที่เหลือก็อยู่ที่ความมุมานะของเ้า”
“เลิศเ้าค่ะ”
จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ
หงเฟินที่กำลังยิ้มหย่องพอใจชะงักทันทีเมื่อจู่ๆก็มีนกตัวน้อยเท่าฝ่ามือตัวอ้วนๆป้อมๆ สีหลากหลายเหมือนนกแก้ว บินปีกสั้นมาเกาะที่บ่าตาเฒ่ามันส่งเสียงจิ๊บๆราวกับกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูชายเฒ่าผู้เป็เ้าของซึ่งท่านตาเธอก็หันไปกระซิบกระซาบกลับเหมือนคุยภาษานกกัน
และมันก็บินมาเกาะที่นิ้วกลางของตาเฒ่าก่อนจะก้มเอาจมูกเหมือนดมเข้าที่แหวนวงโตที่สวมอยู่ตามันหลับพริ้มราวกับกำลังฟิน
นกตัวนี้ท่าทางน่ารักน่าชังแต่ที่เธอสนใจมากกว่าคือ…
แหวนฝังเม็ดอัญมณีสีฟ้านวลเนียนวงนี้ช่างสวยงาม
เหมือนแหวนนำโชควงโปรดของเธอที่ซื้อมากจากต่างประเทศตัวอัญมณีบนตัวแหวนของเธอทำมาจาก หินเทอร์ควอยซ์สีฟ้าที่เค้าเชื่อว่าผู้ใส่จะโชคดี
ทว่าเมื่อหงเฟินยกมือข้างขวาขึ้นมาดูใบหน้างามกลับสลดลงเมื่อคิดได้ว่าถ้าเธอไปเกิดร่างใหม่คงไม่ได้เอาเ้าตัวนำโชควงนี้ไปด้วยได้แน่
เธอยอมได้หรือ…
ไม่
“ท่านตาเ้าคะ หลานเจ็บหัวสงสัยเจ็บจากตอนที่ลื่นเปลือกกล้วยท่านตาล้มหัวฟาดพื้น”ไม่พูดเปล่ามือบางยกขึ้นมากุมที่หัว
“จริงหรือ ิญญาเ้าไม่น่าจะเจ็บได้นะ"
เมื่อตาเฒ่าเดินเข้ามาหานางเพื่อดูอาการอย่างไม่ค่อยเชื่อหงเฟินจึงรีบแก้ตัว
“นั่นสิเ้าคะ หรือจะเป็เพราะจิตหลานมันฝังใจเลยเจ็บ” ไม่พูดเปล่าเธอพยายามบีบน้ำตาให้มันเอ่อแบบปริ่ม
จิ๊บ จิ๊บ
ดูสิขนาดเ้านกแสนรู้ตัวนี้ยังเห็นใจเธอเลยมันบินเข้ามาเกาะไหล่เธอเหมือน้าปลอบ
"เอาเถอะเป็ความผิดพลาดของข้าเอง ข้าช่วยอะไรเ้าได้ข้าทำให้ได้หมด”
สิ้นคำพูดตาเฒ่าน้ำตาหงเฟินพลันเหือดหายสิ้นราวกลับเมื่อสักครู่มีน้ำฝนเผลอตกมาโดนตาหญิงสาว
“หลานขอแหวนวงนั้นท่านได้ไหมเ้าคะ”มันน่าจะนำโชคได้ดีกว่าวงเดิมของเธอเสียอีก
แค่คิดก็รู้สึกโชคดีแล้ว
และลูกอ้อนที่สามของวันก็ถูกดึงกับมาใช้อีกหนคราวนี้เธอไม่เพียงดึงชายเสื้อ กึ่งลุกขึ้นไปเขย่าแขนดวงตาใสแป๋วจ้องไปที่แหวนวงที่นาง้า
“นี่เ้าช่างกล้าขอแหวนมิติจิตข้าเชียวหรือ”เหมือนจะตำหนิผู้ขอแต่น้ำเสียงกลับอ่อนระทวยมืออีกฝั่งของชายชราเอื้อมอย่างสั่นเทามาสอดแหวนออกจากนิ้ว
ดีนะข้ามีหลายวง
แต่ก็อดเสียดายมิได้อยู่ดีวงนี้เขาใช้บ่อยสุด
“ถือซะว่าเป็ของปลอบใจหลานไงเ้าคะ” หงเฟินรับแหวนมาสวมด้วยความตื่นเต้น
สวยว่าวงเดิมเธออีก
มิติจิตคืออะไรเธอไม่ได้สนมากนัก
เธอสนแค่มันเหมือนแหวนนำโชคเธอเท่านั้นพอ
“เ้านี่ทำข้าเกือบหมดตัวเชียว” ทั้งต้องใช้พลังสร้างธาตุให้ร่างใหม่นางทั้งแหวนมิติจิตเขา สงสัยเสร็จจากนี้เขาคงต้องปลีกวิเวกไปชาร์จพลังเสียแล้ว“ถึงเวลาเ้าควรไปเกิดเสียที เ้ายัง้าสิ่งใดจากข้าอีกหรือไม่”ข้าจะหมดตัวแล้ว
“ได้หรือเ้าคะ”
เสียงตอบรับมาทำเอาตาเฒ่าตัวชาวาบ
เมื่อครู่เขาเพียงพูดเพื่อตัดบทไม่ได้หมายความอย่างที่พูดซะทีเดียวแต่ผลตอบรับกลับทำให้เขาอยากย้อนเวลากลับไปแล้วปิดปากเงียบแทน
“ขะ ข้า…"
“หลานอยากได้เ้าอิงอิงไปเลี้ยงเป็เพื่อนยามหลานเหงาเ้าค่ะ”
คิ้วขาวหงอกพลันขมวดเข้าหากัน
อิงอิงคือสิ่งใด
ก่อนจะเบิกตาโพล่งเมื่อรู้ความจริงว่าอิงอิงคือเ้านกเทพอสูรที่เขาเลี้ยงมันมาเกือบห้าร้อยปีที่ขณะนี้มันกำลังเอาหัวถูๆกับนิ้วบางที่กำลังสวมแหวนมิติจิตเขาอยู่
แปรพักเร็วกว่ามนุษย์ก็เ้านกตัวนี้นี่แหละ
เมื่อเห็นว่าผู้เป็ตาไม่ปฏิเสธเธอจึงฉีกยิ้มกว้าง
“ท่านตานี่ช่างจิตใจงดงามเสียจริง”
หงเฟินละสายตาจากชายชราก่อนจะหันมาพูดคุยกับสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ที่เธอถูกชะตาั้แ่แรกเห็นและที่สำคัญ
เธอเกิดวันพฤหัสสัตว์ที่ควรเลี้ยงเสริมบารมีคือ นกแก้ว
เธอไม่รู้ว่าเ้านกตัวนี้คือนกแก้วหรือเปล่าแต่สีขนของมันคล้ายเธอจะถือว่าใช่นกแก้วแล้วกัน
เฮ้อออออ
เครื่องรางพร้อมโชคต้องเข้าข้างเธอแล้วแหละคราวนี้
และตาเฒ่าก็ร่ายมนต์ส่งร่างหลานสาวบุญธรรมไปเกิดโดยเร็วที่สุด
ก่อนที่เขาจะหมดตัวไปมากกว่านี้
********************************
เื่นี้เขียนจบแล้วมีอีบุ๊คแล้วนะคะอุดหนุนได้ทั้งในเวบนี้และในเมบเลยค่า^^