เช้าวันรุ่งขึ้นนคินทร์ลืมตาขึ้นมา พบว่าร่างของรมิตาได้หายไปแล้ว เขารีบขยี้ตาแล้วหันมองรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะรีบอาบน้ำแต่งตัว เพื่อเตรียมตัวไปเซ็นสัญญากับลูกค้าตามที่ได้นัดหมายไว้ สองเท้าของนคินทร์เดินลงมาจากชั้นบนอย่างเงียบ ๆ พลางทอดสายตาตรงไปยังรมิตาที่ วุ่นอยู่กับการเตรียมอาหารเช้า ร่างบางในชุดทำงานสีขาว รวบผมสูงพร้อมผูกโบสีชมพูอ่อน รูปร่างสมส่วนผิวขาวละเอียด สะกดให้นคินทร์ยืนมองเธออย่างเงียบ ๆ พร้อมความคิดมากมายในหัวใจผุดขึ้นมา ก่อนหญิงสาวจะหันสายตามาพบ แล้วยิ้มให้เหมือนเช่นเคย ทว่าั์ตาของเธอนั้น มองเขาด้วยสายตาเสน่หา มากกว่าครั้งใดที่ผ่านมา
ในตอนนี้นคินทร์รับรู้แล้ว ว่าเขาสามารถกุมหัวใจเธอได้ทั้งดวง และรมิตาได้มอบทุกอย่างให้เขาแล้วนับจากนี้
“อาหารเสร็จแล้วค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้น พลางหันเดินไปหยิบน้ำในตู้ แล้วรินใส่แก้วอย่างระวัง ก่อนจะเดินนำน้ำมาวางไว้ให้ โดยที่เขาไม่ต้องทำอะไร ทว่าสายตาคมของนคินทร์คล้ายมีบางอย่างซ่อนอยู่
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” รมิตาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ก่อนที่นคินทร์จะเอื้อมไปจับมือหญิงสาวไว้แน่น
“เราเป็ของกันและกันแล้วนะ มิตารักพี่มากแค่ไหน” เขาหยั่งเชิงถามหญิงสาว ก่อนสายตาหวานจะจับจ้องมองตรงมายังชายหนุ่มด้วยสายตาเสน่หาเช่นเคย
“มากที่สุดค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มหวานเช่นเดิม ก่อนจะเบี่ยงตัว แล้วเดินเข้ามากอดเขา จากด้านหลัง พลางใช้แก้มซบหลังเขาแล้วพูดเสียงอ่อน
“มิตารักพี่คินทร์ที่สุดค่ะ ต่อไปนี้พี่คินทร์ไม่ต้องกลัวว่ามิตาจะรักใครได้อีก เพราะมิตารักเพียงพี่คินทร์คนเดียวเท่านั้นค่ะ” หญิงสาวพูดทั้งยังคงซบเขาอย่างอ่อนโยน กิริยาอ่อนหวานของเธอในมุมนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน และนั่นทำให้อีกฝ่ายรู้สึกใจหวิวขึ้นมาเป็ครั้งแรก ก่อนเขาพยายามตั้งสติแล้วปั้นหน้ายิ้ม หันกลับมายังรมิตา พร้อมทอดสายตามองเธออีกครั้ง
“สัญญาแล้วนะ ว่าจะรักพี่คนเดียวเท่านั้น” หญิงสาวพยักหน้าขึ้นลง พลางก้มลงหอมแก้มเขาอย่างอ่อนโยน พร้อมกับหัวใจของนคินทร์เต้นแรงขึ้น ทว่าเขายังคงพยายามรวบรวมสติแล้วเบี่ยงตัวกลับมายังอาหารตรงหน้า
“รีบทานกันเถอะ หลังจากพบลูกค้าแล้ว เราจะได้เดินทางกลับกรุงเทพฯ เลย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่หญิงสาวจะยิ้มกว้าง
“มิตาเก็บทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วค่ะ” นคินทร์หันไปยังกระเป๋าของเขาและเธอ ที่วางอยู่บนโซฟาอย่างเป็ระเบียบ ก่อนจะหันกลับมายังรมิตาที่กำลังตักอาหารเข้าปาก บนใบหน้าของเธอเปื้อนด้วยรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา เพราะหัวใจของเธอเต็มไปด้วยความสุข
หลังจากเซ็นสัญญาและเดินทางกลับกรุงเทพฯ ภายในรถคันหรูของนคินทร์ที่กำลังแล่นอยู่บนถนน รมิตาดึงมือชายหนุ่มมาจับไว้แน่น พลางจับนิ้วของเขาเล่นไปมา ก่อนจะนำขึ้นมาแนบแก้ม พลางหันไปยิ้มให้เขาอย่างมีความสุข จนนคินทร์เผลอยิ้มออกมา
“มิตาเปลี่ยนไปมากรู้ตัวหรือเปล่า”
“ยังไงคะ” อีกฝ่ายขมวดคิ้วไม่รู้ตัว ชายหนุ่มเผยยิ้มอ่อน หันมายังเธอ พลางเลื่อนมือลูบศีรษะหญิงสาวอย่างเอ็นดู
“เด็กน้อย รักพี่มากขนาดนั้นเลยเหรอ” รมิตาทำตาแป๋ว ก่อนจะยิ้มออกมา แล้วกระชับมือเขาแน่นไม่ยอมปล่อย เธอมีความสุขเพียง แค่ได้ััมือเขาอยู่ตลอดเวลา
“ถ้ารู้ว่าเป็แบบนี้ พี่คงไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านมานาน คงจับมิตาั้แ่คืนแรกที่เราเป็แฟนกัน” ชายหนุ่มพูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนหญิงสาวจะทำหน้าฉงน
“ยังไงคะ” หญิงสาวตัดสินใจเอ่ยถามในที่สุด
“ไม่เข้าใจจริง ๆ เหรอ” หญิงสาวพยักหน้า
“มิตาลองสังเกตตัวเองสิ เคยอ้อนพี่ขนาดนี้หรือเปล่า หรืออ้อนพี่ หลังจากที่ เรามีอะไรกันแล้ว” เธอชะงัก พลันมองมือเขาที่กำลังแนบอยู่กับแก้ม แล้วค่อย ๆ วางมือชายหนุ่มลงช้า ๆ อย่างคนได้สติกลับมา
“มิตาแค่...” หญิงสาวทำท่าคิดเพื่อแก้ต่างให้ตัวเอง ทว่ามือของนคินทร์จะยื่นกลับมา ให้เธอลูบคลำเหมือนเดิม รมิตาก้มมองมือของเขาแล้วหันไปยังชายหนุ่มที่ยิ้มระเรื่อออกมา
“คะ”
“จับเหมือนเดิม”
“แต่ว่า...”
“ตอนไป พี่จับมือมิตาไว้ตลอดทาง ถ้าตอนขากลับมิตาจะกอดมือพี่ไว้บ้างจะเป็ไรไป” เขาลอยหน้าลอยตา ก่อนที่หญิงสาวจะอมยิ้ม แล้วดึงมือชายหนุ่มเข้ามาแนบแก้มเหมือนอย่างเคย กิริยาออดอ้อนของรมิตา ทำให้หัวใจของเขาสะดุดอยู่หลายครั้ง แต่ไม่รู้ทำไมถึงยอมปล่อยให้เธอกุมมือเขาไว้อย่างนั้น ตลอดทางจนถึงห้องพัก
นคินทร์จอดรถแล้วหันมายังรมิตาที่นอนหลับตาพริ้มพร้อมกับกุมมือเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ขนตางอนยาวพร้อมด้วยผิวละเอียดนั้นทำให้นคินทร์ค่อย ๆ ก้มลงหอมแก้มเธออย่างลืมตัว
“ตื่นได้แล้วนะเด็กน้อย” เขากระซิบข้างหูเธอ พร้อมกับจับจ้องกิริยาของหญิงสาวโดยละเอียด เธอค่อย ๆ ขยับตัวแล้วลืมตาขึ้น พลันหันมองรอบ ๆ ก่อนจะปล่อยมือเขาออกแล้วส่งยิ้มหวานให้
“มิตาเผลอหลับไปเหรอคะ”
“เผลอหลับนานเลยล่ะ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้ม
รมิตาลงจากรถแล้วหันไปหยิบกระเป๋าใบเล็ก พร้อมกับร่างของนคินทร์เดินลงจากรถมาหยุดตรงหน้าเธอ
“พี่ขึ้นไปส่ง” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งสองจะเดินขึ้นไปยังห้อง รมิตาเดินเข้าไปยังตู้เย็นแล้วรินน้ำยื่นให้เขาแก้กระหาย
“พี่ช่วยเก็บของนะ” อยู่ ๆ เขาก็หันมาพูดกับเธอ
“เก็บทำไมเหรอคะ” หญิงสาวทำหน้าไม่เข้าใจ
“ก็ย้ายไปอยู่คอนโดฯ พี่ไง ตามที่เราเคยตกลงกันไว้ มิตาจำไม่ได้เหรอ” รมิตาเบี่ยงหน้าไปทางอื่น ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งอย่างใช้ความคิด