“นั่งสิ มาลาลิน”
ปริวัฒน์บอกเมื่อตามเข้ามาแล้วเห็นหญิงสาวยังยืนนิ่งอยู่ที่กลางห้องทำงานใหญ่ของเขา
“ที่ทำงานของคุณวุ่นวายอย่างนี้ทุกวันหรือเปล่าค่ะ”
หญิงสาวอดที่จะถามออกไปไม่ได้ขณะเดินตามเขาที่นำพาไปนั่งลงยังชุดรับแขกที่จัดวางอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานกว้างที่ทำให้สามารถมองออกไปเห็นทิวทัศน์ของเมืองกรุงเทพด้านทิศตะวันออกได้เกือบครึ่งหนึ่ง นับว่าตึกที่ทำการบริษัทและห้องทำงานของเขาอยู่ในทำเลที่ดีเอามากๆทีเดียว
“บางครั้งผมก็เบื่อเหมือนกัน”
เขาตอบให้หญิงสาวรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาครามครัน เพราะมันฟังดูเหมือนเขากำลังหลงตัวเองอยู่ไงยังงั้น ทั้งๆที่จะว่าไปแล้วก็เขาเองนั้นแหละที่ทำให้มันเกิดขึ้น เพระถ้าเขาไม่เที่ยวหว่านเสน่ห์ไปทั่วและเห็นผู้หญิงเป็แค่ของเล่นอย่างนี้เื่วุ่นๆทำนองนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นมาหรอก
“เป็ความผิดของสาวๆพวกนั้นงั้นสินะคะ ?”
หญิงสาวหลุดเสียงประชดประชันออกไปจนได้ และเขาก็ทำท่ายักไหล่ให้หญิงสาวยิ่งรู้สึกหมั่นไส้เขามากขึ้นไปอีกเป็ทวีคูณ
“ผมอาจจะยังไม่ได้พูดอย่างนั้นน่ะแต่จะว่าไปแล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของผมโดยตรงนี่นา”
เขายังทำตัวเป็ผู้ร้ายปากแข็งไม่ยอมรับผิดอะไรง่ายๆตามเคย
“คุณนี่นอกจากจะไม่ค่อยยอมรับความจริงแล้วก็ยังหลงตัวเองจนน่าเกลียด”
“คุณมาที่นี่เพียงเพื่อจะมาด่าผมเท่านั้นเหรอ”
เขาย้อนถามเสียงติดจะเครียดๆขึ้นมาทันที ทำให้หญิงสาวได้รู้สึกตัว จริงสิ ทำไมเธอจะต้องไปเดือดร้อนกับเื่อะไรอย่างนั้นของเขาด้วยน่ะ ชีวิตของเขาจะวุ่นวายอย่างไรหรือเขาจะมีผู้หญิงมากหน้าหลายตาแค่ไหนมันก็เื่ของเขานี่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเลยสักนิด คิดได้ดั่งนั้นแล้วหญิงสาวก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อรวบรวมสมาธิของตนให้เข้ามาจดจ่ออยู่เฉพาะกับธุระที่ทำให้เธอตั้งใจมาหาเขาเท่านั้น
“ฉัน้าพูด เอ่อ เงื่อนไขของเื่ที่คุณเคยเสนอไปเมื่อวันนั้น”
“เื่ไหนฮะ ผมลืมไปแล้ว”
เขาทำให้หญิงสาวรู้สึกหมั่นไส้เขาขึ้นมาอีกรอบด้วยการกล่าวอย่างนั้นพร้อมกับมองเมินไปทางอื่นอย่างวางท่าวางฟอร์มอย่างคนที่รู้ตัวว่าถือไพ่เหนือกว่า
“เื่ที่คุณบอกว่าจะถอนฟ้องคดีพ่อของฉัน”
“แลกกับ...?”
ชายหนุ่มกล่าวสั้นๆพร้อมหันมาสบตากับหญิงสาวแน่วแน่พลางก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็เชิงถาม ทำเอาหญิงสาวถึงกับหลบตา พูดอะไรไม่ออกขึ้นมาทันทีด้วยความอดสูใจและสมเพชตัวเอง ซึ่งหากใครไม่เคยต้องเอาตัวไปเร่เสนอให้กับผู้ชายอย่างที่มาลาลินกำลังทำอยู่ก็คงจะไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เธอกำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้
“ถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูดอีก ก็กลับไปได้แล้ว ผมจะทำงานต่อ”
ปริวัฒน์ตัดบทเมื่อเห็นหญิงสาวยังเอาแต่อ้ำอึ้ง ไม่ยอมพูดอะไรต่อ
มาลาลินเม้มปากแน่นแล้วข่มความรู้สึกต่างๆที่ทำให้เธออ่อนแอนั้นลง ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเพื่อที่จะกล่าวคำพูดออกไปทั้งๆทีลำคอแห้งผาก
“แลกกับอะไรก็ได้ค่ะ ที่คุณ้า”
“ผม้าตัวคุณ”
เขาตอบให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ใช่คน แต่นี่คือการเจรจาตกลงซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้าที่ไม่มีชีวิตจิตใจ
ซึ่งแม้จะรู้ถึงความ้าของเขาอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ยินเขาพูดออกมาตรงๆอย่างนั้น เธอก็อดที่จะรู้สึกหน้าชาดิกขึ้นมาทันทีไม่ได้ แต่เธอก็พยายามกลืนน้ำลายลงคอฝืนความรู้สึกเพื่อที่จะพูดกับเขาให้รู้เื่ไปเลยในวันนี้
“คะ คุณเคยบอกกับฉันอย่างนั้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งถ้าหากมันแลกกับอิสรภาพของพ่อและอนาคตน้องๆของฉันได้ ฉันก็อยากจะขอทราบเงื่อนไขและข้อตกลงของคุณ”
“ก็ไม่มีอะไรมาก แค่คุณย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของผม และทำทุกอย่างตามที่ผม้าเท่านั้น”
“นานแค่ไหนค่ะ”
“จนกว่าผมจะพอใจ”
“จะไม่นานเกินไปหน่อยหรือค่ะ”