แต่ลู่เซิ่งไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของเขาเลยสักนิดเขาชี้มือข้ามไหล่เซี่ยมู่เซินไปยังหลี่เทียนหัวที่อยู่ด้านหลังพร้ะโกนเสียงเข้ม“วันนี้ฉันขอประกาศไว้ตรงนี้เลย ถ้าแกกล้าเบี้ยวหนี้ละก็ฉันจะไปซื้อโฆษณาในสถานีโทรทัศน์ของเมืองตงหลิน ฉายวนไปเลยหนึ่งเดือนเต็มๆประจานพฤติกรรมหน้าไม่อายของแกให้คนทั้งเมืองได้รับรู้ให้ทุกคนได้เห็นว่าไอ้คนสวะจอมปลอมที่ฉากหน้าดูดีอย่างแก ลับหลังมันจะไร้ยางอายขนาดไหน”
“แก... แกกล้าเหรอ!” หลี่เทียนหัวได้ยินดังนั้นถึงกับรูม่านตาหดเกร็ง
“ก็ลองดูสิ!” ลู่เซิ่งแสยะยิ้มอย่างไม่แยแส
“แก!”
เมื่อได้ยินคำนี้หลี่เทียนหัวแทบจะลมจับด้วยความโมโห
เพราะเขารู้ซึ้งถึงนิสัยของลู่เซิ่งดีว่าเื่พรรค์นี้มันกล้าทำจริงๆ แน่นอน
ในจังหวะที่หลี่เทียนหัวกับลู่เซิ่งกำลังปะทะคารมกันอย่างดุเดือดนั่นเอง
“หลี่เทียนหัว! แกมันไอ้คนสารเลวไร้ยางอาย!”
ทันใดนั้นเงาร่างอีกสี่ร่างก็พุ่งพรวดออกมาจากบึงทมิฬด้วยท่าทางโกรธจัดจะเป็ใครไปได้อีกถ้าไม่ใช่เพื่อนร่วมทีมน้องใหม่ใสซื่อทั้งสี่คนที่ถูกหลี่เทียนหัวทอดทิ้งไปก่อนหน้านี้?
“เอ่อ... ไม่นึกเลยว่าทุกคนจะยังรอดชีวิตมาได้ น่ายินดีจริงๆ!”
เมื่อเห็นคนทั้งสี่หลี่เทียนหัวที่เมื่อครู่ยังวางท่าโอหังพลันเปลี่ยนสีหน้าเป็กระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด
ในบรรดาคนทั้งสี่นั้นนักรบผู้มีอารมณ์ร้อนที่สุดพุ่งตัวออกมาก่อนเพื่อนทำท่าจะเอาชีวิตหลี่เทียนหัวให้ได้ “ไอ้เดรัจฉาน!ฉันจะฆ่าแก!”
“หยุดมือ!”
ใน่วิกฤต สวี่ว่านเฉิงลงมือห้ามปรามได้ทันท่วงทีเขาขวางตัวนักรบคนนั้นไว้พลางถามเสียงเรียบ “พวกเธอจะทำอะไรกัน?”
“ผู้อำนวยการ! หลี่เทียนหัวนี่มันไอ้สวะชัดๆ เมื่อกี้เขาชวนพวกเราตั้งทีมแต่พอเจอพวกมอนสเตอร์เก่งๆ เขากลับทิ้งพวกเราแล้วหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว!” นักบวชสาวฟ้องทั้งน้ำตาด้วยความคับแค้นใจ
“อะไรนะ? มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นด้วยเหรอ?”
คำบอกเล่านั้นไม่ได้ทำให้แค่สวี่ว่านเฉิงใแม้แต่เซี่ยมู่เซินเองก็ถึงกับหนังตากระตุก
“ใช่ค่ะ”
นักบวชสาวพยักหน้าก่อนจะหันไปมองลู่เซิ่งด้วยสายตาขอบคุณแล้วกล่าวเสริมว่า“ถ้าไม่ใช่เพราะลู่เซิ่งผ่านมาช่วยพวกเราไว้แถมยังมีน้ำใจคุ้มกันพวกเราออกมา พวกเราคงไม่รอดกลับมาแล้วค่ะ”
“ลู่เซิ่งน่ะเหรอ?”
สวี่ว่านเฉิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
“หนีอะไรกัน ที่ทิ้งมาน่ะมันเป็เพราะพวกเธอฝีมือไม่ถึงเองแท้ๆยังจะมาลากฉันลงเหวไปด้วยอีก!”
ทันใดนั้นหลี่เทียนหัวก็ชะโงกหน้าออกมาจากหลังเซี่ยมู่เซินะโสวนกลับอย่างไม่ยอมความ“ฉันเป็ผู้ใช้อาชีพลับเชียวนะในอนาคตต้องเป็เสาหลักของชาติที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งจะให้ไปอยู่รอความตายพร้อมกับพวกเธอได้ยังไง?”
“โอ้โห ขนาดทิ้งเพื่อนร่วมทีม หนีเอาตัวรอดในสนามรบยังพูดให้ดูดีดูสูงส่งได้ขนาดนี้ แกนี่มันไร้ยางอายขั้นสุดยอดจริงๆชนิดที่ว่าโคตรเหง้าความหน้าด้านยังต้องเปิดประตูต้อนรับเลยนะเนี่ย!”
คำพูดนี้ทำเอาลู่เซิ่งถึงกับอึ้งไปเลย
ถึงแม้เขาจะพอเดาออกอยู่แล้วว่าไอ้หมอนี่มันเป็พวกหน้าไหว้หลังหลอก
แต่ความหน้าด้านหน้าทนถึงขั้นประกาศออกมาอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้มันยังเหนือความคาดหมายของเขาไปไกลลิบ
“พอได้แล้ว!”
ในที่สุดสวี่ว่านเฉิงก็ทนฟังต่อไปไม่ไหว เขาโบกมือขึ้น
ทันใดนั้นท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของเซี่ยมู่เซินและหลี่เทียนหัว เขาก็หยิบบัตรทอง‘ทุนการศึกษา’ ที่เดิมทีเป็ของหลี่เทียนหัวส่งมอบให้กับลู่เซิ่งอย่างเปิดเผย
“ลู่เซิ่ง นี่คือทุนการศึกษาของหลี่เทียนหัว และเป็เดิมพันที่แกควรจะได้รับไปซะ!”
“เหล่าสวี่ คุณ!”
“ผู้อำนวยการ อย่าทำแบบนี้!”
เมื่อเห็นภาพนั้นทั้งเซี่ยมู่เซินและหลี่เทียนหัว ต่างก็สีหน้าถอดสี
แต่สวี่ว่านเฉิงไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของพวกเขาเลยสักนิด
เพราะั้แ่วินาทีที่เขารู้ว่าหลี่เทียนหัวกล้าแม้กระทั่งทอดทิ้งเพื่อนร่วมทีมของตัวเอง
ความประทับใจที่มีต่อศิษย์เอกคนนี้ในอดีตก็มลายหายไปจนสิ้นซาก
ในเมื่อไอ้หมอนี่เพิ่งจะเปลี่ยนอาชีพมาได้ไม่ทันไรก็กล้าทิ้งเพื่อนฝูงได้ลงคอ
ถ้าหากในอนาคตเขามีอำนาจและฝีมือมากขึ้นไม่แน่ว่าเขาอาจจะกล้าขายชาติบ้านเมืองเลยด้วยซ้ำ
นิสัยใจคอแบบนี้ต่อให้มีพร์สูงส่งแค่ไหน สุดท้ายก็เป็ได้แค่คนเนรคุณ
และหากมอบทุนการศึกษาของประเทศให้กับคนพรรค์นี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการโยนเงินทิ้งลงกองไฟ
ด้วยเหตุนี้สวี่ว่านเฉิงจึงตัดสินใจเอาเอง และมอบทุนการศึกษาให้แก่ลู่เซิ่งทันที
แม้ลู่เซิ่งมักจะถูกมองว่าเป็พวกเรียนห่วยผลการเรียนเทียบกับหลี่เทียนหัวไม่ได้เลยแถมอาชีพที่เปลี่ยนมาได้ก็เป็เพียงพาลาดินที่เน้นสายสนับสนุน
ทว่าเมื่อเพื่อนร่วมชั้นตกอยู่ในอันตรายเขากลับกล้าลงมือช่วยเหลืออย่างไม่ลังเล แม้กระทั่งยอมคุ้มกันเพื่อนๆให้ออกมาจากเขตอันตรายด้วยตัวเอง
คุณธรรมน้ำใจเช่นนี้ต่างหากคือสิ่งที่ผู้ใช้อาชีพสายต่อสู้พึงมี และเป็คนที่ควรค่าแก่การไว้วางใจของชาติ
เมื่อคิดได้ดังนั้นสวี่ว่านเฉิงก็มั่นใจในความคิดของตน เขาหันไปเน้นย้ำกับหลี่เทียนหัวด้วยเสียงเข้ม“หึ! แพ้ก็คือแพ้ ชนะก็คือชนะ ในเมื่อพวกเธอเชิญฉันมาเป็พยานฉันก็ต้องรักษาความยุติธรรมให้ถึงที่สุด!”
“คุณ... ดี ดี ดีมาก!!”
ถึงจุดนี้หลี่เทียนหัวไม่อาจสะกดกลั้นความโกรธแค้นในใจได้อีกต่อไปเขาชี้หน้าสวี่ว่านเฉิงพร้อมคำรามคำว่า “ดี”ติดกันถึงสามครั้งบ่งบอกได้ว่าเวลานี้เขาโกรธแค้นจนถึงขีดสุดเพียงใด
“เหล่าสวี่ ไม่นึกเลยว่าเพื่อพาลาดินคนเดียวคุณจะถึงกับกล้าหักหน้าผู้ใช้อาชีพลับที่ประเทศให้ความสำคัญขนาดนี้ผมดูคนผิดไปจริงๆ”
เซี่ยมู่เซินก็มีใบหน้ามืดครึ้มอย่างเห็นได้ชัดชัดเจนแล้วว่าเขาเริ่มผูกใจเจ็บกับสวี่ว่านเฉิงเพราะเื่นี้เข้าให้แล้ว
แต่สวี่ว่านเฉิงกลับไม่เสียใจในสิ่งที่ทำลงไป
เพราะหลายปีมานี้ประเทศเสินเซี่ยพลั้งเผลอเลี้ยง ‘คนเนรคุณ’ มาไม่น้อย
คนพวกนี้รับเงินจากชาติ ผลาญทรัพยากรของชาติ แต่สุดท้ายกลับหันไปรับใช้ประเทศศัตรู
แม้สวี่ว่านเฉิงจะเป็เพียงผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมแต่เขาก็ไม่อยากเห็นประเทศชาติต้องเผชิญกับความสูญเสียที่ไร้เปล่าแบบนั้นอีก
เขาจึงยอมเสี่ยงที่จะถูกเซี่ยมู่เซินสั่งปลดจากตำแหน่งเพื่อยืนกรานที่จะมอบทุนการศึกษาจำนวนมหาศาลของประเทศให้แก่ลู่เซิ่งเรียกได้ว่าเป็ความมุ่งมั่นตั้งใจที่หยั่งรากลึกอย่างที่สุด
“ลู่เซิ่ง! แกจำเอาไว้! ฉันจะไม่ปล่อยแกไว้แน่!!!”
ในเวลานี้เมื่อเห็นว่าทุกอย่างไม่สามารถแก้ไขได้แล้วหลี่เทียนหัวก็มองลู่เซิ่งด้วยสายตาอาฆาตแค้นก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไปอย่างหัวเสีย
“เทียนหัว รอฉันก่อน!”
เมื่อเห็นหลี่เทียนหัวเดินจากไปเซี่ยมู่เซินก็รีบวิ่งตามไปทันที
แต่ก่อนจะจากไปเขาก็ปรายตามามองลู่เซิ่งอย่างลึกซึ้งราวกับ้าจะจดจำใบหน้าของลู่เซิ่งเอาไว้ให้แม่นยำเห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดจะจบเื่นี้เพียงแค่นี้
ทว่าลู่เซิ่งไม่ได้เกรงกลัวเขารีบเก็บบัตรทองมูลค่าหนึ่งล้านเหรียญัลงกระเป๋าด้วยความพึงพอใจ
“พวกเธอไม่มีธุระอะไรแล้ว ไปพักผ่อนบนรถบัสก่อนเถอะ”
หลังจากส่งทั้งสองคนไปด้วยสายตาแล้วสวี่ว่านเฉิงก็หันไปบอกกับน้องใหม่ใสซื่อทั้งสี่คน
“ครับ/ค่ะ”
น้องใหม่ทั้งสี่พยักหน้าก่อนจะส่งสายตาขอบคุณมายังลู่เซิ่ง แล้วพากันเดินขึ้นรถบัสที่อยู่ด้านหลัง
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นสวี่ว่านเฉิงก็กวักมือเรียกลู่เซิ่ง
“ลู่เซิ่ง เธอตามฉันมานี่หน่อย”
พอกล่าวจบเขาก็เริ่มออกเดินนำไปก่อน
“ครับ”
ลู่เซิ่งขานรับแม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมีแผนอะไรอยู่ แต่เขาก็ยอมเดินตามไปอย่างว่าง่าย
ไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงชายป่าที่ลับตาคน
สวี่ว่านเฉิงมองซ้ายมองขวาเมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่รอบข้างจริงๆ เขาจึงค่อยๆ หยุดฝีเท้าลง
“เหล่าสวี่ ครั้งนี้ต้องขอบคุณมาก...”
ลู่เซิ่งเห็นดังนั้นก็กำลังจะกล่าวคำขอบคุณ
แต่สวี่ว่านเฉิงกลับหมุนตัวกลับมาแล้วถามสวนขึ้นมาว่า “เ้าเด็กแสบถ้าฉันเดาไม่ผิด พร์การต่อสู้ของแกคงจะไม่ธรรมดาสินะ”