บทที่ 16 น้องชาย พี่ให้บุหรี่เป็ของขวัญ
บนถนนสายหลักของเมืองชิงหยาง รถหรูคันหนึ่งกำลังแล่นไปช้าๆ บนเลนด้านขวา คนขับคือชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบต้นๆ ดูสุขุมและน่าเชื่อถือ
ส่วนที่นั่งข้างคนขับ มีหญิงสาวที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสกปรก แต่น่าแปลกที่เธอกลับดูสง่างามและสวยสะดุดตา
หญิงสาวคนนั้นคือสวีเสี่ยวฉิง และชายวัยกลางคนที่ขับรถคือพ่อของเธอ สวีตง
"เสี่ยวฉิง เป็อะไรไป มีเื่ไม่สบายใจเหรอ?" สวีตงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถาม
ั้แ่ที่ไปรับสวีเสี่ยวฉิงมา ลูกสาวของเขาก็ดูเหม่อลอยตลอด ทำให้เขาอดเป็ห่วงไม่ได้
ตอนแรกเขาคิดว่าสวีเสี่ยวฉิงาเ็สาหัส แต่พอนึกดูอีกทีก็ไม่น่าเป็ไปได้ ถ้าาเ็สาหัสจริง ทางโรงเรียนคงจะจัดการไปแล้ว คงไม่ปล่อยให้รอถึงตอนนี้ ยิ่งกว่านั้นเขายังตรวจดูด้วยตัวเองแล้ว พบว่าเป็แค่แผลภายนอกเท่านั้น
สวีเสี่ยวฉิงในตอนนี้ไม่มีท่าทางเย่อหยิ่งและเ็าเหมือนเคย มีแต่ความอ่อนแอและความหวาดกลัว
"พ่อ หนูมันไร้ประโยชน์ใช่ไหมคะ?" สวีเสี่ยวฉิงก้มหน้าต่ำ ดวงตาที่เคยสดใสกลับมืดมนไร้ประกาย
สวีตงเหลือบมองลูกสาวด้วยความงุนงง "เกิดอะไรขึ้น ล่าบอสไม่สำเร็จเหรอ?"
สวีตงรู้ว่าลูกสาวของเขาเป็คนทะเยอทะยาน อยากทำให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด สำหรับภารกิจทดสอบครั้งนี้ เธอทุ่มเทอย่างมากเพื่อที่จะล่าบอส
"ไม่ค่ะ" สวีเสี่ยวฉิงส่ายหัวเบาๆ "หนูทำสำเร็จแล้วค่ะ าาหมาป่าหลังเงินเลเวล 5 ถูกหนูฆ่าตาย หนูแค่าเ็เล็กน้อยเท่านั้น"
เมื่อได้ยินดังนั้น สวีตงก็ยิ่งงุนงง "เสี่ยวฉิง ผลงานของลูกครั้งนี้ไม่ด้อยไปกว่าจางอวี๋ อัจฉริยะเมื่อ 4 ปี ก่อนเลยนะ ลูกควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ?"
"ดีใจ?" ดวงตาที่สวยงามของสวีเสี่ยวฉิงมีน้ำตาคลอ น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอสะอื้น "พ่อ หนูยังคงแพ้อยู่ดี รู้ไหมคะ เขาเลเวล 7 แล้ว"
"อะไรนะ! เลเวล 7 !!" สวีตงเผลอขึ้นเสียง แต่เมื่อเห็นลูกสาวร้องไห้ เขาก็รู้สึกปวดใจ "ลูกหมายถึงเว่ยเสี่ยวซู คนที่เหนือกว่าลูกมาตลอด 3 ปีนั่นน่ะเหรอ? เขาเป็แค่อาชีพผู้อัญเชิญไม่ใช่เหรอ? อาชีพห่วยๆ แบบนั้นจะชนะลูกได้ยังไง?"
"หนูก็ไม่รู้ค่ะ แต่เขาไม่เพียงแค่เลื่อนถึงเลเวล 7 เท่านั้น ตอนออกมาจากดันเจี้ยน เขายังไม่ได้รับาเ็อะไรเลย แถมยังสะอาดสะอ้านอีกต่างหาก แถมในฐานะผู้อัญเชิญ เขากลับมีพลังพอๆ กับหนูด้วย"
ยิ่งฟัง สวีตงก็ยิ่งใ ถ้าบอกว่าการเลื่อนเลเวลเร็วและไม่าเ็เป็เพราะโชคดี แต่เื่พลังที่เทียบเท่าสวีเสี่ยวฉิงนั่นฟังดูเหลือเชื่อเกินไป
ถ้าผู้อัญเชิญมีร่างกายแข็งแกร่งเทียบเท่าฑูต์ มันคงไม่ใช่อาชีพที่ห่วยที่สุดหรอก
"พ่อควรจะสั่งสอนเ้าเด็กนั่นสักหน่อยดีไหม..."
"อย่าค่ะ"
ก่อนที่สวีตงจะพูดจบ สวีเสี่ยวฉิงก็เงยหน้าขึ้น เช็ดน้ำตา แล้วพูดอย่างเด็ดขาด "หนูจะเอาชนะเขาด้วยความสามารถของตัวเองค่ะ พ่อห้ามช่วยนะ"
พูดจบ เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ สวีเสี่ยวฉิงรีบหันไปหาพ่อ "พ่อ เว่ยเสี่ยวซูทำร้ายเฉียนจื่อห่าวในดันเจี้ยน พวกนั้นต้องมาแก้แค้นแน่ๆ พ่อต้องช่วยเว่ยเสี่ยวซูนะคะ"
สวีตง: "..."
สวีตงนิ่งเงียบไป เขารู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ!!
————————
เมืองชิงหยางติด 1 ใน 10 เมืองใหญ่ของประเทศ เวลาสองทุ่มเป็่เวลาที่คึกคักที่สุด
เว่ยเสี่ยวซูเดินไปตามถนนพร้อมกับก้อนหญ้าขนาดใหญ่ เหมือนประภาคารในยามค่ำคืน ดึงดูดสายตาผู้คนไม่น้อยเลยทีเดียว
ถ้าเป็คนอื่น คงจะรู้สึกเขินอาย แต่เว่ยเสี่ยวซูกลับหน้าแดงด้วยความดีใจราวกับเก็บเงินได้
จะว่าไปแล้ว เขาก็กำลังจะไปเก็บเงินจริงๆ ปลายทางของเขาคือตลาดขายไอเทมของเมืองชิงหยาง
ที่นี่ไม่ได้ขายของใช้ทั่วไป แต่ขายไอเทมต่างๆ เว่ยเสี่ยวซูได้ไอเทมมา 20 กว่าชิ้นจากในดันเจี้ยน ถึงจะเป็ของห่วยๆ แต่ก็ขายได้
โดยเฉพาะดาบสไลม์ ถ้าขายให้มือใหม่ก็น่าจะเพิ่มความแข็งแกร่งได้มาก น่าจะขายได้ราคาดี
เวลาสามทุ่ม เว่ยเสี่ยวซูก็มาถึงตลาดที่ใกล้ที่สุด ร้านค้ามากมายตกแต่งอย่างหรูหราจนเขาตาลาย
นี่เป็ครั้งแรกที่เว่ยเสี่ยวซูมาที่นี่ เขาจึงรู้สึกตื่นเต้นกับทุกสิ่งทุกอย่าง เช่น เขาเห็นพนักงานต้อนรับหน้าร้านหนึ่งไม่ใช่คน แต่เป็สาวสวยที่มีหูเหมือนแมว!
"บ้าไปแล้ว นี่มันอะไรกันเนี่ย?"
เว่ยเสี่ยวซูเบิกตากว้าง จ้องมองสาวหูแมว โดยเฉพาะหางปุกปุยที่สะโพก ทำให้เขาอยากเข้าไปลูบ
แน่นอนว่าคิดได้แค่ในใจ เพราะด้วยความแข็งแกร่งของเขา คงจะโดนสาวหูแมวจับแขวนแน่ๆ ยังไม่ต้องพูดถึงเ้าของร้านที่อยู่ข้างหลังเธอเลย
ทันใดนั้น เว่ยเสี่ยวซูก็เริ่มไม่ชอบลูกน้องโครงกระดูกของตัวเอง ทำไมเขาต้องเป็ผู้อัญเชิญิญญาไม่ใช่ผู้อัญเชิญสัตว์ร้ายด้วยนะ? เขาอยากได้สาวหูแมวบ้าง!
"นี่ น้องชายสนใจซื้ออุปกรณ์ไหม? ดูก่อนได้นะ!"
ทันใดนั้นชายวัยกลางคนในชุดสูท หวีผมเรียบแปล้ กำลังเดินเข้ามาแล้วยื่นใบปลิวให้
เมื่อได้ยินเสียง เว่ยเสี่ยวซูจึงละสายตาจากสาวหูแมว หันไปมองชายวัยกลางคนในชุดสูทที่ดูเหมือนเซลล์ขายอสังหาริมทรัพย์
"ผมไม่ซื้อครับ ผมมีอุปกรณ์อยู่ยี่สิบกว่าชิ้นแล้ว" เว่ยเสี่ยวซูรับใบปลิวมาดูคร่าวๆ แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ
"เดี๋ยวก่อนครับ น้องชายอย่าเพิ่งไป" ชายวัยกลางคนรั้งเว่ยเสี่ยวซูไว้ แล้วหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อพร้อมกับสีหน้ายิ้มแย้ม "นี่ครับ น้องชายรับไปนะ พี่ให้เป็ของขวัญที่เราเจอกันครั้งแรก"
จริงๆ แล้วเว่ยเสี่ยวซูไม่สูบบุหรี่ แต่บุหรี่ยี่ห้อฮั่วจื่อนี่เป็ของดี เขาจึงรับไว้โดยไม่ปฏิเสธ
"น้องชายก็น่าจะรู้สถานการณ์ตลาดตอนนี้ ราคาอุปกรณ์ไอเทมตกลงทุกวัน รีบขายจะได้ไม่ขาดทุน พี่ช่วยขายให้ก็ได้นะ"
เมื่อได้ยินว่ามีคนเสนอตัวช่วยขาย เว่ยเสี่ยวซูก็รู้สึกดูถูกในใจ เขาไม่ได้โง่ จะยอมให้คนกลางกินส่วนต่างทำไม?
เขาจึงทำเป็เฉไฉ "พี่ครับ จริงๆ แล้วผมหลอกพี่เล่นน่ะ ผมอายุแค่นี้ พี่ก็น่าจะเดาได้ว่าผมไม่มีอุปกรณ์ไอเทมหรอก"
ชายชุดสูททำหน้างงเล็กน้อย แต่ก็แค่แป๊บเดียว เขาก็ตบมือแล้วพูดว่า
"ดีเลยครับน้องชาย ตอนนี้ตลาดแย่มาก ราคาอุปกรณ์ไอเทมตกจนถูกเหมือนผักกาด เป็่เวลาเหมาะที่จะซื้อเก็บไว้เลยล่ะครับ"
เว่ยเสี่ยวซูได้แต่กระตุกมุมปาก แล้วส่ายหน้า "พี่ครับ ผมไม่เพียงแต่ไม่มีอุปกรณ์ไอเทม ผมยังไม่มีเงินซื้อด้วย ตอนนี้ในบัตรเหลือแค่ 350 หยวนเอง"
"อ๊ะ!" ชายชุดสูทตบหน้าผากตัวเองอย่างดีใจ "พรุ่งนี้มีร้านอุปกรณ์เปิดใหม่พอดี เ้าของร้านกำลังหาคนไปเข้าแถว เปิดร้านทั้งเช้าได้ 200 หยวน แถมยังมีข้าวขาหมูให้กินตอนเที่ยงอีกด้วย"
เว่ยเสี่ยวซู "???"
ให้กินข้าวขาหมูเนี่ยนะ? นี่มันหลอกกันชัดๆ!