บนเครื่องบิน
บนเครื่องบินสายการบินหนึ่งขณะที่จ้าวเว่ยหลงหรือที่แฟนคลับทั่วโลกเรียกเขาว่า เจวายตอนนี้เขากำลังบินจากเยอรมันกำลังจะไปแสดงคอนเสิร์ตที่ลอนดอนประเทศอังกฤษ
“เจวายทานอาหารหน่อยไม่ ั้แ่ลงจากคอนเสิร์ตนายยังไม่ได้ทานอะไรเลยนะ”ผู้จัดการส่วนตัวถามเขา
“เลย์ผมจะมีเวลาพักผ่อนเมื่อไรเหรอ”เจวายถามเลย์ทั้งที่ตัวเองนั่งหลับตาใส่แว่นตาดำและนั่งเหยียดขา เลย์ที่เป็ทั้งผู้จัดการส่วนตัวและเปรียบเหมือนพี่ชายที่ดูแลเขามาั้แ่ที่เขาเพิ่งเริ่มเข้าวงการ
“ตามคิวงานเราออนทัวร์กันที่ยุโรป อีก 10 ประเทศ ต่อด้วยถ่ายโฆษณาเปิดตัวกาแฟสินค้าตัวใหม่ที่นายต้องไปเป็พรีเซนเตอร์ที่ประเทศไทย และนายก็จะมีเวลาพัก 10 วันก่อนที่จะเริ่มงานถ่ายรายการที่ฮ่องกงและจีน”เลย์อธิบายคิวงานให้เจวายฟังอย่างละเอียด
“ถ่ายโฆษณาที่เมืองไทยเหรอจากนั้นฉันได้พัก 10 วันใช่ไม่”เจวายลืมตาขึ้นภายใต้แว่นตาดำได้ปิดซ่อนสายตาเ้าเล่ห์ของเขาเอาไว้
“ทำไมนายอยากพักผ่อนที่ไหนบอกฉันได้เลยเดียวฉันจะจัดการติดต่อโรงแรมและบอดี้การ์ดไว้ให้”เลย์ถามต่อแต่เจวายกลับนั่งเงียบและยิ้มมุมปากออกมาเบา ๆ อย่างมีแผนในใจ
“ตกลงนายจะกินอะไรไม่”เจวายพยักหน้าเลย์ก็ลุกขึ้นไปสั่งอาหารให้เขาทันที
“ไว้เจอกันนะเมืองไทย”เจวายมีความใฝ่ฝันอยากจะไปเที่ยวเมืองไทยแบบส่วนตัวแบกกระเป๋าเป้ขึ้นรถไฟ ไปทำอะไรตามใจตัวเอง โดยไม่มีใครมาสนใจเขา
ไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูห้องอัยวาที่กำลังปิดคอมก็เดินไปเปิดประตู
“Hiมายด์เฟรนด์ นี้แกซื้อมาอย่างกะฉันโดนสั่งให้กักตัวเลยนะ”อัยวาทักทายน้ำรินที่ถือของพะรุงพะรังเข้ามาในห้องของเธอ
“แหม ก็เพื่อนบอกว่าจะกินบะหมี่ฉันก็ต้องแวะซื้อของสดมาใส่ตูเย็นไว้ให้ไง นี่อัยวาแกต้องดูแลตัวเองบ้างนะ”น้ำรินบ่นเพื่อนตัวเอง
“จ้า บ่นกว่าแม่ฉันอีก”
“ขืนแกยังเป็แบบนี้ฉันจะโทรฟ้องแม่แกจริง ๆนะ”น้ำรินเอาแม่ของอัยวาที่อยู่ที่ฮ่องกงมาขู่
“โห้ เพื่อนรัก ใจเย็นสิแกขู่ฉันั้แ่สมัยเรียนจนตอนนี้ แกยังจะขู่อีกเหรอ”อัยวาถาม
“ก็แกกลัวแม่แกคนเดียวนิฉันพูดเป็ร้อยรอบแกเคยฟังฉันป่ะ แม่แกพูดครั้งเดียวแกทำทุกอย่าง”น้ำรินบอก
“จ้า ๆ ๆ ฉันกลัวแกแล้วจ้า”
“ไปกินข้าวกันก่อนเถอะจะได้ลองท้องก่อนออกมากินเบียร์กัน ฉันมีเื่สำคัญจะคุยกับแกและจะเป็ครั้งสุดท้ายที่ฉันอยากจะคุย”น้ำรินพูดด้วยสีหน้าจริงจังอัยวามองหน้าน้ำรินอย่างรู้ดีว่าน้ำรินกำลังจะพูดเื่อะไรกับเธอ
หลังจัดการตัวเองกินข้าวเสร็จออกมาอัยวาออกมาจากครัวพบว่าน้ำรินก็อาบน้ำอยู่ในชุดนอนแล้วกำลังเลื่อนหาหนังที่ตัวเองอยากดู ส่วนอัยวาก็เอาจานมาใส่ของกิน
“แกมีอะไรจะพูดกับฉัน พูดมาเลยฉันพร้อมแล้ว”อัยวาเอาไก่ทอดจัดลงจานพร้อมเปิดกระป๋องเครื่องดื่ม
“อือ....แกคิดว่าจะแต่งงานกับมาร์คเมื่อไรเหรอ”น้ำรินที่คิดว่าจะเริ่มคำถามไหนก็ลองคำถามเบาๆ ให้เพื่อนก่อน
“ไม่รู้สิเขายังไม่คิดจะขอฉันแต่งงานเลย”
“ถ้ามันมาขอแกจะแต่งงานกับมันไม่”
“ฉัน...ไม่รู้สิ คงจะแต่งมั้งก็คบกันมาตั้งนานแล้วนิ”
“อัยวา!”น้ำรินเสียงดังใส่อัยวาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ก่อนจะผ่อนลมออกมาอย่างใจเย็น
“ฉันพูดตรง ๆ นะอัยวาและฉันจะพูดครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้ายในฐานะที่เราเป็เพื่อนกันแม้ว่าคำพูดของฉันวันนี้จะทำให้แกเลิกคบฉันแกเลิกกับมันเถอะนะ”น้ำรินพูดประโยคที่อัยวาคิดออกมา
“ฉันคิดแล้วว่าแกต้องพูดแบบนี้”อัยวาพูดและยิ้มออกมา
“แกรู้? แล้วทำไมแกถึงยังจะถาม”
“น้ำริน ฉันยังทำใจเลิกกับเขาไม่ได้ฉันยังไม่มีหลักฐานว่าเขานอกใจ แกช่วยเข้าใจฉันหน่อยได้ไม่ ่เวลา 5 ปีที่ผ่านฉันมีแค่เขาคนเดียว”
“แต่เขาไม่ได้มีแกคนเดียว แกรู้ไม่?”น้ำรินถามแทงใจดำเพื่อน
“อัยวา ฉันอยากให้แกเปิดใจให้คนอื่นมีผู้ชายดี ๆ อีกเยอะที่พร้อมจะเข้ามาดูแลแกไม่ทำให้แกเสียใจ”น้ำรินที่พูดโน้มน้าวให้เพื่อนคิดใหม่หลังจากที่คิดว่าตัวเองพูดแรงไปในประโยคก่อนหน้าเพราะเธออยากเห็นเพื่อนตัวเองมีความสุขจริง ๆ ส่วนอัยวาก็ได้แต่นั่งนิ่งทุกวันนี้มีผู้ชายมากมายเข้ามาในชีวิตเธอ แต่เธอเป็คนปฏิเสธทั้งหมดเพราะความซื่อสัตย์ที่มีต่อมาร์ค
“แล้ววันนี้เขาบอกแกว่ายังไง?”น้ำรินถามต่อเมื่อเห็นว่าเพื่อนเงียบไป
“ก็บอกว่า ยังถ่ายละครอยู่ที่ต่างจังหวัด”
“เหรอ แต่แกรู้ไม่ฉันเพิ่งไปกินข้าวที่โรงแรมJK ฉันเจอใคร?ฉันเจอนายมาร์คแฟนแกกับนางเองช่องเดียวกับเขาที่ชื่อข้าวฟ่าง กำลังสวีทหวานกันอยู่ฉันบอกตรง ๆ ถ้าไม่เกรงใจแกฉันอยากเดินเข้าไปตบทั้งคู่”น้ำรินบอกอย่างโกรธแทนเพื่อน ส่วนอัยวาเธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าที่ผ่านมามาร์คไม่ได้ซื่อสัตย์กับเธอเลยเขาแอบมีคนอื่นมาตลอด เธอคิดว่าที่ผ่านาเพราะเธออาจจะไม่มีเวลา หรือเธอยังไม่ดีพอเขาถึงได้ทำแบบนั้น
“ถ้าแกอยากได้หลักฐานในการเลิกกับผู้ชายคนนี้งั้นแกดูนี้”น้ำรินส่งรูปในมือถือตัวเองให้กับอัยวาดู อัยวาเอามามองนิ่งและส่งกลับคืนให้เพื่อนด้วยท่าทีนิ่งเฉย
“นี่แกไม่ร้องไห้เหรอไม่โกรธเหรอ”น้ำรินถาม อัยวาได้แต่ส่ายหน้า ใช่ทำไมละ?ทำไมตัวเธอถึงไม่ได้รู้สึกอยากจะร้องไห้ หรือว่าเสียใจกับภาพที่เห็น
“นั้นนะสิ ทำไมกัน? ทำไมฉันรู้สึกเฉย ๆกับภาพนี้กันแน่”อัยวาถามน้ำรินไป
“แสดงว่าแกไม่ได้รู้สึกอะไรกับมาร์คเหมือนเหมือนเมื่อก่อนแล้วไงอัยวาแกไม่ได้รักมันแล้ว”น้ำรินบอกทั้งรอยยิ้มและโผล่กอดอัยวาแน่นเธอดีใจที่เพื่อนรักไม่ต้องเ็ปกับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว
“เื่มาร์ค ฉันจะจัดการเคลียร์ความสัมพันธ์กับเขาหลังจากที่ฉันเสร็จงานเปิดตัวสินค้ากาแฟกับพรีเซ็นเตอร์คนใหม่งานนี้ค่อนข้างใหญ่ฉันยังไม่อยากให้เื่มาร์คมาเป็ปัญหากับงานของฉัน”อัยวาบอก
“งานเปิดตัวกาแฟกับพรีเซ็นเตอร์คนใหม่?ใครมาเป็พรีเซ็นเตอร์คนใหม่เหรอแก”น้ำรินถามพร้อมหยิบเครื่องดื่มมาดื่ม
“เจวาย เป็ศิลปินฮ่องกง”อัยวาบอกก่อนจะยื่นมือไปหยิบไก่
“เจวาย!แกว่าไง จ้าวเว่ยหลง อ่านะที่จะมาเป็พรีเซ็นเตอร์ให้กับลูกค้าที่แกไปจัดงาน”
“ใช่ แกรู้จักด้วยเหรอ”
“ไม่รู้จักก็บ้าสิน้องเขาเป็ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกเลยนะ อัยวาเพื่อนรัก”น้ำรินขยับเข้ามาใกล้เอามือสองข้างมาจับแขนอัยวาพร้อมเอาใบหน้ามาแนบกับต้นแขนของเธอ
“อะไรของแก น้ำรินฉันจั๊กกะจี้นะ”อัยวาพยายามดันหน้าเพื่อนออก
“อัยวาฉันขอตามไปช่วยแกจัดงานด้วยได้ไม่เพื่อนรัก”น้ำรินออดอ้อนเพื่อน
“แกไม่ทำงานหรือไง”อัยวาถาม
“ไม่เป็ไร แกเริ่มทำงานกันวันไหนบอกเลยฉันจะเคลียร์งานไว้ล่วงหน้าเลย น่า ๆ ๆ ๆ อัยวาเพื่อนรักฉันอยากจะไปััการทำงานของน้องเขาอย่างใกล้ชิดแกรู้ไม่ขนาดบัตรคอนเสิร์ตราคาแพงที่สุดก็ได้ใกล้ชิดเขาแค่ไม่กี่วินาทีเอง นี้เป็โอกาสเดียวของฉันเลยนะอัยวา”น้ำรินพยายามหาเหตุผลมาเพื่อโน้มน้าวเพื่อนของตัวเอง
“พี่สิทธาจะได้ด่าฉันนะสิพาเมียเขาไปกรี๊ดผู้ชายคนอื่นแบบนั้น”อัยวาบอก
“โอ้ย ฉันจัดการเองนะแกรับปากฉันก่อนสินะ ๆ ๆ ๆ”น้ำรินบอก
“แกเนี้ยไม่ต่างอะไรกับยายแอลเลขาฉันเลยนะ รายนั้นั้แ่รู้ข่าวก็ตื่นเต้น ไม่รู้ป่านนี้จะได้นอนหรือยังหรือมั่วแต่ตื่นเต้นก็ไม่รู้”อัยวาบอกอย่างขำ ๆ
“อัยวา ฉันถามจริง ๆแกไม่รู้จักเจวายเหรอ”น้ำรินถาม ส่วนอัยวาก็ส่ายหน้าเพราะเธอไม่รู้จักเจวายจริง ๆดาราที่เธอรู้จักก็คงมีคนเดียวเท่านั้น
“ปกติฉันไม่เคยดูละคร ดูคอนเสิร์ตแกก็รู้”
“งานเนี้ยแกได้ตกหลุมรักเจวายเหมือนฉันกับเลขาแกแน่ๆ”คำพูดของน้ำรินทำให้อัยวาคิดถึงภาพของเจวายจากในอินเตอร์เน็ตที่เธอเพิ่งดูไปซึ่งเธอชอบรอยยิ้มของเขา มันดูสดใจและจริงใจเป็ที่สุด