วิถีปราณผกผัน: คู่มือเยียวยาชีวิต
ตอนที่ 3: เผชิญหน้าอาจารย์หมอและการรักษาในมุมมืด
เสียงเคาะประตูไม้สักหนาหนักดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่นนท์จะผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของ "อาจารย์หมอประวิทย์" ศัลยแพทย์ใหญ่หัวโบราณผู้ขึ้นชื่อเื่ความเจี๊ยบขาดและรักษากฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
ภายในห้องแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหรา อากาศเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศกระแทกใส่หน้าของนนท์ ชายชราร่างท่วมในชุดกาวน์ขาวสะอาดสะอ้านกำลังนั่งกุมมือประสานกันบนโต๊ะ สายตาคมกริบหลังแว่นตากรอบทองจ้องมองมายังนนท์ด้วยความกดดัน
หมอประวิทย์: "นั่งลงสิ หมอนนท์... คุณรู้ไหมว่าเื่ที่เกิดขึ้นในห้องฉุกเฉินเมื่อเช้านี้ มันสร้างความตื่นตระหนกให้คนทั้งแผนกขนาดไหน?"
นนท์นั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามอย่างสงบนิ่ง แววตาของเขาไร้ซึ่งความตระหนกใอย่างที่เคยเป็ในอดีต
นนท์: "ผมทราบครับอาจารย์ แต่ตอนนั้นสถานการณ์มันวิกฤตมาก คนไข้หยุดหายใจและไม่ตอบสนองต่อการ CPR แล้ว ผมเพียงแค่..."
หมอประวิทย์ (ยกมือขึ้นขัดจังหวะ เสียงดังทรงอำนาจ): "เพียงแค่อะไร?! เพียงแค่ใช้วิธีไสยศาสตร์หรือกดจุดมั่วซั่วตามใจชอบงั้นหรือ?! คุณเป็นักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายนะนนท์! คุณต้องทำงานบนพื้นฐานของพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และโปรโตคอลการรักษา! ถ้าเกิดคนไข้คนนั้นตายขึ้นมาในขณะที่คุณทำอะไรพิเรนทร์ ๆ แบบนั้น โรงพยาบาลเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?!"
นนท์เพ่งจิตสำรวจร่างกายของหมอประวิทย์: *หึ... ปากบอกว่ายึดมั่นในหลักการและสุขภาพของคนไข้ แต่ในร่างกายของอาจารย์เองกลับเต็มไปด้วยพิษสะสม! ที่ถุงน้ำดีมีก้อนชี่สีเขียวเข้มขมุกขมัวหนาแน่น—นิ่วในถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรังสินะ แถมที่หลอดเืหัวใจยังมีชี่สีดำจาง ๆ เกาะอยู่จนเืไหลเวียนไม่สะดวก ตัวเองยังจะเอาตัวเองไม่รอดเลยแท้ ๆ*
นนท์: "อาจารย์ครับ ผลลัพธ์คือคนไข้ฟื้นกลับมา มีสัญญาณชีพจรคงที่ และตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ มันไม่ควรถือเป็เื่ดีหรอกหรือครับ?"
หมอประวิทย์: "ผลลัพธ์ไม่ได้ชอบธรรมด้วยวิธีที่ผิดวินัย! หมอเวรรายงานว่าคุณอ้างเื่ตำราแพทย์แผนโบราณและการกดจุด... เหอะ เื่งมงายพวกนั้นมันไม่มีผลวิจัยรองรับ! เพื่อไม่ให้เป็ตัวอย่างที่ไม่ดีแก่หมอฝึกหัดคนอื่น ผมขอสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของคุณในห้องฉุกเฉินและวอร์ดผู้ป่วยหนักเป็เวลาสองสัปดาห์! ไปทำงานเอกสารและเฝ้าวอร์ดผู้ป่วยทั่วไปซะ!"
นนท์ยิ้มรับเบา ๆ ในใจไม่ได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจเลยแม้แต่น้อย การถูกย้ายไปวอร์ดผู้ป่วยทั่วไปกลับเป็โอกาสดีเสียอีก เพราะที่นั่นเต็มไปด้วยผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ไม่มีใครสนใจ และง่ายต่อการลงมือรักษาแบบลับ ๆ
นนท์: "รับทราบครับอาจารย์... แต่ก่อนที่ผมจะไป ผมขออนุญาตเตือนอาจารย์ด้วยความหวังดีนะครับ ่นี้ถ้าอาจารย์มีอาการแน่นหน้าอกข้างซ้าย หรือเจ็บแปล๊บที่ชายโครงขวาหลังทานอาหารมัน ๆ ผมแนะนำให้อาจารย์ไปอัลตราซาวนด์ถุงน้ำดีและตรวจคลื่นหัวใจโดยด่วนนะครับ ก่อนที่มันจะสายเกินไป"
หมอประวิทย์ (หน้าซีดลงเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความโมโห): "นี่คุณ! กล้าดีเดี่ยวยังไงมาแช่งผม?! ออกไปจากห้องผมเดี๋ยวนี้!"
นนท์ลุกขึ้นยืนแล้วโค้งคำนับอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้อาจารย์หมอประวิทย์นั่งหน้าดำหน้าแดงด้วยความโมโหและแอบตระหนกในใจ เพราะอาการที่นนท์ทายออกมานั้น... มันตรงกับสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่จริง ๆ!
***
่ดึกคืนนั้น บรรยากาศในวอร์ดผู้ป่วยรวมชั้น 4 เงียบสงบ มีเพียงเสียงพัดลมหมุนและเสียงกรนแ่เบา นนท์เดินสำรวจตามเตียงผู้ป่วยด้วยชุดกาวน์ขาว สายตาผกผันของเขาส่องสว่างมองเห็น "ชี่แห่งโรคภัย" หลากสีสันลอยฟ่องอยู่เหนือร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคน
นนท์เพ่งจิตมองไปยังเตียงเบอร์ 12: *ชายวัย 50 ปี ผู้ป่วยโรคตับแข็งระยะสุดท้าย ชี่สีม่วงคล้ำหนาแน่นมากจนจะกลายเป็สีดำ... พลังงานโรคภัยเข้มข้นขนาดนี้ ถ้าดูดซับมาเปลี่ยนเป็ปราณัฟ้า ต้องช่วยต่ออายุขัยให้เราได้ไม่ต่ำกว่า 10 วันแน่!*
นนท์เดินเข้าไปใกล้เตียง แสร้งทำเป็ตรวจเช็กสายน้ำเกลือและวัดความดัน เขายื่นมือขวาออกไปแตะที่บริเวณชายโครงขวาของผู้ป่วยอย่างแ่เบา
นนท์: "ขออนุญาตตรวจท้องหน่อยนะครับ..."
ทันทีที่ฝ่ามือััิั นนท์สืบเท้าตั้งมั่น เพ่งจิตหมุนวนพลังงานในจุดตันเถียน กระตุ้นเคล็ดวิชาปราณผกผันทันที!
วูบ—!
ชี่สีม่วงคล้ำอันเน่าเปื่อยถูกแรงดูดมหาศาลกระชากออกมาจากตับของผู้ป่วย มันไหลทะลักผ่านฝ่ามือของนนท์เข้าสู่จุดชีพจรข้อมืออย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกร้อนรุ่มและอึดอัดพุ่งสูงขึ้นกว่าเมื่อเช้า!
นนท์คิดในใจขณะเกร็งข้อมือจนเส้นเืปูดโปน: *อึก...! พิษตับแข็งนี้รุนแรงมาก! ความรู้สึกเหมือนมีน้ำมันร้อน ๆ ไหลผ่านเส้นชีพจร! แต่กระนั้น... จุดชีพจรผกผันก็ยังคงบดขยี้มันได้อย่างสมบูรณ์แบบ!*
กรอบ! กรอบ!
ในห้วงจิตของนนท์ ชี่สีม่วงคล้ำถูกบดขยี้แหลกละเอียด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ปราณัฟ้าสีทองบริสุทธิ์ ไหลทะลักลงสู่จุดตันเถียนล่างอย่างงดงาม ละอองแสงสีทองในท้องน้อยของเขาสว่างไสวขึ้น และขยายขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว!
เซลล์มะเร็งในไขกระดูกของนนท์ถูกพลังชีวิตสีทองเข้ากัดกร่อนและฟื้นฟูอย่างก้าวะโ นนท์รู้สึกได้เลยว่าความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มขึ้น ร่างกายกระปรี้กระเปร่าราวกับได้เกิดใหม่
พร้อมกันนั้น ชายบนเตียงที่เคยนอนหน้าดำคล้ำและหายใจพะงาบ ๆ ก็เริ่มมีสีหน้าแจ่มใสขึ้น ใบหน้ามีเืฝาด และลมหายใจกลับมาสม่ำเสมออย่างน่าอัศจรรย์
ข้อความสีทองสว่างวาบในหัวสมองของนนท์:
‘ดูดซับพิษตับแข็งสำเร็จ: แปรเปลี่ยนเป็ปราณัฟ้า คืนกลับพลังชีวิตให้ผู้รักษา เพิ่มอายุขัยขึ้น 15 วัน’
‘อายุขัยรวมปัจจุบัน: 7 เดือน 15 วัน’
นนท์ยกมุมปากยิ้มอย่างมีความสุข ความรู้สึกของการเป็ผู้ควบคุมความตายและต่ออายุขัยให้ตัวเองมันหอมหวานยิ่งกว่าสิ่งใด
ทว่า ในขณะที่นนท์กำลังจะถอนมือกลับ เสียงเท้าเนิบนาบและเ็าของใครบางคนก็ดังขึ้นจากเงามืดบริเวณประตูทางเข้าวอร์ด!
"เป็วิธีการถ่ายเทปราณที่พิสดารและน่าสนใจมาก... ไม่นึกเลยว่าจะได้มาพบผู้ฝึกวิชาชี่กงสายผกผันในโรงพยาบาลธรรมดาแบบนี้"
นนท์หันขวับไปมองทันที! ดวงตาของเขาหรี่ลงด้วยความระมัดระวังสูงสุด ชายปริศนาในชุดสูทสีดำสนิท ก้าวออกมาจากเงามืด ดวงตาของชายคนนั้นส่องประกายแสงสีม่วงลึกลับ และที่น่าใที่สุดคือ... นนท์มองเห็น "พลังปราณ" มหาศาลหมุนเวียนอยู่รอบตัวชายคนนั้น!
ชายคนนี้... ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็ผู้ฝึกปราณจากโลกเื้ั!