“เ้าดูไม่เหนื่อยเลย”หนึ่งในศิษย์ใหม่ชื่อเข่อซิงชวนศิษย์ร่วมกลุ่มคุยเมื่อเห็นท่าทีสบาย ๆของก้งเยว่ที่ดูจะไม่สะท้านกับการฝึกกระบี่หลายชั่วโมงติดกัน
“เ้าก็ไม่ต่าง”ก้งเยว่สำรวจเหงื่อตามร่างกายเข่อซิงก็ไม่ต่างจากตนนักในขณะที่ศิษย์ใหม่คนอื่นเหงื่อท่วมและลงไปนอนกองบนพื้นด้วยท่าทางหมดสภาพ
“เ้าดูไม่ใช่คนที่จะมาเป็ศิษย์สำนักนี้เลย”เข่อซิงจ้องเขม็งกระบี่สีขาวสวยของอีกฝ่ายหน้าตาละม้ายคล้ายดาบซินหวงของประมุขน้อยชิวหลิงลู่ไหนจะอากัปกิริยาของคนเบื้องหน้า
“เ้าก็ดูไม่เหมือนคนช่างคุยเท่าไหร่”ก้งเยว่คร้านต่อบทสนทนากับอีกฝ่าย เขารีบตัดบทและเดินตามศิษย์คนอื่นไปยังโรงครัว
ยามนี้พี่หลิวหายตัวไปเสียแล้วแต่คงไม่แปลกที่ศิษย์เอกเช่นนั้นจะแยกห้องอาหารกับศิษย์ชั้นต้นที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อกับฝุ่นตามตัวมารวมกันในโรงอาหาร
ก้อนแป้งเหนียว ๆกับน้ำแกงยืด ๆ ในถาดของก้งเยว่ทำเอาเ้าตัวนิ่งมองอยู่พักใหญ่เห็นทีอาหารไม่ได้ประหลาดแต่คงเป็เขาเองที่ประหลาดเพราะคนอื่น ๆต่างพากันทานหมดเกลี้ยงและเติมแล้วเติมอีก
ฝึกเหวี่ยงกระบี่ไม่กี่ชั่วโมงสำหรับเขาไม่ใช่เื่เหน็ดเหนื่อยอะไรการอดอาหารสักมื้อคงไม่ส่งผลต่อร่างกาย เขาหันมองรอบ ๆ ไม่พบกับเฟ่ยหรันและกลุ่มศิษย์รุ่นพี่อาจะเป็ไปได้ว่าที่นี่แยกโรงอาหารกันก็เป็ได้
“เ้าไม่กินหรือ”ชายหนุ่มข้างกายก้งเยว่ถามเขาพร้อมทั้งอาหารของตัวเองเต็มปาก
“ข้าไม่..”
“ให้ข้านะ”เขาไม่รอให้ก้งเยว่ตอบเสร็จถาดอาหารถูกกวาดไปจากตรงหน้าก่อนจะลงมือป้อนอาหารเข้าปากชนิดไม่เว้น่
“ไม่ต้องรีบกินขนาดนั้นหรอกข้ายกให้” ก้งเยว่มองดวงตาใสซื่อกับท่าทางตะกละนั้นอย่างลืมตัว
“ขอบใจท่านมากข้าชื่อจ้านหลู” เขาแนะนำตัวพร้อมกับอาหารเต็มปาก
“อย่าพูดขณะกิน”นิสัยของพี่ใหญ่ประจำตระกูลเผลอใช้กับคนข้างกายและเ้าตัวเหมือนจะรับรู้รีบพยักหน้ากินต่อโดยไม่เซ้าซี้ถามอะไรต่อ
ก้งเยว่ที่คิดว่าตนจะลุกออกจากตรงนี้นึกเปลี่ยนใจนั่งรอจ้านหลูทานให้เสร็จแล้วพูดคุยทำความรู้จักเพราะเขารู้สึกถูกชะตากับชายคนนี้อย่างบอกไม่ถูก
จ้านหลูเติมอาหารเกินจำนวนต่อคนแล้วจึงวางมือลงลูบหน้าท้องเพื่อเป็การแสดงอาการอิ่มด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข
“ข้าหลี จ้านหลูพี่ชื่ออะไร” แววตากระตือรือร้นของเขาชวนให้ก้งเยว่นึกถึงน้องชาย
“เรียกข้าว่าก้งเยว่”
“ขอบคุณพี่เยว่มากสำหรับอาหารเมื่อครู่ข้าหิวไส้จะขาด ขนาดว่าข้าอ้อน...”จ้านหลูพูดไม่หยุดหลังจากก้งเยว่บอกชื่อให้รู้แถมยังเล่าสารพัดความเลวร้ายของอาจารย์ที่ตนเจอมาก่อนหน้า
ก้งเยว่สงสัยแต่แรกแล้วว่าทำไมถึงมั่นใจเรียกเขาว่าพี่แต่หลังจากฟังเื่เล่าของอีกฝ่ายแล้วพบว่าจ้านหลูอายุเพียงสิบห้าหนาวแต่ร่างกายกลับสูงใหญ่กว่าเขาเท่านั้นเอง
“พี่เยว่ใจดีข้าชอบท่าน ท่านรู้หรือไม่ในห้องไม่มีใครพูดคุยกับข้าสักคน ข้า....”คำพูดไม่หยุดปากของจ้านหลูทำให้ก้งเยว่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนอื่นถึงถอยห่างจากเด็กคนนี้
“พี่เยว่เรียนกระบี่หรือ”จ้านหลูถามเมื่อทั้งคู่ลุกและเดินออกมาจากโรงอาหาร เขาสังเกตเห็นข้างลำดับอีกฝ่าย
“ใช่ แล้วเ้า?”
“ข้าเรียนยาพิษกับพวกสัตว์พิษน่ะ”เขาดูสนุกสนานที่ได้เล่าเื่ต่าง ๆ ให้กับชายที่เขาเพิ่งเจอวันแรกก้งเยว่ฟังเื่อาจารย์จอมโหดไม่ทันจบก็เปลี่ยนเป็การสาธยายชนิดของพิษที่ตนรู้จักให้ฟังด้วยความตื่นเต้น
“...”
“วันก่อนข้าเจอแมลงตัวเท่านิ้วโป้งข้าอาจารย์บอกว่าถ้าเอามาทำพิษกู่ฝังในร่างกายจะเป็อัมพาต ฮ่า ๆดีที่ข้าใส่กล่องไว้ไม่เช่นนั้นคนที่เป็อัมพาตคงจะเป็ข้าเสียเอง...”ทั้งคู่เดินเคียงกันมาถึงสวนดอกไม้สีสวยหน้าโรงนอนรวมของศิษย์ใหม่
“จ้านหลู”ก้งเยว่หยุดเดินตามเด็กสูงโปร่งเบื้องหน้าพร้อมทั้งเรียกชื่อเพื่อหยุดเื่เล่าไว้ก่อน
“?” จ้านหลูสะดุ้งก่อนจะชักเท้ากลับมายืนข้างพี่เยว่
“เ้าเรียนพิษไปเพื่ออะไร”น้ำเสียงเรียบนิ่งกับสายตาสงสัยจ้องมองอีกฝ่าย
“ข้าจะต้องฆ่าพวกนั้นให้ได้เลย”จ้านหลูพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองพร้อมทั้งกำหมัดแน่น
“ใครหรือ”หัวคิ้วของก้งเยว่ขมวดเป็ปม
“แมลงกินพืชพวกนั้นกินข้าวของข้าจนหมด”
“หื้อ?”
เด็กน้อยจ้านหลูออกหมัดชกอากาศเล่าว่าพ่อแม่ตนเป็เกษตรกรหลายเดือนก่อนฝูงแมลงมากัดกินจนขายไม่ออกเขาได้โอกาสขอพ่อแม่มาศึกษาเื่ยาเอาไว้กำจัดพวกมันรวมถึงปรุงสูตรบำรุงพืชของเขาได้อีกด้วย
ร่างกายสูงใหญ่ที่เกิดจากการช่วยพ่อแม่พรวนดินจับจอบมาั้แ่เด็กของจ้านหลูแต่กลับมีพฤติกรรมเท่ากับอายุชวนให้ก้งเยว่หลุดขำกับความขี้เล่นเบื้องหน้า
“เด็กดี”ก้งเยว่มองเห็นอีกฝ่ายคล้ายน้องชายตนเอื้อมมือไปลูบหัวอย่างอ่อนโยน
“พรุ่งนี้ข้าเจอพี่เยว่อีกได้หรือไม่”จ้านหลูะโโลดเต้นด้วยความดีใจ
“ถ้าอาจารย์สุดโหดของเ้าไม่ลงโทษอะไรเ้านะ”ก้งเยว่หยอกล้อก่อนจะหลุดขำกับความขี้กลัวของเด็กตรงหน้า
“พี่เยว่ไม่พูดแบบนี้”จ้านหลูรีบหดตัวหันมองซ้ายขวาคล้ายได้ยินเสียงหลอนของอาจารย์
“ไปพักเถอะ”ก้งเยว่พักการหัวเราะจ้านหลูและส่งอีกฝ่ายเข้าโรงนอนเพราะดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าจนภาพรอบข้างสลัวๆ
“ข้าไปก่อนนะ”จ้านหลูโบกมือลาพี่เยว่ก่อนจะวิ่งเข้าโรงนอนด้วยพลังเหลือล้น
“อื้อ”ก้งเยว่ส่งยิ้มพร้อมทั้งโบกมือตอบกลับเด็กน้อยจ้าน
“อย่าจับดอกไม้พวกนั้นนะพี่เยว่มันอันตราย” ก่อนจะหายเข้าไปจ้านหลูไม่วายถอยหลังหันมาบอกเพราะกลัวว่าเขาจะเผลอไปแตะต้องมัน
ก้งเยว่พยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปมองสวนดอกไม้สีสันสดใสเบื้องหน้าเขายืนมองพวกมันอยู่พักหนึ่งพร้อมทั้งพิจารณาสีสันที่ชัดเจนแม้ในยามพลบค่ำ
“ทำไมเ้ายังไม่กลับศิษย์พี่พาลใส่ข้าแน่ถ้าเ้าเป็อะไรไป”เสียงของเฟ่ยหรันดังขึ้นข้างหลังก่อนจะเดินมาเทียบเคียงศิษย์น้องเยว่
“ปลูกดอกไม้พวกนี้ไว้ทำไม”ก้งเยว่ไม่ตอบคำถามอีกฝ่ายแต่กลับถามบางสิ่งออกไป
“ปลูกไว้ล่อแมลงน่ะ”เธอตอบอย่างขอไปที
“ไม่กลัวเป็อันตรายกับศิษย์อื่นหรือ”ก้งเยว่ถามนิ่ง ๆ แต่แววตาแสดงความสงสัย
“ศิษย์โง่ ๆก็สมควรอันตรายแล้ว” นางกอดอกมองสวนเบื้องหน้า
“ข้าไม่เข้าใจ”ก้งเยว่หันมองเฟ่ยหรันพร้อมทั้งขมวดคิ้วแน่น
“ดอกไม้ไม่ได้บานทุกฤดูที่ดอกไม้พวกนี้อันตรายเพราะใช้ยาพิษทำให้มันบานตลอดเวลาศิษย์ที่เ้ากลัวจะเป็อันตรายต่างก็เป็คนทำมันเอง เป็เ้าจะใช้มือจับพิษทีตนรู้ว่าอันตรายหรือ”
“...”
“ข้าถึงได้บอกว่าถ้าโง่ขนาดนั้นก็สมควราเ็แล้ว”เฟ่ยหรันเดินนำก้งเยว่กลับโรงนอนของอีกฝ่ายเพราะได้รับคำสั่งจากศิษย์พี่ให้จับตาดูเขาไว้
“แล้วพวกเ้าสร้างดอกไม้เช่นนั้นขึ้นมาทำไม”ก้งเยว่สาวเท้าตามเฟ่ยหรันและยังมีคำถามไม่หยุดทำให้เฟ่นหรันเริ่มหงุดหงิด
“คุณชายเช่นเ้ารู้จักแต่ดอกไม้หอมหรือไง”น้ำเสียงไม่พอใจของนางทำให้ก้งเยว่สงสัยหนักกว่าเดิม
“อธิบายข้าที”เขาไม่ละความสงสัยไม่เห็นความหงุดหงิดของนางและยังคะยั้นคะยอให้นางพูดต่อ
“เ้าเนี่ยน่ารำคาญเหมือนจ้านหลูไม่มีผิด”นางเร่งฝีเท้ารีบไปส่งคุณชายเยว่ให้เร็วขึ้นเพราะคร้านจะตอบคำถาม
“เ้ารู้จักเขาด้วยหรือ”ก้งเยว่ปรับฝีเท้าตามนางทัน แม้จะถามด้วยท่าทางนิ่ง ๆต่างจากจ้านหลูแต่ก็น่ารำคาญอยู่ดี
“เฟ่ยหรัน”
“...” นางเมินเสียงเรียกข้างหลัง
“เฟ่ยหรัน”
“...” เบื้องหน้าคืออดีตโรงนอนของนางที่ถูกศิษย์พี่กับคุณชายเยว่แย่งไปเห็นแล้วชวนให้นางหงุดหงิดกว่าเก่า
“เฟ่ยหรัน”
“...” นางรีบสาวเท้าไปเปิดประตูห้องหวังที่จะรีบๆ ขังคุณชายปากมากคนนี้เสียที
“ระวัง!”
ฟุบ
ก้งเยว่รีบคว้าเฟ่ยหรันไว้ก่อนที่เข็มพิษสามแท่งพุ่งเข้าใส่แต่เพราะดึงกลับมาได้ทันทำให้เข็มปักลงบนพื้นแทนที่ร่างของนาง
“ใครทำ”เฟ่ยหรันลนลานเมื่อตนอยู่ในอ้อมแขนของคุณชายเยว่รีบผลักอีกฝ่ายออกพร้อมทั้งมองหาตัวต้นเหตุ
“ศิษย์พี่เ้านั่นแหละ”ก้งเยว่เดินเข้าไปดึงเข็มพิษออกจากพื้นและเอาไปวางไว้บนโต๊ะของเ้าของมันนิ่ง ๆ
“พวกเ้าทำอะไรกับห้องข้า”เฟ่ยหรันขึ้นเสียงและสำรวจห้องก่อนจะย่างเท้าเข้าห้องช้า ๆ
“โทษศิษย์พี่เ้าเถอะ”ก้งเยว่อธิบายให้นางฟังว่าเมื่อวานหลิวเหว่ยติดตั้งกับดักเข้าห้องไว้ป้องกันอันตรายและบอกวิธีเข้าห้องอีกแบบแม้จะเตือนไปแล้วว่าคนในห้องจะเป็อันตรายมากกว่าป้องกันอันตรายจากคนนอกแต่ก็ไม่อยากขัดจึงยอมๆ ไป
“เมื่อเช้าข้าเข้ามายังปกติอยู่”นางโวยวายเพราะไม่คิดว่าตัวเองเกือบตาย
“พี่หลิวรู่ว่าเ้าจะมาเลยมาติดไว้หลังจากนั้นกระมัง”ก้งเยว่อธิบายนิ่ง ๆ เหมือนไม่ใช่เื่แปลก
“ศิษย์พี่ไม่บอกข้าสักคำ”นางกระฟัดกระเฟียดเตะขาเก้าอี้ศิษย์พี่นางเพื่อระบายอารมณ์
“ศัตรูเขาเยอะหรือ”ก้งเยว่หันมาสนใจเื่พี่หลิวจากเฟ่ยหรัน
“ครึ่งเมืองจี๋หลินนับว่ายังน้อย”นางหยุดเตะเก้าอี้และนั่งลงสงบสติ
“...” ก้งเยว่ฟังเงียบ ๆพร้อมวางกระบี่ของตนลงและค่อย ๆ ทยอยปลดผ้าคาดเอวหวังเปลี่ยนเสื้อผ้าอับกลิ่นเหงื่อ
“ครอบครัวของจ้านหลูเป็เกษตรกรแต่พ่อค้าไป๋ร่วมมือกับเกษตรกรอื่นแอบนำแมลงกินพืชไปปล่อยหวังกดราคาพวกเขาเพราะมันถูกกินข้าว่านะราคาอาหารหมูยังแพงเสียกว่า”
“...”
“ถ้าข้าเป็อาจารย์ของจ้านหลูข้าไม่สอนเขาฆ่าแมลงหรอก ข้าสอนเขาฆ่าคนพวกนั้นดีกว่า”เฟ่ยหรันเท้าคางพูดไปเรื่อยแต่แววตาไม่บ่งบอกถึงความล้อเล่นเลยสักนิด
“...” ก้งเยว่ชะงักมือจากผ้าคาดเอวและนิ่งไปครู่ใหญ่
“ศิษย์พี่เสนอให้จ้านหลูเข้าเรียนแลกกับสินค้าเกษตรของพวกเขาใช้สำหรับทำอาหารในโรงครัวเพราะพวกเขามีจ่ายแค่สิ่งนี้”
“...”
“ถึงจะเรียกว่าแลกเปลี่ยนแต่ศิษย์พี่ก็จ่ายค่าสินค้าเป็เงินอยู่ดี”นางเล่าไปพร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าไม้แกะสลักดอกบัวข้างหมอนศิษย์พี่
“...” ก้งเยว่เดินเข้าไปหลังฉากกั้นเพื่อถอดส่วนที่เหลือออกและเช็ดทำความสะอาดตามตัว
“พ่อค้าไป๋คงจะโกรธศิษย์พี่หลิวอยู่พอควร”นางหมุนดอกบัวไม้แกะสลักในมือพบชื่อสลักใต้ฐานก็พยายามเพ่งมองว่าเขียนอะไรเพราะลายมือค่อนข้างแย่
“...” ชายหลังฉากกั้นคิดตามพร้อมกับนึกถึงหลิวเหว่ยขึ้นมา
“ส่วนหนึ่งของศัตรูศิษย์พี่น่ะถ้าเ้ารู้จักเขามากขึ้นคงจะรู้ส่วนอื่น ๆ เพิ่ม”เฟ่ยหรันอ่านชื่อสลักพบว่าเป็ชื่อของก้งเยว่จึงขว้างกลับไปยังตั่งนอนฝั่งตรงข้ามพร้อมกับสบถในใจว่าก้งเยว่หน้าตาก็ออกจะรูปงามแต่ลายมือไก่เขี่ยนัก
ไม่ทันไรชายที่ถูกทั้งคู่กล่าวถึงก็เดินเข้ามาในห้องก่อนจะสำรวจเข็มพิษที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะเฟ่ยหรันแสดงอาการลนลานลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งยิ้มแหย่ ๆ ให้ศิษย์พี่ของนาง