"ม่านเอ๋อร์ ปล่อยม่านเอ๋อร์ไปนะ ปล่อยลูกข้า!" แม่นมเผิงซีที่ยามนี้ผ่ายผอมดวงหน้าที่เคยอิ่มเอิบในอดีต ซูบโทรมจนคนมองยังในางร้องไห้อ้อนวอนฮูหยินรองด้วยเสียงสั่นเครือ
"เ้าเป็ถึงเพียงนี้ ไยฝืนอยู่ให้เปลืองข้าวเล่า เผิงซี!"ฮูหยินรองมองเผิงซี ด้วยแววตาเ็าไร้อารมณ์
แม่นมเผิงซีพยายามคลานเข่าอย่างยากลำบากเพื่อไปหาบุตรสาว ที่กำลังหายใจรวยรินนอนราบอยู่กับพื้น
อาลี่เห็นดังนั้นนางรีบวิ่งเข้าจวนใหญ่หมายจะตามพ่อบ้านฟูมาช่วย แต่กลับถูกพลังสายหนึ่งซัดเข้าร่างจนปลิวกระแทกกำแพง ร่างอวบของอาลี่ร่วงแนบกับพื้น นางกระอักโลหิตออกมาคำโตอาลี่นิ่วหน้าด้วยความเ็ปทรมาน
"นางใบ้! เ้าก็ตายวันนี้เช่นกัน!" ฮูหยินรองตวาดดังลั่นก่อนจะซัดฝ่ามือเต็มพลังกระแทกร่างอาลี่
อาลี่ที่นอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้นถูกฝ่ามือผสานลมปราณกระแทกเข้าอย่างจัง จนร่างดำลึกลงไปในดินกว่าหนึ่งเมตรอาลี่กระอักเืออกมาท่วมพื้น สิ้นใจในบัดดล
"ท่านป้าลี่ ท่านป้า ไม่นะ ไม่นะ ท่านป้า! ฮือออ"เยว่ช่างม่านร้องไห้อยู่กับพื้นนางเองก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงจะขยับเขยื้อนกายได้เช่นกันทำได้เพียงร้องไห้อยู่เช่นนั้น
ความผูกพันที่ท่านป้าลี่หญิงอบอุ่นใจดี แม้จะพูดไม่ได้ แต่ก็ดีกับนางดังมารดาอีกคนทำให้เยว่ช่างม่านจ้องมองไปยังฮูหยินรองอย่างเคียดแค้น ดวงตาแดงก่ำเส้นเืยังขมับปูดโป่ง นางขบกรามจนขึ้นนูนสัน สองมือบีบกำแน่น
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า แค้นข้าอย่างนั้นหรือ ตาเ้ามีปัญหาแล้วกระมังเช่นนั้นข้าจะช่วยเ้าเปลี่ยนก็แล้วกัน" หยูฟางซินไม่รอช้านางย่างเท้าสามขุมไปยังแม่นมเผิงซี
“อย่านะไม่นะ!” เสียงร้องของเยว่ช่างม่านส่งไปไม่ถึงหยูฟางซิน
เยว่ช่างม่านมองภาพตรงหน้าด้วยความะเืใจนางได้แต่กรีดร้อง ปล่อยโฮออกมาอย่างเ็ป
หยูฟางซินกระชากผมของแม่นมเผิงซียกนางลอยขึ้นสูง ควักเอาดวงตาของแม่นมออกมาอย่างรวดเร็วแม่นมเผิงซีกรีดร้องลั่นด้วยความทรมาน ก่อนจะหมดสติไป
"เดรัจฉาน! เ้ามันคนสารเลว ข้าจะไม่มีวันให้อภัยเ้า!"เยว่ช่างม่านฝืนความเจ็บ ตวาดออกมาเสียงดัง
ฮูหยินรองที่ได้ยินก็ให้โกรธเคืองจนยากระงับอารมณ์ได้อีกนางวาดฝ่ามือซัดพลังเต็มสิบส่วนใส่เยว่ช่างม่านเยว่ช่างม่านกระอักเืสาดกระเซ็นทั่วพื้น สิ้นใจตามอาลี่ไปในที่สุดดวงตาของเยว่ช่างม่านยังคงเบิกกว้าง แข็งค้างมองไปทางหยูฟางซิน
"หยุดเดี๋ยวนี้! เ้าทำอะไร หยูฟางซิน เ้าทำอะไรลงไป!"กู้ฮูหยินที่รีบตามมา แต่ไม่ทันการณ์เสียแล้ว อาลี่และเยว่ช่างม่านได้จากไปแล้ว
"พี่หญิง ข้าก็แค่กำจัดบ่าวที่ไม่ก่อประโยชน์อันใดแก่สกุลกู้ก็เท่านั้นท่านจะเสียงดังไปทำไมกัน" ฮูหยินรองยังคงกล่าวเย้ยหยันนางสะบัดแขนเสื้อกลับเรือน
"หยุดเดี๋ยวนี้!" กู้ฮูหยินตวาดลั่น ฟางเส้นสุดท้ายที่เพียรยึดไว้ได้ขาดสะบั้นลงแล้ว
"ทำไม! เ้าจะทำอะไรข้าอย่างนั้นหรือ จางเหมยฮวาเ้าอย่าลืมว่าบิดาข้าเป็ผู้ใด หากยังไม่เงียบปากของเ้าอีกอย่าหาว่าข้าไม่กล้าสังหารคนอย่างเ้า!" หยูฟางซินตวาดกลับอย่างไม่เกรงกลัว
บิดาของหยูฟางซินเพิ่งเลื่อนขั้นเป็ปรมาจารย์ขั้นต้นในแคว้นเจียงแห่งนี้นับว่าน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยยามนี้จึงมิมีผู้ใดกล้าล่วงเกินตระกูลหยูแน่นอนว่ามิใช่ตระกูลจางที่มีอำนาจอีกต่อไปแล้ว ทว่าเป็ตระกูลหยูต่างหาก
กู้ฮูหยินทำได้เพียงกำมือแน่นมองหยูฟางซินเดินกลับเรือนไปอย่างแค้นเคือง แม้นางจะมีพลังยุทธ์ที่เหนือกว่าหยูฟางซินอยู่หนึ่งขั้นแต่ด้วยผู้าุโตระกูลของนางนั้นระดับไม่สูงนักนางจึงยังไม่อาจต่อกรตระกูลหยูยามนี้ได้ ทำได้เพียงแค่ข่มอารมณ์ของตนเองเท่านั้น
"เสี่ยวซี แม่นมยังหายใจอยู่ พานางไปที่เตียงก่อน พ่อบ้านฟูเ้ารีบไปตามท่านหมอฉีมาเร็วเข้า" กู้ฮูหยินที่ตั้งสติได้ รีบสั่งการทันที
อาหยางเพิ่งกลับมาถึงจวนเขารีบวิ่งมาดูเหตุการณ์ ก่อนจะปล่อยโฮร้องไห้ออกมาด้วยความเ็ปรวดร้าวเมื่อเห็นอาลี่และเยว่ช่างม่าน คนที่เขาเปรียบเสมือนครอบครัว ได้จากไปถึงสองอาหยางได้แต่ร้องสะอื้นลนลานทำอะไรไม่ถูก
บ่าวในจวนต่างช่วยกันทำความสะอาดร่างไร้ิญญาของอาลี่และเยว่ช่างม่านเปลี่ยนชุดสวยงามให้พวกนางใส่อย่างเรียบร้อยกู้ฮูหยินมองไปยังร่างไร้ิญญาของสองสาวใช้ผู้ภักดีดวงตาแดงก่ำวาวสะท้อนหยาดน้ำใส นางนั้นเอ็นดูเยว่ช่างม่านมิต่างจากบุตรสาวของนางเอง เห็นเช่นนี้ก็ยิ่งเศร้าใจหนัก
"ฮูหยิน แม่นมฟื้นแล้วเ้าค่ะ เอาแต่ร้องหาม่านเอ๋อร์ใหญ่เลยเ้าค่ะ”เสี่ยวซีรายงานนายหญิงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ยกแขนเสื้อปาดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด
"ลูกแม่ ลูกแม่ เ้าอยู่ไหน ลูกแม่" แม่นมเผิงซีฝืนกายพยายามจะลุกขึ้นทว่ากลับพลัดตกลงพื้นข้างเตียง ดวงตาของนางถูกหยูฟางซินควักออกนางได้สูญเสียการมองเห็นไปแล้ว
กู้ฮูหยินรีบเข้าไปประคองแม่นมเผิงซีไว้นางพยายามเอ่ยปลอบโยนเผิงซีด้วยความเป็ห่วง
"เผิงซี เ้าหักห้ามใจก่อนนะ เป็ความผิดของข้าเอง ข้าผิดเอง ฮึก ฮึกฮือออออออ" กู้ฮูหยินพยายามอย่างไรก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ปล่อยโฮออกมาด้วยความเสียใจระคนสงสารในชะตาของเผิงซีและเยว่ช่างม่าน
นึกย้อนไปถึงรอยยิ้มไร้เดียงสาของเยว่ช่างม่านที่แม้รูปลักษณ์จะแคระแกร็น ผิวพรรณเหี่ยวย่นดังคนชราแต่เด็กผู้นี้ก็นับว่าปรนนิบัตินางและมารดามิขาดตกบกพร่องกตัญญูจนผู้คนในจวนต่างสรรเสริญ เหตุใดจึงเกิดเื่เช่นนี้กับนางกันนะกู้ฮูหยินได้แต่คิด
“ฮะฮูฮูหยิน ฮูหยิน ละลูก ลูกข้าเล่าเ้าคะ ม่านเอ๋อร์ของข้า นางอยู่ที่ใดเ้าคะ"แม่นมเผิงซีเอ่ยอย่างอ่อนแรง ลางสังหรณ์บอกแก่นางว่าลูกของนางจากไปยังที่ที่ห่างไกลแสนไกล
เสี่ยวซีประคองกู้ฮูหยินลุกขึ้นก่อนจะช่วยประคองแม่นมเผิงซีขึ้นนอนบนเตียง พ่อบ้านฟูและอาหยางช่วยกันอุ้มร่างไร้ิญญาของเยว่ช่างม่าน มาให้เผิงซีดูใกล้ๆเพื่อให้ได้ล่ำลากันก่อนเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะนำร่างของเยว่ช่างม่านไปฝัง
"แม่นมเผิง ม่านเอ๋อร์ของท่าน ตะตาย ตายแล้ว"พ่อบ้านฟูเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือก่อนจะร่ำไห้ออกมา เขาทรุดกายอยู่กับพื้นห้องร้องสะอื้นอย่างลืมอาย
แม่นมเผิงซีที่มีผ้าขาวผูกตาอยู่นางกรีดร้องเสียงหลง ยื่นมือปะป่ายไปยังร่างของเยว่ช่างม่าน
"ลูกแม่ ลูกแม่ ม่านเอ๋อร์ลูกแม่" แม่นมเผิงซีกรีดร้องออกมาไม่หยุด
ภาพต่างๆที่นางได้ดูแลเยว่ช่างม่าน ลอยวนเวียนเข้ามาในห้วงคำนึงมารดาร่างผอมโอบกอดบุตรสาวไว้ไม่ยอมปล่อย ราวกับว่านางไร้ซึ่งสติคล้ายคนวิกลจริตไปแล้ว
"เผิงซี เ้าหักห้ามใจเถอะนะ พ่อบ้านฟู ได้เวลาส่งิญญาพวกนางแล้ว" กู้ฮูหยินเอ่ยหลังจากตั้งสติมาได้สักพักหนึ่ง
"แม่นมเผิง เ้าปล่อยม่านเอ๋อร์เถอะนะ” พ่อบ้านฟูกล่าว ค่อยๆอุ้มร่างของเยว่ช่างม่านใส่ไว้ในโลงที่เตรียมไว้ หากช้าไปกว่านี้เกรงว่าจะเสียฤกษ์ส่งิญญาทั้งสองคน
"ชะช้า ช้าก่อน สร้อย สร้อยของนาง ให้นางใส่สร้อยด้วย นางใส่มาั้แ่แรกให้นางเอาไปด้วย" แม่นมเผิงซีกล่าวตะกุกตะกัก น้ำเสียงสั่นเครือ
"สร้อยหรือ น่าจะอยู่ในกล่องนั้นขอรับท่านลุง"อาหยางกล่าวพลางชี้นิ้วไปยังหีบเก่า เพราะเขามาเล่นกับเยว่ช่างม่านและมาช่วยแม่นมเผิงซีเลี้ยงน้องบ่อยๆ จึงพอจำได้ว่าข้าวของของแม่นมเผิงซีอยู่ที่ใดบ้าง
พ่อบ้านฟูเปิดกล่องเครื่องประดับที่มีปิ่นเงินเรียบๆ อยู่สองสามชิ้น เขาหยิบเอาสร้อยจี้หยกสีน้ำเงินหม่นเก่าๆสวมใส่ให้กับเยว่ช่างม่าน
"จริงสิ มีผ้า ผ้าผืนนั้น ผ้าของนางอยู่ในหีบผ้าช่วยเอาคลุมนางไว้หน่อยเถอะ นางจะได้ไม่หนาว" แม่นมเผิงซีกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อนึกถึงเยว่ช่างม่าน ลูกของนางจะโดดเดี่ยวอ้างว้างเพียงใดในแดนปรภพ
อาหยางค้นเอาผ้าออกมาเขาคลี่ผ้าไหมสีทองออก คลุม่บนของเยว่ช่างม่านไว้
"ท่านป้า ยังมีอะไรอีกหรือไม่ขอรับ" อาหยางถาม เผื่อจะตกหล่นอะไรอีก
"ไม่มีแล้วล่ะ" แม่นมเผิงซีเอ่ยอย่างใจลอยก่อนจะไอโขลกด้วยความเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย
“เสี่ยวซีเ้าอยู่กับแม่นมเถอะ" กู้ฮูหยินกล่าว ก่อนนางจะขึ้นรถม้าตามขบวนเคลื่อนศพไป
สุสานสกุลกู้อาคารสูงที่มีเหล่าบรรพชนและคนในจวนสกุลกู้หลับใหลอยู่ ยามนี้เต็มไปด้วยบ่าวรับใช้ที่ต่างช่วยกันขุดพื้นที่อย่างขะมักเขม้น ก่อนที่จะฝังร่างทั้งสองลงไปกู้ฮูหยินนำทุกคนจุดธูปหนึ่งดอกไหว้อำลา บทสวดส่งิญญาขับขานดังก้องไปทั่วบริเวณยังความเสียใจมาแก่ทุกคน เมื่อพิธีการเสร็จสิ้นจึงนำป้ายิญญาวางรวมกับป้ายของผู้วายชนม์
"กลับกันเถอะ" กู้ฮูหยินหันมองไปยังป้ายชื่อเยว่ช่างม่านอย่างอาลัยก่อนนางจะตัดใจ ออกเดินต่อไปขึ้นเกี้ยวเพื่อกลับจวน