
ตอนที่2 ความรักของนวล
“สวัสดีครับ”
เอกรับสายด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ
“สวัสดีครับคุณเอกใช่ไหมครับ? ผมหมอมนัส หมอประจำอนามัยครับ”
เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังมาจากปลายสาย
“ครับ ผมเอกครับ มีอะไรให้ช่วยเหลือหรือเปล่าครับ”
เอกถามด้วยความสงสัย
“คุณนวลประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ ตอนจะขับรถไปบนไร่ ผมได้นำตัวคุณนวลมาส่งที่โรงพยาบาลแล้ว
ขาของคุณนวลอักเสบมาก ถึงแม้จะไม่หัก แต่เราจำเป็ต้องส่งตัวคุณนวลไปรักษาที่โรงพยาบาลครับ เพื่อรอดูอาการตรวจละเอียดอีกครั้ง”
หมอมนัสแจ้งข่าวร้าย ใจของเอกสั่นระรัวไปหมด ร่างกายรู้สึกชาไปทั้งตัว เขาไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับแม่
“คุณหมอครับ แม่ผมเป็ยังไงบ้างครับ? ตอนนี้เขาปลอดภัยดีไหมครับ?”
เอกถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“คุณนวลปลอดภัยดีครับ แต่ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสักระยะหนึ่ง”
หมอมนัสตอบเอกให้เขาสบายใจขึ้น
“ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ ผมจะรีบไปหาแม่ทักเดี๋ยวนี้ละครับ”
เอกกล่าวขอบคุณหมอมนัส ก่อนจะวางสาย และรีบวิ่งกลับเข้าไปในกระท่อม เพื่อเก็บของใช้จำเป็
แล้วรีบขับรถมอเตอร์ไซค์ออกไปด้วยความเร็วที่สุด ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัวของเขา
'ทำไม? เื่แบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับแม่เราด้วยนะ'
เขาโทษตัวเองที่เป็ต้นเหตุให้แม่เจ็บตัว ตลอดทางที่ขับรถไปโรงพยาบาล
เอกรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปช้ามาก
เอกขับรถด้วยความระมัดระวัง แต่ใจของเขากลับร้อนรน อยากจะรีบไปถึงตัวแม่ให้เร็วที่สุด
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล เอกรีบวิ่งไปยังห้องฉุกเฉิน เพื่อตามหาแม่ เขาเห็นแม่นอนอยู่บนเตียง
ใบหน้าซีดเซียวและมีสายน้ำเกลือติดอยู่ที่ข้อมือ เขาเข้าไปนั่งข้างเตียงของแม่ แล้วจับมือแม่ไว้แน่น
"แม่ครับ แม่เป็ยังไงบ้างครับ"
เอกถามแม่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นวลลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ พอเห็นเอกเธอก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ
"เอก...แม่ไม่เป็ไรมากหรอกลูก"
หญิงสาวพูดกับลูกชายด้วยเสียงที่แ่เบา ซึ่งปนด้วยความดีใจที่เห็นหน้าลูกชาย
"แม่ครับ ทำไม? แม่ต้องรีบร้อนมาส่งข้าวให้ผมขนาดนั้น ผมรู้สึกเสียใจมากๆ เลยครับ"
เอกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือด้วยความเสียใจ
"แม่รีบไปหาลูก เพราะแม่กลัวลูกหิว"
นวลตอบลูกชาย เอกจับกุมมือแม่ไว้แน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม เขาไม่เคยรู้สึกเสียใจและกลัวมากขนาดนี้มาก่อน ชายหนุ่มไม่อยากให้แม่ต้องเ็ปอีกแล้ว
บรรยากาศในตอนนี้เต็มไปด้วยความวิตกกังวลและความห่วงใย เอกรู้สึกเสียใจที่เขาเป็ต้นเหตุ
ที่แม่ต้องเข้าโรงพยาบาล ทำให้เขาตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัวมากขึ้น
ห้องนั่งเล่นเล็กๆ ในบ้านของนวล บรรยากาศอบอุ่นด้วยแสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้าและกลิ่นสมุนไพร
"วันนี้คุณนวลรู้สึกยังไงบ้างครับ อาการดีขึ้นมากเลยใช่ไหมครับ"
หมอมนัสถามนวล ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน
"ดีขึ้นมากเลยค่ะคุณหมอ ขอบคุณ คุณหมอมากค่ะที่ดูแลนวลมาตลอด"
นวลยิ้มขอบคุณหมอมนัส
"ไม่เป็ไรหรอกครับ เป็หน้าที่ของหมออยู่แล้ว ยิ่งเห็นคุณนวลอาการดีขึ้น หมอก็รู้สึกดีใจไปด้วย
หมอมนัสพูดแล้วส่งสายตาที่อบอุ่นให้เธอ
"หมอใจดีจังค่ะ นวลไม่รู้จะตอบแทนคุณหมอยังไงเลย"
นวลเขินอายเล็กๆ หมอมนัสวางมือลงบนหลังมือของนวลเบาๆ
"ไม่ต้องตอบแทนอะไรหรอกครับ แค่คุณนวลหายดี หมอก็พอใจแล้ว"
ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศเริ่มโรแมนติกขึ้น หมอมนัส มองนวลด้วยสายตาที่อ่อนละมุน
"คุณนวลเป็คนน่ารักมากเลยนะครับ สุภาพ อ่อนหวาน และใจดี"
นวลหลบสายตาหมอหนุ่มใหญ่
"ขอบคุณค่ะคุณหมอ"
หมอมนัสยิ้ม
"ผมอยากจะทำความรู้จักคุณนวลให้มากกว่านี้จังเลยครับ"
คำพูดของหมอมานัส ทำให้นวลหัวเราะเบาๆ
"ก็ได้ค่ะ แต่มีอะไรให้ช่วยเหลือก็บอกได้เลยนะคะ"
หมอมนัสหัวเราะตาม
"ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ ผมหมายถึงอยากจะชวนคุณนวล ไปทานข้าวด้วยกันสักมื้อนะครับ พอดีมีร้านอาหารเปิดใหม่ใกล้ๆ ที่นี่ อยากให้คุณนวลลองไปชิมดูนะครับ"
นวลใจเต้นรัวกับคำพูด ของหมอหนุ่มรูปหล่อคนนี้ เหมือนเธอได้กลับมาอยู่ในวัยสาวอีกครั้ง
"เอ่อ...ก็ได้ค่ะ แต่ว่า"
หมอมนัสตัดบท จนนวลไม่ทันจะพูดอะไรต่อ
"ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ แค่เราสองคนไปกันเองก็ได้"
นวลพยักหน้ารับคำเชิญของหมอมนัสด้วยรอยยิ้มหน้าบ้านของนวล บรรยากาศเงียบสงบ
เอกเดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
" แม่ครับ หมอคนเมื่อกี้ไปไหนครับ"
นวลกำลังนั่งเย็บผ้า
"อ๋อ..หมอมนัสเหรอ? แกคงจะกลับไปที่อนามัยแล้วล่ะลูก"
เอกทำหน้าสงสัย "
แม่ครับ หมอมนัส มาที่นี่บ่อยมากเลยนะครับ ั้แ่แม่ป่วย หมอแทบจะมาเยี่ยมแม่ทุกวันเลยนะ"
เอกถามแม่ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะพอใจ นวลยิ้มอ่อน
"ก็หมอเขาเป็ห่วงสุขภาพของแม่นี่หน่า ลูกก็รู้ว่าหมอเป็คนดีแค่ไหน"
นวลพยายามพูดปกป้องหมอมนัส เพื่อให้ลูกชายสบายใจไม่คิดมาก
"ผมรู้ว่าหมอเป็คนดี แต่ผมก็รู้สึกแปลกๆ นะครับ ทำไม? หมอถึงต้องมาบ่อยขนาดนี้"
เอกพูดกับแม่ด้วยน้ำเสียงแข็ง เจือความไม่พอใจอย่างยิ่ง จนนวลต้องวาง งานเย็บผ้าลง
"เอก ลูกคิดอะไรอยู่ ลูกไม่ไว้ใจแม่เหรอ? "
นวลพูดกับลูกชายด้วยเสียงอ่อนโยน เอกส่ายหน้าเบาๆ
"ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับแม่ ผมแค่เป็ห่วงแม่เฉยๆ "
เอกรีบตอบแม่กลับ เขากลัวว่าแม่จะเข้าใจเขาผิดๆ แล้วจะทำให้แม่ไม่สบายใจ
"แม่เข้าใจลูกนะ แต่แม่ขอให้ลูกไว้ใจแม่ได้ไหม"
นวลยิ้มให้เอก พร้อมเอื้อมมือลูบศีรษะเขาเบาๆ
"ผมแค่ไม่อยากให้แม่เสียใจ"
เอกมองแม่ด้วยความกังวลใจ
"แม่จะไม่ทำอะไรให้ลูกเสียใจหรอกนะ"
นวลพูดยืนยันในความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง กับหมอเพื่อให้เอกสบายใจ
"แม่กับหมอมนัส...มีอะไรกันมากกว่าหมอกับคนไข้หรือเปล่าครับ"
นวลใเล็กน้อย กับคำถามของลูกชาย ที่เขาตัดสินใจถามนวลตรงๆ
"เอก ลูกพูดอะไรออกมาเนี่ย"
นวลจ้องมองหน้าลูกชาย ค้นหาความจริงที่ติดค้างในใจลูกชายสุดที่รัก รอคำตอบจากเขา
ผมแค่สงสัย แม่ตอบผมมาตรงๆ ได้ไหมครับ"
เอกบอกแม่ด้วยเสียงสั่นๆ นวลน้ำตาคลอเบ้า กับคำพูดลูกชาย ที่หวาดระแวงเธอกับหมอมนัส
"ลูก...แม่เสียใจที่ต้องให้ลูกคิดแบบนี้ แต่แม่ขอสัญญาว่า แม่จะไม่ทำอะไรให้ลูกผิดหวัง"
นวลเอื้อมมือสองข้าง ตบเบาๆ ที่ต้นแขนของลูกชาย
"ผมขอโทษครับแม่ ผมแค่เป็ห่วงแม่มากเกินไป "
เอกโผล่เข้ากอดแม่แน่น บรรยากาศระหว่างสองแม่ลูก เต็มไปด้วยความตึงเครียด และความไม่เข้าใจ คำถามของเอกแสดงให้เห็นถึงความกังวล
และความหึงหวงในตัวแม่ นวลรู้สึกเสียใจและผิดหวังที่ลูกชายคิดไม่ดีกับเธอ
ในกระท่อมไม้หลังเล็ก บรรยากาศเงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกของนวลที่สับสน อลหม่าน
นวลนั่งอยู่บนเตียงไม้ เธอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นทิวทัศน์ของไร่ข้าวโพดที่คุ้นเคย แต่ใจของเธอกลับว้าวุ่นไม่สงบ
นับั้แ่ที่เอกถามคำถาม ที่ทำให้เธอน้ำตาคลอเบ้าเมื่อครู่ นวลรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ความจริงแล้ว หญิงสาวไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับหมอมนัส เธอเพียงแค่รู้สึกขอบคุณ ที่หมอคอยดูแลเธอเป็อย่างดี หมอมนัสเป็คนใจดี สุภาพ และอ่อนโยน
เธอรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นเมื่ออยู่ใกล้ๆ เขา การที่หมอมนัสชวนเธอไปทานข้าว เธอเองก็รู้สึกดีใจ
แต่เมื่อนึกถึงสายตาของเอก ที่เต็มไปด้วยความกังวลและไม่ไว้วางใจ เธอก็รู้สึกผิดและเป็ห่วงลูกชายคนเดียวมากๆ
"ทำไม? มันถึงเป็แบบนี้ไปได้นะ"
นวลพูดกับตัวเองเบาๆ หญิงสาวคิดถึงวันที่เธอเจ็บขา หมอมนัสเป็คนแรกที่เข้ามาช่วยเหลือและดูแลเธอ นวลจึงรู้สึกขอบคุณเขาอย่างมาก
และเมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกของเธอ ก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป เริ่มรู้สึกดีกับหมอมนัสมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่นวลก็ไม่เคยลืมว่า ตัวเองเป็แม่หม้าย ที่มีลูกติด เธอไม่อยากทำอะไรที่เป็การทำร้ายความรู้สึกของลูกชาย
"ฉันควรจะทำยังไงดี"
นวลถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวรู้ดีว่าจะต้องคุยกับเอกให้เคลียร์ แต่เธอก็กลัวว่าจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกเสียไป
นวลอยากให้เอก เข้าใจความรู้สึกของเธอ แต่ก็กลัวว่าเขาจะไม่ยอมรับ ในที่สุดนวลก็ตัดสินใจว่าจะต้องพูดกับเอกให้เข้าใจ
จะอธิบายให้เขาฟัง ว่าเธอรู้สึกยังไง และทำไม? เธอถึงตกลงไปทานข้าวกับหมอมนัส หญิงสาวหวังว่าเอกจะสามารถเข้าใจและให้อภัยเธอได้
ในกระท่อมไม้หลังเล็ก บรรยากาศตึงเครียด นวลสูดหายใจลึกๆ
"เอก...แม่ขอโทษที่ทำให้ลูกเป็ห่วงนะ แม่รู้ว่าลูกเป็ห่วงแม่ แต่แม่ก็อยากให้ลูกเข้าใจด้วยว่า
หมอมนัสเขาเป็คนดีจริงๆ นะ เขาช่วยเหลือแม่มาตลอดั้แ่แม่เจ็บขา"
"ผมรู้ว่าหมอเขาใจดี แต่ผมก็ไม่อยากให้แม่ไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนอื่น โดยลำพังนี่นา"
เอกหน้าเครียด พูดกับแม่เบาๆ
"แม่รู้ว่าลูกเป็ห่วงแม่ แต่แม่ก็โตเป็ผู้ใหญ่แล้วนะลูก แม่มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตส่วนตัวบ้าง"
นวลน้ำเสียงอ่อนโยน
"ไม่ แม่ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้กับพ่อ พ่อเคยบอกว่าจะให้ผมดูแลแม่ให้ดีที่สุด และผมก็สัญญากับพ่อไว้แล้วว่าจะดูแลแม่"
เอกร้องเสียงสูง
"เอก...ลูกพูดอะไรออกมาเนี่ย"
นวลน้ำตาคลอเบ้า
"ผมพูดความจริง ผมไม่อยากให้มีใครมาแทนที่พ่อในใจของแม่ ผมเป็ลูกชายนะ!"
เอกตวาดเสียงดัง
"เอก ลูกเข้าใจผิดแล้วนะ หมอมนัสเขาไม่ได้คิดอะไรกับแม่แบบนั้นหรอก"
นวลส่ายหน้า
"ไม่ว่ายังไง ผมก็ไม่ยอมให้แม่ไปไหนกับหมอคนนั้นเด็ดขาด!"
เอกไม่ฟัง นวลถึงกับร้องไห้
"เอก...ทำไมลูกถึงใจร้ายกับแม่แบบนี้"
เอกอ่อนลง "ผมไม่ได้ใจร้ายกับแม่หรอกครับ ผมแค่เป็ห่วงแม่มากเกินไป
"แม่รู้ว่าลูกเป็ห่วงแม่ แต่ลูกก็ต้องเข้าใจความรู้สึกของแม่บ้างสิ"
นวลเช็ดน้ำตาที่ไหลซึมออกมา ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบ
"ผมขอโทษครับแม่ ผมแค่.."
.เอกพูดเสียงเบา หยุดใว้กับคำว่าแค่ และไม่ได้พูดอะไรต่อ
"แม่รู้ว่าลูกเป็เด็กดี แม่ให้อภัยลูกนะ แต่ลูกต้องสัญญากับแม่นะ ว่าจะไม่ทำอะไรที่ทำให้แม่เสียใจอีก"
นวลบอกกับลูกชาย โอบกอดเขาด้วยความรักลูกสุดหัวใจ
"ครับแม่"
เอกพยักหน้าเบาๆ เสียงฝนกระหน่ำหลังคาบ้านกระทบกับเสียงฟ้าร้องกึกก้อง ราวกับจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ นวลตัวสั่นเทา มือเกาะขอบโต๊ะแน่น
พยายามไม่ให้ตัวเองรู้สึกหวาดกลัว แต่สายตาที่มองออกไปนอกหน้าต่าง ก็ยังคงแสดงความวิตกกังวล
"ลูกเห็บตกแล้วลูก"
นวลร้องเสียงหลง เมื่อเห็นก้อนน้ำแข็งสีขาวโปรยปรายลงมาทับถมกันเต็มสนาม
เอกที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ รีบวางหนังสือลงแล้วเดินเข้าไปหาแม่
"ไม่เป็ไรนะครับแม่ เดี๋ยวลูกจะไปปิดหน้าต่างให้"
"ไม่ต้องไปลูก เดี๋ยวจะโดนลูกเห็บเอา"
นวลห้ามปรามเขา
"ไม่เป็ไรครับ แม่นั่งอยู่ตรงนี้แหละ"
เอกพูดปลอบโยน แล้วรีบวิ่งออกไปปิดหน้าต่างทุกบาน
เสียงลมพัดกระหน่ำ กับตัวบ้านดังเอี๊ยดอ๊าด นวลรู้สึกถึงความไม่มั่นคง เธอหันไปมองเอกที่กำลังพยายามปิดหน้าต่างบานสุดท้าย ด้วยความเป็ห่วง
"ระวังนะลูก"
นวลร้องเตือนลูกชายสุดที่รัก
"ครับแม่"
เอกตอบกลับมาด้วยเสียงดัง เมื่อเอกปิดหน้าต่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็รีบวิ่งกลับเข้ามาหาแม่
"เสร็จแล้วครับแม่"
นวลดึงเอกเข้ามากอดแแ่
"ขอบใจนะลูกที่ดูแลแม่"
"ไม่เป็ไรครับแม่"
เอกลูบหลังแม่เบาๆ
"อย่ากลัวนะครับแม่ ลูกอยู่กับแม่ตลอด"
นวลพยายามกลั้นน้ำตา แต่ก็กลั้นไม่อยู่ น้ำตาไหลอาบแก้ม
"ขอบใจมากนะลูกที่เกิดมาเป็ลูกแม่"
พายุยังคงรุนแรงอยู่ แต่ภายในบ้านกลับอบอุ่นด้วยความรักของแม่ลูก ทั้งสองกอดกันแน่น ไม่ยอมปล่อยมือจากกัน
ห้องนั่งเล่นที่บ้านหลังเล็ก บรรยากาศอบอุ่น นวลนั่งเย็บผ้าอยู่บนโซฟา เอกเดินเข้ามาพร้อมกับหนังสือเล่มโปรด
"แม่ครับ วันนี้ผมอ่านเจอบทกวีสวยๆ นะครับ"
เอกกล่าวพร้อมกับอ่านบทกวีให้แม่ฟัง นวลเงยหน้าขึ้นมองลูกชายด้วยสายตา ที่เต็มไปด้วยความรัก
"เก่งจังเลยลูก ที่รักการอ่านแบบนี้"
หลังจากเอกอ่านจบ ทั้งสองก็เงียบไปครู่หนึ่ง นวลวางงานเย็บผ้าลง แล้วลูบศีรษะเอกเบาๆ
" ั้แ่ลูกเกิดมา แม่มีความสุขมากเลยลูก"
นวลเอ่ยออกมาเบาๆ
"ผมก็เหมือนกันครับแม่"
เอกตอบพร้อมกับยิ้มกว้าง
"แม่เคยคิดว่า ถ้าไม่มีลูก แม่คงจะเหงาและโดดเดี่ยวมาก"
นวลนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ
"แต่พอมีลูก แม่รู้สึกว่า ชีวิตของแม่มีความหมายขึ้นมาเยอะเลย"
เอกกอดแม่แน่น
"ผมก็รักแม่มากที่สุดในโลกเลยครับ"
นวลลูบหลังลูกชายเบาๆ
"แม่ก็รักลูกมากเช่นกัน"
หลังจากนั้นทั้งสองก็เงียบไปครู่หนึ่ง นวลนึกถึงคำเชิญของหมอมนัส ที่ชวนเธอไปทานข้าว หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ
"แม่ตัดสินใจแล้วนะลูก"
นวลเริ่มต้นบทสนทนา
"ตัดสินใจอะไรเหรอครับแม่"
เอกถามด้วยความสงสัย
"เื่ที่หมอมนัสชวนแม่ไปทานข้าว"
นวลตอบลูกชายของเธอ
"แม่จะปฏิเสธเขา"
"ทำไม? ครับแม่"
เอกถามด้วยความแปลกใจ
"แม่คิดว่าตอนนี้แม่มีความสุขดีแล้ว กับการอยู่กับลูก"
นวลอธิบาย
"แม่ไม่อยากจะไปทำให้ลูกเป็ห่วงหรือไม่สบายใจ"
"แต่..."
เอกพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็พูดไม่ออก
"เอกไม่ต้องห่วงนะลูก แม่สบายดีแล้ว"
นวลพูดปลอบโยนชายหนุ่ม
"แม่มีลูกอยู่กับแม่ แม่ก็มีความสุขแล้ว"
เอกกอดแม่แน่นอีกครั้ง
"ขอบคุณนะครับแม่"
"แม่ก็ขอบใจลูกเช่นกัน ที่เข้าใจแม่นะ"
นวลตอบกลับ หญิงสาวตัดสินใจเลือกครอบครัว เธอตระหนักว่า ความสุขของเธออยู่ที่ลูกชายคนเดียว
การอยู่กับลูกชายทำให้สาวใหญ่รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น นวลจึงปฏิเสธคำเชิญของหมอมนัสไปโดยปริยาย
แม้ว่าเอกจะรู้สึกดีใจ ที่แม่เลือกเขา เอกตั้งใจมอบความสุขให้แม่ตลอดไป
"่นี้บ้านเราฝนตกแรงพายุ กระหน่ำพัดบ้านเราทุกวันเลยนะ"
นวลพูดขณะเปิดหน้าต่างออก หลังจากพายุฝนยุติลง ใบหน้าของหญิงสาวที่หันไปพูดกับลูกชายเปื้อนรอยยิ้มอย่างมีความสุข
"ใช่ครับแม่ พายุลมฟ้าลมฝนแรงมาก บ้านเราลั่นเอี๊ยดๆ ตลอด ปีหน้าผมจะทำบ้านให้แม่ใหม่ เวลาพายุเข้าจะได้ไม่เสียงดัง"
ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสดชื่น หลังจากสองแม่ลูก ผ่านพายุฝนมาอย่างปลอดภัย ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ
จบแล้วจ้า ติชมได้นะคะ อยากให้มีอะไรเพิ่มเติม หรือชัดเจนมากกว่านี้ก็บอกได้นะคะ หรือพอดีแล้ว ช่วยบอกด้วยน้าาา คอมเมนต์มาเยอะๆ ค่ะ จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไข ให้รีดได้รับความบันเทิงสูงสุดเ้าค่ะ
............................................................................................................................................................................................................