จิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม

    บทที่ 36: เงาปีศาจในเมืองหลวง และการผสานพลังแห่งราคะ

    สามวันผ่านไปหลังจากที่หลินเฟิงได้วางหมากและมอบหมายภารกิจให้สาวๆ ของเขาแยกย้ายกันไปสร้างเครือข่ายข้อมูลในเมืองหลวง บรรยากาศในจวนขุนนางซุนดูเหมือนจะสงบเรียบง่าย แต่ภายใต้ความสงบนั้นกลับมีความเคลื่อนไหวที่แหลมคมซ่อนอยู่ หลินเฟิงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการบ่มเพาะพลังและรอคอยข่าวสารจากสายลับสาวทั้งสี่ของเขา

     

    ในช่วงสามวันที่ผ่านมา หลินเฟิงได้ใช้เวลาศึกษาแผนที่เมืองหลวงอย่างละเอียด เขาสังเกตเห็นว่าเมืองหลวงแห่งนี้มีการแบ่งเขตอำนาจที่ซับซ้อน ทั้งในโลกสว่างและโลกมืด ในโลกสว่างมีขุนนางและข้าราชการที่แข่งขันกันเพื่ออำนาจ ส่วนในโลกมืดก็มีกลุ่มปีศาจและนักสู้ที่แบ่งเขตแดนกันอย่างเข้มงวด

     

    เขาได้ศึกษาเส้นทางการค้า จุดยุทธศาสตร์สำคัญ และที่ตั้งของแหล่งพลังงานธรรมชาติที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการบ่มเพาะพลังของเขา นอกจากนี้ เขายังได้วิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวของยามรักษาความปลอดภัยในพระราชวัง และช่องทางที่อาจใช้ในการเข้าออกโดยไม่ถูกสังเกต

     

    ระหว่างที่หลินเฟิงกำลังนั่งสมาธิในห้องพักของเขา เขาได้รับรายงานเบื้องต้นจากเหยาเหยา ซูซู และเซียวหลิง ผ่านทางการส่งสัญญาณจิตที่เขาได้สร้างไว้ ข้อมูลที่ได้รับทำให้เขาทราบว่าเมืองหลวงมีกลุ่มอิทธิพลมืดหลายกลุ่มที่คอยจับตาดูการเคลื่อนไหวของคนแปลกหน้า

     

    กลุ่มแรกคือ "สมาคมดาบเงา" ที่ประกอบด้วยนักฆ่าและนักสู้ที่มีฝีมือสูง พวกเขาควบคุมธุรกิจใต้ดินในย่านตลาดกลางคืน กลุ่มที่สองคือ "ตระกูลงูดำ" ซึ่งเป็นกลุ่มปีศาจงูที่มีอิทธิพลในการค้าพิษและยาต่างๆ ส่วนกลุ่มที่สามคือ "พันธมิตรเล็บเหล็ก" ที่ประกอบด้วยปีศาจสัตว์ป่าหลายชนิดที่รวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับการรุกรานของมนุษย์

     

    ทว่าในเย็นวันที่สาม ความสงบนั้นก็ถูกทำลายลง เมื่อร่างของ หูเม่ย ปรากฏขึ้นที่ประตูเรือนพักของหลินเฟิงในสภาพที่น่าตระหนก ชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนของนางขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและรอยไหม้ ใบหน้าที่เคยงดงามและเต็มไปด้วยเสน่ห์บัดนี้ซีดเผือดและมีรอยแผลถลอก นางหอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าและหวาดกลัว

     

    รอยแผลบนแขนและขาของหูเม่ยมีลักษณะเป็นรอยกัดของเขี้ยวที่มีพิษ เลือดที่ไหลออกมามีสีดำปนแดง เป็นสัญญาณของการติดเชื้อพิษปีศาจที่รุนแรง ผิวหนังรอบๆ บาดแผลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ และมีเส้นเลือดสีดำแผ่กระจายออกไปตามแขนและขาของนาง

     

    หลินเฟิงที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ลืมตาขึ้นทันที เขารีบพุ่งเข้าไปรับร่างของหูเม่ยที่กำลังจะล้มลง กลิ่นเลือดและพิษปีศาจที่ติดมากับตัวนางทำให้เขารู้ทันทีว่านางเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมา

     

    "หูเม่ย! เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า?" หลินเฟิงถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล

     

    หูเม่ยพยายามเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก ริมฝีปากของนางแห้งแตกและมีรอยเลือดแห้ง "ท่าน... ท่านหลินเฟิง... ข้าถูก... ปีศาจเจ้าถิ่น... ดักทำร้าย... มัน... มันรู้ว่าข้าเป็นคนของท่าน..."

     

    หลินเฟิงขมวดคิ้วด้วยความโกรธเกรี้ยว พลังปีศาจในกายของเขาเริ่มแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที อุณหภูมิในห้องลดลงอย่างรวดเร็ว จนเกิดน้ำแข็งบางๆ ปกคลุมผนังและเฟอร์นิเจอร์ "ปีศาจเจ้าถิ่นงั้นหรือ? มันกล้าดียังไงมาแตะต้องคนของข้า!"

     

    เขาอุ้มหูเม่ยไปวางบนเตียงอย่างแผ่วเบา ตรวจสอบบาดแผลของนางอย่างละเอียด พบว่านางถูกโจมตีด้วยพลังปีศาจธาตุมืดที่รุนแรง พิษที่แทรกซึมเข้าไปในกระแสเลือดของนางไม่ใช่พิษธรรมดา แต่เป็นพิษปีศาจที่ผสมผสานกับพลังวิญญาณชั่วร้าย มันกำลังกัดกินพลังชีวิตและพลังปีศาจจิ้งจอกของนางอย่างต่อเนื่อง

     

    แม้ว่านางจะได้รับการเสริมพลังจากเขามาก่อนหน้านี้จนสามารถหนีรอดมาได้ แต่พิษปีศาจที่แฝงมากับการโจมตีนั้นกำลังเริ่มกัดกินพลังชีวิตของนาง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที นางอาจจะสูญเสียพลังปีศาจจิ้งจอกไปตลอดกาล หรือแย่ที่สุดคือเสียชีวิต

     

    "ใจเย็นๆ หูเม่ย ข้าจะรักษาเจ้าเอง" หลินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่หนักแน่น

     

    เขารู้ดีว่าการรักษาด้วยวิธีธรรมดานั้นไม่เพียงพอที่จะขจัดพิษปีศาจที่ร้ายกาจนี้ได้ พิษนี้ได้แทรกซึมลึกเข้าไปถึงแก่นแท้ของพลังปีศาจจิ้งจอกในกายของนาง การใช้ยาสมุนไพรหรือเวทมนตร์รักษาทั่วไปจะไม่สามารถเข้าถึงจุดที่พิษได้ฝังรากลึกไว้

     

    วิธีเดียวที่จะช่วยนางได้และยังเป็นการเสริมพลังให้นางไปในตัว คือการผสานพลังผ่านบทรักที่ลึกซึ้งและรุนแรง เพื่อใช้พลังหยางที่บริสุทธิ์ของเขาขับไล่พิษร้ายและยกระดับพลังปีศาจจิ้งจอกในกายของนางให้สูงขึ้น การผสานพลังแบบนี้จะทำให้พลังของทั้งคู่หลอมรวมกัน และพลังหยางที่เข้มข้นจะสามารถเผาผลาญพิษปีศาจได้จากภายใน

     

    หลินเฟิงเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ขาดวิ่นของหูเม่ยออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นผิวพรรณที่เคยขาวเนียนบัดนี้เต็มไปด้วยรอยช้ำสีม่วงคล้ำจากพิษปีศาจ เส้นเลือดสีดำแผ่กระจายไปตามร่างกายของนางราวกับใยแมงมุม บางจุดมีแผลเปิดที่ยังคงซึมเลือดสีดำออกมา

     

    เขาก้มลงจูบซับที่หน้าผากของนางอย่างแผ่วเบา รู้สึกได้ถึงความร้อนจากไข้ที่กำลังเผาผลาญร่างกายของนาง "อดทนหน่อยนะหูเม่ย มันอาจจะเจ็บปวดในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ข้าสัญญา"

     

    หูเม่ยพยักหน้าอย่างอ่อนแรง ดวงตาของนางที่คลอไปด้วยน้ำตามองเขาด้วยความเชื่อมั่น แม้ในสภาพที่อ่อนแอเช่นนี้ นางยังคงมีความไว้วางใจในตัวเขาอย่างสมบูรณ์ "ข้า... ข้าเชื่อท่านเจ้าค่ะ... ข้ารู้ว่าท่านจะไม่ทำร้ายข้า..."

     

    หลินเฟิงเริ่มถ่ายทอดพลังปีศาจของเขาเข้าสู่กายของนางผ่านการสัมผัส มือของเขาลูบไล้ไปตามร่างกายของนางเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของพลังงาน ทุกครั้งที่นิ้วของเขาสัมผัสผิวหนังของนาง พลังหยางที่อบอุ่นจะไหลเข้าไปแทนที่ความเย็นเยียบจากพิษปีศาจ

     

    กลิ่นหอมเย้ายวนที่แฝงไปด้วยพลังจิ้งจอกเริ่มอบอวลไปทั่วห้อง มันเป็นกลิ่นที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและปลุกเร้าอารมณ์ไปพร้อมๆ กัน กลิ่นหอมนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการเร่งการหายของบาดแผลและช่วยให้การไหลเวียนของพลังงานในร่างกายเป็นไปอย่างราบรื่น

     

    เขาเริ่มพรมจูบไปตามบาดแผลของนาง ลิ้นร้อนของเขาสัมผัสกับผิวเนื้อที่บอบช้ำ พลังหยางที่แฝงอยู่ในน้ำลายของเขาเริ่มทำงาน ขจัดพิษปีศาจสีดำที่เกาะกินผิวหนังของนางให้จางหายไปทีละน้อย หูเม่ยครางออกมาด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความเจ็บปวดและความซาบซ่าน

     

    การรักษาแบบนี้ต้องใช้ความอดทนและความละเอียดอ่อน หลินเฟิงใช้เวลานานในการทำความสะอาดพิษจากแต่ละบาดแผล เขาต้องแน่ใจว่าไม่มีเศษพิษปีศาจตกค้างอยู่ เพราะหากเหลือแม้เพียงเล็กน้อย มันก็อาจจะแพร่กระจายและสร้างความเสียหายใหม่ได้

     

    เมื่อพิษภายนอกเริ่มทุเลาลง หลินเฟิงก็เริ่มขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เขาปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองออก เผยให้เห็นเรือนร่างที่ทรงพลังและเต็มไปด้วยพลังงานที่พลุ่งพล่าน กล้ามเนื้อของเขาตึงแน่นและมีรอยแสงสีขาวอ่อนๆ เรืองรองออกมาจากผิวหนัง เป็นสัญญาณของพลังปีศาจจิ้งจอกที่เข้มข้นสูง

     

    เขาโน้มตัวลงทาบทับร่างของหูเม่ยอย่างช้าๆ ความร้อนจากกายของเขาสัมผัสกับความเย็นเยียบจากพิษในกายของนาง การสัมผัสครั้งแรกทำให้ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย เพราะความแตกต่างของอุณหภูมิและพลังงาน

     

    "พร้อมนะหูเม่ย..." เขาพึมพำก่อนจะประกบริมฝีปากลงบนปากของนางอย่างดูดดื่ม

     

    จุมพิตนี้ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงความรัก แต่เป็นการเชื่อมต่อจิตวิญญาณและพลังงาน หลินเฟิงสอดแทรกพลังหยางที่เข้มข้นเข้าสู่โพรงปากของนาง พลังนี้ไหลผ่านลิ้นและเหงือกของนาง แล้วแผ่กระจายไปตามกระแสเลือดเพื่อต่อสู้กับพิษปีศาจจากภายใน

     

    หูเม่ยตอบรับอย่างกระหาย นางโอบกอดเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป แขนที่อ่อนแรงของนางพันรอบคอของเขา เล็บที่เคยคมกริบบัดนี้กลับอ่อนโยนเกาะกับผิวหนังของเขา

     

    หลินเฟิงค่อยๆ สอดใส่ความเป็นบุรุษของเขาเข้าไปในกายของนางอย่างช้าๆ เขาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะร่างกายของนางยังคงอ่อนแอจากพิษปีศาจ ทันทีที่สัมผัสกัน หูเม่ยสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บปวดจากพิษที่ยังหลงเหลืออยู่ภายใน

     

    แต่หลินเฟิงไม่หยุด เขารู้ว่านี่คือวิธีเดียวที่จะช่วยนางได้ เขาเริ่มขยับกายอย่างมั่นคงและหนักแน่น ทุกจังหวะที่เขากระแทกกระทั้นเข้าไป คือการส่งพลังหยางเข้าไปทำลายล้างพิษปีศาจมืดที่ซ่อนอยู่ในจุดชีพจรของนาง

     

    การเคลื่อนไหวของเขามีจังหวะและความหมาย แต่ละครั้งที่เขาเข้าไปลึก เขาจะหยุดชั่วขณะเพื่อให้พลังหยางแผ่กระจายไปยังทุกส่วนของร่างกายนาง จากนั้นจึงค่อยๆ ถอนออกมาเพื่อดูดเอาพิษปีศาจที่ถูกทำลายแล้วออกมาด้วย

     

    "อ๊าาา... ท่านหลินเฟิง... มัน... มันร้อนเหลือเกิน..." หูเม่ยร้องออกมา ร่างกายของนางบิดเร้าด้วยความทรมานที่แปรเปลี่ยนเป็นความสุขสมอย่างรวดเร็ว

     

    พลังปีศาจจิ้งจอกในกายของหูเม่ยเริ่มตื่นตัวและตอบสนองต่อพลังของหลินเฟิง หางจิ้งจอกสองหางของนางที่เคยซ่อนอยู่ค่อยๆ งอกออกมาและพันรอบกายของเขาอย่างหลงใหล หางทั้งสองมีขนที่นุ่มนวลและอบอุ่น สัมผัสได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายใน

     

    แสงสีชมพูเรืองรองเริ่มแผ่ออกมาจากร่างของทั้งคู่ บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยพลังงานที่รุนแรงจนเครื่องเรือนสั่นสะเทือน แก้วน้ำบนโต๊ะแตกเป็นเสี่ยงๆ และผ้าม่านปลิวไสวแม้จะไม่มีลม

     

    หลินเฟิงเพิ่มความเร็วและจังหวะให้รุนแรงขึ้น เขาไม่ได้เพียงแค่ร่วมรัก แต่เขากำลังหล่อหลอมพลังงานใหม่ให้กับนาง ทุกหยาดเหงื่อและเสียงครางคือการเผาผลาญสิ่งชั่วร้ายออกจากกายของนาง เขารู้สึกได้ว่าพิษปีศาจกำลังถูกขับออกไปทีละน้อย

     

    หูเม่ยรู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลบ่าเข้ามาในกายราวกับเขื่อนแตก พลังที่แข็งแกร่งและบริสุทธิ์กว่าที่นางเคยมี มันไม่เพียงแต่รักษาบาดแผลของนาง แต่ยังเสริมสร้างพลังปีศาจจิ้งจอกให้แข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า

     

    "รับไปหูเม่ย! รับพลังของข้าไป!" หลินเฟิงคำรามพร้อมกับกระแทกกายเข้าใส่นางอย่างสุดแรง

     

    เขารู้สึกได้ว่าพลังของนางกำลังเปลี่ยนแปลง ไม่เพียงแต่พิษปีศาจจะถูกขับออกไป แต่พลังจิ้งจอกของนางกำลังจะก้าวข้ามไปสู่ระดับใหม่ นี่คือโอกาสที่หาได้ยาก การผสานพลังในขณะที่ร่างกายและจิตใจเปิดกว้างสมบูรณ์

     

    ในวินาทีที่ทั้งคู่ถึงจุดสูงสุด หลินเฟิงปลดปล่อยพลังหยางที่เข้มข้นที่สุดเข้าสู่ส่วนลึกของนาง พลังนั้นระเบิดออกเป็นแสงสว่างจ้าไปทั่วห้อง แสงสีขาวบริสุทธิ์ผสมกับแสงสีชมพูของหูเม่ย สร้างเป็นลำแสงที่สวยงามและทรงพลัง

     

    หูเม่ยกรีดร้องออกมาด้วยความสุขสมที่เกินจะพรรณนา ร่างกายของนางกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงก่อนจะสงบนิ่งลงในอ้อมแขนของเขา เหงื่อไคลที่ปกคลุมร่างกายของทั้งคู่มีกลิ่นหอมหวานแปลกๆ ที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นดอกไม้และสมุนไพร

     

    บาดแผลและรอยช้ำบนกายของหูเม่ยเลือนหายไปจนหมดสิ้น ผิวพรรณของนางกลับมาเปล่งปลั่งและมีออร่าสีชมพูจางๆ ปกคลุม เส้นเลือดสีดำที่เคยแผ่กระจายไปทั่วร่างกายหายไปโดยสิ้นเชิง แทนที่ด้วยเส้นแสงสีชมพูอ่อนๆ ที่เรืองรองใต้ผิวหนัง

     

    พลังปีศาจในกายของนางพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด หางของนางดูหนานุ่มและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม ขนบนหางมีความเงางามและเมื่อสัมผัสแสงจะเปล่งประกายระยิบระยับ

     

    หลินเฟิงกอดนางไว้แน่น หอบหายใจอย่างหนัก เขาเองก็รู้สึกเหนื่อยล้าจากการถ่ายทอดพลังจำนวนมาก แต่เขาก็รู้สึกพึงพอใจเมื่อเห็นว่านางหายดีแล้ว "เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"

     

    หูเม่ยลืมตาขึ้น ดวงตาของนางบัดนี้ทอประกายสีชมพูเข้มที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอหรือความเจ็บปวดเหลืออยู่เลย นางยิ้มออกมาด้วยความมั่นใจ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความกตัญญูและความรัก

     

    "ข้า... ข้ารู้สึกแข็งแกร่งขึ้นมากเจ้าค่ะท่านหลินเฟิง พลังของท่าน... มันวิเศษที่สุด ข้ารู้สึกเหมือนเกิดใหม่" นางลุกขึ้นนั่งและยกมือขึ้นมอง พลังปีศาจไหลเวียนอยู่ในมืออย่างราบรื่น เมื่อนางกำมือ พลังสีชมพูจะพุ่งออกมาจากนิ้วเป็นเปลวไฟเล็กๆ

     

    หลินเฟิงลูบไล้ใบหน้าของนาง รู้สึกได้ถึงพลังที่เปลี่ยนแปลงไป "ดีมาก เพราะตอนนี้เจ้าพร้อมแล้วที่เราจะไปจัดการกับไอ้ปีศาจที่บังอาจมาทำร้ายเจ้า ข้าจะทำให้มันรู้ว่าการเป็นศัตรูกับข้าและคนของข้า ผลลัพธ์มันจะเป็นอย่างไร!"

     

    ดวงตาของหลินเฟิงเปล่งประกายสีแดงเข้มขึ้นเมื่อพูดถึงการแก้แค้น เขาไม่เพียงแต่โกรธที่หูเม่ยถูกทำร้าย แต่เขายังรู้สึกว่าการกระทำนี้เป็นการท้าทายอำนาจของเขาโดยตรง ในโลกของปีศาจ การปกป้องคนของตนเองคือเรื่องของศักดิ์ศรีและเกียรติยศ

     

    หูเม่ยลุกขึ้นนั่ง ร่างกายของนางเต็มไปด้วยพลังงานที่พลุ่งพล่าน นางรู้สึกได้ว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าจากเดิม "ข้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะท่านหลินเฟิง ข้าจะนำทางท่านไปหามันเอง! ข้าจะทำให้มันเสียใจที่เกิดมาในโลกนี้!"

     

    ทั้งคู่สบตากันด้วยความมุ่งมั่น การผสานพลังในครั้งนี้ไม่เพียงแต่รักษาหูเม่ย แต่ยังเป็นการประกาศสงครามกับกลุ่มอิทธิพลมืดในเมืองหลวงที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า...

     

    ---

     

    หลังจากบทรักที่ดุเดือดและการผสานพลังหยินหยางที่เข้มข้นสิ้นสุดลง บรรยากาศภายในห้องพักของหลินเฟิงยังคงอบอวลไปด้วยไอพลังปีศาจที่หนาแน่น กลิ่นหอมหวานของการผสานพลังยังคงลอยอยู่ในอากาศ ผสมกับกลิ่นของดอกไผ่และสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการบำรุงพลังงาน

     

    หูเม่ยนอนหอบหายใจแผ่วเบาอยู่บนเตียง ร่างกายของนางสั่นสะเทือนด้วยพลังงานใหม่ที่กำลังหล่อหลอมอยู่ภายใน เส้นเลือดใต้ผิวหนังเรืองแสงสีชมพูอ่อนๆ เป็นจังหวะเดียวกับการเต้นของหัวใจ ทันใดนั้น แสงสีชมพูเรืองรองก็ระเบิดออกมาจากร่างของนาง

     

    หางจิ้งจอกที่เคยมีเพียงสองหาง บัดนี้ได้งอกเงยออกมาเป็นสามหางอย่างเต็มรูปแบบ หางทั้งสามสะบัดพริ้วไปมาอย่างทรงพลัง ขนบนหางมีความนุ่มนวลเหมือนผ้าไหมแท้ และเมื่อแสงส่องใส่จะเปล่งประกายระยิบระยับเหมือนอัญมณี และที่โคนหางยังมีตุ่มเล็กๆ ที่สั่นไหว เป็นสัญญาณของการก่อตัวของหางที่สี่ในอนาคตอันใกล้

     

    หลินเฟิงเองก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในกายเช่นกัน พลังที่ได้รับจากการเยียวยาและผสานพลังกับหูเม่ยทำให้หางที่หกของเขาที่เคยเป็นเพียงเงารางๆ เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น แม้จะยังไม่สมบูรณ์และต้องใช้เวลาบ่มเพาะอีกระยะ แต่ความกดดันของพลังปีศาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขาก็รุนแรงขึ้นจนสัมผัสได้

     

    อากาศในห้องหนาแน่นไปด้วยพลังงานจนแทบจะมองเห็นเป็นกระแสลมที่หมุนวน เฟอร์นิเจอร์ในห้องสั่นเทาเล็กน้อยจากแรงกดดันของพลังที่เข้มข้น

     

    "หูเม่ย เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?" หลินเฟิงถามพลางลูบไล้หางที่สามของนางที่นุ่มนวลราวกับผ้าไหม

     

    หูเม่ยลืมตาขึ้น ดวงตาของนางทอประกายสีชมพูเข้มเปี่ยมไปด้วยอำนาจ ไม่มีร่องรอยของความเจ็บปวดหรือความอ่อนแอเหลืออยู่เลย นางลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางที่คล่องแคล่วกว่าเดิม การเคลื่อนไหวของนางมีความสง่างามและเต็มไปด้วยพลัง

     

    "ข้ารู้สึกเหมือนเกิดใหม่เจ้าค่ะท่านหลินเฟิง พลังในกายของข้าพลุ่งพล่านจนแทบจะระเบิดออกมา พิษของไอ้ปีศาจงูนั่นไม่มีผลกับข้าอีกต่อไปแล้ว" นางยกมือขึ้นมอง พลังสีชมพูไหลเวียนรอบนิ้วเป็นเกลียวเล็กๆ

     

    หลินเฟิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขาสังเกตเห็นว่าไม่เพียงแต่พลังของหูเม่ยจะเพิ่มขึ้น แต่คุณภาพของพลังก็บริสุทธิ์และเข้มข้นขึ้นมาก "ดี... เจ้าบอกว่ามันคือปีศาจงู 500 ปีสินะ มันมีความสามารถด้านพิษและการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยม แต่นั่นก็เป็นเพียงของเล่นสำหรับข้าในตอนนี้"

     

    หูเม่ยเล่ารายละเอียดเพิ่มเติมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้น เสียงของนางมั่นคงและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "มันกบดานอยู่ในถ้ำใต้ดินหลังศาลเจ้าเก่าท้ายเมืองเจ้าค่ะ มันใช้กลิ่นอายปีศาจปกคลุมพื้นที่นั้นไว้ และคอยดักทำร้ายปีศาจตนอื่นที่ล่วงล้ำเข้าไป"

     

    นางหยุดพักแล้วต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ "ข้าเพียงแค่ต้องการสืบข่าวเรื่องกลุ่มอิทธิพลมืด แต่มันกลับลอบโจมตีข้าด้วยพิษร้ายแรง มันใช้เล่ห์กลหลอกให้ข้าเข้าไปในดักโดยปลอมเป็นเด็กหญิงที่ถูกทำร้าย เมื่อข้าเข้าไปช่วย มันก็เผยโฉมแท้และโจมตีข้าทันที ข้าเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดหากไม่ได้พลังที่ท่านเคยให้ไว้ช่วยพยุงกายหนีมา"

     

    หลินเฟิงลุกขึ้นยืน ร่างกายของเขาแผ่ซ่านไปด้วยรังสีฆ่าฟัน อุณหภูมิในห้องลดลงอย่างรวดเร็วจนเกิดน้ำค้างแข็งบนผนัง "ห้าร้อยปีงั้นหรือ... ข้าจะทำให้มันรู้ว่าการแตะต้องคนของข้า คือความผิดพลาดครั้งสุดท้ายในชีวิตของมัน ไปกันเถอะหูเม่ย ข้าจะพาเจ้าไปทวงคืนความแค้น!"

     

    ทั้งคู่แต่งกายและเตรียมออกเดินทาง หลินเฟิงสวมเสื้อคลุมสีดำที่มีลวดลายรูนปีศาจปักอยู่ ส่วนหูเม่ยเปลี่ยนจากชุดที่ขาดวิ่นมาเป็นชุดสีชมพูเข้มที่เข้ากับพลังใหม่ของนาง

     

    ทั้งคู่ทะยานออกจากจวนขุนนางซุนภายใต้ความมืดมิดของราตรี หลินเฟิงใช้พลังพรางตาทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขา พวกเขาเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงผ่านหลังคาและซอกซอยต่างๆ ของเมืองหลวง

     

    ระหว่างทาง หลินเฟิงสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเมืองในยามค่ำคืน ร้านค้าปิดตัวลง แต่กิจกรรมใต้ดินกลับคึกคักขึ้น เขาเห็นเงาของนักฆ่าและโจรผู้ร้ายเคลื่อนไหวในความมืด รวมถึงกลิ่นอายของปีศาจต่างๆ ที่แอบอาศัยอยู่ในเมือง

     

    เพียงไม่นานพวกเขาก็มาถึงศาลเจ้าเก่าที่ทรุดโทรมท้ายเมือง ศาลเจ้าแห่งนี้เคยเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมือง แต่เมื่อเวลาผ่านไปและไม่มีใครดูแล มันจึงกลายเป็นที่รกร้างและเป็นที่หลบซ่อนของสิ่งชั่วร้าย

     

    กลิ่นอายคาวคลุ้งของงูและพิษร้ายลอยอบอวลอยู่ในอากาศจนคนธรรมดาไม่อาจย่างกรายเข้ามาได้ กลิ่นนี้เข้มข้นจนทำให้แม้แต่สัตว์ป่าก็หลีกเลี่ยงบริเวณนี้ ใบไม้และหญ้าโดยรอบเหี่ยวเฉาและเปลี่ยนเป็นสีดำ

     

    "มันอยู่ข้างล่างนั่นเจ้าค่ะ" หูเม่ยชี้ไปยังทางลงใต้ดินที่ซ่อนอยู่หลังแท่นบูชา

     

    หลินเฟิงไม่รอช้า เขาซัดฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยพลังปีศาจจิ้งจอกเข้าใส่แท่นบูชาจนระเบิดเป็นผุยผง เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นอุโมงค์มืดมิดที่ส่งกลิ่นเหม็นสาบออกมา

     

    "ออกมา! ไอ้ปีศาจงูขี้ขลาด!" หลินเฟิงคำราม เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วบริเวณและแทรกซึมลงไปในอุโมงค์

     

    ทันใดนั้น เสียงขู่ฟ่ออย่างน่าสยดสยองก็ดังขึ้นจากก้นอุโมงค์ พร้อมกับร่างมหึมาของงูยักษ์สีดำสนิทที่มีเกล็ดแข็งราวกับเหล็กกล้า ลำตัวของมันหนาเท่าลำต้นไผ่ยักษ์ และยาวกว่าสิบเมตร ดวงตาสีเหลืองอำพันของมันจ้องมองมาที่หลินเฟิงและหูเม่ยด้วยความหิวกระหาย

     

    "จิ้งจอกน้อยที่หนีไปได้กลับมาหาความตายถึงที่งั้นหรือ? แถมยังพาตัวผู้มาส่งให้ข้ากินถึงรังอีกด้วย!" ปีศาจงูส่งเสียงพูดผ่านกระแสจิตที่เต็มไปด้วยความดูถูก

     

    หลินเฟิงยิ้มเย็น รอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นใดๆ "เจ้าคงเข้าใจผิดไปอย่างหนึ่ง... ข้าไม่ได้มาเพื่อถูกกิน แต่ข้ามาเพื่อถลกหนังเจ้าไปทำรองเท้า!"

     

    ปีศาจงูโกรธจัด มันพ่นหมอกพิษสีเขียวเข้มออกมาปกคลุมพื้นที่ทันที หมอกพิษนี้ร้ายแรงขนาดที่ทำให้หินผาละลายได้ พื้นดินที่สัมผัสกับหมอกพิษเริ่มฟู่ฟ่าและกัดกร่อน แต่หลินเฟิงเพียงแค่สะบัดมือ พลังปีศาจจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ก็แผ่ออกมาเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง พิษร้ายไม่อาจระคายผิวของเขาได้แม้แต่น้อย

     

    "หูเม่ย! จัดการมัน!" หลินเฟิงสั่งการ

     

    หูเม่ยที่บัดนี้มีสามหางเต็มรูปแบบทะยานเข้าใส่ปีศาจงูด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่า นางใช้กรงเล็บจิ้งจอกที่อัดแน่นไปด้วยพลังสีชมพูตวัดเข้าใส่ลำตัวของงูยักษ์ เกล็ดที่ว่าแข็งแกร่งกลับถูกฉีกขาดราวกับกระดาษ ปีศาจงูร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

     

    มันพยายามจะฉกกัดหูเม่ย แต่หางทั้งสามของนางกลับทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม หางหนึ่งใช้ปัดป้อง อีกหางใช้รัดพัน และหางที่สามใช้ฟาดเข้าที่หัวของมันอย่างรุนแรง ปีศาจงูเริ่มตระหนักว่าจิ้งจอกสาวตนนี้ไม่ใช่คนเดิมที่มันเคยทำร้าย

     

    "เป็นไปไม่ได้! พลังของเจ้าเพิ่มขึ้นขนาดนี้ได้ยังไงในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง!" ปีศาจงูตะโกนอย่างหวาดหวั่น

     

    หลินเฟิงก้าวเดินเข้าไปช้าๆ พลังกดดันจากหางที่หกที่กำลังก่อตัวทำให้ปีศาจงูรู้สึกเหมือนถูกภูเขาทับ "เพราะนางมีข้า... และเจ้าก็ไม่มีโอกาสได้รู้ความลับนั้นอีกต่อไป"

     

    หลินเฟิงยื่นมือออกไป พลังปีศาจจิ้งจอกควบแน่นเป็นดาบแสงสีขาวนวลในมือ เขาฟันฉับเดียวผ่านลำตัวของปีศาจงูยักษ์จนขาดเป็นสองท่อน เลือดสีดำคาวคลุ้งสาดกระจายไปทั่วบริเวณ ปีศาจงูสิ้นใจตายทันทีโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องขอชีวิต

     

    หลินเฟิงเดินเข้าไปที่ซากของมันแล้วดึงเอา 'แก่นปีศาจ' สีเขียวมรกตออกมาจากหัวของงู แก่นปีศาจนี้มีขนาดเท่าลูกไข่และเรืองแสงสีเขียวอ่อนๆ "แก่นปีศาจ 500 ปี... นี่จะเป็นอาหารชั้นดีสำหรับเจ้าหูเม่ย และมันจะช่วยให้หางที่สี่ของเจ้าปรากฏออกมาเร็วขึ้น"

     

    เขาส่งแก่นปีศาจให้หูเม่ย นางรับไปและกลืนลงไปทันที พลังงานมหาศาลไหลเวียนเข้าสู่กายของนาง ทำให้หางที่สามของนางเปล่งประกายยิ่งขึ้น และตุ่มเล็กๆ ของหางที่สี่ก็เริ่มขยายขนาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

     

    "ขอบคุณเจ้าค่ะท่านหลินเฟิง" หูเม่ยกล่าวด้วยความซาบซึ้ง

     

    หลินเฟิงมองไปรอบๆ รังของปีศาจงู เขาเห็นสมบัติและของมีค่าต่างๆ ที่มันสะสมไว้ รวมถึงหนังสือและแผ่นจารึกที่บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มอิทธิพลต่างๆ ในเมืองหลวง "ที่นี่มีสมบัติและข้อมูลที่มันรวบรวมไว้ไม่น้อย เราจะเก็บกวาดที่นี่ให้หมด เมืองหลวงแห่งนี้เริ่มจะน่าสนุกขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ"

     

    การล้างแค้นในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการกำจัดเสี้ยนหนาม แต่ยังเป็นการประกาศศักดาของหลินเฟิงในโลกมืดของเมืองหลวงว่า บัดนี้เจ้าที่คนใหม่ได้มาถึงแล้ว และใครก็ตามที่กล้าขวางทางเขา จะต้องพบกับจุดจบที่น่าสยดสยองเช่นนี้...

    คล้ายกับเรื่องจิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786