สิ่งที่ชายหนุ่มขุดเจอนั้นเป็อะไรที่ทำให้เขาตื่นเต้นเป็อย่างมากเพราะเขาคิดว่าน่าจะนำพวกมันไปขายได้ด้วย แต่คงต้องใช้เวลาในการจัดการอยู่สักหน่อยเพื่อให้ส่วนผสมลงตัว
“ถ่านหินอย่างนั้นเหรอนี่มันสุดยอดไปเลยนะ” ว่าแล้วเขาก็ขุดพื้นดินตรงนั้นออกเป็วงกว้าง และก็ได้ถ่านหินมากองใหญ่แต่ก็ต้องวางเื่นี้เอาไว้ก่อนปลูกป่าและปลูกไม้ผลเสร็จแล้วถึงค่อยกลับมาเอากลับกระท่อมดิน
จากนั้นเขาก็เดินไปอีกทางห่างจากจุดที่ขุดเจอถ่านหินมาไกลพอสมควรระยะทางเขาไม่อาจวัดออกมาได้แต่เดินอยู่ราวหนึ่งชั่วโมงแล้วจึงเริ่มขุดหลุมหยอดเมล็ดไม้ยืนต้นที่เขานำมามันมีหลายสิบชนิดและระยะปลูกก็ห่างกันพอสมควรจึงใช้เวลาไปอีกหลายชั่วโมงครั้งนี้เขาไม่ได้รดน้ำจากบ่อเพราะอยากจะรู้ว่าเมล็ดพันธุ์เหล่านี้มันจะงอกเงยขึ้นมาได้เองหรือเปล่า
เสร็จจากปลูกไม้ยืนต้นที่กินพื้นที่หลายสิบไร่โจวซิงเฉิงก็ปลูกไผ่ด้วยการหยอดเมล็ดอีกหลายพันหลุมซึ่งมีไผ่หลายสายพันธุ์เพราะเขาคิดว่าจะใช้ประโยชน์จากต้นของมันเป็ส่วนใหญ่นั่นเอง
เสร็จแล้วก็ปลูกไม้ผลอีกเกือบสิบไร่เพราะเมล็ดพันธุ์นำมาแค่นี้คงต้องรอให้พวกมันผลิดอกออกผลเสียก่อนค่อยใช้เมล็ดขยายพันธุ์ต่อ
ในพื้นที่มิติแห่งนี้เขาไม่ค่อยรู้สึกหิวและไม่รู้สึกเหนื่อยเลยจึงทำงานได้ต่อเนื่องยาวนานเมื่อจัดการเื่นี้เสร็จแล้วชายหนุ่มจึงได้เดินกลับไปที่กองของถ่านหินเก็บพวกมันใส่ตะกร้าจนเต็มแล้วก็เดินกลับไปที่กระท่อมดินมุงฟางของเขา
ถ้าจะใช้พวกมันโดยตรงกับวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวย่อมไม่ได้ดังนั้นเขาจะต้องทำให้มันเป็ผงถ่านหินเสียก่อนแล้วนำไปผสมกับวัตถุดิบอื่นสำหรับทำเป็ถ่านก้อนอัดแท่งเอาไว้ใช้ในครัวเรือนถ้าทำได้สำเร็จเขาคิดว่าจะสามารถนำเอาไปขายในเมืองได้อย่างไม่มีปัญหา
ชายหนุ่มกินข้าวอีกครั้งซึ่งอาหารก็ยังคงเป็ผัดผักกาดขาวกับข้าวสวยเม็ดสีขาวหอมกรุ่นเมื่ออิ่มแล้วก็ได้ออกไปดูกิ่งสนที่เขาตัดมาจากต้นที่ปลูกเอาไว้ไม่ห่างจากบ่อน้ำก็ได้เห็นว่าพวกมันแห้งดีแล้ว จึงได้เก็บใส่ตะกร้านำมาเรียงเอาไว้ข้างฝาผนังกระท่อมดินเพื่อตุนฟืนเอาไว้ใช้อีกส่วนหนึ่งก็เก็บใส่ตะกร้าเอาไว้เพื่อนำออกไปใช้ด้านนอกด้วย
เมื่อหันไปเจอแปลงปลูกผักกาดขาวปลีแล้วก็เห็นว่าตอนนี้มันกลายเป็ต้นและมีดอกมีเมล็ดแล้ว
“ถ้าจะปลูกกินก็คงปลูกมากๆไม่ได้สินะแต่ไม่เป็ไรถึงเวลาที่ต้องเอาไปขายในเมืองค่อยปลูกแล้วก็เก็บเกี่ยวเตรียมขายก็น่าจะได้”ว่าแล้วเขาก็เดินไปที่แปลงปลูกผักกาดเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์เอาไว้ในห่อกระดาษ
จากนั้นก็เริ่มเคลียร์พื้นที่เพื่อเปิดหน้าดินอีกครั้งคราวนี้ทำไปได้เกือบห้าหมู่จึงหยุดพักเพื่อจะออกไปดูสถานการณ์ด้านนอกพื้นที่ลึกลับแห่งนี้
สิ่งที่เขานำออกมาด้วยก็มีตะกร้าไม้ฟืนถังน้ำที่ตักมาจากบ่อ เสียมและก็ถ่านหินเพียงสิบก้อนเท่านั้นเพื่อเอาไว้ใช้กับเตียงเตา แต่เขาคงจะต้องทำให้มันเป็ผงหรือเป็ก้อนเล็กๆเสียก่อน
เมื่อมองออกไปด้านนอกก็เห็นว่าตอนนี้เป็เวลาเช้าแล้วชายหนุ่มใช้กระบวยน้ำเต้าตักน้ำมาครึ่งกระบวย จากนั้นก็ใช้ไม้เท้าค้ำยันเดินไปที่คลองน้ำหลังบ้านอีกครั้ง
ความรู้สึกที่เดินไม่ได้อย่างอิสระเหมือนตอนอยู่ในพื้นที่ลึกลับทำให้เขาขัดใจไม่น้อยแต่ก็ต้องอดทนพอเดินไปถึงหลุมดักปลาที่ทำเอาไว้ก็ไม่เห็นมีปลาหรือสัตว์น้ำสักตัว เขาจึงใช้เสียมขุดหลุมให้มันลึกกว่าเดิมจากนั้นก็เทน้ำจากกระบวยลงไปเพราะคิดว่าด้วยคุณสมบัติของมันที่ดีขนาดนั้นก็น่าจะช่วยล่อปลาหรือสัตว์น้ำอื่นๆมาติดหลุมดักนี้ของเขาได้บ้าง
เมื่อจัดการเื่หลุมดักปลาเสร็จแล้วก็เก็บเสียมเข้าไปในพื้นที่ลึกลับแล้วเดินกลับเข้าบ้านอีกครั้งก็เห็นว่าลู่จิวมายืนรออยู่ที่หน้าประตูบ้านแล้ว
“มีอะไรอาจิวทำไมนายมาที่บ้านฉันแต่เช้า”
“ฉันเอาหมั่นโถวมาให้นายเหล่าโจว”ว่าแล้วลู่จิวก็ยื่นหมั่นโถวสองลูกให้สหายรัก “รีบกินนะเดี๋ยวตอนเย็นจะให้ลูกชายวิ่งเอาซาลาเปามาให้อีก”แม้จะเรียกว่าซาลาเปาแต่ไส้ข้างในก็ไม่ใช่ไส้เนื้อทว่าเพื่อทุกคนในครอบครัวเขาจึงสั่งให้ภรรยาทำให้ทุกคนได้กินอาหารดีๆบ้าง
“อืม นายจะเข้าบ้านฉันไหม”ชายหนุ่มรับเอาหมั่นโถวมาด้วยสีหน้าราบเรียบแต่แววตาของเขานั้นมันบ่งชัดว่าเขารับเอาความหวังดีของสหายเอาไว้แล้ว
“ไม่ล่ะ วันนี้ฉันนัดกับเจี้ยนกั๋วจะไปหาปลาถ้าได้จะทำอาหารแบ่งมาให้นายด้วย”เขาตบบ่าสหายแล้วก็เดินกลับไปยังทิศทางในหมู่บ้านหนิงสุ่ย
โจวซิงเฉิงมองตามร่างของสหายจนลับมุมโค้งไปเขาจึงเดินกลับเข้าบ้าน เขาเองก็คงจะต้องหาวิธีทำให้ร่างกายกลับมาเป็ปกติให้ได้ในเร็ววันเหมือนกัน
ชายหนุ่มนั่งกินหมั่นโถวกับน้ำซุปผักเย็นชืดที่เหลืออยู่ไม่มากจากนั้นก็เริ่มทำงานของเขาใช้เวลาอยู่นานพอสมควรจึงสามารถหาส่วนผสมที่ลงตัวให้กับถ่านหินซึ่งก็ต้องเข้าๆออกๆภายในพื้นที่ลึกลับหลายรอบเพราะต้องนำเอาถ่านเข้าไปตากที่ลานดินหน้ากระท่อมนั่นเองส่วนด้านนอกนะเหรอตอนนี้ฝนเริ่มตกลงมาปรอยๆแล้ว
และด้วยอากาศที่เป็เช่นนี้ทำให้อุณภูมิต่ำลงอย่างชัดเจนยังดีที่ผงถ่านหินอัดแท่งของเขาที่ทำออกมาได้ผล ตอนนี้ใต้เตียงเตามีพวกมันอยู่สองก้อนและก็ให้พลังงานความร้อนที่กำลังพอเหมาะพอดี
ชายหนุ่มนั่งดื่มน้ำขิงอยู่บนเตียงซึ่งน้ำที่ใช้ต้มก็เป็น้ำที่นำออกจากพื้นที่ลึกลับของเขานั่นเองส่วนขิงก็เป็ขิงแก่ที่มีอยู่ในครัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเขาคิดว่าจะนำเอาแง่งที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเข้าไปปลูกด้านในพื้นที่ลึกลับด้วยพวกมันจะได้มีคุณสมบัติที่พิเศษ
จนกระทั่งบ่ายคล้อยเกือบเย็นก็ไม่เห็นลูกชายของลู่จิวที่บอกว่าจะนำเอาซาลาเปามาให้เขาชายหนุ่มไม่ได้คิดมากอะไรในเื่นี้เขาใช้ไม้เท้าค้ำยันรักแร้ได้ก็เดินโขยกเขยกออกจากบ้าน คิดจะไปดูหลุมดักปลาที่ขุดให้ลึกกว่าเดิมพร้อมกับเทน้ำลงไปในนั้นด้วย
แต่ก่อนที่เขาจะได้เดินออกจากบริเวณหน้าประตูบ้านก็ได้เห็นว่าลู่จิวและหลินเจี้ยนกั๋วกำลังเดินยิ้มหน้าบานมาที่บ้านของเขาในมือของพวกเขามีปลาที่ร้อยด้วยเถาวัลย์หลายตัวและก็ยังมีกล่องอาหารถือติดมือมาด้วย
“นายจะไปไหนเหล่าโจว”ลู่จิวสีหน้าเป็ห่วงสหายไม่น้อยเพราะร่างกายของเขายังไม่หายดีแต่ก็ต้องออกมาเผชิญชะตากรรมอยู่ที่บ้านดินเก่าทรุดโทรมแห่งนี้
“จะไปดูปลาในคลองแถวนี้สักหน่อยน่ะ”
“ไม่ต้องแล้วๆนายดูนี่ฉันกับอาจิวไปหาปลาได้มาเยอะเลยล่ะ ดูสิแบ่งมาให้นายห้าตัวเลยนะ”เจี้ยนกั๋วพูดพลางมือก็ชูปลาตัวขนาดหนึ่งชั่งสี่ห้าตัวให้สหายดูพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนด้วยรอยยิ้ม
โจวซิงเฉิงเองก็พลอยยิ้มไปกับเขาด้วยจากนั้นก็หมุนตัวกลับไปผลักประตูบ้านเปิดออกในใจคิดว่ารอให้สหายกลับไปก่อนแล้วค่อยไปตรวจดูหลุมดักปลาทีหลังก็ได้
เมื่อเข้ามาในห้องโถงเล็กของบ้านแล้วก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากเมื่อวานที่พวกเขามา สองสหายได้แต่มองหน้ากันอย่างเวทนาสหายรักแต่พวกเขาก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว
“ลูกชายฉันกำลังแบกฟืนมาให้นายปลาพวกนี้ก็รมควันเอาไว้นะเหล่าโจว” ลู่จิวเอ่ยพลางก็วางกล่องอาหารลงเบื้องหน้าสหาย“วันนี้ฉันกับเจี้ยนกั๋วจะมากินข้าวเป็เพื่อนนาย”
ว่าแล้วก็เปิดฝากล่องอาหารที่ภายในมีซาลาเปาหกลูกใหญ่ๆและชั้นที่สองก็มีซุปปลาสีน้ำนมน่ากินทั้งยังส่งกลิ่นหอมโชยออกมาจนท้องพวกเขาทั้งสามร้องออกมาพร้อมกัน
เจี้ยนกั๋วหัวเราะเสียงดังออกมา ก่อนจะยื่นตะเกียบส่งให้สหายทั้งสองคน“พวกเราก็มากินข้าวด้วยกันเถอะ”
“อืม”โจวซิงเฉิงไม่อิดออดใช้ตะเกียบคีบซาลาเปาไปถือเอาไว้ก่อนจะก้มหน้าลงกัดกินเป็คำแรกแป้งแม้จะแข็งไม่นุ่มเหมือนที่เขาเคยกินในยุคที่จากมาแต่เขารู้สึกว่ามันเป็ซาลาเปาที่อร่อยที่สุด
ลู่จิวเองก็ตักน้ำซุปใส่ถ้วยเล็กส่งให้สหายทั้งสองและตัวเองจากนั้นก็เริ่มต้นพูดออกมาอย่างมีความสุข “นายคงคิดไม่ถึงแน่ๆเหล่าโจวฉันกับเจี้ยนกั๋วถูกคนกลุ่มใหญ่ไล่ออกมาไม่ให้ตกปลาตรงจุดที่พวกเราเคยไปตกเป็ประจำจากนั้นเลยพากันไปหาหมายใหม่” ว่าแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจ
แล้วก็เป็เจี้ยนกั๋วที่พูดเสริม“พอไปถึงหมายใหม่นั่งลงและเหวี่ยงเบ็ดออกไปไม่นานปลาก็ติดเบ็ดมีแต่ตัวโตๆทั้งนั้น”ว่าแล้วเขาก็หัวเราะเสียงดังอย่างสะใจที่คนพวกนั้นได้แต่กัดฟันกรอดๆเพราะอิจฉาในความโชคดีของพวกเขา
“ได้เยอะขนาดนี้พวกนายนำไปมอบให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านหรือยัง”โจวซิงเฉิงยังคงเป็ห่วงสหายเพราะในยุคสมัยนี้ทุกเื่ล้วนเป็เื่เปราะบางทั้งนั้นโดยเฉพาะเื่อาหารที่ถือว่าสำคัญที่สุด
ลู่จิวโบกมือ “ให้แล้วๆเอาตัวใหญ่ที่สุดด้วยล่ะ” ว่าพลางก็ยกถ้วยน้ำซุปขึ้นซดเสียงดังอย่างมีความสุข ก่อนหางตาจะเห็นว่าลูกชายกำลังแบกตะกร้าฟืนเข้ามาในลานบ้าน“เสี่ยวจิวเอาฟืนมาวางไว้ในห้องครัวแล้วรีบกลับไปกินข้าวที่บ้านนะ”
ลู่เสี่ยวจิวในวัยเกือบห้าขวบวางตะกร้าไม้ไผ่สานใบเล็กที่มีฟืนอยู่ห้าหกท่อนลงข้างเตาเล็กในห้องครัวจากนั้นก็ออกมาถามผู้เป็พ่อ “แม่ให้มาถามว่าปลาตัวใหญ่ที่เหลืออีกสิบตัวมีคนมาขอซื้อพ่อจะขายไหมครับ”น้ำเสียงของเขาไม่ต่างจากการกระซิบ
ลู่จิวสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีก่อนจะหันไปมองสองสหายก็เห็นว่าพวกเขาต่างไม่มีท่าทีที่เปลี่ยนไปจึงได้กระซิบกลับไป “รอให้มืดก่อนก็แล้วกันเื่นี้พ่อจะรีบกลับไปจัดการเอง”
“ได้ครับพ่อ”เด็กน้อยรับคำแล้วก็เอ่ยลาสหายของผู้เป็พ่อทั้งสองคนแล้วก็รีบวิ่งออกไปจากบ้านดินหลังเก่าท้ายหมู่บ้านทันที
“พวกนายคงไม่ตำหนิฉันใช่ไหม”
เจี้ยนกั๋วเพียงไหวไหล่เล็กน้อยเท่านั้น“มันก็แค่การแลกเปลี่ยนของกินกันเท่านั้นอย่าได้คิดมากเลยน่าอาจิวฉันเองก็ขายให้ป้าฉินข้างบ้านเหมือนกัน”ในเมืองอาจจะเคร่งครัดอยู่บ้างแต่ในชนบทเช่นนี้พวกเขาจะไปหาคูปองมาจากที่ไหนเพื่อซื้อสินค้าดังนั้นจึงมีการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายกันอย่างลับๆแบบนี้มานานแล้ว ขอเพียงแค่ไม่ทำให้เอิกเกริกเ้าหน้าที่ระดับหมู่บ้านก็จะลืมตาข้างหลับตาข้างปล่อยให้มันผ่านไป
“ถ้าไม่ทำก็อดตาย ไม่เป็ไรหรอกอาจิว”โจวซิงเฉิงที่มีความคิดจะไปขายของที่ตลาดมืด ไหนเลยจะห้ามปรามสหายล่ะถ้าไม่ทำก็คงได้พากันอดตายกันหมดพอดีการมีชีวิตอยู่ต่อไปสิถึงจะสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้
ลู่จิวมองสหายที่เคยเคร่งครัดด้วยสายตาประหลาดใจแต่ไม่นานก็คลี่ยิ้มออกมา เขาเองก็ไม่ได้ซื้อขายแลกเปลี่ยนกับคนอื่นบ่อยๆจะมีแค่เวลาแบบนี้เท่านั้นที่จะมีคนมาขอซื้อพวกมันเพราะอะไรน่ะหรือก็เพราะว่าพวกเขามีเงินแต่ไม่มีคูปองอย่างไรล่ะ
อยู่กินข้าวร่วมกันราวครึ่งชั่วโมงสหายทั้งสองก็ลากลับบ้านพร้อมกับกล่องอาหารและจานชามที่พวกเขานำมาด้วย
ชายหนุ่มไม่ได้ตามไปส่งพวกเขาเพราะพวกเขาบอกไม่ให้เดินบ่อยจนเกินไปนั่นเองเขาจึงรอเวลาอยู่ในบ้านจนเย็นย่ำ
จึงได้เดินออกจากประตูบ้านเพื่อไปตรวจสอบดูหลุมดักปลาทั้งสามหลุมที่ทำเอาไว้ก่อนหน้าเพราะเขารู้สึกคาดหวังในความพิเศษของน้ำจากบ่อของพื้นที่ลึกลับไม่น้อยเลย
ยิ่งเดินเข้าไปใกล้คลองน้ำหลังบ้านและยิ่งเข้าใกล้หลุมดักปลามากเท่าไหร่ชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นจนกระทั่งวางตะกร้าไม้ไผ่สานลงที่พื้นข้างตลิ่งนั่งลงที่ข้างหลุมดักปลามือก็ดึงกิ่งไม้และเศษหญ้าออกจากปากหลุม
ด้วยความขมุกขมัวของบรรยากาศที่ฝนตกทั้งวันทำให้เขาเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่นักแต่ก็รับรู้ได้ทันทีว่ามีปลาไม่ต่ำกว่าห้าหกตัวอยู่ในหลุมดักนี้แววตาของชายหนุ่มเปล่งประกายขึ้นมา
ด หลุมแรกมีปลาอยู่หกตัว หลุมที่สองมีปลาอยู่เก้าตัวและหลุมสุดท้ายมีปลามากถึงสิบห้าตัวและแต่ละตัวนั้นก็มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่งชายหนุ่มแบกตะกร้าไม้ไผ่สานกลับบ้านด้วยหัวใจที่ผ่อนคลายเพราะตอนนี้มีปลามากถึงสามสิบตัวเขารอดตายแล้ว และอีกอย่างในอีกความคิดของเขาก็คือเขาจะขุดบ่อภายในพื้นที่ลึกลับเพื่อเลี้ยงพวกมันเอาไว้ต่อไปเชื่อแน่ว่าพวกมันจะต้องขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วไม่แพ้การปลูกผักและปลูกต้นไม้ทั้งหลาย
และพอกลับเข้าบ้านได้แล้วเขาก็รีบลั่นดาลประตูหน้าลานบ้านจากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องครัวฉวยได้ปลาห้าตัวที่สหายนำมามอบให้ แล้วก็เข้าไปในพื้นที่ลึกลับของตัวเองทันที
เมื่อเข้ามาได้แล้วไม้เท้าค้ำยันก็ไม่จำเป็ต้องใช้โจวซิงเฉิงสามารถเดินได้แม้จะมีกะเผลกอยู่บ้างแต่ก็ดีกว่าใช้ไม้เท้าค้ำยัน
เขานำปลาที่ได้มาไปขังเอาไว้ในบ่อดินเล็กๆข้างกระท่อมดินทั้งสามสิบตัวนั้นแหวกว่ายอย่างเริงร่าเพราะััได้ถึงแหล่งน้ำวิเศษที่มีมากกว่าที่พวกมันได้กินไปก่อนหน้าแล้วนั่นเองส่วนห้าตัวที่สหายเอามาให้ชายหนุ่มก็เดินเข้าครัวเพื่อทำซุปปลาและทำปลานึ่งซีอิ๊วเอาไว้
ขณะที่ทำอาหารอยู่ในครัวเขาก็มองไปยังทิศทางของป่าและสวนผลไม้ที่เพิ่งปลูกไปไม่นานก็ต้องตะลึงเมื่อสามารถมองเห็นพวกมันจากกระท่อมดินตรงนี้“เป็แบบนี้คงต้องได้เข้าตัวเมืองในเร็วๆนี้แน่ จะได้นำพวกมันไปขาย”แต่พอคิดว่าสภาพขาข้างที่พิการเวลาออกจากพื้นที่แห่งนี้ยังไม่ดีพอที่จะเดินทางทำให้เขาต้องอดใจรอเวลาไปก่อน“ถ้าสถานที่แห่งนี้มีจุดที่สามารถคงสภาพวัตถุทุกอย่างได้ก็คงจะดีสินะ”
หลังจากกินข้าวด้วยความเอร็ดอร่อยแล้วโจวซิงเฉิงก็นำเมล็ดผักไปปลูกลงในแปลงที่เตรียมเอาไว้ก่อนหน้าครั้งนี้เขาไม่ได้ปลูกเยอะแต่เลือกที่จะปลูกอย่างละนิดอย่างละหน่อยสำหรับเอาไว้ทำอาหารเท่านั้น
เขายังได้หยอดเมล็ดพันธุ์แตงโมและสตรอเบอร์รี่ลงไปด้วยอย่างละสิบเมล็ดจากนั้นก็รดน้ำจนชุ่มรอเวลาเก็บเกี่ยวพวกมัน
ต่อจากนั้นก็ขุดบ่อที่มีความกว้างห้าคูณห้าเมตรที่มีความลึกสองเมตรขึ้นมาหนึ่งบ่อตักน้ำจากบ่อไปเติมอยู่เกือบสามชั่วโมงจึงได้ระดับที่้าแล้วจึงนำปลาทั้งสามสิบตัวมาปล่อยลงบ่อดินนี้ “อยู่บ่อเล็กไปก่อนนะ วันหลังฉันจะขุดบ่อใหญ่กว่านี้ให้พวกแกได้อาศัย”
แต่ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะเดินกลับกระท่อมดินนั้นเขาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างในบ่อเล็กที่เพิ่งปล่อยปลาลงไป
“หืมถึงกับวางไข่ทันทีเลยเหรอจะเร็วไปไหมเนี่ย!!”
ฝากกดติดตามผลงานของไรท์ด้วยนะค้าา
เื่นี้มีอีบุ๊กเล่ม 1 แล้วน้า ถ้าสนใจไปสอยได้ที่ meb เลยค่า