หลินอู๋เฉินลงมาจากรถ Maserati MC20 โดยมีพวกเกาหยุนเซียวต้อนรับ
นอกจากนั้นยังมีอาจารย์มู่มาที่นี่ สร้างความประหลาดใจให้เขาไม่น้อย
“ลูกพี่สุดยอดไปเลย นอกจากหล่อเหลาแล้วยังขับรถเก่งมากอีกด้วย” เกาหยุนเซียวเยินยอ
“ลูกพี่ดริฟต์รถอย่างกับในเกมเลย เท่มากอะ” ฉุนเซียวยกนิ้วโป้งให้
“ลูกพี่เก่งที่สุดเลย ั้แ่เกิดมาฉันไม่เคยเห็นใครขับรถได้เท่เท่ากับลูกพี่มาก่อน!” เย่หานเสริม
“พอแล้ว เลียให้มันเบาๆ หน่อย” หลินอู๋เฉินรู้ว่าพวกเขากำลังพูดเกินจริง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าตัวเองเจ๋งสุดยอด
ประสบการณ์บนสนามแข่งของจริงช่างต่างกับเกมที่เคยเล่น
มันได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้เขาได้ััอีกโลกหนึ่ง
ต่อให้ตอนนี้เขากลายเป็ผู้บ่มเพาะก็ยังสนุกอยู่ดีเมื่อนั่งหลังพวงมาลัย
“อาจารย์มู่ ขอบใจนะที่มาชมการแข่งของฉัน” หลินอู๋เฉินหันมาสนทนากับอาจารย์สาวคนสวย ด้วยเหตุนั้นเกาหยุนเซียวทั้งสามคนจึงหลบฉากออกไปอย่างรู้เวลา นอกจากนั้นยังยกนิ้วโป้งชื่นชม หวังให้เขาจีบหล่อนสำเร็จ
“ใครมาดูเธอแข่ง อาจารย์อย่างฉันแค่ผ่านมาเท่านั้นเอง หลงตัวเองเกินไปแล้ว!” มู่เจาเจาย่นจมูก เด็กคนนี้นี่ยังไง เจอกันกี่ครั้งก็คิดว่าเธอสนใจตลอด สมองเขามีปัญหาหรือเปล่าเนี่ย
ชายหนุ่มหัวเราะมุมปาก “งั้นเหรอ ก็นึกว่าเป็ห่วงเลยมาดู เสียใจนะเนี่ย”
“เป็ห่วงอยู่นะ ถ้าหากเธอเป็อะไรไปก็คงไม่ได้เดินทางไปสำรวจหุบเขาด้วยกัน” มู่เจาเจาตอบเถรตรง ใช่หล่อนกลัวว่าเขาจะได้รับอุบัติเหตุจากการแข่งรถ ถึงได้เดินทางมาที่นี่
“ไม่ต้องกลัว การขับรถแข่งบนสนามก็ไม่ต่างจากวิดีโอเกม โดยเฉพาะฉันที่เป็เกมเมอร์ มีอะไรต้องกังวล?”
“ชิ คนหลงตัวเอง!” มู่เจาเจามองบน “เอาล่ะถึงเวลาที่อาจารย์ต้องไปแล้ว พรุ่งนี้ก็อย่าไปเรียนสายล่ะ”
“อาจารย์ คิดถึงก็พูดมาตรงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม”
“สำหรับอาจารย์ไม่มีวัน! และในฐานะนักศึกษาเธอก็ควรมาพบอาจารย์เพื่อปรึกษางานวิจัย ไม่ใช่เื่ในทำนองนั้น!” มู่เจาเจาเริ่มสร้างปัญหาให้เขา แน่นอนว่าหล่อนแค่แกล้งเท่านั้น เพราะถ้าหากไม่มีเรียนแต่อยู่ในห้องสองต่อสองกับศิษย์ มันคงไม่ใช่เื่ดี
หลินอู๋เฉินมองหล่อนจากไปพร้อมกับหัวเราะ ขณะนั้นเหวินจิงก็เดินเข้ามาหา
“ตามที่พนัน เงินทั้งหมดจะเป็ของนาย” เหวินจิงกล่าว สีหน้าปั้นยาก
หล่อนไม่คิดเลยว่ามันจะลงเอยแบบนี้
คราวแรกคิดว่าถังปิงหยุนคือคู่แข่งตัวฉกาจ แต่ที่ไหนได้มันกลับเป็ผู้ชายที่อยู่ข้างๆ มาโดยตลอด
หลินอู๋เฉินเชยคางเธอขึ้นมาด้วยนิ้วชี้
“ฉันก็บอกแล้วแต่เธอไม่เชื่อ นอกจากนั้นสัญญาอีกอย่างหนึ่งเธอเองก็ควรจะ...”
เหวินจิงหน้าร้อนผ่าว เหยียบเท้าเขาด้วยความหมั่นไส้ไปทีหนึ่ง
“รู้แล้วน่าไม่ต้องบอกหรอก”
“งั้นก็ดี ฉันจะได้ไม่ถูกพูดถึงในทางเสียหายว่าฝืนใจ”
“ชิ! คนไร้ยางอาย”
เหวินจิงกลับไปขึ้นรถ โดยไม่สนใจเขาอีกต่อไป
หลินอู๋เฉินอมยิ้มมุมปาก จากนั้นสายตาของเขาตรงไปอยู่ที่มุมหนึ่งของสนาม ริมฝีปากพลันยกขึ้น บรรจงย่างกรายไปที่นั่น
ไม่นานก็มาถึงจุดที่ถังปิงหยุนยืน
หล่อนยืนตากแดดนานสองนาน ผิวขาวกลายเป็สีแดง ใบหน้าคล้ำและร่องรอยโกรธที่ไม่สามารถปิดได้ผ่านดวงตาคู่สวย
หลินอู๋เฉินเดินเข้ามาแล้วโอบเอวเธอจากด้านหน้า
ถังปิงหยุนในสภาพเคลื่อนไหวไม่ได้ ร่ำร้องในใจว่า “ไอ้คนเลว กล้าฉวยโอกาสกับฉันงั้นเหรอ!”
แต่อย่างใดก็ตามความคิดดังกล่าวของหล่อนได้หายไปเมื่อััได้ถึงความอบอุ่นสายหนึ่งเข้ามาในร่างกาย ครู่หนึ่งจึงขยับแขนขาได้ และเพราะยืนมานานเธอเกือบจะล้มลงพื้น โชคดีเขาคว้าตัวไว้ทัน
“เธอไม่เป็ไรนะ ถูกใครสกัดจุดไว้ละเนี่ย อากาศร้อนแบบนี้หากไม่มีคนเดินมาเห็น เธอคงเป็ลมหมดสติ หรือถ้าหากมีคนไม่ดีเข้ามาทำร้ายร่างกาย คงจบไม่สวยแน่ โชคดีที่ฉันบังเอิญผ่านมาแล้วช่วยไว้” หลินอู๋เฉินไม่ใช่คนที่ชอบปิดทองหลังพระ จะทำอะไรคนต้องรู้ต้องเห็น ต้องได้หน้า
“ขอบคุณนะ” ถังปิงหยุนหน้าร้อนผ่าว รีบเบือนหน้าไปทางอื่น
อาจเป็เพราะอากาศส่วนหนึ่ง อีกส่วนคือชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าช่างเป็คนดีเหลือเกิน
ถึงแม้เธอจะขยับร่างกายไม่ได้แต่เขากลับไม่ฉวยโอกาสทำเื่อย่างว่า แต่ยังช่วยคลายจุดให้กลับมาเป็ปกติ ช่างเป็คนดีเหลือเกิน
เธอถอยออกมาจากเขาหน่อยนึง ยังไงซะทั้งคู่ก็เพิ่งรู้จักกัน
นอกจากนั้นเขายังมาพร้อมกับเหวินจิง มันคงไม่ดีแน่หากเธอเป็มือที่สาม
“จริงสิ ทำไมเธอถึงยืนอยู่ที่นี่คนเดียว ใครเป็คนทำร้ายเธอ สกัดจุดจนขยับร่างกายไม่ได้แบบนี้” หลินอู๋เฉินไม่รู้ว่าเธอกำลังกังวลเื่อะไร แค่แสร้งถามทั้งที่ความจริงรู้อยู่แล้วว่าฝีมือใคร
เมื่อได้ยินคำถามใบหน้าของถังปิงหยุนก็แสดงออกถึงความเกลียดชัง
“บอดี้การ์ดของฉันเอง ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้”
“โอ้เป็แบบนี้นี่เอง ตอนแรกเขาบอกว่าเธอท้องเสียแข่งรถไม่ได้จึงขับรถลงสนามเอง แต่ในความจริงเธอถูกบอดี้การ์ดเล่นงานสินะ” หลินอู๋เฉินแสร้งเป็ตกตะลึง
“อะไรนะ เขาบอกว่าฉันท้องเสียเหรอ ระยำเอ้ย!” ถังปิงหยุนอุทานหยาบคาย ก่อนจะรู้ตัวก็รีบเอามือปิดปากทำหน้าอายๆ “ขอโทษนะคะ พอดีลืมตัวไปหน่อย”
“ไม่เป็ไร ถ้าหากเป็ฉันฉันเองก็คงโกรธ โดยเฉพาะเื่แบบนี้ถูกกระทำโดยคนใกล้ตัว”
“นั่นสินะ”
เห็นว่าเธอคล้อยตาม หลินอู๋เฉินเสริมว่า “จริงสิ ฉันว่าฉันพอรู้จุดประสงค์ของหยางจื่อแล้วล่ะ”
“เอ๋...จริงเหรอ บอกให้ฉันฟังหน่อยสิ”
“ได้สิ” หลินอู๋เฉินพยักหน้า แล้วมองแขนเล็กๆ ของเธอที่เข้ามาเกาะแกะ
ถังปิงหยุนรับรู้ถึงสายตานั้น รีบดึงมือตัวเองออกไปช้าๆ
หลินอู๋เฉินยักไหล่ ดูไม่แยแสกับเหตุการณ์ที่เกิด
“ความจริงแล้วเื่นี้ดูไม่ยาก โดยเฉพาะเมื่อเป็ผู้ชายด้วยกัน จำครั้งแรกได้ไหมที่หยางจื่อเจอฉันก็บอกจะต่อยหน้า แล้วให้เธอกับเหวินจิงเป็แฟนหากฉันแพ้”
ถังปิงหยุนพยักหน้า เื่นี้เพิ่งเกิดได้ไม่นาน เธอจึงจำมันได้แม่น
หลินอู๋เฉินกล่าวต่อ “เมื่อมองจากมุมนี้ ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งหยางจื่อคิดว่าตัวเองแน่ อาศัยฝีมือเล็กน้อยของตัวเองเข้ามาสกัดจุดเธอ จากนั้นขับรถลงสนามแทน เพื่อที่จะโชว์ให้เธอและเหวินจิงเห็นว่าเขามีทักษะขับรถเก่งจนแข่งชนะ แต่อย่างใดก็ตามเขาไม่แม้แต่ขับถึงเส้นชัย ตอนนี้รถตกอยู่ข้างทางแน่ะ”
“อะไรนะ รถตกอยู่ข้างทาง!”
พลันที่ได้ยินคำกล่าว หล่อนถึงกับสั่นเทิ้มไปทั้งตัว
จุดที่ถังปิงหยุนอยู่ไม่สามารถมองเห็นสนามได้ อีกทั้งหล่อนขยับไม่ได้จึงเป็เื่ปกติที่จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ดูกังวลมากเลยนะ ห่วงความปลอดภัยของเขาเหรอ” หลินอู๋เฉินแสร้งถาม
ถังปิงหยุนส่ายหน้า “คนแบบนั้นตายได้ก็ดี ที่ฉันห่วงคือ aston martin v8 ต่างหากล่ะ”
“งั้นเสียใจด้วย ตอนนี้สภาพรถของเธอพังยับเยิน คงเป็ไปได้ยากที่จะซ่อมให้มันกลับมาอยู่ในสภาพเดิม” หลินอู๋เฉินสุมไฟเข้าไปในเพลิง ก็ไม่ใช่เื่แปลก ใครให้'มด'มารังควานล่ะ
ถังปิงหยุนกำหมัดแน่น ยิ่งได้ยินเขาพูดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งโกรธเกลียดหยางจื่อมากเท่านั้น
“ดูนั่นสิบอดี้การ์ดเธอมานู่นแล้ว” หลินอู๋เฉินชี้มือไปทางขวา “วันนี้ฉันชนะคงอยู่คุยกับเธอไม่ได้ ขอบใจนะสำหรับเงินล้านหยวน อ้อแล้วก็ระวังบอดี้การ์ดคนนี้ด้วยล่ะ เขาถึงกับสกัดจุดเธอได้ ไม่แน่ว่าอาจจะ...”
หลินอู๋เฉินเผยรอยยิ้มมีเลศนัยแล้วเดินออกไป
สำหรับถังปิงหยุนหล่อนจะไม่เข้าใจได้ยังไง สิ่งที่เขา้าสื่อมันอันตรายเป็อย่างมาก และถ้าหากเธอตกอยู่ในสภาพนั้นจริงๆ ไม่แน่คงไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้
ทันใดนั้นถังปิงหยุนเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าชายหนุ่ม
“มีอะไรเหรอ?” หลินอู๋เฉินเลิกคิ้วสูง
“นายสามารถคลายจุดให้ฉัน หมายความว่านายเองก็มีความแข็งแกร่ง ฉันจะเสนอเงินให้นายมาเป็บอดี้การ์ด เดือนละหนึ่งแสนหยวนเป็ไง!” ถังปิงหยุนเพิ่งรู้จักเขาก็จริง แต่หล่อนรู้สึกดีกว่าที่ต้องมาอยู่กับหยางจื่อ
“ตลกหรือเปล่า” หลินอู๋เฉินดีดหน้าผากเธอทีหนึ่ง “คิดว่าฉันขาดเงินหรือไง คิดว่าฉันเป็หนุ่มน้อยลงจากเขาเหมือนหยางจื่อหรือไง”
ถังปิงหยุนเพิ่งได้สติ นั่นสินะเขามากับเหวินจิงจะเป็ผู้ชายธรรมดาได้ยังไง
ทันใดนั้นเธอรู้สึกว่าคำที่เพิ่งพูดออกไปมันไร้สาระเพียงใด
หลินอู๋เฉินไม่ได้ทำลายโอกาสเธอโดยสมบูรณ์ เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า ตามด้วยกล่าว “มาแลกไอดีกัน ถึงฉันจะเป็บอดี้การ์ดให้เธอไม่ได้ แต่ก็สามารถไปช่วยได้นะ”
ได้ยินแบบนั้นถังปิงหยุนยิ้มหน้าบาน
หลังจากแอดไอดีแล้วหล่อนก็กดเขาเพิ่มเป็เพื่อน
“ขอบใจนะ เท่านี้ฉันก็อุ่นใจ”
“แน่นอนว่าไม่ฟรี”
ถังปิงหยุนมองหลินอู๋เฉินจากไปอย่างไม่เต็มใจ สำหรับคำพูดนั้นที่บอกว่า'ไม่ฟรี'เธอไม่คิดเป็จริงเป็จังนัก
จากเหตุการณ์เมื่อครู่ต่อให้มีโอกาส เขาก็ไม่ได้ทำเื่อย่างว่า ดังนั้นคำว่า'ไม่ฟรี'ที่เขาพูด ก็แค่แกล้งขำๆ เท่านั้น
“กำลังยิ้มอะไรอยู่ คุยกับมันอารมณ์ดีเชียวนะ” หยางจื่อเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด และนั่นทำให้เขาสลักชื่อหลินอู๋เฉินไว้ในใจว่าต้องฆ่า!