ตอนที่ 8:ความเมตตาจากจางิห่าว
บนชั้นสองของร้านอาหาร‘พบกันที่ใต้ต้นไม้’ มีห้องส่วนตัวไม่มากนักโดยทั่วไปแล้วมันจะมีสำหรับเพื่อนของจางิห่าว และคนในวงการบันเทิงเท่านั้นดูเหมือนว่าเวลาที่เพื่อนเขามา จะได้รับความเป็ส่วนตัวในห้องเหล่านี้
ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาหลิวจือเซียก็รู้สึกประหลาดใจและคิดว่าเขาอาจจะเข้าผิดห้อง
อันที่จริงห้องส่วนตัวนี้ไม่เหมือนสถานที่ไว้สำหรับรับประทานอาหารเพราะมันคือสถานที่ร้องเพลงนั่นเอง นอกเหนือจากโซฟาและโต๊ะกาแฟทางด้านซ้ายแล้วมันก็ยังมีเครื่องดนตรีอีกมากมายวางเรียงรายอยู่ ไม่ว่าจะทั้ง กีต้าร์ เบส กลอง
หากว่าไม่มีโต๊ะอาหารทางด้านซ้ายของห้องส่วนตัวนี้และอาหารเจ็ดแปดอย่างบนโต๊ะที่กำลังอุ่น ๆหลิวจือเซียคงจะคิดว่าตอนนี้เขากำลังเข้าไปที่บาร์เล็ก ๆ ของเมืองปักกิ่งแน่เลย
“คุณหลิว เชิญนั่งลงก่อนครับ ! ”
จางิห่าวเดินตรงไปที่โต๊ะอาหารพร้อมกับนั่งลงเขาโบกมือให้กับหลิวจือเซียเพื่อให้ทำตัวตามสบายนอกจากนี้เขายังเตรียมที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อให้เสี่ยวเยว่เยว่ได้นั่งอีกด้วย
“คุณหลิว คุณทำงานอะไรหรือครับ ? ”จางิห่าวยกหัวข้อสนทนาขึ้นมาทันที
ขณะที่กำลังส่งผักให้กับเสี่ยวเยว่เยว่หลิวจือเซียก็กล่าวขึ้นว่า“ตอนนี้ผมกำลังว่างงานเพราะพึ่งเรียนจบและต้องดูแลลูกด้วย”
จางิห่าวมองหลิวจือเซียขึ้น ๆ ลง ๆด้วยความประหลาดใจ จากนั้นเขาก็รู้สึกโล่งอก
ปัจจุบันคนหนุ่มสาวสมัยนี้ไม่ชอบแต่งงานการที่เพิ่งเรียนจบและมีลูกสาวโตขนาดนี้นั้นถือว่าเป็เื่ที่ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย
“ไม่ทราบว่าคุณหลิวจบจากที่ไหน ? ”จางิห่าวเปลี่ยนคำถาม
“วิทยาลัยการละคร”หลิวจือเซียกล่าวอย่างสบาย ๆ
“วิทยาลัยการละคร ! ”จางิห่าวตาสว่างพลัน “คุณหลิว ผมไม่คิดเลยว่าเราจะเป็ศิษย์เก่าจากที่เดียวกัน! ผมเรียนที่แผนกการละคร ภาพยนตร์และโทรทัศน์ ผมอยู่สาขาการแสดงที่เขตฮัวเซีย”
“คุณจางเราไม่ใช่แค่เป็ศิษย์เก่าเท่านั้น แต่เรายังถือว่าเป็รุ่นพี่รุ่นน้องกันอีกด้วย! ” หลิวจือเซียหัวเราะ มันจะมีอะไรบังเอิญไปมากกว่านี้อีกในโลกนี้
“ฮ่าฮ่า ถือว่าชะตาลิขิต ! ”
จางิห่าวก็หัวเราะออกมา “น้องหลิวฉันคิดว่าพวกเราไม่ควรจะเรียกกันเ้านายหรือว่าคุณจางอะไรอีกต่อไปแล้วนายอายุเท่าไหร่ ? ถ้าไม่รังเกียจ เรียกฉันว่าพี่ห่าวก็แล้วกันนะส่วนฉันจะเรียกนายว่าน้องหลิวเป็ไง ? ”
“ถ้าจือเซียสุภาพไปมากกว่านี้มันก็คงจะเป็พวกหน้าไหว้หลังหลอก ! ” หลิวจือเซียหยิบถ้วยชาขึ้นมา “พี่ห่าวฉันดื่มชาแทนไวน์ก็แล้วกัน ถ้วยนี้สำหรับพี่ สำหรับการรู้จักกันครั้งแรกของเรา ! ”
“อืม งั้นดื่มหมดนี่เลยก็แล้วกัน ! ”จางิห่าวหยิบถ้วยชาและดื่มจนหมด
“คุณพ่อคะ หนูอยากทำแบบคุณพ่อ ! ”เสี่ยวเยว่เยว่ตาเป็ประกาย จากนั้นเธอก็หยิบถ้วยชาเล็ก ๆ ขึ้นมาดื่มจนหมดเกลี้ยง
“เยว่เยว่ อย่ารีบร้อน”หลิวจือเซียเช็ดมุมปากของเสี่ยวเยว่เยว่ จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “พี่ห่าวดูเหมือนว่าพี่จะค่อนข้างรักร้านอาหารแห่งนี้”
“ฮ่าฮ่าฉันอยู่วงการบันเทิงมาหลายปีแล้ว ฉันเองก็แค่้าพักผ่อน”
จางิห่าวตักน้ำแกงไข่ให้กับเสี่ยวเยว่เยว่เขาส่ายหัวและกล่าวขึ้นว่า “ฉันเองแค่อยากจะสร้างบาร์แต่มีบางคนบอกว่ามันเสียงดังเกินไป ดังนั้นฉันก็เลยทำร้านอาหารนี่ถ้าจะให้เป็ไปตามที่ฉัน้า ร้านนี่ควรจะเรียกได้ว่า ‘ดินเนอร์บาร์’ น่าจะดีกว่า”
“ใช่ ที่นี่เงียบกว่าบาร์มาก”หลิวจือเซียพยักหน้า
“นั่นแหละ” จางิห่าวพูดต่อ “น้องชายเพลงที่นายเพิ่งร้องนั้น นายแต่งเองหรือ ? มันชื่อว่าเพลงอะไรกัน ? ”
“มันชื่อว่า ‘ได้เจอเธอพอดี’”มันเป็เพลงที่หลิวจือเซียคิดขึ้นมาเอง จากนั้นเขาก็กล่าวเสริม “เพลงนี้สำหรับเยว่เยว่”
มันคือเพลงต้นฉบับ !
ดวงตาของจางิห่าวเปล่งประกายวิบวับ“น้องชายนั้นเก่งจริง ๆทั้งที่ยังหนุ่มแต่ก็สามารถเขียนเพลงและร้องเพลงที่ไพเราะออกมาได้จะให้พูดกันตามจริง ฉันไม่เคยเห็นชายหนุ่มคนไหนที่มีพร์แบบนี้มาก่อนเลย”
“พี่ห่าวพูดเป็เล่นน่าพี่เองก็ถือว่าเป็รุ่นพี่ในวงการนี้ พี่จะไม่เจอเพลงดี ๆ ได้ยังไงกันฉันเองก็แค่ร้องมันมั่ว ๆ เท่านั้น” หลิวจือเซียเป็คนเจียมเนื้อเจียมตัว
“น้องชาย อย่าดูถูกตัวเองแบบนั้น ! ”จางิห่าวโบกมือครั้งแล้วครั้งเล่า“ถ้าน้องชาย้าจะอัพโหลดเพลงนี้ลงไปบนเพนกวินมิวสิค ฉันเดาว่าภายใน 24 ชั่วโมงมันจะต้องมีคนกดติดตามอย่างน้อย 100,000 คน ! ”
“นั่นเกินจริงไปหรือเปล่า ? ”หลิวจือเซียกระพริบตาเล็กน้อย
เพนกวินมิวสิคคือแพลตฟอร์มออนไลน์ของกลุ่มวีแชท
ในฐานะที่เป็หนึ่งใน 50องค์กรชั้นนำของโลกกลุ่มวีแชทจึงมีธุรกิจที่หลากหลายและเกี่ยวข้องแทบจะทุกสาขาอาชีพ ท่ามกลางพวกเขาวีแชทเป็ซอฟต์แวร์ส่งข้อความโต้ตอบกันที่ใช้โดยคนทั่วโลกถึง 80 %
ด้วยฐานผู้ใช้ที่ทรงพลังของมันทำให้มีผู้คนใช้วีแชทมากถึงหนึ่งพันล้านคน เพนกวินมิวสิคจึงค่อนข้างผูกขาดในโลกนี้
กล่าวได้ว่าที่ใดมีคนที่นั่นมีเพนกวินมิวสิค ตราบใดที่คุณมีบัญชีวีแชท คุณก็สามารถฟัง ดาวน์โหลดอัปโหลดเพลงบนเพนกวินมิวสิคได้
แน่นอนว่าเพลงที่อยู่บนเพนกวินมิวสิคไม่ใช่ของฟรีมันมีทั้งหมดสองโหมด
โหมดแรกก็คือโหมดฟรีเพลงจะถูกย่อและคุณภาพของเสียงก็ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่นักอีกโหมดหนึ่งก็คือโหมดเสียเงิน แม้ว่าจะฟังเพลง ดาวน์โหลดเพลงเขาก็จะต้องจ่ายด้วยเงินสกุลจีน 1 หยวน เพลงที่ได้ฟังนั้นจะอยู่ในเวอร์ชั่นเต็มคุณภาพของเพลงจะไม่ถูกลดทอน
สำหรับคนติดตามแค่หนึ่งแสนคนสิ่งนี้ฟังดูเหมือนเยอะ แต่สำหรับเพนกวินมิวสิค มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากฝนที่ตกปรอยๆ
เดิมทีหลิวจือเซีย้าอัปโหลดเพลงเพื่อหารายได้จากเพนกวินมิวสิค
แต่เขาติดที่การชำระเงินของเพนกวินมิวสิค ระยะเวลาในการชำระนั้นคือหนึ่งเดือนสิ่งที่หลิวจือเซีย้าในตอนนี้ก็คือ ได้รับมันเร็วที่สุดหลังจากทำเงินดังนั้นเขาจึงกำจัดความคิดเช่นนี้
“มีแน่นอน” จางิห่าวพยักหน้า“ฉันยังแค่ประมาณไว้ แล้วเื่อัปโหลดนี่ล่ะ ? ”
หลิวจือเซียคิดอยู่สักพัก “พี่ห่าวการอัปโหลดเพลงไปยังเพนกวินมิวสิคจะแบ่งออกเป็สองเวอร์ชั่นด้วยเงื่อนไขในปัจจุบันของฉัน ฉันสามารถอัพโหลดในเวอร์ชันฟรีเราไว้ค่อยคุยกันทีหลัง ”
“อืม ลองคิดดูก็แล้วกัน”จางิห่าวกล่าวต่อ “ยังไงก็ตาม นายจดลิขสิทธิ์ของเพลงนี้แล้วหรือยังไง ? ”
หลิวจือเซียส่ายหัวไปมา “ยังเลยฉันเพิ่งจะแต่งมันขึ้นมาเอง ฉันจะไปจดมันได้ที่ไหน ? ”
“พรวด ! ” จางหมิ่งห่าวพ่นชาออกมา“นายบอกว่านายเพิ่งจะแต่งมันขึ้นมางั้นหรือ ? ”
“ใช่” หลิวจือเซียพยักหน้าตามปกติ
“ไม่นะน้องชาย ! ”ใบหน้าของจางิห่าวแสดงความประหลาดใจออกมา“ฉันเพิ่งจะพบกับท่วงทำนองที่โด่งดังที่สุดในยุคสมัยแต่นายบอกว่านายเพิ่งแต่งมันขึ้นมาเอง ! ไม่ได้ ไม่ได้นายรอฉันก่อนฉันจะรีบไปเอาคอมพิวเตอร์มา เราจะจดลิขสิทธิ์กันเลย ! ”
ด้วยเหตุนี้ จางิห่าวก็รีบออกจากห้องส่วนตัวไป
ไม่น่าแปลกใจที่จางิห่าวจะรู้สึกประหม่าในโลกใบนี้ กำหนดลิขสิทธิ์ได้ชัดเจนมากดังนั้นมันจึงไม่เกิดการละเมิดกันแต่อย่างใดเพราะกฏหมายในโลกใบนี้ถูกกำหนดค่อนข้างรุนแรงผู้ที่ละเมิดเพียงเล็กน้อยจะถูกปรับเงิน ส่วนผู้ที่ละเมิดมาก ๆก็จะถูกส่งเข้าคุกและอยู่ในนั้นตลอดชีวิต
แน่นอนไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการขโมยเพลง บทเพลงนวนิยาย........ ใครจะบอกได้ว่าของที่ไม่ได้จดลิขสิทธิ์จะไม่มีผู้อื่นขโมยไป ?
การดำเนินการนี้เป็ไปตามคำพูดที่ว่า‘มาก่อนได้ก่อน’ ใครก็ตามที่จดทะเบียนกับสมาคมลิขสิทธิ์ก็จะต้องกลายเป็ของผู้นั้นเมื่อถึงเวลาก็ไม่มีเหตุผลที่จะพูดถึงมันนั่นเป็เหตุผลว่าทำไมจางิห่าวถึงกังวลเป็อย่างมาก
เสี่ยวเยว่เยว่ที่กำลังกินพุดดิ้งอยู่นั้นเห็นว่าจางิห่าวออกไปอย่างรีบร้อนสิ่งนี้มันจึงทำให้เธออดที่จะถามไม่ได้ว่า “พ่อคะ ลุงจางจะทำอะไร ?มีของกินที่น่าอร่อยมากมาย แต่ทำไมลุงจางถึงไม่ยอมกิน”
หลิวจือเซียเช็ดมุมปากของเด็กสาวตัวน้อยและกล่าวขึ้นว่า“ลุงจางจะรีบกลับมาในไม่ช้า เยว่เยว่ ค่อย ๆ กินนะลูก”
“อืม พ่อคะ กินด้วยกันสิคะ ! ”เสี่ยวเยว่เยว่ยิ้มออกมาจนดวงตาโค้งเป็เสี้ยวพระจันทร์