หลังจากพิธีรับศิษย์
ซ่งเทียนอวิ๋นพาเสี่ยวชวนขึ้นยอดเขาหลัก
ที่นั่น….
เสี่ยวชวนเห็นเพ่ยเหยายืนรออยู่ก่อนแล้ว เขาตกตะลึง…
“นางคือศิษย์คนแรกของข้า… เหยาเอ๋อร์ฝึกเพลงกระบี่ฟ้าครามเก้าเงามานานแล้ว วิชาแปลกๆในสนามประลองที่เ้ารับมือด้วยตอนนั้นคือวิชานี้….” ซ่งเทียนอวิ๋นกล่าวขึ้น
“ที่แท้เป็เช่นนี้…” เสี่ยวชวน เขาคิดว่าวิชากระบี่ฟ้าครามเก้าเงานั้นร้ายกาจมาก ตอนนั้นที่เสี่ยวชวนรับมือกับเพ่ยเหยาเขาเอาตัวแทบไม่รอด หากไม่มีก้าวไร้เงา เขาคงตกตายไปนานแล้ว….
“เหตุผลที่ข้าเลือกเ้าเป็เพราะเหตุใดรู้หรือไม่?” ซ่งเทียนอวิ๋นกล่าวขึ้น
“ไม่รู้ขอรับ” เสี่ยวชวนตอบอย่างซื่อตรง
“นั่นเป็เพราะเ้านั้น… ซ่อนคมในฝักได้อย่างแเีมากนัก! ด้วยระดับชั้นเช่นข้าย่อมมองออกว่าแท้จริงเ้าเหนือชั้นขนาดไหน แต่เ้าเลือกที่จะไม่หุนหัน เลือกที่จะไม่โอ้อวด รู้จักการยอมแพ้ สิ่งนี้แหละที่จะทำให้เ้าไปได้ไกล ไกลกว่าผู้ใด ถึงแม้จะไม่ได้พุ่งอย่างรวดเร็วและรุนแรง แต่เ้าจะไหลไปเรื่อยๆจนเหนือผู้ใดในที่สุด” ซ่งเทียนอวิ๋นกล่าวอย่างลึกซึ้ง
“….” เสี่ยวชวนไม่เข้าใจเท่าไรนัก
เพ่ยเหยาเองก็มึนงงเช่นกัน ‘ท่านอาจารย์พูดอะไรไม่เห็นจะรู้เื่เลย’ นางคิด
“หึ…!! ประมุขสำนักกระบี่ฟ้าครามนับว่ามีดีอยู่บ้าง…” เฒ่ากระดูกทมิฬกล่าวขึ้น
“…..นี่คือผู้ที่ใช้ใจมอง….” นักพรตไร้หน้ากล่าวเสียงเรียบ
“….” เซวียนซา
“อันดับแรก ข้าจะส่งตำราเคล็ดลมปราณฟ้าครามให้เ้าฝึกฝนเสียก่อน นี่เป็เคล็ดวิชาที่มีเพียงศิษย์ชั้นนำเท่านั้นจึงจะสามารถได้รับอนุญาตให้ฝึกฝนได้… วิชานี้ พลังลมปราณไหลเร็ว เบา แต่… คมเหมือนใบมีด ไม่เน้นะเิพลัง แต่เน้น ตัดผ่านจุดตาย!! ใช้พลังน้อยแต่ได้ผลมาก ยิ่งควบคุมดีจะยิ่งร้ายกาจยิ่งอันตราย!! จุดอ่อนหากคุมพลาด แรงจะหายทันที คนใจร้อนใช้แล้วจะกลายเป็เคล็ดวิชาไร้ค่าทันที….” ซ่งเทียนอวิ๋นกล่าวขึ้นจากนั้นจึงหยิบตำราวิชาลมปราณฟ้าครามออกจากแหวนมิติแล้วส่งให้เสี่ยวชวน
เสี่ยวชวนรับตำรามาจากนั้นจึงเปิดขึ้นอ่านจากนั้นจึงเริ่มฝึกฝนตามเคล็ดวิชา ลมปราณสีฟ้าหมุนทั่วยอดเขา พลังกดดันมหาศาล
เสี่ยวชวนเริ่มหลอมรวมลมปราณใหม่ ลมปราณเขาเปลี่ยนเป็ไหลเร็ว… เบา… และคม!! ตามเคล็ดวิชา
ทันใดนั้น!
เคล็ดกลืนิญญาได้เกิดการต่อต้านขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง พลังลมปราณที่ปะทุออกมาทั้งทรงพลังและรุนแรงผิดกับหลักของเคล็ดลมปราณฟ้าครามโดยสิ้นเชิง จนเสี่ยวชวนเกือบเสียการควบคุม
เสียวชวนพบว่า ลมปราณฟ้าครามกับพลังกลืนิญญาขัดแย้งกัน
หนึ่งคมและนิ่ง!
หนึ่งดุร้ายทรงพลังและโลภ!
เขาต้องทำให้ทั้งสองอยู่ร่วมกัน นี่คือบททดสอบแรก…
“เอาล่ะ ต่อไป ข้าจะอธิบายวิชากระบี่ฟ้าครามเก้าเงาให้เ้าฟัง กระบี่ฟ้าครามเก้าเงานั้นไม่ใช่เก้าท่าแยก แต่คืือ… หนึ่งวิชา ที่แตกเป็เก้าจังหวะสังหาร”
“เงาแรก เฉือนลม เป็ท่าเปิดที่เร็วสุด ฟันเฉียงเบาๆเร็วกว่าที่ตาเห็น ใช้ลองเชิง หรือบังคับอีกฝ่ายตั้งรับ”
“เงาที่สอง ปาดิญญา ฟันต่ำเล็งเอ็น ข้อ หรือจุดเคลื่อนไหว ไม่เน้นฆ่า แต่ทำให้อีกฝ่ายช้าลง”
“เงาที่สาม แทรกช่องว่าง แทงเข้าจังหวะที่อีกฝ่ายหายใจหรือเปลี่ยนท่า”
“เงาที่สี่ หมุนสะบั้น หมุนตัวฟันต่อเนื่อง ไม่แรงมาก แต่เร็วและต่อเนื่อง ใช้กดดันและไล่จังหวะ”
“เงาที่ห้า คมซ้อนคม ฟันหลอกหนึ่งจังหวะ แล้วเปลี่ยนเป็มุมจริงทันที ใช้หลอกสายตาพวกบ้าพลังใจร้อนได้เป็อย่างดี”
“เงาที่หก ตัดชีพจร เล็งจุดตายโดยตรง คอ หัวใจ ดวงตา”
“เงาที่เจ็ด ไร้เสียง เคลื่อนไหวเงียบสนิท ฟันโดนที่อีกฝ่าย “ไม่รู้ตัว” เอาไปใช้ตอนลอบฆ่า”
“เงาที่แปด สะท้อนฟ้า ใช้แรงของอีกฝ่าย สะท้อนกลับ รับแล้วสวนทันที”
“เงาที่เก้า ดับเงา ใช้ในจังหวะสุดท้าย ดาบเดียวจบ ใช้ยามอ่านอีกฝ่ายขาดแล้วเท่านั้น”
“วิชานี้… ไม่เหมาะกับคนที่อยากชนะเร็ว แต่เหมาะกับคนที่ ไม่พลาดแม้แต่ครั้งเดียว เอาล่ะเหยาเอ๋อร์เ้าลองไปสาธิตให้ศิษย์น้องคนใหม่ของเ้าดูหน่อยเถอะ” ซ่งเทียนอวิ๋นกล่าวขึ้น
“อุหวาาา…. ข้ากลายเป็ศิษย์พี่ของพี่เสี่ยวชวนไปแล้วงั้นหรือ? มันช่างสับสนยิ่งนัก!! แล้วข้าควรเรียกเขาอย่างไรดีเนี่ย โอ้ยยย” เพ่ยเหยาบ่น
“ฮ่าฮ่าฮ่า เรียกตามที่เ้าอยากเรียกได้เลยเหยาเอ๋อร์” ซ่งเทียนอวิ๋นกล่าวยิ้มๆ
“เ้าค่ะท่านอาจารย์”
หลังจากกล่าวจบ เพ่ยเหยาก็เดินไปทางสวน
“เงาแรก เฉือนลม!”
กระบี่ฟันออกหนึ่งครั้ง ใบไม้ร่วงหล่นครึ่งสวน
‘ช่างเป็เพลงกระบี่ที่รวดเร็วนัก!’ เสี่ยวชวนคิด จากนั้นเขาจึงเริ่มฝึก
เงาแรกเฉือนลม เสี่ยวชวนฝึกฝนอยู่ซ้ำๆ เขาล้มเหลวนับร้อยครั้ง
“บัดซบยากเย็นนัก!” เสี่ยวชวนบ่น
เขาตั้งสมาธิและเริ่มฝึกใหม่ หลังจากผ่านไปอีกร้อยครั้ง เขาก็ทำได้สำเร็จ เงาแรกเฉือนลม เสี่ยวชวนสามารถใช้ท่านี้ได้อย่างช่ำชอง
เพ่ยเหยาและซ่งเทียนอวิ๋นที่ดูอยู่นั้นถึงขั้นตกตะลึงจนเงียบไปนาน….
“ทะ…ท่านอาจารย์ ตอนข้าฝึกเฉือนลมครั้งแรก กว่าจะสำเร็จระดับพี่เสี่ยวชวน ข้าล้มเหลวนับสามพันครั้ง! แต่เขากลับทำได้ในระดับนี้ในสองร้อยครั้ง! บ้าชัดๆ!” เพ่ยเหยากล่าวอึ้งๆ
“ดูเหมือนข้าจะพบเจอสัตว์ประหลาดของจริงเสียแล้ว ในสายตาข้า แม้แต่หานอวี่ อีกไม่นานชวนเอ๋อร์ก็สามารถก้าวข้ามได้อย่างแน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า” ซ่งเทียนอวิ๋นหัวเราะอย่างอารมณ์ดี จากนั้นเข้าก็จากไปปล่่อยให้เสี่ยวชวนได้ฝึกเอง
หลังจากนั้นเสี่ยวชวนก็ฝึกเงาที่สองปาดิญญาต่อ เป็การฟันต่ำ ฝึกโจมตี ข้อต่อ โจมตีเอ็น
เพ่ยเหยาได้มาเป็คู่ซ้อมให้แก่เสี่ยวชวน
“พี่เสี่ยวชวน ท่านจะฟันเร็วและแม่นอะไรขนาดนี้เนี่ย ข้าตั้งตัวแทบไม่ทันแล้ว!!” เพ่ยเหยาบ่น
“ฮ่าฮ่า เ้าฝีมือไม่ธรรมดา ถ้าข้าไม่เอาจริง จะฝึกกันไปทำไมเล่า?” เสี่ยวชวนกล่าวยิ้มๆ
“ชิ! ท่านฝึกแค่ไม่กี่ร้อยรอบก็สำเร็จเงาที่สองปาดิญญาแล้ว รู้มั้ยว่าข้ากว่าจะทำสำเร็จได้ข้าฝึกนับพันครั้งเลยนะ!!”
“ไหนเ้าว่าตัวเองเป็อัจฉริยะยอดฝีมือมิใช่รึ?”
“ใช่น่ะสิ ท่านไม่รู้หรือไง ข้าฝึกพันครั้งสำเร็จนับได้ว่าเป็อัจฉริยะแล้ว คนอื่นกว่าจะสำเร็จพวกเขาฝึกกันเป็หมื่นเป็แสน บางคนไม่มีพร์ก็ฝึกเป็ล้านครั้งจึงจะสำเร็จ ท่านที่ฝึกไม่กี่ร้อยครั้งแล้วสำเร็จนั้นแหละสัตว์ประหลาด! นี่มันเกินระดับอัจฉริยะแล้ว!”
“แม้ข้าจะฝึกสำเร็จก็จริง แต่พลังของข้ามันเบาหวิวแค่ไหนเ้าก็เห็นอยู่เต็มตา”
“ท่านมีวิชากรงเล็บกระดูกทมิฬเพิ่มพลังการโจมตีอยู่นี่ แค่นี้พลังท่านก็ไม่แพ้ผู้ใดแล้ว” เพ่ยเหยากล่าวออกมา ตอนทำภารกิจที่สำนักมอบให้หลังเทือกเขา จินเยว่ เสี่ยวชวน และเพ่ยเหยาต่างเห็นฝีมือและวิชาของกันและกันมาบางส่วนบ้างแล้ว
“วิชานั้น… เป็สุดยอดมือสังหารท่านหนึ่งสอนมาน่ะ” เสี่ยวชวนกล่าว
“ใครหรือ? บอกข้าหน่อยได้หรือไม่?”
“ข้าบอกได้เพียงว่าเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าเ้าสำนักกระบี่ฟ้าครามซ่งเทียนอวิ๋น อาจารย์ของพวกเราเลย บางที…. ทักษะในการสังหาร ย่อมเหนือกว่า”
“ร้ายกาจขนาดนั้นเลย!! แนะนำให้ข้ารู้จักบ้างสิๆ นะนะนะ” เพ่ยเหยาเซ้าซี๊
“เขาชื่อเฒ่ากระดูก เป็ิญญารับใช้ของข้าเอง…” เสี่ยวชวนกล่าวเสียงเรียบ
“เอ๋… ิญญารับใช้คืออะไรหรอ?”
“ข้าสามารถกลืนิญญาทั้งปวงเพื่อมาเพิ่มพลังให้ตนเองและให้พวกเขารับใช้ข้าได้!” เสี่ยวชวนบอกเพ่ยเหยาตรงๆถึงความลับสูงสุดของตนเองอย่างไม่กลัวว่านางจะเอาไปเล่าต่อ…. เขาเชื่อใจนาง!
“อุหวาาาา นั่นใช่เหตุการณ์ตอนที่ผู้ตรวจการเย่หานสำนักจิติญญาเรียกท่านไปทดสอบพลังใช่หรือไม่?”
“ใช่ ตอนนั้นแหละที่พลังนี้ได้ตื่นขึ้น” เสี่ยวชวนกล่าวอย่างสงบ
“อย่างงี้นี่เอง แสดงว่า… หากท่านเอาจริง แม้แต่ศิษย์พี่หานอวี่ท่านก็ไม่พ่ายแพ้อย่างแน่นอน!!” เพ่ยเหยากล่าวยิ้มๆ
“ก็ไม่รู้สิ ยังไม่ได้ลองเปรียบวัดฝีมือกันจริงๆจะไปรู้ได้อย่างไร แต่ในสายตาข้า ข้ายังเทียบเขาไม่ได้หรอกมั้ง” เสี่ยวชวนกล่าวอย่างไม่ค่อยแน่ใจ
วันต่อมา ซ่งเทียนอวิ๋นได้มาฝึกเงาที่สาม แทรกช่องว่างให้แก่เสี่ยวชวนด้วยตัวเอง
ซ่งเทียนอวิ๋นลงมือโจมตีเสี่ยวชวนอย่างต่อเนื่อง บังคับให้เขาแทงสวนให้ทันในเสี้ยววินาที หนึ่งวัน! หนึ่งพันครั้ง!!
เสี่ยวชวนสูญเสียพลังไปมากมาย แต่ความแม่นยำและความคมของเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความชำนาญในแต่ละท่าเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ฝึก
เงาที่สี่ หมุนสะบั้น เสี่ยวชวนใช้ก้าวไร้เงาร่วมกับเงาที่สี่หมุนสะบั้น เขาฟันกวาดไปรอบตัวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ระดับความเร็วของท่าร่างและแรงหมุนของดาบเพิ่มขึ้นมหาศาล ราวกับหายตัวไปหมุนฟันกลางวงล้อมศัตรู! เปรียบเสมือนลมหมุนพายุที่รวดเร็วและรุนแรง!!
เง้าที่ห้า คมซ้อนคม เสี่ยวชวนฝึกการหลอกลวงของเพลงดาบ ผสานกับเขตมายาเงียบงัน ทำให้วิชาของเสี่ยวชวนเริ่มมีเอกลักษณ์เป็ของตนเอง
ขณะฝึก พลังกลืนิญญาได้ปะทุขึ้นกระทันหัน!
ท่าดาบของเสี่ยวชวนบิดเบี้ยวทันที!
เพ่ยเหยาที่เป็คู่ซ้อมให้เกือบจะถูกเสี่ยวชวนฆ่า… ทั้งเสี่ยวชวนและเพ่ยเหยาต่างใจหายวาบกับเหตุการณ์ครั้งนี้!
เงาที่หก ตัดชีพจร หลังควบคุมตัวเองได้ เสี่ยวชวนเริ่มเข้าใจ ดาบไม่ได้มีไว้ฆ่า แต่มีไว้ ตัดสิน
เงาที่เจ็ด ไร้เสียง ซ่งเทียนอวิ๋นให้เสี่ยวชวนฝึกกลางคืน ให้เขาลอบเข้าไปแตะตัวเพ่ยเหยาโดยไม่ให้นางรู้ตัว
เสี่ยวชวนเห็นเพ่ยเหยากำลังยืนเหม่อมองท้องฟ้ายามราตรีอย่างเงียบงันบนยอดเขา
เสี่ยวชวนเห็นดังนั้นจึงใช้ก้าวไร้เงาพร้อมเงาที่เจ็ดไร้เสียง ลอบเข้าไปใกล้เพ่ยเหยา
ขณะที่กำลังจะถึงตัวและแตะตัวนาง
เพ่ยเหยาสะดุ้งและชักกระบี่ฟาดสวนกลับมาจนเสี่ยวชวนต้องก้มหัวหลบแทบไม่ทัน!
“พี่เสี่ยวชวนท่านเองหรือ?! ข้าใหมดเลย จู่ๆก็เข้ามาเงียบๆ!!” เพ่ยเหยากล่าวขึ้นอย่างใ ดีว่าในจังหวะสุดท้ายที่เสี่ยวชวนกำลังจะแตะตัวนาง นางััได้ถึงพลังลมปราณไหลเวียนเล็กน้อยจึงไหวตัวทันชักกระบี่ฟันสวนก่อนโดยไม่รู้ว่าอะไรลอบเข้ามาหานาง
“ฮ่าฮ่าฮ่า ขอโทษที พอดีข้ากำลังฝึก เงาที่เจ็ดไร้เสียงอยู่น่ะ” เสี่ยวชวนกล่าวยิ้มๆ
“ท่านเข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียงเช่นนี้ หากข้าฟันหัวท่านหลุดขึ้นมาจะเป็อย่างไรเนี่ยเ้าคะ? ท่านอย่าบ้าบิ่นมากนักได้ไหม?”
“นี่เป็คำสั่งของท่านอาจารย์ เขาให้ข้าลอบเข้ามาแตะตัวเ้าโดยทำให้เ้าไม่รู้ตัว”
“เฮอะ! งั้นคงยากหน่อย พอดีว่าข้าััไวน่ะ คริๆ” เพ่ยเหยากล่าวยิ้มๆ
“หึๆ เดี๋ยวข้าจะฝึกจนเ้าััถึงข้าไม่ได้แม้แต่ลมหายใจเดียวเลยคอยดูเถอะ”
“ท่านจะฝึกเป็ผีรึไงเ้าคะ น่าขนลุกกกก!!” เพ่ยเหยากล่าวเสียงสั่นๆ
“หากจะลอบสังหาร ต้องเงียบ และไว ไม่เช่นนั้นจะสังหารศัตรูได้อย่างไร? เ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ?” เสี่ยวชวนกล่าวถาม
“ก็จริงของท่าน งั้นก็ลอบแตะตัวโดยที่ข้าััไม่ได้ให้ได้ก็แล้วกัน บอกไว้ก่อนว่าข้าััไวมาก คริๆ”
“ตกลง….” เสี่ยวชวนกล่าวยิ้มๆ
วันต่อมา ซ่งเทียนอวิ๋นได้มาฝึกเงาที่แปด สะท้อนฟ้าให้เสี่ยวชวนด้วยตัวเอง เขาลงมือเอง ใช้พลังมหาศาลกดดันเสี่ยวชวน บีบบังคับให้เสี่ยวชวนเรียนรู้การยืมแรงศัตรูแล้วโต้ตอบโดยใช้พลังน้อยที่สุด เสี่ยวชวนฝึกกับซ่งเทียนอวิ๋นอยู่นานหลายวันเลยในกระบวนท่านี้ เขาฝึกจนช่ำชองภายในไม่กี่วันจนซ่งเทียนอวิ๋นตกตะลึง
‘เด็กคนนี้ระดับความเข้าใจในวิชายุทธ เหนือกว่าเพ่ยเหยาที่เป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งในสายตาข้าไปหลายหลายขุมเลย ชวนเอ๋อร์นับได้ว่าไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง หากฝึกเขาดีๆ เขาสามารถเหนือกว่าเพ่ยเหยาและหานอวี่ได้ในเวลาเพียงไม่นานแน่ บางทีศึก 5 สำนักใหญ่ สำนักข้าอาจได้ลำดับที่ดีขึ้น ฮ่าๆๆๆ’ ซ่งเทียนอวิ๋นคิด
ปกติแล้วในการประลอง 5 สำนักใหญ่ สำนักกระบี่ฟ้าครามมักจะได้ที่ห้าไม่ก็ที่สี่ตลอด พวกเขาอยู่ระดับล่างสุดเลยใน 5 สำนักใหญ่ มีบางครั้งที่ขึ้นไปถึงขั้นกลางได้อย่างเช่นอันดับสาม แต่ในครานี้มีหานอวี่ศิษย์อัจฉริยะที่เหนือกว่าประวัติศาสตร์ของสำนัก คาดว่าย่อมได้ที่สาม ไม่ก็ที่สอง ในการประลองห้าสำนักใหญ่ในอีกสามเดือนเป็แน่!!
เสี่ยวชวนอ่านตำราและฝึกท่าสุดท้าย เงาที่เก้าดับเงา! กระบวนท่านี้ ใช้ได้ยามอ่านศัตรูขาดแล้วเท่านั้น เสี่ยวชวนฝึกจนหมดสติหลายครั้ง เขาฝึกซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายวันเลยในกระบวนท่านี้
ซ่งเทียนอวิ๋นและเพ่ยเหยาตกตะลึงมากที่เห็นเสี่ยวชวนฝึกแบบบ้าคลั่ง เขาฝึกแบบไม่ได้หยุดได้หย่อน ฝึกทั้งวันทั้งคืน และตอนนี้เขาสามารถลอบเข้าไปแตะตัวเพ่ยเหยาโดยที่นางไม่รู้ตัวได้สำเร็จแล้วโดยใช้ก้าวไร้เงาและเงาที่เจ็ดไร้เสียง ในตอนนั้นเพ่ยเหยาตกตะลึงชักกระบี่ไม่ทันเลยด้วยซ้ำ
นางคิดว่าผีหลอก ถึงขั้นกรี๊ดลั่นแล้ววิ่งหนีไปทั่วเขารีบไปหาซ่งเทียนอวิ๋นแล้วบอกผีหลอกข้า ท่านอาจารย์ผีหลอกข้า ซ่งเทียนอวิ๋นได้ฟังก็หัวเราะขำ เขาลอบมองจากเหนือฟ้าอยู่ ย่อมมองเห็นทุกการกระทำ
เสี่ยวชวนฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเคลื่อนไหวได้อย่างไร้เสียงแล้วอย่างแท้จริง
‘เด็กคนนี้เหมาะแก่การเป็มือลอบสังหารนัก!’ ซ่งเทียนอวิ๋นคิด