หวังเหยินหยวนรู้สึกตัวตื่นใน่ดึก เพราะได้ยินเสียงกุกกักอยู่ที่หน้าบ้าน ทำใจดีสู้เสือหยิบฟืนท่อนยาวที่เตรียมเอาไว้ั้แ่่เย็นติดมือไปด้วย แม้ภายในใจจะนึกหวั่นว่าคนข้างนอกอาจจะมีมากกว่าตน แต่หากจะนอนรอให้มันเข้ามาหาถึงในบ้านก็ใช่เื่
“ใคร…ฉันถามว่าใคร?” หวังเหยินหยวนะโออกไป อย่างน้อยๆก็ให้มันได้รู้ว่าเ้าของบ้านรู้สึกตัวแล้ว
“…..” แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
หรือจะเป็ผี? ความคิดวูบหนึ่งผุดขึ้นมา แต่แล้วก็ต้องสะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว ผีไม่มีจริงเสียหน่อย คน มันต้องเป็คนแน่นอน คิดได้แบบนั้นก็ผลักประตูบ้านออกไปเต็มแรง เผื่อว่าแรงเหวี่ยงของประตูจะกระแทกให้เ้าโจรใจกล้าเสียหลัก ถึงตอนนั้นเธอจะฟาดไม่ยั้งมือเลย
แอ๊ด..ปัง เสียงประตูกระทบกับผนังของบ้าน คงเพราะถูกถีบจนสุดแรงทำให้เกิดเสียงดังลั่นบ้าน ความรู้สึกหนึ่งคล้ายว่าบ้านจะสั่นตามไปด้วย โชคดีที่ผนังบ้านไม่ถล่มลงมาด้วย หวังเหยินหยวนฟาดไม้ไปข้างหน้าจนสุดแรง แต่พบเพียงความว่างเปล่า
ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ มันต้องมีอะไรมากกว่านี้
เมื่อเปิดประตูออกไปแล้วไม่พบใครกลับรู้สึกเสียดาย หากยังจับโจรโรคจิตนี้ไม่ได้ แน่นอนว่าจิตใจคงไม่สงบแน่ ใครมันจะไปอยู่ท่ามกลางความหวาดระแวงนี้ได้ไปตลอด
ฟึบ แต่แล้วกลับมีมือของใครอีกคน มาคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังดูคุ้นหู เสียงทุ้มน่าฟัง ทว่ากลับดุดันอย่างบอกไม่ถูก คุ้น คำนี้ผุดขึ้นมาในหัว อาจจะเพราะหน้าบ้านมืดสนิท เพราะคืนนี้เป็คืนเดือนดับ ทำให้มองหน้าคนพูดไม่ชัด แต่พอปรับสายตาแล้วเพ่งมองก็จำได้ในทันที ที่แท้ก็คือ อดีตสามี ของร่างนี้นี่เอง ที่ต้องบอกแบบนี้เพราะทิ้งลูกเมียไปตั้ง 5 ปี หากไม่เรียกว่าเป็อดีตแล้วจะเรียกว่าอะไร
“จะทำอะไรน่ะ ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาในบ้านของฉัน?” หวังเหยินหยวนร้องเสียงหลง เมื่อคนที่จับข้อมือของเธออยู่ในตอนแรก จู่ๆเขาก็บู่มบ่ามสาวเท้าเข้ามาในบ้านอย่างไม่ได้รับอนุญาต
“…..” คนถูกถามยังไม่ตอบ แต่เดินเข้ามาภายในบ้าน ถือวิสาสะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง จากนั้นก็มองใบหน้าที่ไม่ได้เจอกันมาเป็เวลาหลายปี
หากจะว่าไปแล้วสถานะของพวกเขาเกิดจากความผิดพลาดใน่เวลาหนึ่งเท่านั้น เขาเป็เพียงนักศึกษาที่ถูกทางการสั่งให้มาเรียนรู้ความเป็เกษตรกร แต่หากว่าลึกๆแล้วมีอะไรมากกว่านั้นที่ไม่สามารถอธิบายได้ ความรักของหนุ่มสาวก่อตัวขึ้น อาจจะเพราะความเหงาหรืออะไรเขาก็ไม่แน่ใจ แต่คืนนั้นขอเรียกมันว่า พลาด เพราะหลังจากที่พลาดกันในคืนนั้น เขาและเธอก็เลื่อนสถานะจากคนรักมาเป็สามีภรรยา
“สบายดีหรือเปล่า?” ในที่สุดก็หาเสียงของตัวเองเจอ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เขาและเธอขาดการติดต่อกัน และในวันนี้เขาก็หมดความอดทน อยากจะมาตกลงกันให้ชัดเจน จะได้รู้ว่าอนาคตต่อไปเขาต้องทำเช่นไร แต่ดูเหมือนว่าความตั้งใจเดิมจะพังทลายลง
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาเฝ้าตามดูเธอและลูกชายอย่างเงียบๆ ภาพที่ได้เห็นสองแม่ลูกอยู่กันตามลำพัง มันทำให้ลูกผู้ชายอย่างเขาจุกจนพูดไม่ออก ทิ้งภรรยาก็ว่าเลวแล้ว ทว่ากลับไม่รู้เลยสักนิด ว่าตัวเองได้ไข่ทิ้งเอาไว้ให้ภรรยาต้องเลี้ยงลูกคนเดียว
หากถามว่าทำไมถึงรู้ความเป็ไปของสองแม่ลูกนี้ เพราะเขามาถึงที่หมู่บ้านนี้ได้หลายวันแล้ว จึงเริ่มสืบหาความจริง ทั้งๆที่ตนก็พยายามติดต่อภรรยามาตลอด และความจำเป็บางทำให้ไม่สามารถกลับมาหาเธอตามสัญญาได้ เริ่มแรกคิดว่าเธอคงโกรธที่เขาผิดสัญญา แต่นานวันเข้ามันกลับทำให้เขาเริ่มถอดใจ แต่เพราะความรู้สึกผิดยังเต็มเปี่ยม จึงทำให้ตนตัดสินใจมายังหมู่บ้านนี้อีกครั้ง
“….” หวังเหยินหยวนไม่ตอบ ทำเพียงมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาเ็า ทั้งๆที่ภายในใจกลับเต้นโครมคราม เขาไม่ใช่ผู้ชายในแบบที่เธอชอบเลยสักนิด จริงอยู่ว่าหน้าตาคมคาย แต่เพราะผิวที่ไหม้เกรียมคล้ายคนตากแดดอยู่ตลอดเวลา คิ้วคมเข้ม จมูกโด่งเป็สัน รู้แล้วว่าลูกชายหน้าตาเหมือนใคร ที่แท้ก็เหมือน พ่อเฮงซวย คนนี้นี่เอง
“เฮ้อ…เอาล่ะคุณไปนอนเถอะพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน” ลู่จวิ้นเจี๋ย ถอนหายใจ มือทั้งสองยกขึ้นเป็เชิงยอมแพ้ หลังจากที่เล่นเกมจ้องตากับภรรยา โดยที่เธอเองก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะละสายตาไปจากเขาเลยสักนิด
เดิมทีคิดว่าตนไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้หญิงคนนี้แล้ว แต่หลายวันที่ผ่านมาทำให้เขาได้รู้ว่าตนคิดผิด เพราะความรู้สึกที่มีต่อภรรยานั้นยังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน แต่ตอนนี้เขาเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่า ผู้หญิงที่ละทิ้งทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับตนนั้น เธอยังคงรู้สึกเหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะในตอนนี้สายตาที่เธอจ้องมองมา มีเพียงความว่างเปล่า เหมือนไม่ได้มองหน้าเขาเลยสักนิด เพียงแค่คิดก็รู้สึกจุกที่ใจอย่างบอกไม่ถูก
“ฉันจะนับ 1-3 ถ้าคุณยังไม่ยอมออกไปจากบ้านของฉัน อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” หวังเหยินหยวนพูดขึ้นบ้าง
ผู้ชายหน้าหนาคนนี้มีสิทธิ์อะไร เข้ามาในบ้านคนอื่นยังไม่พอ แต่ยังทำเหมือนว่าที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งลูกเมียลำบากมาตั้งหลายปี จนสุดท้ายแล้วเ้าของร่างนี้ต้องตาย คนแบบนี้ไม่มีค่าอะไรที่เธอจะลดตัวไปเสวนาด้วย ไม่สมควรที่จะให้อภัยเลยสักนิด
“ผมรู้ว่าคุณโกรธ แต่ตอนนี้ดึกมากแล้ว คุณไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้เช้าผมพร้อมที่จะเล่าให้คุณฟังทุกอย่าง” ลู่จวิ้นเจี๋ยเอาน้ำเย็นเข้าลูบ คงได้ปลอบกันอยู่หลายวันแน่กว่าที่เธอจะเย็นลง แม้ว่าในใจอยากจะเข้าไปกอดไปหอมลูกชายใจจะขาด แต่เพราะแค่สถานะการณ์จากแม่ของลูกก็ทำเอาเขาเหงื่อตกแล้ว คงไม่ต้องพูดถึงขอเข้าไปกอดลูกชายให้หายคิดถึง เื่นี้ตัดทิ้งไปได้เลย
ใจเย็นไว้จวิ้นเจี๋ย หล่อนกำลังโกรธอยู่ ผู้หญิงโกรธแปลว่าผู้หญิงรัก ชายหนุ่มได้แต่พูดปลอบตัวเองในใจ
“ฉันไม่ได้โกรธ แต่ฉัน เกลียด ออกไปจากบ้านของฉัน ออกไปจากชีวิตของฉัน หลายปีที่ผ่านมาคุณไปมุดหัวที่ไหนมาถึงได้มาเอาป่านนี้ ไม่คิดว่ามันสายไปหน่อยหรือไง?” หวังเหยินหยวนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เน้นย้ำคำว่าเกลียดชัดถ้อยชัดคำ รู้สึกโมโหแทนเ้าของร่าง
“คุณช่วยเบาเสียงลงก่อนได้ไหม ลูกกำลังนอนหลับอยู่” ลู่จวิ้นเจี๋ยเตือนสติภรรยา เขาไม่อยากให้ลูกชายตื่นมากลางดึก เด็กควรจะได้รับการพักผ่อนเต็มที่
“ลูก? ลูกใครล่ะ?” หวังเหยินหยวนถามย้ำ หัวเราะเบาๆในลำคอ นึกสมเพชผู้ชายคนนี้สิ้นดี เกิดมาไม่เคยเจอใครไร้ยางอายเท่านี้มาก่อน
“ลูกของเราไง คุณคงไม่ท้องขึ้นมาเองคนเดียวหรอกมั้งครับ” เมื่อถูกอีกฝ่ายยั่วโมโห เขาเองก็เริ่มจะหมดความอดทนแล้วเช่นกัน ที่ผ่านมาแม้ว่าจะไม่มา แต่ก็ใช่ว่าเขาจะกลายเป็คนไร้ผิดชอบเสียหน่อย สามีทำงานนอกบ้าน หน้าที่ดูแลลูกก็คือของภรรยาไม่ใช่หรืออย่างไรกัน
“ดูท่าทางคุณจะมั่นใจจังเลยนะคะว่าใช่” อีกฝ่ายตั้งใจพูดจายียวน
“หมายความว่าไง?” ลู่จวิ้นเจี๋ย กดน้ำเสียงลงต่ำ พร้อมทั้งกัดฟันกรอดจนเห็นสันกรามชัดเจน
“ก็หมายความตามที่พูดแหละค่ะ คุณหายไปเกือบ 6 ปี แต่เด็กคนนี้ยังไม่ถึง 5 ขวบเลยด้วยซ้ำ ฉันคงไม่ท้องนานเกือบสองปีหรอกมั้งคะ” หวังเหยินหยวนพูดขึ้นอย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้านเลยสักนิด หากมองด้วยตาเปล่าเธอมั่นใจว่าลูกชายอายุไม่ถึง 5 ขวบ เพราะตัวเองยังเคยเข้าใจผิดมาแล้ว ว่าลูกชายอายุราวๆ 3 ขวบ ผู้ชายคนนี้ก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่หรอก
“หึ ใช่หรือไม่ใช่เดี๋ยวก็รู้ พิสูจน์ไม่ยากหรอกครับ” พูดจบก็เดินหัวเสียออกไป
เขาไม่โกรธที่เธอแสดงท่าทีแบบนี้ออกมา แต่อย่างน้อยก็ควรจะให้เขาได้อธิบายเื่ราวที่เกิดขึ้นบ้าง เื่ทั้งหมดคงโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเขาเองที่ไม่คิดให้รอบคอบ อาจจะเพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าภรรยาตั้งครรภ์ นึกเสียดายวันเวลาที่หล่นหายไป ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งได้ดูพัฒนาการของลูกชาย แม้กระทั่งในตอนนี้ที่ห่างกันเพียงผนังกั้น ทว่าก็ไม่สามารถเข้าไปกอดลูกชายได้
แต่เชื่อเถอะว่าเื่นี้ เขาจะไม่มีวันยอมผิดคนเดียวอย่างแน่นอน เื่ราวที่เกิดขึ้นจะต้องมีคนรับผิดชอบร่วมแน่ และต้องหาคำตอบให้ตนให้ได้ว่าทำไมเื่ถึงได้ลงเอยเช่นนี้ ส่วนภรรยาและลูกคงต้องปล่อยไปก่อน เอาไว้ให้เธออารมณ์เย็นกว่านี้ค่อยหาทางอธิบายอีกที
ตัวลู่จวิ้นเจี๋ยเองก็ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น เป็เพราะมีโอกาสได้มาทำงานยังมณฑลใกล้เคียง จึงขอลาหยุดมาจัดการธุระที่ยืดเยื้อมานานหลายปี แต่ดูท่าทางว่าวันลาเขาจะไม่พอ ถึงอย่างไรจำเป็ต้องจัดการไปทีละส่วน เสียเวลามานานเกือบ 6 ปี เห็นสภาพลูกเมียแล้วก็ได้แต่ปวดใจ เดิมทีพวกเขาควรจะมีสภาพความเป็อยู่ที่ดีกว่านี้ ไม่นึกเลยว่าผลมันจะออกมาสภาพนี้
ทางด้านหวังเหยินหยวน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินออกจากบ้านไป เธอก็รีบปิดประตูแล้วลงกลอน มือไม้สั่น ทั้งกลัวว่าจะถูกจับได้ว่าตนเป็ตัวปลอมที่มาสิงร่างนี้อยู่ กลัวว่าสามีของร่างนี้จะพาลูกชายไป หากเป็แบบนั้นเธอจะทำอย่างไรดี ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเธอเริ่มผูกพันธ์กับหวังซื่อปิน คิดมาตลอดว่าเขาเป็ลูกชายของตัวเอง แต่จะให้ทำใจกลับไปเป็สามีภรรยากันดังเดิมก็คงทำไม่ได้ ไม่มีวันนั้นอย่างแน่นอน
หรือเธอควรจะไปแจ้งเื่นี้กับผู้ใหญ่บ้าน เผื่อว่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ ดูท่าทางแล้วเขาคงไม่ยอมวางมือง่ายๆ เื่นี้จะจบลงอย่างไรไม่มีใครรู้ แต่ที่รู้ตอนนี้คือต้องบอกกับคนรอบข้างเกี่ยวกับเื่นี้ เพราะถึงอย่างไรไม่ช้าก็เร็ว เขาต้องรู้ความจริงเื่ที่เธอโกหก มองหน้าลูกชายปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็พ่อลูกกัน เหมือนกันราวกันพิมออกมาเสียขนาดนั้น ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว
“แม่ครับ ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ” เด็กน้อยเดินงัวเงียมาหาผู้เป็แม่
“แม่หิวน้ำน่ะจ้ะ แล้วลูกล่ะ ทำไมตื่นมามากลางดึก?” หวังเหยินหยวนพยายามปรับน้ำเสียงของตัวเองให้เป็ปกติมากที่สุด
“ผมได้ยินเสียงคนคุยกันน่ะครับ” หวังซื่อปินตื่นเต็มตา พร้อมทั้งมองมาที่แม่ของเขาตาแป๋ว
“ลูกคงจะหูแว่วไปเอง เข้าไปนอนต่อเถอะจ้ะ”
หวังเหยินหยวนพาลูกชายเข้านอน ลูบหลังของเขาเบาๆเพื่อเป็การกล่อม แต่ตัวเองกลับตาแข็งค้างนอนไม่หลับเลยสักนิด ยังดีที่ผล็อยหลับ่หัวค่ำมาบ้าง ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้คงตื่นไม่ไหว ยิ่งเป็่เก็บเกี่ยวทุกคนห้ามหยุดงานโดยเด็ดขาด
เช้าวันถัดมาหญิงสาวลุกเข้าห้องครัวต้องแต่เช้าตรู่ แต่แล้วก็ต้องแปลกใจกับกระเป๋าเล็กๆที่วางบนโต๊ะ รู้ได้ทันทีว่าเป็ของใคร จำได้ว่าเมื่อคืนเขาหยิบของไปจนหมดแล้วนี่นา แต่เมื่อหันไปมองเห็นหน้าต่างบานหนึ่งถูกแง้มเอาไว้
ดีจริง หากมีโจรเข้ามาเธอกับลูกคงถูกฆ่าตายไปแล้ว
หวังเหยินหยวนไม่แม้แต่จะคิดเปิดกระเป๋าดู ข้างในนั้นจะเป็อะไรก็ช่าง ที่ผ่านมาสองแม่ลูกนี้ได้รับความลำบากมากพอแล้ว คิดจะมาทำดีด้วยในตอนนี้มันไม่สายไปหน่อยหรือ? เ้าของร่างเดิมจะคิดอย่างไรเธอไม่สน ในเมื่อเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว ก็ต้องยึดความคิดของเธอเป็หลักถึงจะถูก คนเราเจ็บแล้วต้องจำ
แม้ว่าจะต้องคำนึงขนบธรรมเนียมผัวเดียวเมียวเดียว แต่แล้วอย่างไร? ในเมื่อเขาเป็ฝ่ายทิ้งไปเอง อีกอย่างหวังเหยินหยวนก็ไม่มีใครใหม่ แต่แค่ไม่กลับไปเอาสามีคนเดิมแล้วเท่านั้น ที่ผ่านมาก็ใช้ชีวิตกันเอง ทำไมจะต้องไปสนใจคำพูดของคนอื่น แม้กระทั่งคนในครอบครัวยังตัดขาดกันได้ นับประสาอะไรกับสามีแค่คนเดียว เธอมั่นใจว่าต้องเลี้ยงลูกชายให้เป็คนดีได้อย่างแน่นอน
“ผมจะกลับมา” ข้อความสั้นๆที่ผู้ชายคนนั้นทิ้งเอาไว้
อีกแล้วหรือ? ทำไมถึงรู้สึกเจ็บแปลบที่ใจล่ะ จะกลับมาก็กลับสิถ้าคิดว่าจะทนได้ หวังเหยินหยวนไม่สนใจกระดาษแผ่นนั้น อีกทั้งใช้มันสำหรับก่อไฟทำกับข้าวอีกด้วย ตั้งใจว่าเช้านี้จะไปปรึกษาป้าจาง อย่างน้อยก็เป็ผู้ใหญ่ที่น่าเคารพคนหนึ่ง การที่ตัวคนเดียวไม่มีที่ปรึกษา ต่อให้จะเข้มแข็งแค่ไหนก็ต้องมีจุดอ่อน ซึ่งจุดอ่อนของเธอในตอนนี้คือลูกชาย หากเขารู้ว่าพ่อมาหาจะรู้สึกอย่างไร? เด็กคนนี้เก็บอารมณ์ความรู้สึกเก่ง ยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้แม่สบายใจ แต่ความ้าที่แท้จริงของเขาล่ะคืออะไร? เขายังจะเต็มใจอยู่ไหมถ้าจะมีแม่เพียงแค่คนเดียว หรืออยากจะมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนเพื่อคนอื่นๆ คนถามนี้ยังวนเวียนอยู่ในหัวตลอดทั้งวัน ยิ่งมองหน้าลูกชายก็ยิ่งรู้สึกผิด หวังเหยินหยวนรับรู้ได้ว่าต่อไปชีวิตของเธอ จะต้องพบกับความวุ่นวายที่จะตามมาต่อจากนี้อย่างแน่นอน