ตอนที่ 5 การเจอกันครั้งแรกของพี่น้อง (1)
รอเต๋อลี่เอายามาให้เซียงฉี่ สาวใช้ทั้งสองจึงนำยาที่ต้มเสร็จแล้วยกเข้ามาในห้องนอน คุณหนูสี่อวี๋ผู้สลบจริงสลบหลอกไปแล้วสามครั้ง สุดท้ายก็ ‘ตื่น’ ขึ้นมาแล้ว
เซียงป่ายที่หางตาขึ้นสีแดงเรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งที่ผ่านมา ไม่เอ่ยแม้เพียงประโยค รีบยกถ้วยยาเข้าไปใกล้ตรงหน้า หยิบช้อนตักเข้าไปชิดริมฝีปาก “คุณหนู นี่คือยาจากท่านหมอที่นายน้อยรองตั้งใจเชิญมาได้จัดไว้ให้คุณหนูเ้าค่ะ รีบกินยานะเ้าคะ กินยาหมดร่างกายท่านจะได้หาย”
มองดูยาน้ำสีแปลกประหลาดที่มีกลิ่นแรง อวี๋เจียวขมวดคิ้วครุ่นคิด นางอยากเป็ลมอีกแล้วทำอย่างไรดี
...
ต่อให้ไม่ยินยอมก็ยังต้องกินยา อย่าว่าแต่อวี๋เจียวที่โตเพียงนี้รู้หลักการหวานเป็ลม ขมเป็ยาเป็อย่างดี ต่อให้นางฝืนไม่อยากกินจริงๆ ภายใต้ความร้อนใจคิดว่าสาวใช้ทั้งสองก็คงจับนางกรอกยาลงไปเป็แน่ อย่างหลังนั้นไม่ได้เอ่ยให้ใ นิสัยของเ้าของร่างคนเดิมขลาดกลัวไม่กล้าโต้แย้ง เพราะอี๋เหนียงจากไป เฝิงมามาที่คอยดูแลปรนนิบัติอี๋เหนียงจึงถูกพ่อบ้านไล่ออกโดยให้เหตุผลว่าเกษียณอายุ ดังนั้นอย่ามองว่าสาวใช้สองคนนี้ดูแลนางมาั้แ่เด็กจะมีใจซื่อสัตย์มากพอ แต่เ้านายน่าเกรงขามสิ่งนี้ไม่เคยหาได้จากเ้าของร่างเดิมเลยจริงๆ ตลอดมานี้มักจะมีพฤติกรรมเช่นเ้านายไม่เหมือนเ้านาย สาวใช้ไม่เหมือนสาวใช้ปรากฏให้เห็น
อย่างเช่นตอนนี้ คุณหนูสี่อวี๋หยิบถุงหอมขึ้นมา เซียงป่ายก็รีบเดินเข้ามาด้วยความกังวลใจ “คุณหนู บ่าวรู้ว่าท่านคิดถึงอี๋เหนียง แต่ยามนี้ร่างกายท่านเพิ่งจะดีขึ้น จะโศกเศร้าอีกไม่ได้ ไม่ดีต่อร่างกายนะเ้าคะ อี๋เหนียงที่จากไปแล้วก็คงไม่สบายใจ”
ได้ยินเซียงป่ายพูดเกลี้ยกล่อมไม่หยุด อวี๋เจียวจึงจำต้องวางถุงหอมลง ถุงหอมนี้เฝิงอี๋เหนียงปักเย็บขึ้นมาเพื่อสอนการเย็บปักแก่เ้าของร่างเดิม เหตุที่นางหยิบมันขึ้นมา ไม่ใช่เพราะคิดถึงมารดาแทนเ้าของร่าง แต่เป็เพราะว่างจนน่าเบื่อ
แม้ว่าการตกแต่งในห้องนี้จะมีความโบราณ แต่เพียงมองก็เห็นได้ชัดเจน นอกจากกลเก้าห่วง[1]แล้วก็ไม่มีอะไรแก้เบื่อได้เลย ทำให้คนที่่หนึ่งเคยประกาศตัวว่าเป็หญิงที่หมกตัวอยู่ในบ้านทั้งวันยังรู้สึกอับอายจนเหงื่อตก
ในความทรงจำแม่นางน้อยนอกจากออกไปเดินเล่นฆ่าเวลาในสวนบ้างเป็บางครั้งแล้ว ที่เหลือก็คงมีแค่นั่งฟังอี๋เหนียงร่ำไห้กระมัง
ปัญหาคือเ้าของร่างเดิมทนได้แต่อวี๋เจียวทนไม่ได้ คิดไปคิดมาในที่สุดนางก็คิดเื่ที่จะทำออก นั่นก็คือการหยิบงานเย็บปักที่เ้าของร่างเดิมเรียนมาสองวันครึ่ง งานอดิเรกนี้คงสุขุมและเป็กุลสตรีชั้นสูงเพียงพอ สอดคล้องกับนิสัยเดิมของเ้าของร่าง ใครจะรู้ว่าเพียงหยิบถุงหอมขึ้นมา ก็ถูกสาวใช้ที่เป็ห่วงเกินเหตุคิดว่าคิดถึงอี๋เหนียงแล้วเล่า
จริงๆ เลย เพิ่งจะออกจากยุคที่แม่ของเ้าคิดว่าเ้าเ็า ก็เข้าสู่ยุคสมัยที่สาวใช้คิดว่าเ้าเสียใจ ชีวิตหนอชีวิต!
การถอนหายใจอยู่ในอก อวี๋เจียวนึกถึงนิสัยของเ้าของร่างเดิม เอ่ยขึ้นอย่างหงอยเหงาเล็กน้อยในเวลานั้น “เซียงป่ายไม่ต้องกังวล ข้าไม่เป็ไร ข้าเพียงกำลังคิดว่าอี๋เหนียงเพิ่งสอนข้าเย็บปักก็จากไปแล้ว ดังนั้นข้าจึงอยากปักถุงหอมให้เสร็จเรียบร้อย รอถึงชีชี[2]แล้วจะเผาไปให้อี๋เหนียงดู”
ได้ยินคำพูดของคุณหนูของตน เซียงป่ายรู้สึกปวดใจขึ้นมาทันใด ดวงตาแดงก่ำฝืนยิ้มออกมาพลางเอ่ย “ฝีมือการปักเย็บของบ่าวแม้จะไม่ได้ดีมาก แต่ปักดอกไม้ใบหญ้ายังพอดูได้ รอร่างกายคุณหนูดีขึ้นแล้วบ่าวจะช่วยสอนท่านนะเ้าคะ เมื่อถึงชีชีเราจะเผาไปให้อี๋เหนียงดู”
ในบรรดาคุณหนูทั้งห้า คุณหนูของพวกนางเชื่อฟังและรู้ความเป็ที่สุด บางครั้งรู้ความเกินไปก็ทำให้สาวใช้เยี่ยงนางต้องปวดใจไปด้วย น่าเสียดายนายท่านเบื่ออี๋เหนียงตั้งนานแล้ว ยามนี้อี๋เหนียงไม่อยู่ ไม่มีใครดูแลคุณหนูโดยสมบูรณ์แล้ว
คำพูดนี้ของอวี๋เจียวกระทั่งสาวใช้อย่างเซียงป่ายยังปวดใจเช่นนี้ เข้าหูอวี๋จือรุ่นยิ่งเ็ปจนยากจะเอ่ยเป็คำพูดออกมาได้
เชิงอรรถ
^ กลเก้าห่วง ถือเป็นของเล่นที่ได้รับความนิยมและมีความซับซ้อนมาก โดยผู้เล่นต้องขบคิดหาวิธีนำห่วงทั้งเก้าที่คล้องเกี่ยวกันอยู่นั้นย้ายขึ้นและปลดลงให้ได้ การเล่นเกม ‘กลเก้าห่วง’ นี้ต้องอาศัยการปลดห่วงเข้าออกวกไปวนมากว่า 81 ครั้งจึงจะสามารถนำห่วงทั้งเก้าคล้องเข้าแกน และต้องคล้องและปลดกันต่อไปอีก 256 ครั้ง จึงจะสามารถปลดห่วงทั้งเก้าออกจากแกนได้ทั้งหมด นับเป็นอีกหนึ่งเกมที่ต้องใช้ทั้งเวลาและความเพียร^ ชีชี เป็นประเพณีเก่าแก่ เมื่อมีคนเสียชีวิตจะทำพิธีเซ่นไหว้รำลึกถึงในทุกๆ เจ็ดวัน ทั้งหมดเจ็ดครั้ง ครั้งสุดท้ายเรียกว่า ชีชี