เสียงหัวเราะดังลอดมาจากหน้าบ้าน ฉันกำลังหั่นแตงโมอยู่ในครัว กลิ่นหอมของมันลอยคลุ้ง หวานเย็นไปทั้งห้อง แต่กลับไม่ช่วยดับความรู้สึกร้อนของอากาศได้เลย
“เฮ้ คีแรน! มานี่เลยเว้ย คนกันเองไม่ต้องเกรงใจ!”
ฉันชะงัก… แค่ได้ยินชื่อของเขาไม่รู้ว่าจะเป็นเขาคนนั้นที่ฉันจำไม่ลืมเมื่อคืนวันสงกรานต์หรือเปล่า แต่คงจะไม่ใช่หรอกมั้ง
วันนั้นฉันเมามากบรรยากาศที่สนุกสนานทำเอาฉันปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนเกินควร โชคดีที่เราไม่ได้ไปต่อที่โรงแรมและแยกย้ายกันโดยที่ฉันไม่ได้ให้ช่องทางติดติดกับเขาตามที่เขาขอเลยซักช่องทาง
นั้นเพราะว่าฉันอยากจะใช้ชีวิตปกตินั่นสิ อยากเป็นแค่ลูกสาวคนเล็กของบ้านที่ค่อนข้างขี้เกียจ เป็นพนักงานในบริษัทตัวเล็กๆ ที่เลิกงานแล้วรีบตรงกลับบ้านมานั่งเกมเล่นออนไลน์กับเพื่อนๆ
ส่วนเรื่องความร่านการเป็นนักล่าผู้ชายก็เป็นแค่การออกล่าเวลาที่มีโอกาสพิเศษเฉยๆ ส่วนมากฉันก็เปิดคลิปโซโล่เองได้ไม่ต้องง้อผู้ชายเท่าไร
แต่ถ้าเหงามากก็แค่ไปนัดเนดเอาเท่านั้นเอง
แต่ว่าคีแรนที่พี่เขยของฉันเรียก ดันคือคีแรนคนเดียวกับที่เล่นสนุกกับฉันไปหลายน้ำจนแทบเดินไม่ไหวในวันนั้น
โลกกลมฉิบ…
เสียงฝีเท้าหนักแต่มั่นคง เขากำลังเดินเข้ามาใกล้แล้ว วันนี้ฉีนแต่งตัวเฉิ่มเชยสุดๆ แถมใส่แว่นตาแบบนี้เขาคงจะจำฉันที่ไม่ได้แต่งหน้าไม่ได้หรอกใช่ไหมนะ
ฉันไม่กล้ามองไปทางประตู แต่รับรู้ได้ถึงแรงสายตาที่กำลังจ้องมองฉันอยู่ มันเฉือนเข้ามาใต้ผิวหนัง รู้สึกได้แม้ไม่ได้สบตา
อย่าบอกนะว่าเขาจำฉันได้…
ไม่น่า… ขนาดฉันยังจำตัวแต่งหลังแต่งหน้าเสร็จไม่ได้เลยนะ
ฉันพยายามจดจ่อกับมีดที่หันแตงโมอยู่ตรงหน้าแต่แทนที่จะเฉือนแตงโมเป็นชิ้นเรียบ มันกลับแตกออกจากกันเสียงดังจนคนหั่นแบบฉันยังตกใจ
เขาพูดคุยกับพี่เขยและพี่สาวของฉันก่อนจะขอตัวเดินเข้ามาในตัวบ้าน และห้องครัวที่ฉันยืนอยู่ตอนนี้เขาเดินผ่านหลังฉันไป แต่แล้วเขาก็หยุด…
ใกล้เกินไปจนฉันได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อนๆ ที่ฉันจำได้แม่นว่าเป็นเขาแน่ๆ 100%
“หาคุณพบจนได้นะลลิน” เสียงของเขาต่ำลงจนแทบจะกระซิบ
“ไม่ได้คิดว่าจะเจอกันในบ้านของเพื่อนสนิทผมแบบนี้ ไม่คิดจะทักทายเพื่อนของพี่เขยคุณหน่อยหรอครับลลิน”
“คุณจำฉันได้ไง การแต่งหน้าแปลงร่างของฉันมันไร้ที่ติขนาดที่คนในบ้านยังจำฉันไม่ได้เลยด้วยซ้ำนะ”
“แล้วคนในบ้านเขาเคยเอาคุณ บีบเคล้นสัมผัสร่างกายของคุณเหมือนกับที่ผมทำกับคุณหรือเปล่าล่ะลลิน ผมสัมผัสตัวของคุณทุกซอกทุกมุมตั้งหลายชั่วโมงเลยนะ”
“อย่าได้พูดเรื่องวันนั้นขึ้นมาอีก ความสนุกของเรามันจบลงแล้วตั้งแต่วันนั้นแล้ว ไม่มีอะไรที่ต้องมาเกี่ยวข้องกันอีก”
ฉันวางมีดลงแนบเขียงแทบจะในทันที แล้วเดินไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมา กดน้ำเย็นให้ตัวเองดื่มทั้งที่ไม่ได้กระหายนัก
แค่ดับความอายจนหน้าร้อนก็เท่านั้น
“วันนั้นเราก็แค่เล่นน้ำ… แค่สนุกกันเพราะมันเป็นงานเทศกาลเท่านั้น ตอนนี้ฉันรับบทเป็นคนธรรมดาไม่ใช่นักล่า เพราะงั้นห้ามพูดเรื่องวันนั้นขึ้นมาอีกเด็ดขาด”
“แล้วคุณจะกลับไปเป็นนักล่าอีกครั้งตอนไหนล่ะ เอามือถือมาสิเม้มเบอร์ผมเอาไว้ แล้วโทรเรียกผมได้เลยไม่ว่าคุณจะเงี่ย..ตอนไหน”
“ไม่เงี่ย..แล้ว หรือถ้าจะรอก็วันสงกรานต์ปีหน้าเลย แต่ฉันคิดว่าฉันคงไม่ เล่นน้ำ แล้วในปีหน้า”
“รอนานขนาดนั้นผมคงน้ำล้นตัวตายพอดี”
“ฉันก็ไม่ได้ขอให้คุณรอเพื่อเนดกับฉันนี่ สาวๆ คนอื่นก็มีเยอะแยะ”
“แต่ว่าผมอยากเนดกับคุณไง ไม่คิดหรอว่าพวกเราเข้ากันได้โคตรดีเลยในคืนนั้น” เขายังคงพูดเรื่องที่ฉันไม่ได้อยากให้เขาพูดให้ใครได้ยินต่อ
“เอาเป็นว่าถ้าคุณยอมเงียบปากฉันอาจจะให้รางวัลกับคุณในคืนนี้”
“แต่ถ้าแต่จะปล่าวประกาศเรื่องของฉันล่ะก็ทำเลย แต่ฉันคิดว่าไม่มีใครเชื่อคุณอย่างแน่นอน เพราะฉันเป็นลูกหลานที่เชื่อฟังไม่ออกนอกลู่ทางมาตลอดจนกระทั่งตอนนี้ ทุกคนต้องมองคุณเป็นคนบ้าแน่ๆ ถ้าคิดว่าจะแฉฉัน”
“ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า วันนี้ผมจะทำตัวให้ดีที่สุดเลย เพราะผมอยากจะได้ รางวัล จากคุณ คุณก็รู้ว่าผมติดใจคุณมากแค่ไหน”
“ฉันไม่เชื่อถือพวกผู้ชายอย่างพวกคุณหรอกนะ เพราะขนาดพ่อของฉันเองก็ยังเชื่อถือไม่ได้ เที่ยวปากหวานไปทั่วจนต้องโดนแม่ค่อยดึงหูอยู่ตลอดๆ”
“แต่ยังดีหน่อยที่พ่อไม่ได้เอาใครจริงจัง แค่ซื้อกินบ้างเป็นบางครั้งเท่านั้น แต่มันก็เข้าใจได้ในแง่นักธุรกิจถ้าลูกค้าอยากให้พาไปกินสุกี้ (หม้อร่วมไหมไม่ทราบ) พ่อของฉันก็พร้อมที่จะไปลงอ่างเป็นเพื่อนอยู่แล้ว”
“แม่ของคุณยืดหยุ่นดีจัง”
“ความจำเป็นที่ต้องยืดหยุ่นตามข้อตกลงของพวกเขาสองคนตั้งแต่ที่ฉันยังเป็นเด็ก ห้ามรู้สึก ห้ามจูบ ต้องป้องกันอย่างเคร่งครัด และ… หากนอนกับคนอื่นมาพ่อจะต้องตรวจโรค”
“ฉันโตมากับครอบครับแบบนี้แหละ…” ไม่ได้เล่าเพื่อให้เขารู้สึกสมเพศฉันหรือว่าอะไร เพราะยังไงครอบครัวของฉันก็ยังมีความสุขดีมาจนถึงตอนนี้
อาศัยอยู่ด้วยกันด้วยความรู้สึกแปลกนิดๆ แต่ว่าพวกเราก็ไม่ได้ขาดความรัก พ่อกับแม่ก็ทะเลาะกันครั้งใหญ่ต่อหน้าฉันกับพี่สาวแค่ครั้งเดียวตอนฉันอายุ 7 ขวบ และร่างข้อตกลงโดยมีฉันกับพี่สาวที่อายุ 10 ขวบเป็นพยาน
พ่อก็ยังเป็นพ่อที่รักครอบครัวเสมอต้นเสมอปลายเช่นเดิมมาตลอด ไม่เคยเอาใจไปลงเล่นกับพวกพี่สาวที่ทำการค้าขาย ไม่เคยมีเรื่องของเมียน้อยมากวนใจครอบครัวของเราเลยซักครั้งในชีวิต
แต่ว่า… ฉันก็ยังคงโตมาแบบไม่ไว้ใจพวกผู้ชายอยู่ดี ฉันสามารถเข้าใจได้ แต่ฉันไม่ชอบการที่คิดว่าพ่อไปนอนเอากับคนอื่นนอกจากแม่
“แล้วถ้าคุณมีครอบครัว คุณจะยอมเหมือนกับแม่ของคุณด้วยไหม”
“ถามบ้าอะไร แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องไม่สิ”
“อ่อ ที่ว่าไม่คือแน่นอนว่าฉันไม่คิดมีครอบครัวหรอก ยิงถ้าเป็นผู้ชายแบบคุณ”
“ถ้าฉันเหงาขึ้นมาเมื่อไรก็แค่ช่วยตัวเองตอนนี้ของเล่นออกมาใหม่เยอะแยะไปหมด และมันไม่ได้แย่เลยที่จะใช้พวกมันแทนผู้ชาย”
“แต่ผมคิดว่าผมสามารถทำมันได้ดีกว่าของเล่นนะ ลลิน”
เสียงเด็กหัวเราะในสวนหน้าบ้านดังขึ้นอีกครั้ง เสียงญาติ ๆ พูดเรื่องงาน เรื่องรถ เรื่องชีวิตปกติ ไม่มีใครรู้ว่าเลยว่า ฉันกำลังอยู่ตรงนี้กับคีแรน
เขายืนประชิดอยู่ด้านข้างฉันห่างออกไปแค่ครึ่งก้าว
“ทำไมกันนะ ทั้งที่คุณแต่งตัวเรียบร้อยแบบนี้แต่มันกลับเร้าอารมณ์ผมโคตรๆ เลย”
“กรุณาออกไปห่างๆ ฉันด้วยคะ ฉันจะเอาแตงโมที่หั่นเสร็จเรียบร้อยแล้วไปให้เด็กๆ ข้างนอก”
“มาครับผมช่วยคุณเอง”
“ไม่ต้อง…”
“อ้าวคีแรนอยู่นี้เอง กูก็นึกว่ามึงหลงทางไปห้องน้ำแล้วซะอีก มาอยู่กับน้องเมียกูนี่เองแต่กูขอบอกมึงเอาไว้ก่อนเลยว่าน้องลลินไม่สนใจผู้ชายแบบมึงหรอก อย่าแม้แต่จะคิดเชียว”
“กูคิดอะไร… แค่จะช่วยน้องเขาถือถาดแตงโมออกไปเอง”
“งั้นก็รีบออกมา บอกเอาไว้ก่อนเลยว่าเมียกูหวงน้องสาวมากๆ อย่าได้คิดจะล่อลวงน้องสะใภ้ที่แสนน่ารักของบ้านเชียว ไม่งั้นมึงได้โดนเมียกูเอาเลือดออกจากหัวแน่ๆ”
“รู้แล้วน่า…” คีแรนเอาถาดแตงโมไปถือไว้ใช้จังหวะนั้นย่อตัวลงมาใกล้ๆ แล้วกระซิบที่ข้างหูของฉัน
“พี่สาวหวงแบบนี้นี่เอง เธอคงได้เอาเลือดหัวฉันออกจริงๆ แน่ ถ้าได้รู้ว่าผมเป็นคนเอาคุณจนขาสั่นไปเมื่อหลายวันก่อน”
“ถ้ายังไม่หุบปากให้สนิท ฉันเนี่ยแหละที่จะเป็นคนเอาเลือดหัวของคุณออกก่อนเป็นคนแรก” ข่มขู่พร้อมทั้งหยิบมีดหันแตงโมดังฉิบ!!!
“มาได้แล้วคีแรน ถ้าเมียกูสงสัยว่ามึงมาเต๊าะน้องสาวเขากูได้เลือดออกหัวเป็นเพื่อนมึงไปด้วยอีกคนพอดี โทษฐานะพาผู้ชาย… แบบมึงมาเข้าใกล้น้องสาวสุดที่รักของเขา”