ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 6 บทที่ 162 ปากมันลิ้นลื่น

            รางน้ำไม่ต้องปิดหลินหวั่นชิวออกแบบบ่อบำบัดน้ำเสียน้ำจากชีวิตประจำวันถูกกรองทีละชั้นแล้วไหลลงแม่น้ำ

            ยุคโบราณยังไม่มีผลิตภัณฑ์เคมีน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจึงไม่ต่างกับน้ำสะอาด ไม่ทิ้งมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม

            หลินหวั่นชิวเป็นคนยุคปัจจุบันรู้ว่าหากสิ่งแวดล้อมถูกทำลายจะเกิดผลลัพธ์น่ากลัวเพียงใด

            ดังนั้น เมื่อสร้างบ้านใหม่นางจึงให้ความสำคัญกับปัญหาด้านนี้มาก

            ยุ่งอยู่กับงานที่บ้านใหม่ได้ครึ่งวันหลินหวั่นชิวก็ตามเจียงหงหย่วนกลับอำเภอ เจียงหงหย่วนไปบ่อน นางแยกไปซื้อผ้าสีสันต่างๆจากร้านผ้า ส่วนใหญ่เป็นผ้าฝ้าย

            ให้คนช่วยส่งกลับไปเสร็จก็ปิดประตูโยนผ้าพวกนี้เข้าห้องหัตถการบนเสียนอวี๋หยิบสมุดจดเล่มเล็กของตัวเองออกมา กรอกขนาด เลือกรูปแบบ ทำผ้าม่าน ม่านเตียงผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ปลอกผ้านวม ผ้าปูโต๊ะ เบาะรองเก้าอี้ ฯลฯ

            ทำเสร็จหมดแล้วยังเหลือผ้าอีกจึงทำเสื้อผ้าถุงเท้าสองสามชุดให้คนทั้งบ้าน

            ทั้งหมดถูกบรรจุเข้าหีบห่อใหญ่หลายใบ

            เห็นว่ายังมีเวลาเหลือ หลินหวั่นชิวพายายสวีไปร้านขายของเบ็ดเตล็ดร้านเครื่องเคลือบ ซื้อของใช้ในครัวและเครื่องปรุงทุกแบบครบชุด

            ความรู้สึกที่จับจ่ายได้โดยไม่ต้องกังวลว่าเงินจะไม่พอช่างสะใจเสียจริง!

            ขอเพียงเงื่อนไขเอื้ออำนวย สตรีก็เป็นยอดนักซื้อโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

            ซื้อของในรายการใกล้ครบแล้วหลินหวั่นชิวรู้สึกว่าบ้านใหม่หลังใหญ่ ควรมีคนอยู่ด้วยจึงจะดี

            ไม่พูดถึงอย่างอื่น ลำพังแค่หน้าที่เฝ้าประตูกวาดบ้าน ทำความสะอาดซักผ้าก็ควรมีสาวใช้สักคน

            ให้นางกวาดบ้านหลังใหญ่ขนาดนั้นคนเดียว…ขออภัย นางขี้เกียจทำจริงๆ

            คืนนั้นเมื่อเจียงหงหย่วนกลับ นางหารือกับเขาให้เขาซื้อบ่าวใช้เพิ่มอีกสองคน

            เจียงหงหย่วนตอบตกลงทันทีเขารู้สึกว่าควรซื้อบ่าวใช้เพิ่มเช่นกัน

            ไม่เช่นนั้นภรรยาตัวน้อยดูแลบ้านหลังใหญ่ขนาดนั้นคนเดียวคงได้เหนื่อยตายเป็นแน่

            “หย่วนเกอตอนนี้พวกเราไม่ขาดแคลนเงิน ท่านไปถามเจ้าของบ้านเช่าดูดีหรือไม่ว่าขายบ้านหลังนี้หรือไม่? ถ้าขายก็ซื้อ แต่ถ้าไม่ขายก็หาซื้อบ้านหลังอื่น”

            หลินหวั่นชิวอยากซื้อบ้านหลังนี้อันอี้จวีเปิดกิจการอยู่ที่นี่ ลงทุนตกแต่งไปไม่น้อย นางไม่อยากย้าย

            “ได้ พรุ่งนี้ข้าจะไปถาม” เจียงหงหย่วนโอบหลินหวั่นชิวเข้าอ้อมอก “นอนเถิดพรุ่งนี้เช้ายังต้องกลับหมู่บ้านอีก”

            แม้เขาจะชอบที่ภรรยาตัวน้อยจุดตะเกียงรอเขากลับมาแต่เขาก็สงสารที่นางต้องอดหลับอดนอน

            เจียงหงหย่วนเหนื่อยเช่นกัน ที่บ่อนหาตัวคนกู้เงินไม่เจอเหลียงหู่ตำหนิเขาต่อหน้าทุกคน สั่งให้เขารีบหาตัวเฮ่อตงเวยเพื่อเก็บหนี้

            เจียงหงหย่วนไปหาปาหลีว์จื่อบอกให้อีกฝ่ายช่วยหาเฮ่อตงเวย ปาหลีว์จื่อรับปากแบบขอไปที

            ปาหลีว์จื่อรู้สึกได้ใจ นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นดอกเบี้ยยังไม่ค่อยสูง ไว้ดอกเบี้ยสูงเกินควรแล้วเฮ่อตงเวยจะออกมาเอง

            เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนในบ่อนรู้ว่าเจียงหงหย่วนทำงานพลาดมีคนมาปลอบใจ มีคนสนุกสนาน มีคนซ้ำเติม

            เจียงหงหย่วนจำไว้หมด

            แน่นอนว่านี่เป็นสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้แล้ว

            แต่การเล่นละครเหน็ดเหนื่อยกว่าล่าสัตว์เสียอีก

            เหนื่อยจนไม่มีกะจิตกะใจคิดทะลึ่ง คว้าร่างนุ่มที่คิดถึงเข้าอ้อมกอดสูดดมกลิ่นหอมของภรรยาตัวน้อยแล้วหลับอย่างรวดเร็ว

            วันรุ่งขึ้นทั้งคู่ออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง รถล่อบรรทุกของไว้เต็มคันหลินหวั่นชิวห่มขนจิ้งจอกสีขาวนั่งขัดสมาธิกับเจียงหงหย่วนอยู่ด้านนอก ใบหน้าดวงน้อยซุกในขนจิ้งจอก

            ตอนแรกนางไม่อยากหยิบมาใส่เพราะต้องกลับหมู่บ้านไปทำงานแต่ชายฉกรรจ์จะให้นางใส่ให้ได้

            ช่วยไม่ได้หลินหวั่นชิวได้แต่หยิบเสื้อกันหนาวมาอีกตัว เอาไว้เปลี่ยนตอนลงรถ

            “หนาวหรือไม่?” ระหว่างทาง เจียงหงหย่วนถามหลินหวั่นชิว

            หลินหวั่นชิวส่ายหน้า “ไม่หนาว” มีก็แต่โดนลมเย็นบาดจนเจ็บหน้า

            เจียงหงหย่วนถูมือหลินหวั่นชิว พบว่ามือนางอุ่นดีกระนั้นเขายังคงจับมือนางเข้ามาในเสื้อตัวเอง “ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ กอดข้าไว้จะได้ไม่ร่วงลงไปจนเสื้อขนจิ้งจอกเสียหาย”

            หลินหวั่นชิวรู้ว่าเขาวางมาด อยากแก้นิสัยนี้ของเขานางชักมือออกแล้วยิ้มเยาะว่า “เช่นนั้นข้าไม่ใส่แล้ว ถึงจะร่วงก็ร่วงเพียงตัวข้าเอง!”

            พูดจบก็ทำทีเป็นถอดเสื้อขนจิ้งจอก

            เจียงหงหย่วนกดมือนาง มือนางที่กำลังปลดกระดุมบริเวณหน้าอกเมื่อมือของชายฉกรรจ์กดลงมา…ไอ๊หยา สัมผัสช่างอ่อนนุ่มราวกับใยฝ้าย

            ในใจปลาบปลื้ม แต่สีหน้ากลับดำทะมึน “ทำกระไร อย่าดื้อ!”

            เหอะ สตรีที่กำลังมีความรักคนใดไม่งี่เง่าบ้าง?

            ไม่ใช่บุรุษเสียหน่อย!

            การชวนทะเลาะแบบไม่มีเหตุผลเป็นทักษะที่ไม่ต้องมีอาจารย์สอนก็สามารถเป็นเองได้ของสตรีที่มีความรักทุกคน

            “เหตุใดเล่า ท่านเป็นห่วงขนจิ้งจอกข้าก็ต้องรักษาให้ดี ดูแลด้วยชีวิตของข้า”

            พูดจบก็ออกแรงที่มือ

            น่าเสียดายพละกำลังที่แตกต่างกันทำให้นางดิ้นรนอย่างไรก็เปล่าประโยชน์

            ในทางกลับกันชายฉกรรจ์ใช้มืออีกข้างโอบเอวนางเพราะกลัวจะตกลงไป

            หลินหวั่นชิวถูกเขารวบไว้แน่น

            “ใช่ ข้าเป็นห่วงขนจิ้งจอก!” เจียงหงหย่วนพูด

            “ท่าน…”

            “ขนจิ้งจอกพังแล้วเจ้าจะหนาว!” ชายฉกรรจ์เสริมอีกหนึ่งประโยชน์ “ถ้าเจ้าหนาวหรือร่วงลงไปข้าคงไม่ปวดใจแต่ใจสลายเลยต่างหาก!”

            ได้…

            อารมณ์ขุ่นมัวเต็มอกสลายหายไปทันที

            บอกว่าจะสั่งสอนชายฉกรรจ์กลายเป็นว่าถูกชายฉกรรจ์ย้อนกลับเสียเอง

            ภายในใจอบอุ่น หวานชื่นเหลือคณา

            “ปากมันลิ้นลื่น[1]” หลินหวั่นชิวพอใจกับคำตอบของเจียงหงหย่วนมาก ความรักก็เช่นนี้ ต้องปรับตัว(สั่งสอน) ซึ่งกันและกัน

            “งั้นหรือ? ข้าไม่เห็นรู้สึกเลย เจ้าลองชิมอีกทีดีหรือไม่” เจียงหงหย่วนพูดทะลึ่งหน้าตายแล้วกัดปากภรรยาตัวน้อย

            ไอ๊หยา…

            โชคดีที่ช่วงเดือนสิบสองไม่ค่อยมีคนผ่านไปมาบนท้องถนนในชนบท

            มิเช่นนั้นคงได้ขายหน้าตายเป็นแน่

            นี่ช่างเป็นจูบที่ลึกซึ้งเสียจริง เขาลิ้มชิมหลินหวั่นชิวจนทั่วทั้งในทั้งนอก

            รถล่อเคลื่อนไปบนถนนลูกรังช้าๆ ถึงจะปล่อยบังเหียนล่อก็ไม่หนีไปที่ใดเพราะมีถนนแค่เส้นเดียว

            “ปากมันลิ้นลื่นหรือไม่?”

            ชายฉกรรจ์ปล่อยนางดวงตาดำขลับจ้องมองมาอย่างรอคำตอบ

            เจอเช่นนี้เข้าไป หลินหวั่นชิวไม่กล้าเล่นซนแล้วยอมจำนนแต่โดยดี

            “ไม่นี่ ผู้ใดบอกกัน? ท่านไม่ปากมันลิ้นลื่นสักนิด!”

            “ข้าปากมันลิ้นลื่นมากต่างหาก ดูเหมือนภรรยาข้าจะยังลิ้มรสไม่ชัดเจนเช่นนั้นลองอีกรอบ!”

            หลินหวั่นชิว “…”

            อยากฟาดเจ้าคนน่าไม่อายนี่เสียจริง!

             

            เชิงอรรถ

            [1] ปากมันลิ้นลื่น(油嘴滑舌) แสดงถึงความลื่นไหลเฉไฉไปเรื่อยของฝีปากเทียบได้กับคำว่า "กะล่อน" ที่หมายถึง พูดคล่องแต่ไม่ค่อยเป็นความจริง

             

    คล้ายกับเรื่องภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592