เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 49

    [สินค้าจำนวน 3 รายการ]

    [1.รถยนต์ Honda civic rs สีดำ ราคา 1,230,000 บาท]

    [2.เสื้อยืด ยูนิโคล่ คอกลมสีดำ ราคา 1,290]

    [3.เข็มขัดหนังอิดตาลี ยูนิโคล่ 990 บาท]

    [รวมเป็นเงิน 1,232,280 บาท]

    [สั่งซื้อสำเร็จ] [ยอดคงเหลือ 413,700]


    ทันทีที่คำสั่งซื้อเสร็จสิ้น รถของผมเกิดแสงวาบเป็นคลื่นรอบตัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรถคันใหม่ให้กับผมราวกับเวทมนตร์


    บนเบาะข้าง ๆ พลันมีเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ผมสั่งไปวางอยู่อย่างเรียบร้อย


    ผมมองสิ่งเหล่านี้ด้วยความตกใจผสมตื่นเต้น “…นี่มันเร็วเกินไปแล้ว แต่ก็สะดวกดีแฮะ”


    หลังจากได้รถคันใหม่ จอโปร่งแสงก็เปลี่ยนรูปแบบเป็นแผนที่ให้กับผม เส้นแสงสีฟ้าทอดยาวไปตามถนนตรงหน้า ดูหรูหราเหมือนกับรถของบ้านคุณเอมที่ผมเคยขับ


    “ได้รถเป็นของตัวเองแล้วโว้ย” ผมร้องออกมาด้วยความดีใจ “เงินเหลือสี่แสนกว่าบาท ก็เหลือ ๆ ใช้” ผมหยุดคิดแล้วเสริม “...รถคันถือว่าคุณเอมซื้อให้ก็แล้วกัน”


    เวลาผ่านไปจนถึงเวลาที่ดารินนัดผมไว้ ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทดลองขับรถคันใหม่ แต่ตอนนี้…รถของผมจอดอยู่หน้าบ้านของเธอเรียบร้อยแล้ว


    ผมถอนหายใจเบา ๆ พลางมองประตูหน้า รู้สึกตื่นเต้นปนประหม่าเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าเธอจะชวนไปทานข้าว อีกอย่างเราก็ไม่ได้สนิทกัน ผมก็ไม่ได้ใช้สกิลไว้วางใจกับเธอสักหน่อย 


    ขณะก้าวลงจากรถมายืนรอหน้าประตูบ้านของเธอ สายตาผมยังคงเหลือบมองรถคันใหม่ ฮอนด้า ซีวิคสีดำที่ผมใฝ่ฝันมานาน…ความรู้สึกตื่นเต้นปนความภาคภูมิใจเล็ก ๆ ทำให้ใจเต้นแผ่ว ๆ


    ไม่นานนักดารินก็เปิดประตูออกมา แต่สายตาผมก็สะดุดกับชุดที่เธอสวม ชุดเดรสสีดำทรงรัดรูป ยาวระดับเหนือเข่า คอวีลึกจนเผยให้เห็นร่องทรวงอกทั้งสอง พร้อมกับสายเดี่ยวเส้นเล็ก ๆ และชายกระโปรงด้านหนึ่งมีการผ่าสูงขึ้นไปถึงต้นขา เผยให้เห็นขาอ่อนขาวเนียนของเธอ


    เธออมยิ้มเล็ก ๆ ที่ริมฝีปาก ขณะที่ผมมองร่างของเธออยู่


    จังหวะนั้น เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่ว ๆ “น้องแต่งตัวหล่อเลยนะเนี้ย...”


    เมื่อผมได้ยินเสียงของเธอ ผมก็เงยหน้าขึ้นพลางหัวเราะเบา ๆ “พี่ก็แต่งตัวสวยมาก ๆ เลยครับ”


    เธอยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนจะเหลือบไปมองรถคันใหม่ของผม


    “ฮึ…เจอกันวันแรกก็อีกคัน วันที่สองก็อีกคันและวันนี้ก็รถคันใหม่อีกแล้ว” เธอพูดพร้อมยิ้ม ก่อนจะหันกลับมามองผม “ทำไมน้องมีรถเยอะขนาดนี้”

    พูดจบ เธอก็หัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นทำให้ผมอดยิ้มตามไม่ได้


    “เราไปกันเลยไหมครับ” ผมเอ่ยไม่ได้ตอบคำถาม ขณะเอื้อมมือไปเปิดประตูหลังรถ


    ทว่าเธอกลับพูดขึ้นเสียงเรียบ “พี่นั่งหน้ากับน้องดีกว่า” จากนั้น เธอก็เปิดประตูหน้าแล้วขึ้นไปนั่ง ผมอมยิ้มอย่างแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก


    หลังจากขึ้นรถแล้วเธอก็บอกกับผมว่าเธอได้จองร้านอาหารไว้แล้ว คือ ร้านเวอร์คิทเชน สกายบาร์


    เมื่อได้ยินแบบนั้น ผมก็ปักหมุดแผนที่แล้วขับรถออกไปทันที ระหว่างทาง เราไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ เธอนั่งหลับตา คล้ายกับกำลังพักผ่อนสายตา ส่วนผมก็ ไม่อยากรบกวน จึง ไม่ได้ชวนเธอคุย


    ผ่านไปพักใหญ่ ในที่สุดเราสองคนก็เข้ามาอยู่ภายในร้านอาหาร ทว่าสิ่งที่ทำให้ผมตกตะลึงคือ ผมไม่คิดเลยว่าร้านอาหารจะหรูหราอลังการได้ถึงขนาดนี้ ถึงแม้ชื่อร้านจะสื่อความหมายไว้ก็ตาม เราเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะซึ่งดารินได้จองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว


    โต๊ะที่เรานั่งอยู่ติดกับระเบียง สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจน เพราะเราอยู่บนตึกสูงชั้นที่ 70


    ดารินกวาดสายตามองวิวเบื้องล่างครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นเมนูที่ทำจากปกหนังหนามาให้ผม "น้องอยากทานอะไร สั่งได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ" น้ำเสียงของเธอยังคงนุ่มนวล 


    ผมรับเมนูมาเปิดดู ตัวอักษรและราคาบนนั้นทำเอาผมรู้สึกเหมือนถูกช็อตเล็กน้อย ถ้าเป็นเมื่อก่อน นี่มันคือราคาระดับที่ผมกินข้าวได้ทั้งเดือนเลย

    "ผม... ทานอะไรก็ได้ครับ แล้วแต่พี่ดารินจะสั่งเลยดีกว่า" ผมเลือกตอบแบบประนีประนอมที่สุด


    เธอยิ้มบาง ๆ แต่เป็นรอยยิ้มที่สวยงาม ดารินเรียกพนักงานเข้ามาสั่งอาหารด้วยภาษาที่ฟังดูคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติ ทั้งรายการไวน์ อาหารเรียกน้ำย่อย และจานหลักดูหรูหราจนผมไม่กล้าแม้แต่จะออกเสียงตาม


    เมื่อพนักงานเดินออกไป เธอก็หันมามองผมอย่างตรงไปตรงมา "น้องคงไม่เคยมาร้านแบบนี้สินะคะ"


    ผมกระแอมเบา ๆ ด้วยความเขิน "ครับ ไม่คิดว่าจะมาร้านอาคารหรูขนาดนี้"


    "งั้นถือว่าเป็นค่าตอบแทนแล้วกัน ที่ทำให้น้องต้องเสียเวลามาทานข้าวกับพี่" ดารินจิบน้ำอย่างสง่างาม "ทั้งที่เรารู้จักกันได้ไม่กี่วัน และก็ยังไม่ได้สนิทกันอีก"


    ท่าทางของดารินดูเป็นผู้ใหญ่และเคร่งขรึมขึ้นมาจนผมแปลกใจ


    "เอ่อ... ไม่เป็นไรเลยครับ พี่ไม่ต้องคิดมาก" ผมตอบพลางเกร็งเล็กน้อย เมื่อเห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไป


    เธอเลียริมฝีปากเล็กน้อย สีหน้ายังคงเรียบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า "พี่มีเรื่องให้ช่วย"


    น้ำเสียงของเธอที่เรียบนิ่ง ทำให้ผมชะงักและนิ่งไปทันที ผมเงียบเพื่อรอฟังว่า เรื่องที่ต้องช่วย นั้นคืออะไรกันแน่


    "คือว่าพี่... อยากให้น้องวายุช่วยทำตัวเหมือนกับเป็นแฟนพี่หน่อยได้ไหม แค่ตอนนี้เท่านั้น"


    พอได้ยินคำขอที่ไม่คาดฝันนั้น ผมก็ตกใจจนเกือบจะสำลักน้ำ อะไรกัน ทำไมจู่ ๆ ถึงเป็นเรื่องนี้


    "ทำไมล่ะครับ?" ผมถามออกไปด้วยความสงสัยสุดขีด


    ขณะนั้นเอง เธอก็เอ่ยขึ้นมาอย่างรีบเร่ง โดยไม่ตอบคำถามของผม ดวงตาของเธอมองมาที่ผม 


    "นั่งหลังตรง แล้วเอื้อมมือมาสัมผัสมือของพี่เบา ๆ ช้า ๆ ไม่ต้องรีบ ตอนนี้เลย" ดารินสั่งด้วยน้ำเสียงกระซิบที่หนักแน่น


    ผมรีบทำตามคำสั่งทันควัน เอื้อมมือออกไปในความมืดสลัวของร้าน ปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย สัมผัสเข้ากับมือเรียวเล็กของเธอเบาๆ


    ทันทีที่มือเราแตะกัน ผมก็รีบประสานนิ้วเข้าไปอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความแนบเนียน ดารินบีบมือผมตอบเบา ๆ เป็นสัญญาณว่าทุกอย่างถูกต้อง


    "มองมาที่พี่... ห้ามหันซ้ายหันขวานะ" เสียงกระซิบของเธอแผ่วเบาคู่กับรอยยิ้ม แต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียด ราวกับว่ามีใครกำลังจ้องมองเราอยู่

    เธอหัวเราะเบา ๆ เพื่อช่วยให้ผมคลายความตึงเครียดลง ก่อนจะกระซิบสั่งว่า "ทำแบบนั้นแหละ ทำต่อไป"


    ดารินยิ้มบาง ๆ และก้มใบหน้าลงเล็กน้อย มองมือที่ผสานกันอยู่ของเรา "พี่ต้องขอโทษด้วยนะ ที่พี่ใช้น้องเป็นเครื่องมือในการประชดแฟนเก่าของพี่" เธอกล่าวอย่างแผ่วเบา "ขอโทษด้วยนะน้องวายุ"


    เธอเม้มปากแน่นหลังจากพูดจบ แต่ยังคงก้มหน้าอยู่ ผมสังเกตเห็นที่ดวงตาของเธอ ดวงตาทั้งสองข้างวาวน้ำจนเป็นประกาย บ่งบอกว่าภายใต้ความสง่างามนั้น เธอกำลังเจ็บปวด


    นาทีนี้ผมเข้าใจแล้ว ว่าทำไมเธอถึงต้องทำแบบนี้ ความตกใจเมื่อครู่หายไปทันที ถูกแทนที่ด้วยความเห็นใจ


    ผมคลี่ยิ้มออกมา แล้วพูดเบา ๆ ให้เธอได้ยินเพียงคนเดียวว่า


    "ไม่เป็นไรครับ...” สองมือผมกุมมือเธออย่างอ่อนโยน “ผมเข้าใจแล้วครับ พี่ไม่ต้องขอโทษ..หากพี่ต้องการให้ผมทำอะไร ผมจะช่วยพี่ทุกอย่างครับ"

    ผมกระชับมือที่จับกุมอยู่แน่นขึ้น เพื่อเป็นการยืนยันถึงความเต็มใจที่จะช่วยเธอในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน