ภายในโรงพยาบาลค่ายทหารประจำจังหวัดนคร์ หนึ่งในห้องพักวีไอพี ด้านนอกห้องมีป้ายชื่อของคนไข้ พันเอกราชไพศาล ราชโยธินพิทักษ์
ในห้องปรากฏชายรูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางดุดัน แต่ก็มีหน้าตาดีมากอย่างหาตัวจับยาก ผิวสีแทน อกผายไหล่ผึ่ง สมกับเป็ชายชาติทหาร ส่วนใบหน้านั้นมีผ้าสีขาวพันดวงตาทั้งสองข้างรอบศีรษะ ท่าทางของเ้าตัวบ่งบอกว่ากำลังครุ่นคิดถึงเื่บางอย่าง
หกเดือนที่แล้ว...สามวันหลังจากพันเอกราชไพศาลได้รับาเ็
สาวสวยใบหน้าเรียว แต่งหน้าเข้มจัด ริมฝีปากอิ่มแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสดเข้ากับชุดรัดรูปสีเดียวกัน ความยาวเหนือเข่า รูปร่างบอบบางของเธอสวมใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ล้วนแล้วแต่เป็แฟชั่นล่าสุด ทั้งเสื้อผ้าและกระเป๋าถือบ่งบอกว่าเป็ผู้มีอันจะกิน
“นีน่า กำลังจะไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียเดือนหน้าค่ะพี่ราช” เธอตัดสินใจเอ่ยกับชายหนุ่มคู่หมั้น หลังจากรวบรวมความกล้าได้พักใหญ่
“เรียนต่อ!” คนตัวโตกล่าวออกมาด้วยเสียงอันดัง ราวกับว่าเป็เื่คอขาดบาดตาย
“เมื่อกี้ นีน่าพูดว่ายังไงนะ!” คู่หมั้นหนุ่มย้อนถามเสียงห้วนๆ ทั้งที่แน่ใจว่าถึงอย่างไรก็ฟังไม่ผิดแน่นอน
“คุณพ่อตัดสินใจส่งนีน่าไปเรียนต่อปริญญาโทบริหารธุรกิจที่ออสเตรเลียต้นเดือนหน้าค่ะ พี่ราช” หญิงสาวเอ่ยตอบพร้อมกับใจเต้นรัว มือเย็นเฉียบ เธอพยายามทำใจดีสู้เสือ เพราะรู้ว่าเวลาผู้พันหนุ่มโกรธนั้นน่ากลัวมากแค่ไหน
หลังจากผู้พันราชใช้ความคิดเพียงแค่อึดใจ เขาจึงเอ่ยขึ้น
“อืม...พี่เข้าใจแล้ว” เขากล่าวด้วยเสียงราบเรียบเกินกว่าใครจะคาดเดาได้ว่าดวงตาภายใต้ผ้าพันแผลนั้นจะปวดร้าว หรือรู้สึกอะไรหรือไม่
“พี่ราชไม่โกรธนีน่าเหรอคะ” ปริศนาเอ่ยถาม เพราะไม่แน่ใจว่าคู่หมั้นหนุ่มคิดอย่างไร
“พี่ไม่โกรธนีน่าหรอก เพราะตอนนี้พี่เองก็ไม่พร้อมจะดูแลใครอยู่แล้ว” ผู้พันราชใช้ความพยายามอย่างมากที่จะบังคับเสียงตัวเองให้เป็ปกติ
“นีน่าขัดคำสั่งของคุณพ่อไม่ได้จริงๆค่ะ พี่ราชก็รู้ว่าคุณพ่อนีน่าเป็คนเข้มงวดแค่ไหน กว่านีน่าจะเรียนจบก็อีกตั้งสองสามปี เพราะฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือ...นีน่า...นีน่าขอถอนหมั้นค่ะ” พูดเสร็จหล่อนต้องกลั้นหายใจ เพื่อดูว่าชายหนุ่มจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
ผู้พันราชรู้สึกราวกับว่าสายฟ้าฟาดลงมาตรงกลางหัวใจ เพราะตอนนี้มันด้านชาเสียจนเขาไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว
จากนั้นทั้งห้องก็เงียบไปนาน...นานเสียจนเวลาเพียงไม่กี่นาทีแต่ก็รู้สึกว่ามันผ่านไปนานราวกับเป็ชั่วโมง
“นีน่าขอโทษจริงๆค่ะ นีน่าไม่มีทางเลือก แล้วก็ขัดคำสั่งคุณพ่อไม่ได้” ทั้งที่เ้าตัวรู้ดีว่าเหตุผลที่แท้จริงคือคู่หมั้นได้กลายเป็คนพิการ ไม่เหมาะสมที่จะเป็คู่รักของตนเองอีกต่อไป
“พอเถอะ นีน่าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว...แล้วก็ไม่ต้องขอโทษพี่ด้วย พี่เข้าใจดี แล้วก็ขออวยพรให้นีน่าได้เจอกับคนดีๆ คนที่รักและเข้าใจ คนที่พร้อมจะดูแลนีน่าไม่ว่ายามสุขหรือทุกข์” ผู้พันราชได้แต่ฝืนยิ้มให้กับอดีตคู่หมั้นของตนเอง เพราะเขาเพิ่งจะรู้ว่าผู้หญิงที่คบกันมาตั้งห้าปี ไม่ได้มีความจริงใจอย่างที่เขาเคยเชื่อมาโดยตลอด
ผู้พันหนุ่มาเ็เพียงสามวัน แต่เธอไม่เคยมาเหลียวแล หรือแสดงความเป็ห่วงเป็ใยแม้แต่น้อย เท่านั้นยังไม่พอ ยังเอาคำสั่งของบิดาตนเองมาบังหน้า เขาเองแทบไม่อยากจะเชื่อว่าได้หลงรักผู้หญิงตรงหน้ามาตั้งหลายปี เขาคงเป็ผู้ชายที่โง่มาก
เสียงเคาะประตูห้องทำให้ผู้พันหนุ่มตื่นจากภวังค์ ไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่าน้ำตาลูกผู้ชายมันไหลอาบแก้มั้แ่เมื่อไหร่ เขาขยับผ้าพันดวงตาออกแล้วป้ายน้ำตาให้เร็วที่สุด แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันเสียแล้ว เพราะเสียงประตูห้องเปิดและปิดลงอย่างรวดเร็ว