บทที่ 7 ความรัก ... มันรู้สึกยังไงกันหนอ?
หนานลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้รับคำชม รีบตักน้ำแกงใส่ถ้วยของตัวเองบ้าง ไม่สนว่ายังร้อนรีบซดอย่างเอร็ดอร่อย
หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว หนานลี่ก็ลูบท้องของตัวเองที่นูนขึ้นเล็กน้อย บิดี้เี แล้วเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้า
เห็นว่าเป่ยิอินยังไม่มีทีท่าว่าจะไปไหน หนานลี่จึงเอ่ยขึ้นว่า "ท่านเซียน ไหนๆ ก็ไม่มีอะไรทำแล้ว เรามาสนทนากันเสียหน่อยเป็ไร ท่านอย่าทำหน้าบึ้งอยู่แบบนี้เลย เดี๋ยวก็ขึ้นคานไปตลอดชีวิตหรอก"
เป่ยิอินหันไปมองหนานลี่ที่พูดไม่หยุด ปกติแล้ว เขาเป็คนที่ชอบความสงบ แต่พอได้ฟังปีศาจตัวน้อยพูดจุกจิก กลับไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยสักนิด หรือเป็เพราะถูกน้ำแกงปลาของนางติดสินบนหัวใจเข้าแล้วก็ไม่อาจรู้ได้
"ท่านเซียน ท่านเป็ถึงเทพเซียนที่อายุยืนยาว วิชาของท่านช่างน่าอัศจรรย์ ข้าคิดว่าที่ตัวเองพลังพิเศษก็แปลกประหลาดแล้ว แต่ไม่นึกเลย ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า ..."
"ท่านเซียน ท่านมีใจให้กับแม่นางสุ่ยเซียนหรือไม่" เพื่อที่จะไม่ต้องเผชิญชะตากรรมของนางร้าย นักรบหญิงอย่างหนานลี่จึงต้องทำตัวเป็แม่สื่อแม่ชัก
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของเป่ยิอินก็ดูเหมือนจะงุนงงไปชั่วขณะ ดวงตาทอแวววูบไหว คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว ไม่ใช่ว่า ‘เขามีใจให้กับสุ่ยเซียนหรือไม่’ แต่เป็ว่า ‘เหตุใดปีศาจตัวน้อยถึงถามแบบนี้’
เขามีชีวิตอยู่มานานหลายหมื่นปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ไม่ค่อยชอบเื่รักๆ ใคร่ๆ สักเท่าไหร่ จำได้ว่าครั้งหนึ่ง เขาไปเยือนยมโลกเพื่อเยี่ยมจ้าวครองนรก ระหว่างทางผ่านสะพานเหมันต์ ได้ยินผีตนหนึ่งที่กำลังจะไปเกิดใหม่ วิงวอนขอร้องยายแก่ที่เฝ้าสะพานเหมันต์ ขอให้เขารออยู่ตรงนี้ก่อนได้หรือไม่ เขาตายแล้ว หญิงที่เขารักคงอยู่คนเดียวไม่ได้ เขาอยากรอนาง ไปเกิดใหม่พร้อมกัน เผื่อว่าชาติหน้า จะได้สมหวังในรัก ไม่เหมือนกับชาตินี้
ตอนที่เป่ยิอินได้ยินแบบนั้น ก็ได้แต่คิดว่ามนุษย์ช่างโลภมาก ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ครองคู่กันตั้งหลายสิบปี นับเป็วาสนาแล้ว เหตุใดต้องไปฝืนยื้อมันด้วย
ความรักช่างทรมาน ในเมื่อรู้ว่ามันทรมาน เช่นนั้นจะรักไปทำไม? เป็แบบเขาดีกว่า เป็เซียนที่ไร้หัวใจ ก็ไม่ต้องทนทุกทรมานแบบนั้น
ยามนี้ พอได้ยินปีศาจตัวน้อยถามคำถาม เขาก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ ความรัก ... มันเป็ยังไงกันนะ?
หนานลี่คิดในใจ : นี่มันสีหน้าแบบไหนกัน ไม่ตอบแล้วยังขมวดคิ้วอีก นี่แสดงว่า ไม่ได้ชอบนางเอกงั้นสิ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ทั้งสองถึงจะได้รักกัน? น่ารำคาญจริงๆ! คนโบราณนี่ อะไรๆ ก็อ้อมค้อม เอาเช่นนี้เป็ไร ข้าจะลอบใส่ยานอนหลับพวกท่านแล้วจับขังไว้ในห้อง ท่ามกลางบรรยากาศดีๆและไฟสลัว ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
หนานลี่กำลังคิดเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงสับสนของเป่ยิอิน "ความรัก ... มันรู้สึกยังไงกันหนอ?"
หนานลี่ครุ่นคิด ถึงแม้ว่านางจะไม่เคยมีความรัก แต่ก็เคยอ่านนิยายรักมามากมาย เมื่อเห็นท่าทางสับสนของเป่ยิอิน นางจึงตัดสินใจอาสาแนะนำพระเอกทึ่มคนนี้เสียหน่อยก็แล้วกัน
หนานลี่กล่าวว่า "การที่ชอบใครสักคน พอท่านเห็นหน้านาง ก็จะรู้สึกหัวใจเต้นแรง พอไม่เห็น ก็จะรู้สึกเศร้า คิดถึงนางตลอดเวลา พอคิดถึงนาง ก็จะรู้สึกอบอุ่นหัวใจ อยากจะจับมือนาง อยากจะอยู่กับนางตลอดเวลา อยากจะนาง ไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับนาง ... ก็ประมาณนี้ ท่านเซียน ... ท่านเคยรู้สึกแบบนี้กับแม่นางสุ่ยเซียนบ้างไหม"
เป่ยิอินมองไปไกลๆ มือวางทาบบนหน้าอก เงียบไปนาน ก่อนจะส่ายหน้า "ข้าไม่ได้รู้สึกแบบที่เ้าพูดกับศิษย์น้อง ก่อนที่อาจารย์จะสิ้นใจ ท่านได้ฝากฝังนางไว้ ให้ข้าดูแลนางให้ดี การดูแลนาง เป็หน้าที่ของข้า แต่ข้าไม่ได้รู้สึกหัวใจเต้นแรงเวลาที่เห็นนาง ..."
หนานลี่ "..."
หนานลี่คิดในใจ : ระบบ นี่แกล้งข้าหรือไง พระเอกยังไม่มีใจให้นางเอกเลย แล้วข้าจะทำภารกิจ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทั้งสองสำเร็จได้ยังไง พระเอกนี่มันหัวทึบจริงๆ ไม่รู้ว่า ถ้าให้เขาดูหนังสือโป๊ เขาจะรู้เื่ขึ้นมาบ้างหรือเปล่า!
ระหว่างกำลังวางแผน หนานลี่ไม่ทันสังเกตเห็นเลย ว่าสุ่ยเซียนที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยใบหน้าซีดเซียว กำลังจ้องนางด้วยแววตาเคียดแค้น ...
...
"เพล้ง!"
ถ้วยชาตกลงแตกกระจายบนพื้น น้ำชาหกเลอะเทอะ กระเซ็นถูกชายกระโปรงของหนานลี่ โชคดีที่เนื้อผ้าหนา จึงไม่โดนิั
หนานลี่ขมวดคิ้ว มองสุ่ยเซียนที่ทำหน้าบึ้งตึงด้วยความไม่เข้าใจ ยัยนี่เป็บ้าอะไรั้แ่เช้าตรู่?
"จิ๊ส์ จิ๊ส์ ถ้วยชาแค่นี้ก็ถือไม่ไหวรึ? รีบเก็บเศษถ้วยเร็วเข้าเถิด ศิษย์พี่ชอบความสะอาด" สุ่ยเซียนสั่งด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
หนานลี่เบ้ปาก เมื่อครู่นางถือถ้วยชาดีๆ เห็นๆอยู่ว่า สุ่ยเซียนจงใจทำแตก ไม่รู้ว่าจะหาเื่อะไรนางอีก ั้แ่เช้าก็จิกกัดนางไม่หยุด ประเดี๋ยวก็บอกว่า นางเช็ดโต๊ะไม่สะอาด ประเดี๋ยวก็สั่งให้นางไปจัดตำราในชั้นหนังสือ หาเื่นางตลอด
เห็นแก่ที่เป็นางเอก นางจะไม่ถือสาหาความ หนานลี่จึงนั่งลง กำลังจะเอื้อมมือไปเก็บเศษถ้วย แต่จู่ๆ ก็มีรองเท้าปักลาย เหยียบลงบนหลังมือนาง ...