ตอนที่ 15 การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
โครมมมมมม!
โอ๊ย โอ๊ย เจ็บ เจ็บ!
“อะไรวะ กูก็ขอดีๆ แล้วนะ!” หลังจากที่ไอ้แดงกำลังขึ้นบนหลังของคชสารพงไพรอยู่เชือกหนึ่งคชสารพงไพรเชือกนั้นก็ได้กลั่นแกล้งไอ้แดงด้วยการใช้งวงจับไปที่ก้นของไอ้แดงแล้วก็ดึงกางเกงของไอ้แดงลงจนทุกคนมองเห็นก้นขาวๆของไอ้แดงจากนั้นก็ใช้งวงโยนไอ้แดงเข้าไปในพุ่มไม้ทั้งคนและพญาคชสารพงไพรต่างก็พากันหัวเราะชอบใจที่เห็นไอ้แดงในสภาพเช่นนั้นด้วยความสนุกสนาน.........
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
“ฮ่า ฮ่า ไอ้แดง!” เสียงไอ้บุญและเสียงของทุกๆคนที่เห็นไอ้แสดงในสภาพเช่นนั้นต่างพากันหัวเราะกันอย่างสนุกสนานบ้างก็น้ำตาไหลบ้างก็ขำจนเจ็บท้องกันไปเลยทีเดียว.........
หลังจากที่ทุกๆ คนได้พากันขึ้นบนหลังของพญาคชสารพงไพรกันเรียบร้อยพญาคชสารพงไพรทั้งโขลงจึงได้พากันทยอยลุกขึ้นยืนแต่ละเชือกแล้วหันหน้าไปมองตัวจ่าฝูงของมันเพื่อรอรับคำสั่งออกเดินทางต่อไป..........
แปร้น แปร้น!
“ออกเดินทางได้!” เสียงพญาคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงออกคำสั่งให้ทั้งโขลงออกเดินทางกลับเข้าหมู่บ้านท่าเสด็จทันทีที่มันเห็นว่ามนุษย์หลังของพวกมันทุกคนเรียบร้อยแล้วคงเหลือแต่เชือกสุดท้ายที่..........
“เดี๋ยว เดี๋ยว รอกูด้วย” !! ไอ้แดงที่นอนจุกอยู่ในพุ่มไม้เมื่อเขามองเห็นโขลงคชสารพงไพรที่กำลังจะออกเดินทางซึ่งเขายังไม่ทันได้ขึ้นเขาจึงรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งมาปีนขึ้นบนหลังของคชสารพงไพรตัวสุดท้ายได้อย่างพอดี.........
“อึบ อึบ เกือบไม่ทันแล้วกู!”
ตึง ตึง ตึง!
โครม โครม!
หลังจากที่ทั้งหมดเดินทางไปได้สับพัก..........
โอ๊ย! โอ๊ย!
หูของข้า!
“ทำไมหูของข้าของข้าจึงได้ยินเสียงทุกอย่างดังมากขนาดนี้เสียงของปีกนกที่กำลังบินอยู่ก็ได้ยินอย่างชัดเจน เสียงของฝีเท้าของสัตว์ต่างๆที่กำลังเดิน กระทั่งเสียงเต้นของหัวใจก็ยังสามารถได้ยินอีก!?” กล้วยเขาได้สงสัยในอาการแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกายตัวเองพร้อมกับพูดออกมาเบาๆ ด้วยความสงสัย ที่หูของเขาสามารถได้ยินเสียงได้อย่างชัดเจนกับสิ่งที่ตนเองไม่เคยได้ยินมาก่อน ซึ่งมันหมายความว่าอย่างไรกันแน่.........
“เป็อะไรไปรึเ้าเด็กน้อย ข้าเห็นเ้าแสดงอาการแปลกๆมาสักพักหนึ่งแล้ว!?” พญาคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงได้ถามกล้วยเพราะเขาได้เห็นกล้วยแสดงอาการสงสัยในการได้ยินของเขา ซึ่งสัตว์ป่าต่างๆส่วนใหญ่จะหูดีกว่ามนุษย์หลายสิบเท่า อาการทางหูที่เกิดขึ้นกับกล้วยอยู่นั้นมันจึงทำให้พญาคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงสังเกตเห็นได้..........
“ข้ามิได้เป็อันใดดอกขอรับ พ่อช้างใหญ่!” กล้วยรีบตอบกลับพญาคชสารพงไพรจ่าฝูงทันที ซึ่งกล้วยก็ไม่แน่ใจ ในความผิดปกติทางหูของเขามากนักอีกทั้งมันอาจจะเป็เพราะอาการหูแว่วของตัวเองที่เกินขึ้นแค่ประเดี๋ยวก็เป็ได้เขาจึงไม่ใส่ใจอะไรมากนัก...........
“แน่ใจนะกล้วย ว่าไม่เป็อะไร!?” พญาคชสารพงไพรตัวน้อยก็สอบถามกล้วยด้วยความเป็ห่วงอีกครั้งซึ่งทั้งสองเป็เพื่อนรักกันจึงต้องถามไถ่กันเป็ธรรมดา...........
“ใช่ ข้าแน่ใจ!” กล้วยตอบคำถามของพญาคชสารพงไพรตัวน้อยด้วยรอยยิ้มที่ส่งให้กัน.........
หลังจากนั้นทั้งหมดก็ได้พากันมุ่งหน้าเดินทางต่อไปโดยที่พันผาและคนอื่นๆ ก็ไม่ได้สงสัยในอาการของกล้วยแต่อย่างใด........
“อยู่บนหลังของพญาคชสารพงไพรมันชั่งสบายอะไรอย่างนี้นะอีกทั้งยังสามารถมองเห็นในระยะที่ไกลๆ ได้ดีอีกด้วยข้าขอบน้ำใจท่านพญาคชสารพงไพรเป็ยิ่งนัก!” ไอ้แดงพูดใส่ข้างใบหูของพญาคชสารพงไพรเชื่อกนั้นด้วยความชอบใจที่ตนเองนั้นได้มีโอกาสที่ได้นั่งบนหลังของพญาคชสารพงไพรในครั้งนี้ พร้อมกับขอบอกขอบใจพญาคชสารพงไพรไปหลายครั้ง.........
“ั้แ่ข้ารู้จักกับเอ็งมาก็พึ่งเห็นครานี้แหละวะที่เอ็งพูดจาเข้าทีอีกทั้งยังหวานปานน้ำตาลเสียด้วย!” ไอ้บุญะโไปเย้าแหย่ไอ้แดงด้วยความที่ตนเองไม่เคยได้ยินไอ้แดงพูดจาดีแบบนี้มาก่อนซึ่งมันเป็ครั้งแรกที่เขาได้ยินออกจากปากไอ้แดงเขาจึงไม่อาจที่จะอดใจะโไปเย้าแหย่ไอ้แดงจนได้........
“มึงก็พูดไปไอ้บุญท่านพญาคชสารพงไพรให้พวกเราได้นั่งที่หลังของเขาเราก็ควรที่จะขอบอกของใจท่านจึงจะถูก มึงนั่นละก็ควรที่จะหัดพูดเสียบ้างนะ!”ไอ้แดงได้ทีตอบกลับไปใส่ไอ้บุญทันที พร้อมกับสั่งสอนให้ไอ้บุญรู้จักพูดขอบใจพญาคชสารพงไพรอีกด้วย........
“แหม ได้ทีเลยนะมึงไอ้แดง!”
สามชั่วโมงผ่านไป.......
ซ่า ซ่า ซ่า
โฮกกกกกก!
“พวกเราจักพักกันที่ลำธารน้ำด้านหน้าแห่งนี้สักพักจึงค่อยออกเดินทางต่อ!” เสียงของพญาคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงพูดขึ้นแล้วทั้งโขลงก็พากันเดินไปหยุดที่ธารน้ำแห่งนั้นทันที.........
“ทุกๆ คน ลงพักกันก่อน!” เสียงของผู้ใหญ่บ้านะโขึ้นบอกให้ทุกคนให้ลงจากหลังของพญาคชสารพงไพรทุกเชือกเพื่อพักกินข้าวกินน้ำกันสักพักก่อนจึงค่อยออกเดินทางต่อไป.......
ขอรับพ่อผู้ใหญ่!
แล้วทั้งหมดก็พากันหยุดพักที่ลำธารน้ำกัน กระทั่งหนึ่งชั่วโมงผ่านไปเป็เวลาประมาณบ่ายโมงพอดี..........
ซื๊ด ซื๊ด
“เหม็นทำไมข้าถึงเหม็นสาบอะไรบางอย่างที่ลอยมาตามลมเป็ระยะนะ ท่านพ่อได้กลิ่นหรือไม่!?”กล้วยพูดถามพันผาถึงกลิ่นสาบที่เขาได้กลิ่นที่มันลอยมาตามลมเป็ระยะด้วยความสงสัยซึ่งเขาก็ไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิตหนำซ้ำเขายังมีความรู้สึกเหมือนกับจะมีอะไรบางอย่างที่จ้องมองพวกตนอยู่จนทำให้เขาต้องสอบถามพันผาพ่อของเขาไป..........
ซื๊ด ซื๊ด
“ไม่ พ่อไม่ได้กลิ่นสาบอะไรเลยลูก!” พันผาตอบกลับกล้วยไปด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าเขาไม่ได้กลิ่นอะไรเลยสักอย่างและก็ไม่มีอะไรที่ผิดปกติแต่อย่างใด ซึ่งทุกๆอย่างก็ปกติดีไม่มีอันตรายอันใดอย่างแน่นอน..........
ตึง ตึง ตึง
โฮกกกกกกก! คลื่นนนนนนน
“ถูกต้องเ้าเด็กน้อย กลิ่นสาบนั่นมันเป็ของไอ้สมิงดำาาเสือโคร่งจากแดนใต้!” พญาคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงลุกขึ้นเดินเข้ามาหากล้วยและพันผาพร้อมกับพูดขึ้นมาเบาๆว่ากลิ่นสาบที่กล้วยได้กลิ่นอยู่นั้นมันเป็ของเสือสมิงดำาาเสือโคร่งจากทางป่าที่อยู่ไกลออกไปทางทิศใต้ซึ่งพญาคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงก็ได้ส่งคลื่นความถี่ตำเตือนภัยเพื่อบอกให้คชสารทุกเชือกระวังตัวเป็ที่เรียบร้อยแล้วเช่นกันก่อนจะเข้ามาบอกพันผาและกล้วยให้รับรู้ถึงอันตรายที่อยู่ไกลออกไปทางป่าทิศใต้.........
“พันผา เ้าจงเร่งไปบอกผู้ใหญ่บ้านให้บอกคนอื่นๆให้เตรียมตัวออกเดินทางบัดเดี๋ยวนี้ ส่วนเ้าเด็กน้อยขึ้นบนหลังของเขาเร็วเข้าพวกเราไม่ควรล่าช้า!” พญาคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงสั่งให้พันผารีบไปบอกผู้ใหญ่บ้านและคนอื่นๆเตรียมออกเดินทางในตอนนี้ พร้อมกับกล้วยก็บอกให้ขึ้นบนหลังของเขาทันทีซึ่งพวกเขาไม่ควรเดินทางล่าช้าเพราะกลิ่นสาบที่พวกเข้าได้กลิ่นอยู่นั้นมันได้ใกล้เข้ามาทุกทีนั่นมันอาจเป็เพราะเสือสมิงดำอาจจะได้กลิ่นคาวเืที่พวกเขาล่าสัตว์ในครั้งนี้ก็ได้มันจึงทำให้เสือสมิงดำติดตามมาเป็แน่........
“ขอรับ พ่อช้างใหญ่!”
ตึง ตึง ตึง
“พ่อผู้ใหญ่พญาคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงบอกให้ข้ามาบอกท่านให้ทุกๆ คนออกเดินทางบัดเดี๋ยวนี้ขอรับ!”พันผารีบเดินเข้าไปบอกผู้ใหญ่บ้านตามคำสั่งของพญาคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงซึ่งพันผาก็ไม่ได้พูดอะไรมากนักเกี่ยวกับเื่ของาาเสือสมิงดำเพราะเขาคิดว่าฝูงพญาคชสารพงไพรคงจักพาทุกๆคนเดินทางเข้าหมู่บ้านได้อย่างปลอดภัยเป็แน่..........
“กระนั้นรึไอ้ผา เอ้าทุกคนเตรียมตัวออกเดินทาง!”ผู้ใหญ่บ้านะโสั่งให้ทุกๆ คนเตรียมตัวเก็บข้าวของและออกเดินทางซึ่งในขณะนั้นฝูงพญาคชสารพงไพรทุกเชือกก็ได้ย่อตัวและนั่งลงเพื่อให้ลูกบ้านทุกคนขึ้นบนหลังของตนเองด้วยเช่นกัน...........
“ขอรับพ่อผู้ใหญ่!”
อึ๊บ อึ๊บ อึ๊บ
โฮกกกกกกก! คลื่นนนนนนน!
ตึง ตึง ตึง
หลังจากที่ทุกคนได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่บ้านแล้วจึงได้พากันปีนป่ายขึ้นบนหลังของพญาคชสารพงไพรทีละคนไปจนครบทุกคนโขลงพญาคชสารพงไพรไม่รอช้าส่งคลื่นถี่ตำเตือนภัยให้แก่กันแล้วออกเดินทางไปแบบเงียบๆ ในทันทีซึ่งการที่ฝูงพญาคชสารพงไพรตื่นตัวกับอันตรายแบบนี้แต่ถ้าตัวโตเต็มวัยจะไม่ได้รับอันตรายจากเสือสมิงดำแน่นอนแต่สำหรับผู้อ่อนแอและตัวเล็กเช่นมนุษย์หรือพญาคชสารพงไพรตัวน้อยก็อาจมีจะภัยและอันตรายถึงแก่ชีวิตได้จากการจู่โจมในครั้งเดียวของาาสมิงดำ...........
แปร้น!
“ว่าแต่กล้วย ทำไมนายถึงมีประสาทที่รับรู้เื่กลิ่นและเสียงได้ดีกว่ามนุษย์ผู้อื่นไปได้ละ!?”พญาคชสารพงไพรตัวน้อยได้หันหน้าขึ้นไปสอบถามกล้วยที่อยู่บนหลังของพญาคชสารพงไพรซึ่งเป็พ่อของเขาด้วยความสงสัยใคร่อยากรู้ความจริงจากปากกล้วยเป็อย่างยิ่ง.........
“เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมอาการเหล่านี้จึงได้เกิดขึ้นกับเราได้!?”กล้วยหันหน้าลงไปตอบกลับคชสารพงไพรน้อยด้วยสีหน้าและความสงสัยใคร่อยากรู้ความจริงเหมือนกันว่าทำไม่ตัวของเขาจึงได้มีอาการแบบนี้เกินขึ้นมาได้.........
อืมมมมมมมม!
“เ้าเด็กน้อยเ้ามิต้องใไปดอกอันที่จริงแล้วมันอาจจะเป็เื่ที่ดีสำหรับตัวเ้าก็ได้!” พญาคชสารพงไพรจ่าฝูงส่งสายตาขึ้นไปมองกล้วยที่อยู่ด้านหลังของตนพร้อมกับพูดบอกกล้วยไปว่ามิให้เขากังวลใจไปเสียให้มากเพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเขาต่อไปนี้อาจจะเป็เื่ที่ดีต่อตัวของกล้วยก็ได้ซึ่งพญาคชสารพงไพรก็รู้เื่อาการที่กล้วยเป็อยู่ในตอนนี้เป็อย่างดีเพียงแค่ตัวเขาไม่พูดออกไปก็เท่านั้น.........
“มันจักดีต่อตัวของผมไปได้อย่างไรละ ขอรับพ่อช้างใหญ่!?”กล้วยพยายามชะโงกหน้าลงมาสอบถามพญาคชสารพงไพรจ่าฝูงด้วยความสงสัยเป็ที่สุดซึ่งพญาคชสารพงไพรพูดบอกเขายังกะรู้ดีอยู่แล้วว่าอาการที่เขาเป็อยู่นี้เกิดขึ้นจากสาเหตุใด.........
โฮกกกกกกก!
“เอาน่า เมื่อถึงเวลาข้าจักบอกเ้าเอง!”
ตึง ตึง ตึง
สี่ชั่วโมงผ่านไป........
ซ่า ซ่า ซ่า
หลังจากที่ทั้งหมดเดินทางต่อไปได้ประมาณสี่ชั่วโมงก็ได้มาถึงลำธารน้ำอีกแห่ง ซึ่งเป็ลำธารน้ำตกกั้นระหว่างูเาลูกที่หนึ่งกับลูกที่สอง.........
“เอาละนี้ก็จวนจะใกล้ค่ำแล้วเห็นทีคืนนี้เราคงจักต้องพักค้างแรมกันในบริเวณลำธารแห่งนี้!” พญาคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงได้สั่งการให้ทั้งโขลงหยุดเพื่อพามนุษย์พักค้างแรมนอนที่บริเวณลำธารน้ำตกในคืนนี้.........
“พ่อผู้ใหญ่พวกเราจักพักค้างแรมนอนคืนที่บริเวณธารน้ำตกแห่งนี้กันขอรับ!” กล้วยได้รับคำสั่งจากพญาคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงจึงได้ะโไปบอกผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ด้านหลังของพญาคชสารพงไพรตัวถัดไปไม่ไกลนักเพื่อให้เขาได้พาทุกคนพักนอนค้างแรมกันในบริเวณธารน้ำตกแห่งนี้.........
“ข้าก็อยากพักเต็มทีแล้วละเ้ากล้วยเอ้าทุกคนหาที่พักนอนค้างแรมข้างลำธารน้ำตกแห่งนี้กันโว้ย!” ผู้ใหญ่บ้านสั่งให้ทุกคนหาที่พักนอนค้างแรมในบริเวณธารน้ำตกกันในคืนนี้ซึ่งทุกคนเมื่อได้รับคำสั่งก็พากันลงจากหลังของพญาคชสารพงไพรกันทุกคน แล้วพาเดินหาจับจองสร้างที่หลับที่นอนกันสำหรับค่ำคืนนี้.........