ตอนที่ 22 ผู้นำ
แม้ว่าศิษย์ร้อยอันดับแรกที่พ่ายแพ้แก่ซูเวย ทุกคนจะได้รับคำแนะนำจากซูเวยหลังจบการประลองทุกครั้ง แต่มันเป็เพียงคำแนะนำเล็กน้อยและเป็การชี้แนะด้วย่เวลาเพียงสั้นๆเท่านั้น
ศิษย์บางคนตระหนักรู้แจ้งจากคำชี้แนะนี้ แต่บางคนยังไม่สามารถเข้าใจความหมายที่ซูเวยแนะแนวมากเท่าไหร่
ซึ่งฉุ่ฉีเป็หนึ่งในคนที่ยังไม่ได้รับการรู้แจ้งกับคำพูดของซูเวย ทำให้ฝีมือไม่มีการพัฒนาและก้าวหน้าขึ้น ได้แต่ย้ำอยู่กับที่
ท้ายสุดก็ต้องพ่ายแพ้แก่ศิษย์คนอื่นที่มาท้าทาย กระเด็นหลุดร้อยอันดับแรก
เขาไม่มีความสัมพันธ์กับซูเวยมากนัก ทำให้ไม่ได้รับโอกาสชี้แนะเพิ่มเติมอีกเลยั้แ่วันที่ได้ประลองกัน
ในทางตรงกันข้ามเจียจิงมีความใกล้ชิดกับซูเวยั้แ่แรกจึงไม่ยากจะได้รับคำแนะนำที่มีประโยชน์
[ถ้าซูเวยสามารถแนะแนวข้าได้... ข้าต้องมีอันดับที่ดีกว่าเจียจิงแน่]
ฉุ่ฉีมั่นใจในความสามารถตัวเองว่าดีกว่าเจียจิงแน่นอน แต่ตนเองขาดคนชี้แนะที่ดี
เขามองตรงไปที่สนามของศิษย์อันดับหนึ่ง
ในหัวทำการตัดสินใจบางอย่างอยู่
เท้าก้าวตรงไปยังสนามที่ซูเวยอยู่ทันที
"นั้นมัน ฉุ่ฉี ไม่ใช่รึไง"
"เขากำลังทำอะไร...!!!"
ในที่สุดฝูงชนก็สังเกตุเห็นฉุ่ฉีว่าคือใคร ด้วยการที่เป็ศิษย์ร้อยอันดับแรกมาก่อน ย่อมมีคนรู้จักและจดจำใบหน้าได้
แต่ฉุ่ฉีที่หลุดจากศิษย์ร้อยอันดับแรกก็ไม่ค่อยเป็ที่โดดเด่นและเขายังทำตัวให้เล็กสุดเพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ว่าเขาเป็ใครมาก่อน
"เขากำลังจะไปขอคำปรึกษากับซูเวย?"
"หากได้คำแนะนำจากซูเวย เขาอาจกลับมาประสบความสําเร็จได้อีกครั้ง"
"แต่ซูเวยจะมีเวลาว่างพอมาชี้แนะคนแปลกหน้า?"
"มาเดิมพันกันดูไหมว่าเขาจะได้การแนะแนวรึเปล่า"
"ตกลง... ข้าเดิมพันห้าร้อยว่าไม่ได้"
"ข้าเดิมพันที่หนึ่งพันว่าซูเวยยินดีแนะแนว"
มีการพูดคุยและเดิมพันเกิดขึ้น
ทุกคนต่างเห็นว่าซูเวยทำการเก็บตัวอยู่ในพื้นที่ของเขาเพื่อฝึกฝนตลอดเวลา ทำให้คนอื่นไม่กล้าเข้าไปรบกวน ยกเว้นเจียจิงที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับซูเวยมาก่อน
ก็อก ก็อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ซูเวยกำลังนั่งสมาธิอยู่ในบ้านลืมตาขึ้นมา
แอ๊ด
ประตูเปิดออกมา
เมื่อเห็นซูเวยยืนตรงหน้า เขาเริ่มเกิดความรู้สึกประหม่าและหัวใจเต้นแรงขึ้นมา
ตอนนี้ซูเวยเป็ตัวตนที่น่าเกรงและมีอิทธิพลมากในเหล่าศิษย์สายใน เขาจึงรู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น
สองมือกำแน่นและพยายามระงับอารมณ์ที่เกิดขึ้นให้สงบลง
"ศิษย์พี่ฉี... มีอะไรให้ข้าช่วย?" ซูเวยทักทายอีกฝ่ายขึ้นมาด้วยใบหน้าเป็มิตร
"ไม่นึกว่าศิษย์น้องเวยจะยังจำได้"
ฉุ่ฉีใเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อตัวเอง
ในเวลานี้ซูเวยอยู่เหนือกว่าศิษย์สายในทุกคน จึงไม่มีความจำเป็ด้วยซ้ำว่าจะต้องจดจำชื่อของศิษย์สายในคนอื่น โดยเฉพาะคนที่เคยพ่ายแพ้ให้แก่เขามาแล้ว ยิ่งไม่มีอะไรให้ต้องจดจำเลยแม้แต่น้อย
แต่ซูเวยไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะเขามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นจึงมองว่าการมีคนสนับสนุนตัวเองจำนวนมาก จะช่วยให้ได้รับโอกาสในการเป็ผู้นำเหล่าศิษย์มากขึ้น
แน่นอนว่าการมีพลังและผู้สนับสนุนจะช่วยให้เป้าหมายที่วางไว้ประสบความสําเร็จเร็ว
หากมีพลัง แต่ไม่มีผู้สนับสนุนที่ดีพอ ก็ยากนักที่จะทำให้มันประสบความสําเร็จได้
แต่เมื่อไรที่มีทั้งพลังและผู้สนับสนุนที่ดี ก็จะประสบความสําเร็จอย่างยิ่งใหญ่และเร็ว
ในขณะที่ฉุ่ฉียังคงเงียบไม่พูดจาออกมา
ซูเวยจ้องมองและครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจกล่าวบางอย่าง "ศิษย์พี่คงรู้เื่าที่เกิดขึ้นบนทวีปัฟ้าแล้วใช่ไหม ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานมันต้องผลกระทบบานปลายลุกลามใหญ่โตแน่"
ฉุ่ฉีได้ยินดังนั้นต้องประหลาดใจ
"ข้า้าเป็ผู้นำเหล่าศิษย์ของสำนัก เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ในอนาคต"
"ผู้นำเหล่าศิษย์...!!!"
เขาได้ยินเช่นนั้นต้องใ ไม่คิดเลยว่าซูเวยจะมีเป้าหมายยิ่งใหญ่มากขนาดนี้
ฉุ่ฉีเริ่มมีเหงื่อไหลออกมา เขาไม่นึกว่าจะมาได้ยินเื่เหลือเชื่อจากปากอีกฝ่าย
จากนั้นเขาจ้องมองไปทางซูเวยและคิดถึงความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมาให้ชม
อารมณ์ของเขาเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง ด้วยความสามารถของซูเวย การเป็อย่างที่พูดมันไม่ใช่เื่เพ้อฝัน แน่นอนว่าเขาสามารถทำได้จริงและบางทีอาจจะเป็อะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอีกด้วย
เขาเข้าใจดีถึงผลกระทบของาใหญ่ ไม่เช่นนั้นผู้คนมากมายต่างไม่ดั้นด้นอยากกลายเป็ศิษย์ของสำนักใหญ่กันหรอก