เสียงดนตรีจากเวทีเริ่มดังขึ้น ตุ้ม... ตุ้ม... เสียงเบสสั่นะเืกำแพง
“ริว! ไอ้ริว!”
เสียงเพื่อนรักเรียกจากข้างหลัง มาเรียม หญิงสาวห้าวๆในชุดหนังสุดเปรี้ยวเดินเข้ามา
“มึงเหม่ออะไรอยู่ เรียกตั้งนานไม่ตอบ!”
“อะ... อะไรของมึงวะ!” ริวหันมาตอบเสียงเบา แต่ยังคงจมอยู่ในความคิด ขณะที่มาเรียมเท้าสะเอว
“กูถามจริง มึงคิดอะไรอยู่? หน้าตาเหมือนคนอกหักยังไงไม่รู้”
ริวหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนเงียบไปพักหนึ่ง เสียงเพลงบนเวทีดังกระหึ่ม แต่หัวใจเขากลับดังยิ่งกว่า
ใบหน้าของใครบางคนลอยเข้ามาในหัว รอยยิ้มอบอุ่น เสียงพูดเรียบ ๆ ที่แฝงความสุภาพ และดวงตาใสที่สะท้อนฝนภาพของ ยูจิน เ้าของร้านดอกไม้ ทำให้เขาสะดุดใจ จนตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ
“มาเรียม...” เขาเอ่ยเสียงแ่
“มึงว่ามันเป็ไปได้ไหม... ถ้าอยู่ ๆ คนเราจะเปลี่ยนรสนิยม?”
เพื่อนสาวเลิกคิ้ว “ยังไงวะ? มึงหมายถึง... มึงชอบผู้ชาย? หรือผู้ชายมาชอบมึง?”
“ทะ...ทำนองนั้น...” ริวตอบอ้อม ๆ
มาเรียมหัวเราะเบา ๆ “ไม่เห็นแปลกเลยเพื่อน อิสระของหัวใจ พี่ชายมึงยังมีเมียเป็ผู้ชายเลย”
ริวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดออกมาตรง ๆ
“แล้วถ้ากู... สนใจใครสักคนล่ะ?”
มาเรียมยิ้มกรุ้มกริ่ม “ก็จีบสิคะคุณเพื่อน จะรออะไร.. ถ้าเขาเล่นด้วย... ก็ดีลค้า..คุณริวอิจิ..ว่าแต่หล่อไหมวะ!”
“เบา ๆ สิวะ!” ริวรีบปราม แต่หน้าเริ่มขึ้นสีแดงจาง ๆ
มาเรียมกลั้นขำ “ก็บอกแล้วให้จองห้องวีไอพี ดันจะมานั่งโซนธรรมดาเอง ยังไงล่ะคะ คุณยากูซ่า ผู้อยากใช้ชีวิตแบบคนปกติ?”
ริวหัวเราะในลำคอ ขณะมองเวทีที่ไฟกะพริบระยิบระยับ
“บางที...” เขาพึมพำ “การเป็คนธรรมดา... มันอาจมีความสุขมากกว่า”
เช้าวันต่อมา...
อากาศสดชื่นหลังฝนเมื่อคืน เมฆขาวลอยบางเบาเหนือฟ้า แสงแดดยามเช้าสะท้อนผ่านกระจกหน้าร้าน Haru Florist ทาบลงบนพื้นกระเบื้องดูอบอุ่น
ริวยืนอยู่หน้าร้านในเสื้อยืดสีขาวสะอาดคลุมด้วยแจ็กเกตยีนตัวเก่ง มือซุกกระเป๋า แต่หัวใจกลับเต้นแรง ราวกับจะขึ้นชกมวย
ลูกน้องสองคนยืนรออยู่ข้างฟุตบาท พยายามกลั้นหัวเราะกับภาพเ้านายยากูซ่าผู้ยิ่งใหญ่ ได้แต่ยืนสูดหายใจลึก ๆ หน้าร้านดอกไม้ราวกับจะเข้าไปสารภาพบาปกับบาทหลวง
“บอส...แน่ใจนะครับ?”
“แน่ใจสิ!” ริวตอบเสียงต่ำ “เมื่อคืนฉันทำตัวเสียมารยาทมาก”
เขาพูดเรียบแต่แววตากลับจริงจัง อย่างคนที่มีเหตุผลเต็มเปี่ยมในการกลับมาครั้งนี้
เสียงกระดิ่งเหนือประตูดัง กริ๊ง ยูจินหันกลับมาจากโต๊ะจัดดอกไม้ ใบหน้าอบอุ่นที่คุ้นเคยปรากฏตรงหน้า
แสงเช้าสีทองตกกระทบเส้นผมเขา ดวงตาเรียวสงบแต่สะท้อนประกายแสงราวกับภาพวาดในแกลเลอรี
“สวัสดีครับลูกค้า... อ้อ คุณนี่เอง”
เสียงของยูจินนุ่มกว่าที่ริวจดจำได้ “มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
ริวเกาท้ายทอย ยิ้มบาง ๆ “เมื่อคืน...เอ่อ...ผม...”
ยูจินมองชายที่เมื่อคืนพูดจาแข็งกร้าว แต่ตอนนี้กลับยืนอึกอักเหมือนเด็กโดนครูดุ
“คือ...ขอบคุณนะครับ ที่ขายช่อดอกไม้ให้” เขาพูดรวดเดียวแล้วรีบหลบตา “คนรับเขาประทับใจมาก...”
ยูจินเลิกคิ้วนิด ๆ แต่ยิ้มบาง ๆ กลับให้
“ดีใจจัง..ที่ได้ยินคำนี้”
“คือ...ผมอยากซื้ออีกช่อ”
ริวรีบพูดต่อ เสียงแ่ลงเมื่อสบตาอีกฝ่าย “อยากนำไปฝากเพื่อนน่ะครับ”
ยูจินพยักหน้าอย่างมืออาชีพ “เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชายครับ?”
“ผู้หญิง...ห้าว ๆ หน่อย”
ยูจินหัวเราะเบา ๆ “งั้นผมแนะนำให้เลือกเป็ ดอกทานตะวัน แทนกุหลาบครับ มันหมายถึงความสดใส ความเข้มแข็ง กับความจริงใจ หรือไม่ก็แกลดิโอลัส สื่อถึงความกล้าหาญ และความแข็งแกร่งได้ดี”
เขาเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนเสริมด้วยรอยยิ้ม
“แต่ถ้าจะให้มีความอบอุ่นสักหน่อย ผมว่าทิวลิปสีแดงก็น่ารักดีนะครับ”เขาอธิบายอย่างมืออาชีพ เพราะศึกษาเื่ดอกไม้มาหลายปี
ริวฟังอย่างตั้งใจ แต่ยิ่งฟัง ก็ยิ่งงง...ชื่อดอกไม้แต่ละอย่างฟังเหมือนชื่อแก๊งในละคร
“เอ้อ!...ทำไมมันยุ่งยากอย่างนี้วะเนี่ย..แค่ดอกไม้” เขาพึมพำเบา ๆ
ยูจินเงยหน้าขึ้น “ครับ?”
“อ๋อ! ฮ่า ๆ ไม่มีอะไรครับ อะ..เอาทุกอย่างเลยแล้วกัน รบกวนจัดช่อให้ด้วยครับ”
เสียงหัวเราะแห้ง ๆ ของริวทำให้ยูจินต้องอมยิ้ม
“ครับ”
เขาก้มหน้าจัดดอกไม้อย่างใจเย็น ริวมองแผ่นหลังนั้นเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัวว่ามองนานเกินไป
ภารกิจวันนี้จบลงพร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่ต้องนำไปฝากให้มาเรียม และผลลัพธ์คือเสียงหัวเราะดังลั่น จนทั้งร้านกาแฟแทบแตกตื่น
“ฮ่า ๆ ๆ ไอ้ริว! ยากูซ่าผู้แข็งแกร่ง! ไปจีบคนขายดอกไม้เหรอวะ!”
ริวขมวดคิ้ว “เบาๆไม่ได้หรือไง..แค่สนใจโว้ย!”
“โอ๊ย ค่ะๆ คุณริวอิจิ”
“พูดมาก...”
มาเรียมหัวเราะร่า พลางยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้กับริว
“นี่..ข้อมูล ฉันหามาให้แล้ว ไม่ต้องเนียนไปแกล้งซื้อดอกไม้เขาทุกวันหรอก”
ตระกูลของมาเรียม ขึ้นชื่อเื่การสืบข้อมูล ทำงานควบคู่กับตระกูลยากูซ่าอย่างยามดะ มายาวนาน ดังนั้นเื่แค่นี้ พริบตาเดียวเธอก็สืบรู้หมด
ริวเลิกคิ้ว หยิบกระดาษขึ้นมาดูบนกระดาษมีข้อมูลสั้น ๆ :
ยูจิน ฮารุ อายุ 30 ปี
เปิดร้าน Haru Florist มา 2 ปี ชาวบ้านละแวกนั้นรู้จักดี
อบอุ่น ใจดี และ...โสด
ริวยิ้มบาง ๆ มุมปากคลี่ยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่
“ดีมาก คนสวย”
เขาหยิกแก้มเพื่อนเบา ๆ ก่อนเดินกลับไปที่รถ ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะของมาเรียมที่ดังตามหลัง อย่างเข้าใจเพื่อนรัก
“อื้อ..หื้อ...ดูท่าคุณเพื่อนยากูซ่า จะรู้จักตัวเองสักที..แล้วสินะ~”
..........................................