บทที่
| 6 |
คนมันดวงแข็ง
“นี่มึงคิดอะไรของมึงอยู่วะไอ้ราม ไอ้เด็กนั่นมันเป็เด็กใหม่นะ ฝีมือมันก็ห่วยแตก ไม่มีทางที่จะเอามึงล้มได้แน่นอน”
เ้าพ่อทวีสินอธิบายทุกอย่างด้วยความใจเย็น แต่ยังคงมีเสียงต่อสู้ด้านล่างดังขึ้นมาอยู่เป็ระยะ
“ผมก็อยากฝึกให้น้องชายของไอ้ใหญ่มันเก่งขึ้นไงครับ ดูจากแววตามันแล้วเป็เด็กที่มุ่งมั่นน่าดู ถ้าได้ผมเข้าไปช่วยสอน ผมว่ามันน่าจะมีฝีมือขึ้นแน่ๆ”
แต่คำอธิบายนั้นกลับทำให้ลูกน้องที่เหลือของรามหันมายิ้มมุมปาก พวกเขารู้แผนการของลูกพี่ใหญ่คนนี้เข้าแล้ว
“เออ! เอาไงก็เอา ถ้ามึงเอ็นดูไอ้เด็กนั่น หึ.. กูก็ยอมให้มึงสอนการต่อสู้มันก็ได้”
“ครับนายท่าน”
“แต่เอาเบาๆพอนะ ไม่ต้องถึงตาย”
จบประโยคนั้นรามจึงรีบก้มหัวให้กับผู้มีอิทธิพล เขาลุกขึ้นยืนและหันไปมองทางลูกน้องด้านหลัง ก่อนจะพากันเดินลงมายังเบื้องล่างที่มีชายฉกรรจ์นั่งอยู่กันหนาแน่น
ตึกๆ ๆ ๆ
“เฮ้ย!! หยุดการแข่งขันก่อน พอดีว่าพวกเราได้รับการอนุญาตมาจากเ้าพ่อทวีสิน”
เสียงของลูกน้องรามได้ดังขึ้นเพื่อหยุดการแข่งขันทุกอย่าง จังหวะนั้นใหญ่จึงหยุดกระหน่ำหมัดหนักใส่ฝ่ายตรงข้าม เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้าตัวเองออก
ใหญ่หรี่ตาจ้องมองพวกของรามที่มีสีหน้าสะใจกับอะไรบางอย่าง ดูด้วยตาเปล่าก็พอจะรู้ได้ไม่ยากว่าไอ้เหี้ยพวกนี้มีแผนชั่วๆอะไรแน่นอน
“พี่ราม้าที่จะดวลกับไอ้เก่งกล้า! ไอ้เหี้ยนั่นอยู่ไหน ออกมาดิ๊!! เร็ว!!!”
“ห๊ะ!!!!”
“พี่ราม.. จะดวลกับไอ้เด็กใหม่เหรอ..”
ซุบซิบๆๆๆ
ทันใดนั้นเองเสียงซุบซิบของเหล่าชายเถื่อนก็ได้ดังกระหึ่มขึ้นมา โดยเฉพาะกันต์กับนัททิวที่อุทานเสียงหลง พวกเขารีบหันไปมองทางเก่งกล้าที่ดูใจนหน้าเหวอ
เด็กใหม่ที่เพิ่งสร้างเื่เดือดร้อนให้ตัวเองลุกยืนขึ้น ก่อนเขาจะหันมองทางเพื่อนรักทั้งสองคน ตอนแรกเก่งกล้าก็คิดว่าเื่ทุกอย่างจะจบั้แ่อาทิตย์ก่อน ที่ไหนได้.. มันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเอง
“นี่มึงคิดเหี้ยอะไรของมึงอยู่ไอ้ราม! น้องกูมันเพิ่งเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน มึงก็จะเอามันมาดวลแล้วเหรอ!? การดวลมันจำกัดฝีมือแค่เฉพาะมือขวา ไม่ใช่คนงานที่วันๆหมกตัวอยู่แต่ในครัวกับอู่ซ่อมรถอย่างมันนะ! แฮ่กๆๆ”
ใหญ่รีบตรงปรี่เข้าไปหารามด้วยความโมโห เขาชี้นิ้วไปทางเก่งกล้าที่ยืนหน้าซีดเซียว แม้จะไม่ได้แสดงออกว่าตัวเองหวาดกลัว แต่ใหญ่ก็รับรู้ได้ว่าน้องชายของเขาค่อนข้างใพอสมควร
“ทุกอย่างมันเป็คำสั่งของนายท่าน ไม่เชื่อมึงก็ขึ้นไปถามนายท่านดูสิ”
“กรอด.. ไอ้ราม..”
“แน่ใจนะว่ามึงจะขัดคำสั่งกูน่ะไอ้ใหญ่”
“……”
“ถ้ามึงขัดคำสั่งกู ก็เหมือนกับว่ามึง.. ขัดคำสั่งนายท่านทวีสินด้วย หึ..”
คำพูดที่มัดมือชกจนดิ้นไม่หลุดกลับทำให้ใหญ่มืดแปดด้าน เขาแน่นิ่งไปสักพักจนหาทางออกกับเื่นี้ไม่ได้ สีหน้ากระสับกระส่ายของใหญ่เริ่มซีดเซียว วินาทีนั้นเก่งกล้าจึงรีบเดินตรงปรี่เข้ามาทางราม
“โอเคดิพี่ ดวลก็ดวล”
“ไอ้เก่งกล้า”
“ถ้าผมชนะ ผมได้เงินแสนนะ”
เด็กหนุ่มที่มีความทะเยอทะยานยกคิ้วขึ้นเพื่อย้ำเตือนกติกาในวันนี้ ซึ่งทางรามที่สละสิทธิ์ไม่เอาเงินแสนก็เค้นหัวเราะเบาๆในลำคอ
“ได้!!”
คนเก่งกาจปรายตามองไปทางทุกคนในห้องโถง กติกาที่เปลี่ยนใหม่ดังขึ้นไปถึงหูของเ้าพ่อทวีสิน
“การดวลของกูกับไอ้เก่งกล้าจะมีกฎอยู่ว่า.. ถ้าไอ้เก่งกล้าชนะ มันจะได้เงินแสน แต่ถ้ากูชนะ กูจะไม่เอาเงินแสนนั้น ถือว่าโมฆะไป ให้คนที่ชนะไปแข่งกันเองก็แล้วกัน”
“เชี้ยยยยย!!”
“พ..พี่รามสละสิทธิ์ไม่เอาเงินว่ะ”
“เฮ้ยยยย! แล้วพี่เขาอยากจะดวลไปทำไมวะ”
“กูจะไปรู้เรอะ!”
เสียงนินทาที่ดังกระหึ่มขึ้นเริ่มลามไปทั่ววงกว้าง ทุกสายตาต่างจับจ้องมองทางเก่งกล้ากับรามสลับกันไปมา เห็นทีการดวลในวันนี้คงจะมีแค่สองคนที่เป็ไฮไลต์ใหญ่ของงาน
“งั้นตามนั้น ถ้าผมชนะพี่ ผมได้เงินแสน”
ผั่วะ ! ! ! !
อึ่ก!!!!
ปึก ! ! ! !
“ไอ้เก่งกล้า!!!”
ผั่วะ ! ! ! !
ผ่านพ้นมาไม่ถึงสิบนาทีสภาพของเด็กใหม่ที่อวดดีก็ไม่ต่างจากหมาข้างถนน ร่างกายของเก่งกล้าแปดเปื้อนไปด้วยเืสีแดงฉาน ใบหน้าของเขาบอบช้ำจนมีแต่แผลเหวอะหวะเต็มไปหมด
เขาหายใจถี่รัวในขณะที่ขลุกอยู่ภายใต้ตีนของราม ซึ่งฝ่ายนั้นก็แทบไม่มีรอยขีดข่วนอะไรบนใบหน้า
“หึ.. มึงลุกขึ้นมาสิไอ้เด็กใหม่”
“แฮ่กๆๆๆ”
“ฝีมือเก่งให้ได้เท่าปากก่อนนะทีหลังน่ะ ถ้ามึงทำได้แล้วค่อยมาลองดีกับกู”
“กรอด..”
“ถุ๊ย!!! ไอ้ไก่อ่อนเอ๊ย..”
รามเอ่ยจบก็จัดการถ่มน้ำลายใส่ร่างกายที่บอบช้ำของเก่งกล้า ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของทุกคน ซึ่งคนที่ทนเห็นภาพนี้ไม่ไหวคือใหญ่กับพวกนัททิว ส่วนทางหมวยที่นั่งอยู่ข้างบนก็หยิบยาดมขึ้นมาสูดแล้วสูดอีก
“วู้ววววววว!!! พี่รามของเราแม่งเก่งโคตร!!!!”
“พี่ราม!!! พี่ราม!!! พี่ราม!!! พี่ราม!!!”
คนที่ได้รับชัยชนะในวันนี้ก็คือรามอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขายกยิ้มอย่างภาคภูมิใจในการดวลครั้งนี้ ก่อนจะหันมองไปทางใหญ่ที่ยืนขบกรามตัวเองแน่น
ท่ามกลางเสียงะโเรียกชื่อรามดังลั่น เสียงปรบมือพร้อมทั้งกำลังใจต่างยกยอปอปั้นเขากันดังสนั่นหวั่นไหว ทุกคนต่างได้เห็นฝีไม้ลายมือของรามแล้วว่าเขาเก่งกาจแค่ไหน เขาสามารถเอาผู้ชายร่างใหญ่กองกับพื้นได้เพียงไม่ถึงสิบนาที
เ้าพ่อทวีสินเองก็รู้สึกภาคภูมิใจกับมือขวาคนนี้ไม่น้อย สมแล้วที่เขายกให้รามเป็อันดับหนึ่งของที่นี่
“เฮ้อ.. พวกมึงไปเอาตัวไอ้เก่งกล้ากลับห้อง รีบตรวจสภาพร่างกายมันก่อน เร็วเข้า!!”
“ค..ครับพี่ใหญ่”
“โอเคพี่!”
สิ้นคำสั่งนั้นก็ทำให้กันต์กับนัททิววิ่งหน้าตั้งไปหาเพื่อนรัก ตอนนี้เก่งกล้ากำลังจะหมดสติในทุกวินาที หูของเขาอื้อไปชั่วขณะ แววตาเหนื่อยล้ามองเห็นภาพทุกอย่างเลือนราง สีขาวสว่างเริ่มสาดส่องเข้ามาในดวงตาและหัวสมองอันหนักอึ้ง
“ไอ้เก่งกล้า!!!”
“มึงได้ยินกูไหมไอ้เก่งกล้า!!!”
“อึ่ก..”
“ไอ้เหี้ยเอ๊ย.. ต้องพามันไปโรงพยาบาลแล้วว่ะ”
“ไอ้เก่งกล้า!!! มึงอย่าเพิ่งหลับนะ!!”
“ไอ้เก่งกล้า!!!!”
“ไอ้กล้า!!!!!”
วืบ…
‘ผู้ชายอย่างนายน่ะ มันไม่คู่ควรกับฉันหรอก’
‘ไอ้ไก่อ่อนเอ๊ย!!’
‘ไอ้เก่งกล้า!!!’
เฮือก!!!!
ก่อนที่ภาพจำทุกอย่างจะหวนคืน ร่างกายอันหนักอึ้งของเก่งกล้าก็ได้ขยับเขยื้อน เสียงอันดังสนั่นจากในความฝันมันปลุกให้เขาตื่นขึ้นจากภวังค์หลับใหล ในตอนนี้มันยังคงทำให้เขาเกิดอาการหูแว่วอยู่เป็พักๆ
ดวงตาอันบอบช้ำที่ปิดข้างหนึ่งถูกเปิดออก เขามองเห็นใบหน้าของกันต์กับนัททิวเลือนราง เพียงไม่นานมันก็เริ่มชัดเจนขึ้นมากกว่าเดิม
“อึ่ก.. อ..ไอ้กันต์..”
“เออ กูเอง”
“ไอ้นัททิว”
“เฮ้อออ..!!! โชคดีแค่ไหนแล้วที่มึงจำชื่อกูได้ สาธุ๊!! ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยชีวิตไอ้เก่งกล้าเพื่อนรักของผมนะครับท่าน!!”
เขาได้ยินเสียงของนัททิวบ่นพึมพำแค่เพียงนิดเดียว เพราะอาการหูอื้อนั้นยังคงทำให้เขาเ็ป มันหน่วงไปทั้งลำคอและหน้าท้อง ไม่มีจุดไหนเลยที่ไม่รู้สึกระบม ส่วนใบหน้าอันหล่อเหลานี้ก็ไม่ต้องพูดถึง
“แล้วนี่การแข่งขันจบลงแล้วเหรอวะ สรุปใครได้เงินแสนอะ”
“สัด.. มึงก็ยังมาห่วงว่าใครจะชนะอีก” กันต์ถลึงตาใส่คนที่ยังคงนอนนิ่งเป็ผัก
“เขาแข่งจบกันไปเป็ชาติละ ั้แ่สองวันก่อนนู้น ลูกน้องพี่รามชนะ พี่อิฐอะ คนที่กล้ามใหญ่ๆ หน้าตาน่ากลัวเหมือนพวกเล่นของ”
“มึงว่าไงนะ! อึ่ก.. ส..สองวันก่อนเหรอ”
“ก็เออไง มึงน่ะหลับไปเกือบสามวัน ตอนแรกพวกกูจะพามึงไปโรงพยาบาล แต่พี่ใหญ่ก็บอกว่าให้รอดูอาการมึงก่อน มึงน่ะไข้ขึ้นด้วย เฮ้อ.. ก็เลยให้นอนอยู่นี่”
“เออ! ไปๆมาๆแม่งก็หลับไปสองวันเลย โชคดีที่มึงไม่ตายนะไอ้เก่งกล้า มึงนี่ดวงแข็งจริงๆ”
นัททิวสมทบกับกันต์ด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนเขาจะถอนหายใจออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน คงมีแค่สองคนนี้ที่คอยมาจับลมหายใจของเพื่อนเป็ระยะ
“ม..มึงกำลังบอกกูว่ากู.. สลบไป..”
“เออ เกือบสามวัน”
“ห๊ะ!!!”
“อะ ไอ้เหี้ยนี่! กูใหมดสัด! จะะโทำไมเนี่ยยยยย”
นัททิวที่สะดุ้งโหยงกับเสียงทุ้มใหญ่ของเก่งกล้าก็แทบจะตกเตียง เพื่อนรักหันมามองหน้ากันพร้อมกับส่ายหน้าไปมา เห็นทีว่าไอ้เวรนี่มันยังไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป
“โชคดีนะที่พี่ใหญ่คอยเฝ้ามึงอยู่ที่นี่ เขาให้มึงเข้ามานอนกับเขา ไม่ต้องไปนอนรวมในห้องคนงาน”
“แล้วนี่พี่ใหญ่ไปไหน?” เก่งกล้าถามกันต์
“เขาไปทำงานให้นายท่านอะ ตอนนี้ยังไม่กลับเลย”
“เออ แล้วตอนที่มึงหลับไปอะไอ้เก่งกล้า มึงก็เอาแต่ร้องเรียกหาแม่ แล้วก็พูดถึงพี่ญาดา.. อุ๊บ!”
“ซุบซิบๆๆ ไอ้นัททิว! มึงจะพูดทำเหี้ยอะไรล่ะ!!”
กันต์รีบยื่นหน้าเข้ามาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะหลุดพูดบางอย่าง ซึ่งตอนนี้มันคงไม่เหมาะที่จะพูดถึงผู้หญิงคนนั้นให้เก่งกล้าได้ยินอีก
“กูพูดถึงใครไอ้นัททิว”
“เอ่อ..”
“บอกกูมา อึ่ก..”
เก่งกล้าใช้เรี่ยวแรงที่มีพยายามดันตัวเองขึ้น สายตาคมจ้องมองไปยังเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างเตียง สีหน้าของพวกเขาดูซีดเซียวไม่แพ้กับคนป่วย
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในระหว่างที่เก่งกล้าป่วยนั้น.. ในความฝันของเขามีแค่เพียงผู้หญิงใจร้ายคนนั้นคนเดียว
“มึงร้องไห้หนักมากไอ้กล้า แล้วก็เอาแต่.. เอ่อ เรียกชื่อพี่ญาดาไม่ยอมหยุดเลย พวกกูเลยรู้ว่ามึงไม่ได้เป็อะไรกับแผลบนร่างกายมากหรอก เพราะมึง.. แค่ยังเจ็บแผลที่หัวใจ”