เมื่อสิ้นเสียงหัวเราะของชายคนนั้นคุณปู่ก็เงยหน้าขึ้นมอง แกตาเบิกโพรงด้วยความใและหวาดกลัวสุดขีดเพราะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือตัวหนังตะลุงมันขยับได้เองโดยที่ไม่มีใครเชิดและผู้หญิงกับผู้ชายคนนั้นก็มีสภาพร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเืเหมือนคนที่ถูกถลกหนังตาเหลือกโปนออกมา คุณปู่ใมากรู้ได้ทันทีว่าสองคนนี้ไม่ใช่คนเป็ผีแน่ ๆแต่แกก้าวขาไม่ออกพลันมีเสียงออกมาจากผีทั้งสองตนนั้นว่า
“ทั้งข้าและผู้หญิงคนนี้ก็คือคนที่ไอ้ทินเป็คนฆ่ายังไงละฮ่าๆๆฮิฮิ”
คุณปู่ได้ยินดังนั้นก็รวบรวมสติวิ่งออกจากตรงที่แอบซุ่มอยู่พร้อมทั้งแหกปากะโ "ผีหลอกๆๆ!!" หลังจากนั้นแกเองก็นอนจับไข้หัวโกร๋นไปหลายวันพอหายดีแล้วคุณปู่ก็นิมนต์พระมาเอาหนังตะลุงที่อยู่ในกระท่อมนั้นไปทำพิธีเผาส่งิญญา
จากนั้นคุณปู่เองก็ไม่เคยเจอผีสองตนนั้นอีกเลยส่วนลุงทินก็หายไปจากหมู่บ้านนี้ั้แ่คืนที่คุณปู่ถูกผีหลอกแล้วมาได้ข่าวลุงทินอีกทีว่าแกหนีไปอยู่อีกตำบลหนึ่งห่างจากหมู่บ้านนี้ไกลมากอยู่พอสมควรซึ่งตอนนั้นหมู่บ้านที่แกหนีไปอยู่ก็มีบ้านแค่ 3-4 หลังคาเรือนเองชาวบ้านเข้าเล่าให้ฟังว่าแกมีอาการเหมือนคนเป็บ้าท่าทางหวาดกลัวพูดจาไม่รู้เื่ได้แต่บอกว่าอย่ามาหลอกแกเลยแกกลัวแล้ว
อีก 2-3 วันต่อมาชาวบ้านก็พบแกเป็ศพนอนตายอยู่ในสวนยางทั้งตัวแกมีรอยมีดกรีดไปทั่วทั้งร่างิัเหวะหวะ ตำรวจคาดว่าแกฆ่าตัวตายโดยใช้มีดกรีดไปทั่วทั้งร่างกายจนเืออกหมดตัวปู่ได้ฟังมาแบบนั้นก็คิดว่าผีสองตนนั้นคงจะไปล้างแค้นลุงทิน พอผมได้ฟังเื่ราวทั้งหมดก็คิดว่านี่แหละกรรมใครกรรมมัน