บทที่42 สอบวันแรก
สายที่โทรเข้ามาเป็นคนที่เขาคิดว่าจะไม่ได้โทรหาเขาอย่างน้อยก็อีกหลายเดือนหรือไม่ก็หลายปี เฉินหนานกดรับสาย
“ว่าไง”
“น้องเฉินขอบคุณนายมากไม่งั้นฉันต้องสูญเงินไปหลายพันล้านเลย”คนที่โทรมาคือหวังหมิงหยางที่เจอในวันเกิดของฉางเย่นั่นเอง
“คิดมากไปแล้วผมแค่แนะนำไปนิดหน่อย”หมิงหยางขมวดคิ้ว
“ไม่ต้องมาสุภาพเลยต่อไปนี้เราคือเพื่อนกัน”เฉินหนานแปลกใจ
“นายลงทุนไปเท่าไรเนี่ย”หวังหมิงหยางหัวเราะ
“สามพันล้าน”แค่กๆเฉินหนานไอออกมา
“โครงการอะไรเนี่ย”เฉินหนานตกใจกับจำนวนเงิน หวังหมิงหยางร่วมลงทุนกับต่างชาติเกี่ยวกับการซื้อเกาะในจีนแล้วทำเป็นสถานที่ท่องเทียวเชิงอนุรักษ์ โดยมีมูลค่าหลายหมื่นล้านในขั้นตอนสุดท้ายหวังหมิงหยางตัดสินใจไม่เซ็นสัญญา จากนั้นหวังหมิงหยางได้รับข่าวมาว่าหลังการเซ็นสัญญาสองวัน พวกเขาหอบเงินหนีออกนอกประเทศยังหาตัวไม่พบ
“นายรอดมาฉันก็ดีใจด้วย”
“ฮ่าๆฉันอยากเลี้ยงข้าวนายเป็นการขอบคุณสักหน่อย”
“ไม่จำเป็นเลยฉันไม่ได้ทำอะไร”
“ได้ยังไงกันยังไงก็ต้องขอบคุณนาย”เฉินหนานคิด
“ก็ได้ไว้รอฉันสอบเสร็จก่อน”
“ตกลงๆแล้วนายอยากเป็นดาราไหม”
“ฉันไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอก”หวังหมิงหยางหัวเราะแต่ยังโน้มน้าวอยู่
“นายไม่ลองมาดูบริษัทฉันล่ะบางทีนายอาจเปลี่ยนใจ”เฉินหนานเองก็ชอบเรียนรู้มีโอกาสจึงไม่ปฏิเสธ
“ดีเหมือนกันฉันอยากรู้ว่าบริษัทบันเทิงเขาทำกันยังไง”
“ดีงั้นเสาร์นี้เป็นไงว่างไหม”เฉินหนานคิด เขาจำได้ว่าต้องไปเขาชิงเหอเพื่อตรวจสอบหินมิติ
“เป็นวันอาทิตย์แล้วกัน”
“ได้เลย”หลังจากวางสายเฉินหนานได้ความคิดทันที
“เกาะงั้นหรือไม่เลวเลยแหล่งท่องเที่ยวบางทีฉันอาจจะทำเงินได้มากจากการทำแบบนั้น”เฉินหนานคิดไปคิดมาจนเขาหลับไปในที่สุด
เช้าวันต่อมาเฉินหนานออกไปแต่เช้าวันนี้หน้าโรงเรียนดูวุ่นวายกันมาก นักเรียนต่างเอาหนังสือมาทบทวนกันทุกที่ไม่เว้นแม้แต่สานามหญ้าหน้าโรงเรียน เฉินหนานมองไปหาเจ้าอ้วนกับฉางเย่ก็ไม่พบจึงกดโทรศัพท์ ทว่าก่อนที่เขาจะทำแบบนั้นฉางเย่ก็มาแตะที่ด้านหลังของเขา
“นายมาเร็วจัง”เฉินหนานหันกลับไป
“ดูเหมือนเธอจะสวยขึ้นนะ”ฉางเย่ยิ้มน้อยๆ
“นายอย่ามาปากหวานไปหน่อยเลย ฉันก็แค่ธรรมดาเท่านั้นแหละ”เธอย่นจมูกพูดกับเขา
“แล้วเจ้าอ้วนมาหรือยัง”ฉางเย่ชี้ไปทางสวนของโรงเรียน ก็เห็นเจ้าอ้วนกำลังจีบสาวอยู่
“ให้ตายเถอะมันไม่รู้หรือว่าตอนนี้ควรทำอะไร”เฉินหนานอดที่จะบ่นไม่ได้
“นายอย่าไปสนใจเขาเลย”เฉินหนานทำหน้าป่วยๆออกมา จากนั้นเขาก็เจอคนคุ้นเคย
“เฮ้ย…จินอูนายเป็นไงบ้างรักษาสิวที่หลังหรือยังฮ่าๆ”เฉินหนานแกล้งแซวเขา จินอูมองกลับมาตาขวาง
“นายไอ้บ้าพูดให้มันเบาๆหน่อยได้ไหม”เฉินหนานยิ้ม
“โอ้ฉันลืมไปว่าไม่ได้มีแค่เรา”จินอูแถบอยากจะบีบคอของเขา ลืมตัวงั้นหรือนี่มันหน้าโรงเรียนนะจะมาบอกว่าลืมไปงั้นหรือ
“นายจงใจนี่หว่า”
“นายอย่ามาใส่ร้ายฉันนะฉันไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย”ฉางเย่กลั้นหัวเราะจนหน้าแดง
“ฉันไม่สนใจนายแล้วไอ้บ้าฉันไปล่ะ”มันรีบเดินไปให้ไวที่สุด
“อย่าลืมทายาด้วยหลังจะได้หาย”เฉินหนานกล่าวเตือนตามหลัง อย่างไรก็ตามจินอูไม่หันกลับมามองเขา หลายคนได้ยินก็อดขำไม่ได้ พวกเขายังจำภาพที่จินอูวิ่งรอบโรงเรียนได้ที่ มันทั้งขำและน่าสงสารเขา แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็พร้อมใจวิ่งตามเขา ที่บอร์ดกระดานข่าวของโรงเรียนมีภาพการวิ่งรอบโรงเรียนติดเต็มไปหมดแม้จะมีการคาดตาของจินอูไว้แต่ใครเล่าจะไม่รู้ว่าเป็นเขา ทุกคนที่เดินผ่านก็ขำกันหมด แม้จินอูอยากจะดึงภาพออกที่เขาไม่สามารถก่อเรื่องกับชมรมข่าวของโรงเรียนได้ ไม่งั้นพวกเขาจะตามขุดเรื่องน่าอายของเขาไม่มีวันจบสิ้น เฉินหนานหันไปมองจางเย่
“เธอเตรียมพร้อมไหมในการสอบ”
“ฉันไม่มีปัญหาหรอกครั้งก่อนนายทบทวนไว้เป็นอย่างดีฉันกลับไปอ่านมันง่ายขึ้นมาก”เฉินหนานยิ้ม
“นั่นดีแล้วหวังว่าเธอจะสอบเข้าเป่ยต้าได้นะ”แคกๆ
“นายจะบ้าหรือไงเป่ยต้าน่ะอันดับหนึ่งของประเทศเลยนะ”เฉินหนานยิ้ม
“นายนั่นแหละควรเข้าที่นั่นสมองนายดีกว่าฉัน”
“ฉันเองก็อยากไปที่นั่นนะแต่ที่เซี่ยงไฮ้ฉันทำอะไรได้สะดวกกว่า”เฉินหนานต้องการใช้เวลาส่วนใหญ่ในการพัฒนาบริษัทมากกว่าใช้เวลาในมหาวิทยาลัย แม้ว่าที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติจะมีคุณภาพมากว่าก็ตาม
“นายนี่ยุ่งตลอดเลยนะไม่เหมือนเจ้านั่น”เธอมองไปที่จินเปา
“หมอนั่นยกให้มันสักคนแล้วกัน”ทั้งสองเดินเข้าไปในโรงเรียนด้วยกัน
หมิงกวงเหลียนเฟ่ยเตียวกังหลังจากปรับสภาพร่างกายเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็มรชีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นและดูหนุ่มสาวมากกว่าเดิมเล็กน้อย
“ดูเหมือนว่าความฝันของพี่สาวเฟ่ยจะสำเร็จแล้วนะ”เลหมิวกวงหัวเราะ
“นายหมายความว่าไง”เหลียนเฟ่ยขมวดคิ้ว
“ก็การกินเด็กไงตอนนี้เธอสาวกว่าเดิมมากฉันว่าเธอจีบน้องชายได้แล้วล่ะ ฮ่าๆ”
“อย่าพูดบ้าๆนะ”
“เราไปหาที่ฝึกซ้อมกันก่อนฉันซื้อรถมาแล้ว”เตียวกังพูด
“งั้นนายสองคนไปหาสถานที่ฝึกซ้อมและที่อยู่ด้วย ฉันมีธุระต้องจัดการก่อน”ทั้งสองมองหน้ากัน
“ได้ๆ”เหลียนเฟ่ยตั้งใจไปหาตระกูลฟู่เพื่อคุยธุรกิจกับพวกเขา จากนั้นทั้งสามก็ออกจากห้องเฉินหนานไป เหลียนเฟ่ยโทรไปห้าไป๊หยุนซวงทันทีแล้วนัดกินข้าวกัน
เมื่อหยุนซวงคุยโทรศัพท์เสร็จก็ตรงไปยังร้านกาแฟของลั่งอันอันทันที เธอตั้วใจไปก่อนเวลาเพื่อคุยกับลั่วอันอัน เกี่ยวกับกานยืมตัวเจาในช่วงวันหยุดหลังสอบไปเกาะจินเหมิน ที่ร้านกาแฟของลั่งอันอันไป๊หยุนซวงมาถึงและนั่งคุยกับแม่ของเฉินหนานอยู่ ทั้งสองนั้นสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วด้วยเวลาเพียงเดือนกว่าๆเท่านั้น ข้างๆมีชิงถานั่งอยู่ด้วยเธอสอบเสร็จก่อนเฉินหนานสองสามวัน
“ได้ยินว่าวันนี้เฉินหนานสอบหรืออันอัน”
“ใช่แล้วค่ะพี่หยุนซวง”
“อ่อพี่ของยืมตัวเฉินหนานไปที่เกาะจินเหมินสังอาทิตย์นะ”อันอันยิ้ม
“ได้เลยหลังจากสอบเสร็จเขาว่างต้องสองเดือน”ชิงถานได้ยินก็ประจบทันที
“คุณป้าชิงถานไปด้วยได้ไหมคะ”ลั่วอันอันหันมาดุทันที
“ไม่ได้นะลูกพี่เขาไปช่วยงานคุณป้าลูกไปก็เป็นภาระเปล่าๆลูก”เฉินชิงถานหน้างอ
“ก็ได้คะแม่”
“ไม่เป็นไรหรอกชิงถางน้อยไปด้วยก็ได้เราแค่ไปดูที่เท่านั้น”ชิงถานตาเป็นประกายมองไปที่อันอัน ลั่วอันอันไร้คำจะกล่าว
“ก็ได้แต่ห้ามทำตัวดื้อเด็จขาด”
“ชิงถานไม่เคยดื้อนะคะแม่”หยุนซวงยิ้มให้สาวน้อยอย่างอบอุ่น
“แล้วแขกของพี่มาหรือยังคะ”
“อีกเดี๋ยวก็มาแล้วล่ะ”ลั่วอันอันยิ้ม
“คงเป็นแขกคนสำคัญใช่ไหมคะ”
“เหมือนว่าเขาจะรู้จักกับเฉินหนานด้วยนะ”ลั่วอันอันขมวดคิ้ว
“อย่างนั้นหรือคะดูเหมือนว่าลูกชายคนนี้รู้จักคนมากขึ้นจริงๆ”ในตอนแรกมีแค่เมิ่งชิงอู๋ฉางเย่และจินเปาที่ดีกับเฉินหนาน แต่ดูเหมือนหลังจากเขาหายก็ได้รู้จักคนมากขึ้น อย่างไรก็ตามก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี การมีเพื่อนเยอะนับว่ามีโอกาสเพิ่ม ลูกชายของเธอหลังจากได้รับอุบัติเหตุเธอก็ทุกใจและห่วงใยเขามาตลอด เมื่อเขาหายเป็นปกติเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองขึ้นไปในทางที่ดี หลังจากพบอาจารย์ลึกลับทำให้ได้รับการสั่งสอนวิชาโบราณทำให้เธอมีความสุขมาก และตอนนี้เขากำลังจะได้ไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยซึ่งเธอเลิกฝันมานายแล้วในตอนที่เขาเอ๋อ และตอนนี้เมื่อเฉินหนานหายดีและยังดูดีกว่าเดิมทำให้เธอมีความหวังอีกครั้ง
“ใช่แล้วลูกของเธอมีความสามารถมากๆ ฉันอยากได้เป็นลูกเขยจริงๆ”ลั่วอันอันยิ้ม
“พี่ก็พูดเกินไปหนูรินสวยขนาดนั้นจะมองลูกของฉันได้ยังไง”หยุนซวงหัวเราะ
“เธอพูดอย่างกับว่าเฉินหนานไม่หล่ออย่างนั้นแหละ”ลั่วอันอันยิ้ม ชิงถานได้แต่มองทั้งสองที่กำลังผลัดกันอวยลูกตัวเอง ชิงถายได้แต่ทำหน้าป่วยๆออกมาอย่างไม่เข้าใจ
ในห้องสอบเฉินหนานอ่านคำถามอย่างรวดเร็วและทำมันด้วยความรู้ทั้งหมด ข้อสอบที่ทุกคนอ่านกันหลายรอบแต่เฉินหนานทำมันอย่างรวดเร็วเหมือนว่าเขาทำไปมั่วๆ เมิ่งชิงอู๋เห็นก็ขมวดคิ้วแล้วเดินมาดูข้างๆ เมื่อเธอเห็นก็ต้องตกใจเขาไม่ได้มั่วแถมคิดเร็วกว่าเธอเสียอีก เมิ่งชิงอู๋ยิ้มออกมาอย่างงดงาม เธอเอามือลูบกำไลหยกที่เฉินหนานมอบให้โดยไม่รู้ตัว ผ่านไปยี่สิบนาทีเฉินหนานก็ทำข้อสอบวิชาภาษาต่างประเทศเสร็จ เขามองไปรอบๆยังเห็นเพื่อนๆทำข้อสอบอยู่แล้วจึงดูเวลามันยังไม่ถึงเวลาก็พบว่าเขาทำของสอบเร็วเกินไป
“แล้วฉันจะทำอะไรดีเนี่ย”แน่นอนว่าในห้องสอบไม่สามารถใช้มือถือได้ เมิ่งชิงอู๋มองเห็นเขาที่มีท่าทีแปลกๆ จึงเดินเข้าไปหา
“เธอเสร็จแล้วงั้นหรือ”เฉินหนานเงยหน้ามอง
“เสร็จแล้วครับครู”เมิ่งชิงอู๋ยิ้มบางๆ
“คงไม่ได้มั่วหรอกนะ”เฉินหนานยิ้ม
“ถ้าผมได้คะแนนสูงสุดครูจะให้อะไรผม”เมิ่งชิงอู๋มองหน้าเขา
“ฉันเลี้ยงข้าวเธอแล้วกัน”
“ตกลงครับ”ระบบสั่นของโทรศัพท์ของเธอก็เตือนขึ้น เธอหยิบออกมาดูก็ต้องตาโต พร้อมเดินออกไปรับโทรศัพท์นอกห้อง
“ค่ะคุณปู่”เสียงปลายสายเป็นเสียงของชายที่ชรามากๆ
“ลาออกจากที่เมืองเล็กๆแล้วมาทำงานให้ปู่ได้แล้วหลานได้ประสบการณ์พอแล้ว”เมิ่งชิงอู๋ลังเลเธอมีความผูกพันกับที่นี่เสียแล้ว
“จะได้ค่อยดูแลปูด้วยไงฉันแก่มากแล้วนะ แค่กๆ”เห็นได้ชัดว่าเขาแกล้งไอ
“ก็ได้คะแล้วหลังสอบของนักเรียนหนูจะไปสมัครงานกับคุณปู่”เสียงชายชราหัวเราะร่า เมิ่งชิงอู๋จึงเอ่ยถาม
“ไม่ไอแล้วหรือคะ”
“แค่กๆ ฉันไปกินยาก่อนนะริบมาเร็วๆล่ะ”ฮั่นชิงอู๋วางสายพร้อมส่ายหน้า จากนั้นก็กลับเข้าไปคุมสอบทันที
ทว่าเฉินหนานก็ออกไปจากห้องสอบแล้วเพื่อเตรียมพร้อมกับการสอบวิชาถัดไป เขามานั่งอ่านข่าวใต้ต้นไม้ ก็พบกับข่าวตัวเองที่ล้มสำนักกิเลนขาวเขาอดกลหัวเราะไม่ได้
“ฉันลงมือหนักไปไหม”เขานึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้กระบี่ไม้คืน แต่เมื่อเขาอ่านข่าวต่อก็พบว่าเว่ยโม่ถงยังอยู่จงซาน โดยถูกเชิญไปออกร่ายการทีวี
“ดูเหมือนฉันช่วยสร้างชื่อให้แล้วสินะ”เฉินหนานอ่านข่าวไปเรื่อยๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเขากดรับสายทันที
“บอสคะคุณไม่คิดเขาบริษัทบ้างหรือคะ”ชิงเยว่ตัดพ้อ ตั้งแต่เปิดบริษัทเฉินหนานไม่เคยเข้าไปดูเลยทำให้เขารู้สึกว่าเป็นเจ้านายที่ไม่ดี
“ฉันลืมไปเลยงั้นเย็นนี้ฉันจะเข้าไปดูนะ”หยานชิงเยว่ยิ้มออกมา
“ตกลงค่ะฉันจะได้ให้พนักงานอยู่รอพบคุณ”เฉินหนานหัวเราะ
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก”
“ก็ได้ค่ะ”เธอวางสายไป แล้วเขาไปตรวจดูวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยว่าตรงกับวันไหน ทำให้เฉินหนานนึกขึ้นมาได้ว่าใกล้ถึงวันเกิดชิงถานแล้ว
“ตายล่ะฉันลืมไปเลยซื้ออะไรให้เธอดี”…