นิยายแห่งการรำลึกถึงรักแท้ เพราะรักของฉัน.. คือเธอ เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่๑๘
ความเหมาะสม
เตโชและไม้ช่วยกันดูจำนวนที่เพื่อนๆสั่งอัดรูป ทั้งรูปหมู่ รูปคู่ และรูปเดี่ยว ที่เพื่อนๆ อยากได้เพิ่มเติม แล้วอัดรูปตามที่เพื่อนสั่ง และช่วยกันตรวจเช็คการเงินด้วย
อีกทั้งยังช่วยกันในเื่การเรียนการบ้าน การอ่านหนังสือตุนเพื่อเตรียมสอบเอ็นทรานซ์ และการเริ่มอ่านหนังสือเก่าหรือบทละครเวที ‘โรเมโอและจูเลียต’ ที่เตโชพบเจอที่บ้าน่ปิดเทอม
จนทั้งสองลืมไปเลยว่า.. วันนี้คือวันลอยกระทง ..
เมื่อวินนี่รู้ว่าไม้พักอยู่หอพักอะไร เธอจึงขับรถของที่บ้านมาหาไม้ที่หอพัก และชวนไม้ไปลอยกระทงกับเธอ “เราห่างกันั้แ่ปิดเทอมจบ ม.๕ จนขึ้น ม.๖จนตอนนี้จะจบ ม.๖ แล้ว ยังห่างกันไม่พออีกหรือ?”
คำพูดวินนี่ ทำให้ไม้คิดหนัก .. ที่จริง่นี้.. ในใจไม้นิ่งขึ้นพอควร .. เมื่อต้องใกล้วินนี่ .. ถึงจะมีหวามไหวอยู่บ้าง ..ก็เพียงเล็กน้อย “แต่ไม้นัดเพื่อนไว้แล้ว” ไม้ก็ยังหาเื่อ้างต่อ .. ถึงอย่างไรเขาก็ไม่อยากอยู่กับวินนี่สองต่อสอง
“ก็ชวนเพื่อนไม้ไปกับพวกเราสิ” วินนี่พูดจริงๆ “วินนี่ก็เป็เพื่อนไม้คนหนึ่งนี่นา”
ไม้เพิ่งนึกได้ว่าทีและแบงไม่อยู่ที่หอพักเขาจึงนึกถึงอีกคน “เอ่อ..เพื่อนที่ไม้นัดไว้ อยู่อีกหอนึง วินนี่รอที่นี่ ไม้ขี่จักรยานไปตามแป๊บเดียว”
“ไม้ก็นั่งรถไปกะวินนี่สิ ไปรับเพื่อนไม้ แล้วจะได้ไปลอยกระทงกันเลย”
เมื่อจนด้วยข้ออ้างไม้จึงยินดีขึ้นรถไปกับวินนี่
“ไม้นั่งหน้ากับวินนี่นะ” ‘อ้อย’ เพื่อนผู้หญิงที่มากับวินนี่พูดขึ้น ประกอบกับเธอนั่งรออยู่ที่เบาะหลังของรถที่วินนี่ขับมาแล้ว
ไม้จึงไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็ยิ้มให้อ้อยตามมารยาท แล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งเบาะหน้าเคียงข้างกับวินนี่ที่เป็คนขับรถอย่างเสียไม่ได้ ไม้บอกทางให้วินนี่ขับรถไปจนถึงหอพักเตโช
“วินนี่รอในรถนะ ไม้ไปตามเพื่อนแป๊บเดียว” แล้วไม้ก็รีบออกจากตัวรถ วิ่งเข้าไปในหอพัก ไปห้องพักของเตโช เคาะประตูห้องพักโช
โชเปิดประตูด้วยความงง เพราะเขาเพิ่งแยกจากไม้เมื่อไม่นานนี้
“วินนี่มารับไม้ไปลอยกระทงกับเขาโชไปกับไม้ด้วยนะ” แล้วไม้ก็บอกว่า..ทำไมเขาจึงต้องไปกับวินนี่
โชยิ้มรับ .. ในใจก็ยังหวั่นๆ ก็.. ไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง.. แต่โชก็บอกตัวเองว่า .. เขาจะยืนหยัดข้างๆ ไม้ .. เตโชจึงไปกับไม้ด้วย
ไม้ดีใจมาก
ขณะที่เดินออกมาจากที่พัก .. ไม้คิดในใจว่า .. เขาจะให้อ้อยย้ายไปนั่งข้างๆวินนี่ หากอ้อยหรือวินนี่ไม่ยอมเขากับเตโชจะไปโดยจักรยานของเตโชแทน
แต่พอเดินไปถึงรถ ก็ปรากฏว่า.. อ้อยย้ายไปนั่งเบาะหน้าคู่กับวินนี่แล้ว.. ไม้รู้สึกสบายใจขึ้น เขาจึงเดินไปนั่งเบาะหลังคนขับ เตโชจึงเดินไปนั่งเบาะหลังของอ้อย
“หูย.. วินนี่ดีใจจัง ที่ได้เจอเตโชอีกแล้ว” เธอทั้งยิ้มทั้งทักทายอย่างดีใจ
เตโชยิ้มให้วินนี่
แต่อ้อยที่นั่งข้างๆ วินนี่สิ เธอปลื้มปริ่มเตโชมานานพอพบกันวันนี้ เธอถึงกับหน้าแดงหูแดง จนพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว
ตลอดทาง วินนี่ชวนเตโชคุยจนไม้ไว้ใจมากกว่าทุกครั้งที่เขาเคยพบวินนี่ เตโชก็รู้สึกดีกับวินนี่ไม่น้อยทีเดียว
..
ทั้งสี่เดินทางไปจนถึงริมแม่น้ำแห่งหนึ่งซึ่งมีการจัดงานลอยกระทง พอได้ที่จอดรถวินนี่ก็ลงจากรถ “ไป..!! ไปซื้อกระทงกัน” วินนี่ชวนไม้
ไม้ยิ้มรับ และเดินคู่กับวินนี่ล่วงหน้าไปก่อน
เตโชมองตามไป .. ภาพไม้เดินเคียงข้างวินนี่ ..เป็ภาพที่โชไม่อยากเห็นที่สุด .. แต่..มันก็เป็ความเหมาะสมที่ทั้งสองเคียงข้างกัน .. จนเตโชเองก็หวั่นใจ
อ้อยซึ่งลงรถมาแล้วก็ยืนนิ่งอยู่จึงตัดสินใจคุยกับเตโช “โชคะเราตามพวกเค้าไป ดีมั้ยคะ”
เตโชยิ้มรับ “ไปครับ” แล้วเตโชก็เดินนำอ้อยไป อ้อยจึงรีบเดินตาม
คนขายกระทงเห็นสี่คนนี้มากันเป็คู่ จึงเชียร์ให้ซื้อกระทงคู่กัน ไม้กับเตโชพูดไม่ออก อ้อยก็เอาแต่ยิ้มเขินอายจนตัวบิด วินนี่จึงจัดการซื้อกระทงแจกทุกคน โดยวินนี่ได้กระทงคู่กับไม้ อ้อยก็ได้กระทงคู่กับเตโช
..
ขณะเดินไปริมน้ำเพื่อลอยกระทง เตโชเห็นภาพบาดตาอีกครั้ง วินนี่เซแทบล้มเพราะถูกคนอื่นชน ไม้จึงเข้าไปโอบรัดตัวเธอไว้ไม่ให้เธอล้ม ท่วงท่าที่จะล้มของวินนี่ หรือการประคองไม่ให้ล้มของไม้ไม่ได้ทำร้ายความรู้สึกโชหรอก
แต่.. ภาพที่ทั้งสองสบตากัน ..ก่อนที่ไม้จะประคองให้วินนี่ยืนขึ้นมาจนเป็ปกติ ทำใจโชสั่นไหวเหลือเกิน .. ทำไมเขาดูเป็คู่ที่น่ารัก และเหมาะสมกันจริงๆ..
อ้อยเองที่ยืนข้างๆ เตโช ยังเขินจนตัวบิด ซ้ำยังสะกิดให้เตโชดูอีก
ตอนที่จะลอยกระทง วินนี่กับไม้ก็นั่งคู่กันช่วยกันจุดธูปเทียนของกันและกัน อธิษฐานพร้อมๆ กัน เตโชมองนิ่ง จนอ้อยแปลกใจ อ้อยช่วยทำทุกอย่างให้เตโช ทั้งจุดธูปเทียนทั้งตระเตรียมจนกระทงพร้อมที่จะลอย
“โช” อ้อยเรียกเตโช
โชหันมามองอ้อย
“อธิษฐาน แล้วลอยกระทงเถอะ” อ้อยบอก
โชยิ้มให้ “ขอบใจนะ” โชยกกระทงขึ้นแล้วลอยกระทงทันที
“โชไม่อธิษฐานเหรอ?” อ้อยถาม เพราะแปลกใจ
“ไม่ล่ะ โชลอยกระทงเพื่อสักการะรอยพระพุทธบาทที่นัมมทานที” (อ่านว่า นัม-มะ-ทา-นะ-ที)
อ้อยงง
“เท่าที่โชรู้มา.. เมื่อก่อน..เราไม่ได้ลอยกระทงขออะไร แต่เราลอยกระทงเพื่อสักการะ ๒ อย่าง คือพระธาตุจุฬามณีในชั้นดาวดึงส์ กับรอยพระพุทธบาทที่นัมมทานที”
อ้อยพยักหน้ารับรู้ “โชนี่รู้เยอะเหมือนกันนะ”
“ก็อ่านแหละอ้อย ตอนนั้นเราอยากรู้เื่นางนพมาศก็เลยไปอ่านตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เลยได้รู้” พูดจบโชก็หันไปมองไม้ ปรากฏว่า..ไม้กับวินนี่ลุกไปตอนไหนก็ไม่รู้
“สองคนนั่นไปไหนกันแล้ว” อ้อยถามขึ้น
“นั่นสิ” โชก็แปลกใจ
“เอาไงดี” อ้อยถามเตโช เธอก็เริ่มหน้าเสียหน่อยๆ
“เราเดินไปรอที่รถก็แล้วกัน” โชเสนอความคิด
อ้อยก็รับคำ
ทั้งสองเดินคุยกันไปจนถึงรถของวินนี่ เตโชรู้สึกว่า .. แม้อ้อยจะเป็คนพูดน้อย แต่อ้อยก็เป็คนน่ารักมาก.. หากหัวใจโชยังว่าง .. โชคงยินดีที่จะลองคบหากับคนคนนี้ .. แต่หัวใจโชให้อีกคนไปแล้ว.. โชจึงให้ได้แค่ความเป็เพื่อน ..
อ้อยตกหลุมรักโชเต็มๆ ..แต่อ้อยเรียบร้อยเกินกว่าที่จะบอกหรือทำอะไรให้โชรู้
วินนี่กับไม้เดินคุยกัน หัวเราะกันอย่างมีความสุขทั้งสองเดินเคียงข้างกันมา เป็ภาพที่ทำโชใจสลาย ..ดูทั้งสองเป็คู่ที่เหมาะสมกันเหลือเกิน ..
หรือที่ไม้ให้กับโช .. ก็แค่.. เพื่อนที่ดี ..เพื่อนที่รักและห่วงใยกัน .. ก็.. ไม้ก็ไม่เคยทำอะไรเกินเลยไปกว่า..เพื่อนที่แสนดี .. ไม้ไม่ได้รู้สึกอะไรกับโชเกินเพื่อน
ภาพที่ไม้อยู่กับวินนี่ .. ทำให้โชคิดต่อไปอีกว่า.. ไม้น่าจะสร้างอนาคตที่ดีกับวินนี่ .. มากกว่าผู้ชายอย่างโช ..ก็เขาเหมาะกันเหลือเกิน .. ราวกับ์สร้างเขามาคู่กัน ..
คิดได้เท่านั้น..น้ำตามันก็รื้นขึ้นที่ดวงตาของเตโช
“โชเป็อะไร” อ้อยถามขึ้น
โชส่ายหน้า แล้วก็ก้มหน้าลงพร้อมกับยกแขนข้างหนึ่งขึ้นซับน้ำตาด้วยปลายแขนเสื้อตัวที่เขาใส่
ไม้กับวินนี่เดินมาถึงรถพอดี วินนี่จะชวนไปกินขนมที่ตลาดโต้รุ่ง แต่เตโชขอกลับหอพักก่อน วินนี่จึงขับรถไปส่งเตโชคนแรก
เพราะไม้รู้สึกว่า .. ความสัมพันธ์ ‘แบบเพื่อน’ ที่ก่อเกิดระหว่างเขากับวินนี่ช่างดีเหลือเกิน.. ไม้จึงไม่ได้สังเกตว่า .. ตลอดเส้นทางกลับหอพัก ..เตโชไม่ได้พูดอะไรกับใครซักคำเดียว
พอลงจากรถ ไม้จะลงไปส่งเตโช แต่เตโชยิ้มและห้ามไว้พร้อมกับบ๊ายบายทุกคน และเดินขึ้นห้องไป
พออยู่ในห้องคนเดียว .. ภาพที่เขาเคียงข้างกัน ..ภาพที่เขาลอยกระทงด้วยกัน .. ภาพที่เขามองตากัน .. ทำให้เตโชเ็ปจนสุดจะทน
เตโชไม่อยากอยู่คนเดียว เขาจึงขี่จักรยานออกไปตามท้องถนน ปล่อยให้ลมยามค่ำคืนปะทะใบหน้าของเขาอาจจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
สักนิดก็ยังดี ..!!
เตโชปั่นจักรยานรับลมไปเรื่อย..จนไปถึงหน้าหมู่บ้านข้าราชการที่เตโชเคยคุ้นเตโชจึงขี่จักรยานเข้าไปในหมู่บ้านนั่น ยามที่ป้อมหน้าหมู่บ้านก็ยิ้มให้โชอย่างคุ้นเคย
พอขี่จักรยานมาถึงหน้าบ้านข้าหลวงใหญ่ โชก็จอดรถวันนี้ประตูใหญ่ของบ้านเปิดอยู่ พอชะโงกหน้าดู ก็เห็นนพนั่งอยู่คนเดียวที่ศาลากลางสวนดอกไม้ของแม่นพ “นพ” โชเรียก
นพยิ้มให้ “มานั่งนี่สิ วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน พ่อกับแม่ไปงานลอยกระทงหลายที่กว่าจะกลับคงดึก คนอื่นๆ ในบ้านก็ออกไปลอยกระทงกันหมด”
“ที่บอกมานี่ จะบอกว่า .. เหงา ..ไม่มีใครอยู่ด้วยเลย .. ใช่ไหม?” โชพยายามพูดให้ปกติที่สุด
“มีโชคนเดียวจริงๆ ที่รู้ใจนพ”
โชเดินเข้าไปใกล้นพ ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ นพ กอดนพแล้วก็ร้องไห้ออกมา ...
นพคุณใ ค้าง! นิ่ง!
แล้วค่อยๆ กอดโชกลับ ลูบเนื้อลูบตัวเตโชไปมา แต่ไม่ถามอะไรสักคำ .. หากโชจะเล่าคงพูดออกมาเอง .. นพคิดอย่างนั้น
“ใจโชเ็ปเหลือเกินแล้วนพ” เสียงโชสั่นเครือ
นพยังคงกอดโชหลวมๆ สลับกับลูบเนื้อลูบตัวโชไปมาเช่นเดิม
“มันไม่ใช่อกหัก.. นพ .. ไม่ใช่คนรักลาจาก ..หรือตายจาก ..” โชพยายามพูดอย่างยากเย็น
นพก็ยังกอดโชนิ่งๆ และฟังอย่างตั้งใจ
“แต่.. พอโชเห็นผู้ชายที่โชชอบอยู่กับผู้หญิงที่รักเขา และเหมาะสมกับเขาทุกอย่าง ที่สำคัญ..ในใจของผู้ชายก็ยังมีให้เธออยู่ .. ใจมันก็เจ็บ”
“นั่นเพราะจิตใจโชงดงาม” นพพูดขึ้น
โชสบตานพ .. คนเดียวที่เข้าใจโชทุกอย่างจริงๆ
“ที่โชเป็แบบนี้ เพราะโชจะหลีกทางให้เขากับเธอคนนั้นใช่ไหม?”
นพพูดจบ น้ำตาเตโชก็หลั่งริน เป็สาย “นพเป็กำลังใจให้โชด้วยนะ”
“นพเป็กำลังใจให้โชเสมอ” พร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่น
..
เตโชอยู่ในอ้อมแขนนพคุณจนเขาเริ่มสงบลง
“โชแน่ใจนะ ว่าจะหลีกทางให้ผู้หญิงคนนั้น”
เตโชพยักหน้า .. น้ำตาเขาไหลรินอีกครั้ง “เคยมีคำพูดโบราณ บอกว่า ..หากรักใดเริ่มต้นบนภูฯ .. รักนั้นจะเป็นิรันดร์ .. แต่หากคู่รักใดที่รักกันแล้วแล้วขึ้นภูฯ .. รักนั้นจะสิ้นสุด .. นพเคยได้ยินใช่ไหม?”
นพพยักหน้ารับ
“โชลืมไปว่า..โชกับเขาเริ่มมีใจให้กันก่อนจะขึ้นภูฯ เสียอีก”
นพได้แต่กอดโชไว้ในอ้อมแขน ..
น้ำตาเตโชยังคงไหลริน แต่ไม่มีเสียงสะอื้นไห้
....... ภูกระดึง.. แหล่งความหลัง ฉันยังจดจำเสมอ
....... ครั้งหนึ่งฉันและเธอ เคยเดินคู่ อยู่ด้วยกัน
....... ภูกระดึง.. เป็หลักฐาน เป็พยานรักของฉัน
....... ครั้งหนึ่งใต้แสงจันทร์ กายเคียงกันใจคล้องใจ
จบตอน ๑๘