
ธีธัศยืนคิดอะไรเงียบๆคนเดียว เขาไม่คิดว่าจะได้เจอทานตะวันที่นี่ เธอกับเขาเจอกันอีกครั้งด้วยความบังเอิญ....เธอดูเป็ผู้ใหญ่ขึ้นแต่แววาคู่นั้นยังคงเหมือนเดิม
ธีธัศนึกถึงสาวน้อยคนผมสั้นคนหนึ่ง หลายปีก่อนเขากลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่ที่จากโลกนี้ไปอย่างไม่ยุติธรรม ชายหนุ่มสังเกตว่าบริเวณที่เก็บกระดูกของพ่อและแม่ของเขาดูสะอาดตาราวกับว่ามีคนมาคอยดูแลทำความสะอาดให้...อีกทั้งยังมีดอกไม้ที่เพิ่งจะเหี่ยวเฉาไปในไม่กี่วันก่อนวางอยู่ให้ท่านทั้งสอง ธีธัศแปลกใจมาก...มันเป็ของใคร? ทั้งๆที่เขาไม่เหลือญาติหรือคนรู้จักที่ไหนอีกแล้วนอกจากศัตรูที่ยังเสวยสุขอยู่บนความสูญเสียของเขา
"คุณรู้จักคนในรูปด้วยหรอคะ?"
เสียงสดใสของเด็กสาวที่มาอยู่ข้างหลังเขาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ถามขึ้น
ธีธัศใเล็กน้อยเมื่อมีคนมาเห็นเขาในที่แห่งนี้ ชายหนุ่มหันมามองหน้าเ้าของเสียงที่ยืนส่งยิ้มให้เขา ในมือของเธอถือดอกไม้สดกับอุปกรณ์ทำความสะอาดอยู่เต็มมือไปหมด
ชายหนุ่มสังเกตเห็นดอกไม้ที่อยู่ในมือของเธอมันเป็ดอกไม้แบบเดียวกับที่วางอยู่หน้ารูปถ่ายพ่อแม่ของเขาและรูปถ่ายของเด็กชายชลกร เทวพรหม...ที่ใครๆก็คิดว่าตายจากโลกนี้ไปแล้วจริงๆ แต่ความจริงแล้วกระดูกที่ถูกบรรจุอยู่ในนั้นคือวินเนอร์ลูกชายของวิกรมลูกน้องเก่าแก่ของพ่อที่ธีธัศนับถือเสมือนพ่อของเขาเองต่างหาก
"เปล่า...ฉันของฉันอยู่ด้านโน้น" ชายหนุ่มชี้ไปอีกทาง
"ฉันแค่แปลกใจว่าทำไมพวกเขาถึงตายในวันเดียวกันทั้งสามคน" ธีธัศโกหกหญิงสาวเพราะไม่้าให้ใครรู้ว่าเขาเป็ใคร
"ฉันก็ไม่รู้จักพวกเขาหรอกค่ะ แต่ฉันเคยได้ยินมาว่าพวกเขาทั้งสามคนเป็พ่อแม่ลูกกันค่ะ เพราะเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านทำให้พวกเขาโชคร้ายต้องจากโลกนี้ไป"
"ฉันไม่เคยเห็นญาติหรือใครมาเยี่ยมพวกเขาเลยั้แ่จำความได้ ฉันก็เลยมาช่วยทำความสะอาดแล้วก็นำดอกไม้พวกนี้มาเยี่ยมพวกเขาทุกครั้งที่ได้มาเยี่ยมแม่ของฉัน"
"พวกเขาน่าสงสารมากเลยนะคะ น่าเสียดายที่คุณไม่ใช่ญาติของพวกเขา" เธอบอกกันชายหนุ่มด้วยใบหน้าเศร้าๆ
"ทำไมล่ะ?" ธีธัศถามขึ้น
"อ่อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ...ฉันแค่คิดไปว่าพวกเขาคงจะดีใจมาก...หากมีญาติพี่น้องหรือคนรู้จักมาเยี่ยมบ้าง" สาวน้อยบอกเขาตามความคิดของเธอ
"ฉันต้องไปแล้ว"
ธีธัศบอกกับเด็กสาว เพราะเขาอยู่ที่นี่นานไม่ได้...หากมีใครมาเจอเขาเหมือนกับเธอคนนี้อีก สิ่งที่ชายหนุ่มเฝ้ารอมาหลายปีก็จะไม่มีวันได้เกิดขึ้น...
"เดี๋ยวค่ะ!" เด็กสาวคนนั้นเรียกเขาไว้ ธีธัศไม่แม้แต่จะหันไปมองเธอ
"ฉันชื่อ ทานตะวันนะคะ" เธอะโบอกเขา
ธีธัศเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว แต่เขาก็ไม่สามารถหันกลับไปมองสาวน้อยคนนั้นได้อีก...
ธีธัศขึ้นไปนั่งบนรถที่คนขับรถของเขาเปิดรอไว้และขับออกไป....ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถในหัวของธีธัศนึกถึงแต่ภาพของสาวน้อยผู้มีจิตใจเอื้ออารีต่อพ่อและแม่ของเขาทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
"ฉันอยากรู้เื่ของสาวน้อยคนนั้น" ธีธัศพูดขึ้น
"หนูทานตะวัน..."
"เธอคนนั้นคงมีอะไรพิเศษสินะครับ...ถึงทำให้นายน้อยอยากรู้จักเธอ"
วิกรมพูดขึ้นยิ้มๆเพราะนายน้อยของเขาไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนเลยจนกระทั้งได้มาเจอกับสาวน้อยนามว่า ทานตะวันคนนี้
"ฉันแค่อยากตอบแทนน้ำใจของเธอต่างหาก" ธีธัศเฉไฉเมื่อถูกวิกรมจับได้
หลังจากที่ธีธัศเดินทางมาถึงแคนาดาเพียงไม่กี่วัน...วิกรมก็เอาประวัติของทานตะวันที่ธีธัศเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อมาให้เขาด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจอย่างเห็นได้ชัด
วิกรมรู้สึกเห็นใจนายของเขาอยู่ไม่ใช่น้อยเมื่อได้รู้ว่าผู้หญิงที่ได้กุมหัวใจของธีธัศไว้...กลับกลายเป็ลูกสาวของคนที่พรากทุกอย่างจากไปจากชีวิตของชายหนุ่มเอง
ธีธัศเปิดอ่านข้อมูลทุกอย่างของทานตะวันด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ชายหนุ่มเงียบขรึมลงเมื่ออ่านจบพร้อมกับหยิบรูปถ่ายของทานตะวันที่ถูกแอบถ่ายไว้ขึ้นมาดู
"ส่งคนไปคอยติดตามเื่ราวของเธอทุกฝีก้าว แล้วคอยรายงานฉันทุกอย่างจนกว่าฉันจะกลับไปที่นั่นอีกครั้ง" ธีธัศออกคำสั่ง
"ครับนายน้อย"
ธีธัศกลับมายังปัจจุบัน...เขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับทานตะวันและครอบครัวของเธอมาโดยตลอด ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมาธีธัศก็ทุ่มเททุกอย่างเพื่อแก้แค้นศัตรูของเขา
ชายหนุ่มมองรูปถ่ายของทานตะวันในตอนนั้นขึ้นมาดู ธีธัศพกมันติดตัวมาโดยตลอดเพื่อเตือนสติว่าเธอคือลูกสาวของศัตรู.....ดังนั้นในหัวของเขาจึงมีแค่คำว่าแก้แค้นเท่านั้น!
"เตรียมตัวรับมือกับฉันไว้ให้ดีนะ...สาวน้อย" ธีธัศบอกกับรูปถ่ายของทานตะวัน

***********************