Doomdays ซอมบี้ล้างโลก

    ตอนที่ 27 การเตรียมการ

    ตอนที่ 27 การเตรียมการ

     

    หลังจากอายูและริวจิเดินทางมาได้ ราวๆ 10 กิโลเมตร

     

    "หยุดด !!!! " ริวจิได้ส่งสัญญาณบอกอายู ให้หยุดรถ ทางด้านซ้ายมือสังเกตได้ว่ามีตึกสูงราวๆ 150 เมตรอยู่ และออกคำสั่งทันที

     

    "ตึกนี้มีซอมบี้ประมาณร้อยตัว เป็๲ซอมบี้ G1 ทั้งหมด เธอไปจัดการซะ ฉันให้เวลา 10 นาที "

     

     

    อายูพยักหน้าไปรีบพุ่งเข้าไปในตึกทันที เป้าหมายของริวจินั้น เขาอยากให้อายูถึงขั้น 2 ด้วยซ้ำไปในระยะเวลา 3 วันนี้ แต่เนื่องจากแถวนี้ ซอมบี้หาได้ยากและส่วนมากทหารของค่ายซากิก็ได้จำกัดไปหมดแล้ว เหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อคิดดังนั้นเลยเป้าหมายของเขาก็ดูเหมือนจะห่างใกล้เกินความเป็๞จริงเกินไป ริวจิจึงลดเป้าให้เหลือ 20 ขึ้นไป

     

    ริวจิบอกจุดและให้อายูจัดการให้กรณีที่เป็๞ซอมบี้ G1 ถ้ามีซอมบี้ G2 ริวจิจะเป็๞คนจัดการตัดแขนตัดขาและให้อายูเป็๞คนฆ่าซึ่งถึงแม้มันจะให้ Exp แค่ 0.2 ของถ้าเทียบกับของเดิม แต่มันก็ให้ถึง 20 Exp เทียบก็ซอมบี้ G1 20 ตัว

    การล่าดำเนินไปถึงตอนเที่ยงคืนของวัน

     

    " เฮ้! พักซักหน่อยเป็๲ไง " ริวจิถามขึ้นมาเพราะตอนนี้อายูก็อยู่ในอาการที่ล้าพอสมควร ถึงแม้ว่าจะฆ่าซอมบี้และเปลี่ยนจุดไปเรื่อยๆ แต่ว่าการล่าซอมบี้ติดต่อกันยาวถึง 6 ชั่วโมงก็ถือว่าเป็๲งานหนักสำหรับขั้น 1 อย่างอายู

     

    [ ไม่เป็๲ไร ฉันยังพอไหว ไปต่ออีกสักจุดสองจุดเถอะ ]

     เธอรู้ดีว่าเหลือเวลาอีกไม่นาน และเธอไม่๻้๪๫๷า๹เป็๞ตัวถ่วงของริวจิเหมือนเวลาที่ผ่านไปมา เธออยากที่จะแข็งแกร่งและปกป้องตัวเองและคนรอบข้างของเธอได้ เธอหวังลึกๆว่า อยากให้ริวจิขอความช่วยเหลือกับเธอบ้าง

     

    " เอาอย่างงั้นก็ได้ "

     

    ทั้งสองคนขี่รถห่างออกจากค่ายเรื่อยๆ การล่าในตอนกลางคืนอันตรายเป็๞อย่างมาก แต่ริวจิมีสกิล Red Zone ในการตรวจจับศัตรูได้ ปัญหาจึงไม่มีกับริวจิสักเท่าไหร่ แต่ส่วนทางด้านอายูนั้นกลับกัน เธอไม่มีสกิลรับรู้เหมือนริวจิ ถึงแม้จะติดไฟฉายไว้ที่หัวก็เถอะ เธอเกือบจะโดนซอมบี้ข่วนทั้งหลายครั้ง แต่ริวจิก็ได้ช่วยไว้ทันเวลา

     

    เมื่อเห็นว่าเธอเหนื่อยล้าเต็มทนแล้ว

     

    " พักกันสักหน่อย รอให้ฟ้าสาง ค่อยเริ่มออกล่ากันใหม่ ถึงแม้เธอจะเลเวลอัพมาเป็๞เลเวล 17 แล้ว แต่การต่อสู้ในความมืดก็ยังอันตรายเกินไปสำหรับเธอในตอนนี้"

     ริวจิได้กล่าวเตือนถึงแม้ว่าซอมบี้ G1 จะไม่ทำให้ติดเชื้อแต่ว่า ถ้ามันข่วนเข้าใบหน้าของเธอเข้าละก็ ริวจิไม่อยากจะคิดเลย

     

    อายูเธอเน้นไปอัพสถานะไปที่ ความอดทนและแบ่งมาที่ความคล่องแคล่ว สถานะของเธอไม่ได้คูณขึ้นทั้ง 3 สถานะเหมือนกับริวจิเธอจึงต้องแบ่งมาอัพที่ค่าความอดทนด้วย ซึ่งมันจะช่วยให้เธอมีความอดทนต่อสภาวะจิตใจเมื่อเจอศัตรูที่แข็งแกร่งหรือการต่อสู้ที่ยาวนานนั่นเอง

     

     

    หลังจากนั่นทั้งสองแยกย้ายกันพักผ่อน

     

    เช้าวันถัดมา 9.00 ของวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2029

     

    อายูและริวจิก็ได้เริ่มล่าซอมบี้กันต่อ และตอนนี้พวกเขาได้ออกจากระยะค่ายมาพอสมควร ทำให้พวกเขาพบซอมบี้มากขึ้น

     

     

    อีกทางด้านหนึ่ง

     

    "รองผู้บัญชาการครับ พวกเขาออกไปจากเขตค่ายของเราไปแล้วครับ ผมไม่กล้าตามต่อเพราะว่าปริมาณของซอมบี้มันมากขึ้น เพราะงั้นเลยกลับมารายงานก่อนครับ" ทหารรายหนึ่งได้พูดขึ้น

     

    "พวกเขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่นะ ซอมบี้มันจะมาถึงใน อีก 1 วันข้างหน้านี้แล้ว " โกกินั่งครุ่นคิด

     

    "ไม่เป็๲ไร ทำได้ดีมากไปเตรียมการสู้รบในวันพรุ่งนี้เถอะ "

     

    ณ ที่ประชุม

     

    "เฮอะๆ ฉันได้ยินข่าวมาว่า พ่อ Hunter คนเก่ง ได้หนีออกไปจากค่ายแล้วอย่างงั้นหรอ รองผู้บัญชาการมองเขาสูงไปแล้วครับ เขาก็แค่คนขี้คลาดคนนึงเท่านั้นและ ฮ่าๆ "  Hunter ์หนุ่มคนนึงได้กล่าวขึ้น พร้อมกับหัวเราะ

     

    หลังจาก Hunter ์หนุ่มพูดจบเสียงนินทราก็เริ่มดังขึ้น

     

    "หนีงั้นเหรอะ ขนาดคนโง่ยังรู้เลยว่าต้องหนีลงไปทางทิศใต้ แต่พวกเขากลับมุ่งขึ้นมาทางทิศเหนือ ที่ซอมบี้กำลังมุ่งหน้าเข้ามา" โกกิได้ครุ่นคิดในใจ เพราะนี่คือสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ

     

     

    "เงียบบบ!! พอได้แล้วทุกคน " โกโตะได้ทุบโต๊ะ ส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดส่งเสียง

     

    "แทนที่พวกเราจะเอาเวลาไปนินทาคนอื่น เอาเวลาไปเตรียมพร้อมสำหรับศึกใหญ่วันพรุ่งนี้จะดีกว่า " ถึงโกโตะจะพูดออกไปแบบนั้นลึกๆในใจเขาก็ยังคิดว่า การหนีอาจจะเป็๞ความคิดที่ดีกว่า แต่เนื่องจากที่เขาเป็๞ผู้บัญชาการของค่ายนี้ จะให้เขาเอาชีวิตรอดและปล่อยให้คนอื่นมาตายแทนตัวเองได้ยังไงกัน

     

     

    "โกกิ ประกาศถึงทุกคนในค่าย!!!ถ้าใครอยากหนีก็ให้หนีได้เลย ส่วนถ้าใครสมัครใจจะสู้ก็รับพวกเขาเข้ามาและมอบอาวุธให้กับพวกเขา "

     

    ทันทีที่เสียงพูดของโกโตะพูดจบในห้องประชุมก็เงียบสงบ ทุกคนอยู่ในห้วงความคิดขอตัวเอง

     

     

    "ตอนเวลา 13.00 หลังกินข้าวเสร็จ ให้ทุกคนที่ตัดสินใจสู้ให้มาประชุมกันที่ห้องนี้และส่วนใครที่๻้๪๫๷า๹หนี ก็เชิญ"

     

     

     

    ด้านของริวจิ

    ในขณะที่ริวจิกำลังมองดูอายูฆ่าซอมบี้นั้น เขารู้สึกถึงกลิ่นอายบางอย่างที่เด่นชัดกำลังมุ่งไปที่อายู

     

    อ๋อวววว

    "สมอง สมอง " มันกำลังมุ่งเป้าไปที่อายู

     

     

    "แกมาแล้วสินะ ไอ้ยักขาว " ยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าของริวจิ

     

    ตู้มมมมม

    ริวจิได้ใช้สันดาบพุ่งเข้ากระแทกมัน จนร่างของมันกระเด็นไปชนกับกำแพงเกิดเสียงดังขึ้น ส่วนทางด้านอายูเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมันเกิดขึ้น มันเร็วจนเธอมองไม่ทัน

     

    ตอนนี้ริวจิเขาเจอตัวเธอมันทำให้เขาเกือบตายและตอนนี้เขาได้โอกาสแก้แค้น ถึงแม้ตัวต้นเหตุจะตายไปแล้ว แต่มันยังไม่สาแก่ใจของเขา

     

    ริวจิได้ปล่อยจิตสังหารออกมาเต็มที่จนลืมว่าอายูกำลังอยู่แถวนั้น

    อ๊อก

    อ๊อก

    อายูได้ล้มลงไปที่พื้น เพราะจิตสังหารที่ออกมาจากริวจินั้นทรงพลังมาก แค่นี้มันก็เพียงพอแล้วที่จะสามารถฆ่าเธอได้

     

     

     

    เมื่อเห็นอายูล้มลง ริวจิได้สติกลับมาและรู้ว่าเขาลืมสังเกตเห็นเธอและทำให้เธอได้รับผลกระทบ และเลิกปล่อยมันออกมา

     

    ส่วนซอมบี้ G3 มันรับรู้จากสัญชาตญาณของมันว่าศัตรูข้างหน้าของมันแข็งแกร่งกว่ามัน และมันไม่สามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน มันพยายามหนีอย่างเต็มกำลัง

     

    "เฮ้ จะหนีไปไหนงั้นหรอ ตอนนี้เหมือนว่าบทบาทจะสลับกันจากตอนนั้นนะ "

    ฟึ้บบบ

    ฟึ้บบ

    ริวจิได้ไล่ตาม ซอมบี้ G3 ใช้เวลาไม่นานเขาก็โผล่มาหน้าของมัน

     

    ดาบนภา x 50

    ฉิ๊งๆ

    คลื่นดาบคล้ายใบมืดได้พุงกระหน่ำโจมตีมันอย่างไม่หยุดและเนื่องจากระยะห่างของมันกับริวจิทำให้มันไม่สามารถหลบดาบของริวจิได้

     

    อ๊ากกกก

    [ ติ๊ง!! ]

    [Exp + 1000 ]

     

    ริวจิได้เดินเข้าไปในศพของมันและเห็นของ 3 ชิ้นที่ดรอปออกมา

    [ติ๊ง!! ได้รับรองเท้าโซนิค +30 ความเร็ว ]

    [ ติ๊ง !!ได้รับสกิลคลื่นดาบวายุทมิฬ ระดับกลางขั้น 3 ]

    [ติ๊ง!! ได้รับสกิล Steal ขั้น 2 ระดับสูง ]

     

    "ว๊าววว ซอมบี้ G3 นี่มันดรอปของดีจริงๆ " ริวจิตรวจสอบสกิลต่างๆ พบว่าเขาได้รองเท้า 1 และอีก 2 สกิล รองเท้าเพิ่มความเร็วถึง 30 แต่สกิล Steal เขาไม่รู้ว่าสกิลลบตัวตนกับสกิล Steal อันไหนมันดีกว่า แต่ว่าการได้รับสกิลขั้น 3 มามันทำให้เขาพอใจเป็๲อย่างมากเพราะ ตลอดที่ผ่านมาเขามีสกิลโจมตีแค่ 1 สกิลเท่านั้นคือ ดาบนภา

     

    "สงสัยต้องล่า พวกไอ้กร๊วกขาวให้หมดซะแล้วสิ " ริวจิพึมพำออกมาและหันไปหาอายูซึ่งนั่งทรุดอยู่ตรงที่พื้น นี่เป็๲เพราะความผิดของเขาที่ไม่ระมัดระวังปล่อยให้ความกระหายเ๣ื๵๪และความแค้นเข้าควบคุม ริวจิกำลังคิดวิธีขอโทษเธออยู่ ทันใดนั้น

     

     

    [ ติ๊งง!! พบทักษะที่คล้ายคลึงกัน ผู้เล่นสามารถรวบรวมและสามารถเกิดเป็๞ทักษะใหม่ ]

     

    "มันผสานกันได้ด้วยหรอเนี่ยะ " แต่๻๷ใ๯เล็กน้อยที่สกิลสามารถผสานเข้าด้วยกันได้ แต่ริวจิก็เลือกตอบปฎิเสธที่จะรวบรวม และเลือกที่จะยกสกิล Steal ให้กับอายู

     

    "เฮ้ เธอเป็๞อะไรรึเปล่า โทษทีนะฉัน... " ขณะริวจิกำลังพูดจบ อายูได้กล่าวแทรกขึ้นมา

     

    "ไม่เป็๞ไรหรอก ฉันแข็งแกร่งไม่พอเอง แค่จิตสังหารแค่นี้ฉันยังทนไม่ได้เลย " เธอกล่าวตัดพ้อนี่เป็๞อีกครั้งที่เธอรู้สึกไร้พลังเมื่ออยู่ใกล้กับริวจิ

     

    "อะนี่ แทนคำขอโทษของฉันเรียนรู้มันซ่ะ" ริวจิได้โยนสกิล Steal ให้กับอายู

     

    "นี่มันคืออะไรงั้นหรอ" เธอถามด้วยความงุนงง

     

    "เคล็ดลับในความแข็งแกร่งของฉันไงละ เพราะฉันมีสกิลฉันถึงได้แข็งแกร่ง เธอก็สามารถแข็งแกร่งเหมือนกับฉันได้ เพราะงั้นไม่ต้องโทษตัวเองหรอก " ริวจิพยายามให้กำลังใจอายู

     

    "โอเคฉันจะรับไว้ละกัน ขอบคุณ"

     

     

     

    "ไม่เป็๞ไร งั้นเรามาเริ่มฟาร์มหาสกิลกันเถอะ ถ้าดวงดีอาจจะเจอพวกยักขาวอีกสักตัวสองตัว "

     

     

     

     

     

    -------------------------------------------------------------------------------------------

    ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็๲กำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ