Chapter 13 : ย้ายบ้าน
เื่ที่บริษัททำการเปิดตัวคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นมาด้วยนาโนเทคโนโลยีนั้นถือเป็เื่ที่สั่นะเืวงการเทคโนโลยีของโลกเป็อย่างมากั้แ่บริษัทที่ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กจนไปถึงบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์รวมไปถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ก็ยังคงได้รับผลกระทบไปตามๆกันโดยที่ต้นเหตุมาจากคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวที่บริษัทธันทกิจได้นำมาจัดแสดงในงานเทคโนโลยีระดับโลก
เพราะคอมพิวเตอร์ที่ทางบริษัทได้นำมาจัดแสดงนั้นสามารถทำความเร็วในการใช้งานได้มากกว่าคอมพิวเตอร์รุ่นอื่นๆภายในงานที่ว่ากันว่าทันสมัยที่สุดได้จนไม่เห็นแม้แต่ฝุ่นมันสามารถทำความเร็วได้มากกว่า 2,000 เท่า!! แถมการใช้งานเปิดปิดโปรแกรมยังมีความเสถียรและความรวดเร็วเป็อย่างมากการคำนวณและการวิเคราะห์สามารถทำได้ถึงหกแสนล้านครั้งต่อวินาที!! เรียกได้ว่าฉีกกฎเกณฑ์ความสามารถของคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันไปทั้งหมด จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญที่มาดูงานในครั้งนี้แล้วเรียกได้ว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้มีความสามารถระดับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเลยทีเดียว
แต่ทางตัวแทนของบริษัทธันทกิจกล่าวขึ้นในงานว่าเนื่องจากบริษัทของพวกเขาเป็เพียงบริษัทเล็กๆเท่านั้นจึงยังไม่สามารถที่จะสร้างคอมพิวเตอร์ที่เกิดจากนาโนเทคโนโลยีขึ้นอย่างสมบูรณ์ได้ในส่วนของคอมพิวเตอร์ที่พวกเขาได้นำมาจัดแสดงนั้นเป็เพียงของที่ยังไม่สมบูรณ์เท่านั้นแต่นั่นก็ทำให้เหล่าบริษัทชั้นนำของโลกถึงกับหัวร้อนกันไปตามๆกันหลังจากที่ได้ยินคำแถลงของบริษัทธันทกิจ
แค่ของที่ไม่สมบูรณ์??นี่ขนาดของที่ไม่สมบูรณ์ยังมีประสิทธิภาพขนาดนี้ถ้ามันสมบูรณ์แล้วจะมีประสิทธิภาพขนาดไหน? อีกทั้งเป็เพียงแค่บริษัทเล็กๆแต่กลับสารถสร้างของแบบนี้ขึ้นมาได้ในขณะที่บริษัทชั้นนำของโลกยังแทบจะยังไม่ได้เริ่มโครงการพวกนี้เลยด้วยซ้ำนี่พวกเอ็งเป็มนุษย์ต่างดาวกันรึไง!?
หลายๆบริษัทที่เห็นถึงความสามารถของบริษัทแห่งนี้แล้วบ้างก็เกิดความอิจฉา บ้างก็คิดที่จะร่วมมือทำการค้าด้วยเพื่อหวังที่จะได้เทคโนโลยีที่บริษัทแห่งนี้มีบ้างก็มีความคิดที่จะฮุบกิจการของบริษัทเล็กๆแห่งนี้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามมันก็ทำให้บริษัทเล็กๆแห่งนี้ จากเดิมที่ไม่เคยมีใครได้ยินก็กลายเป็ที่รู้จักไปทั่วโลก ราคาหุ้นที่จากเดิมตกต่ำจนถึงขีดสุดมาบัดนี้กลับถีบตัวพุ่งขึ้นไปมากกว่าเดิมเป็หลายสิบเท่าตัวเหล่าคนที่เคยหุ้นนี้และขายมันออกไปเพราะไปเชื่อถือข่าวลือที่ไม่มีที่มาถึงกับน้ำตาตกในขณะที่คนที่ยังคงหือหุ้นนี้ไว้อยู่ก็ร้องออกมาด้วยความดีใจที่ตนตัดสินใจถูกไม่คิดขายหุ้นนี้
ในขณะเดียวกันบริษัทไชยสยาม ที่มีนายพงศักษ์เป็ประธานอยู่ตัวการที่ปล่อยข่าวลือเสียๆหายๆของบริษัทธันทกิจกำลังนั่งขอโทษกับผู้ถือหุ้นของบริษัทตนอยู่
“ไหนคุณบอกว่าบริษัทนั่นอุปกรณ์มันห่วยยังไงล่ะ?ดูซิตอนนี้เป็ยังไง? เป็เพราะพวกเราเชื่อคุณถึงได้ยอมขายหุ้นของบริษัทนั่นแล้วดูในตอนนี้สิ จากหุ้นที่เคยมีราคาแค่ไม่กี่บาทตอนนี้ราคาของแต่ละหุ้นดันถีบตัวไปมากกว่า 200 บาทแล้วแถมยังมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆอีก คุณจะรับผิดชอบเื่นี้ยังไง คุณพงศักษ์!!”
“เอ่อคือเื่นี้....” พงศักษ์แทบจะพูดอะไรไม่ออก เมื่อได้ยินคำตำหนิจากหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของตนซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนตำหนิ เพราะแค่วันนี้เขาก็โดนโทรมาต่อว่าเื่นี้ไปแล้วกว่าหลายสิบสาย
“เป็เพราะผมเชื่อข่าวที่คุณบอกมาแท้ๆถึงทำให้ผมเสียกำไรไปอย่างมหาศาลขนาดนี้ ผมไม่น่าไปเชื่อข่าวที่ไม่มีมูลของคุณเลยจริงๆ” ปลายสายกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเดือดดาล
“ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับทางเราจะไม่ยอมให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นอีก”พงศักษ์กล่าวขอโทษกับปลายสาย แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยแม้แต่น้อย
“คุณไม่ต้องมาขอโทษผมหรอกหลังจากนี้ผมจะทำการขายหุ้นของบริษัทคุณออกไปให้หมดถึงจะไม่ได้หุ้นของบริษัทธันทกิจคืน แต่ก็ขอคืนทุนจากบริษัทของคุณหน่อยเถอะ!!”พูดจบอีกฝ่ายก็วางสายลงในทันที ไม่ยอมฟังคำพูดของพงศักษ์ต่ออันที่จริงที่ปลายสายพูดแบบนั้นสาเหตุก็เป็เพราะราคาหุ้นของบริษัทไชยสยามเริ่มดิ่งลงอย่างรวดเร็วแล้วนั่นเองอีกฝ่ายจึงคิดที่จะขายมันออกไป ก่อนที่ราคามันจะร่วงไปมากกว่านี้ส่วนสาเหตุที่ราคามันตกได้เร็วขนาดนี้นั้นก็เป็เพราะเหล่าคนที่ถือหุ้นของบริษัทไชยสยามและเคยหลงเชื่อข่าวลือที่พงศักษ์ได้เคยปล่อยออกมาว่าร้ายบริษัทธันทกิจทำให้พวกเขาหลงเชื่อจึงขายหุ้นของบริษัทธันทกิจทิ้งไปนั้นแค้นใจและหมดความน่าเชื่อถือของบริษัทแห่งนี้ไปนั่นเองทำให้พวกเขาได้ทำการเทขายหุ้นของบริษัทไชยสยามทิ้งทั้งหมดเพื่อเป็การแก้แค้น
จากบริษัทที่เคยมีมูลค่าหุ้นกว่า300 บาท มาตอนนี้เหลือเพียงแค่ไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้นและยังคงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดดิ่งลงเรื่อยๆ ทำให้เขาได้แต่แค้นใจบริษัทธันทกิจเท่านั้นที่ดันทำให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้น โดยที่ไม่ได้มองดูตนเองเลยว่า สาเหตุทั้งหมดนั้นมันเริ่มขึ้นมาจากตนเองทั้งนั้น
ข่าวของบริษัทธันทกิจนั้นโด่งดังไปทั่วโลกไม่ใช่เพียงแค่พวกบริษัทั์ใหญ่เท่านั้นที่สนใจ แม้แต่รัฐบาลของแต่ละประเทศก็ยังหันมาให้ความสนใจกับในเื่นี้ด้วยเช่นกันบริษัทบางแห่งถึงกับเสนอซื้อบริษัทธันทกิจด้วยจำนวนเงินที่สูงลิ่วกว่าหลายพันล้านบาทเลยทีเดียวแต่เนื่องจากธันซึ่งในตอนนี้ไม่ได้เป็เ้าของบริษัทอีกต่อไปแล้วจึงไม่สามารถที่จะตัดสินใจขายออกไปได้ ถึงแม้จำนวนเงินที่อีกฝ่ายเสนอจะล่อตาล่อใจมากแค่ไหนก็ตามแต่ธันก็เป็คนที่หัวดี เขาย่อมรู้ว่า จำนวนเงินที่อีกฝ่ายเสนอมานั้นมันเทียบไม่ได้เลยกับเทคโนโลยีที่พวกเขามีในตอนนี้เพราะมันสามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่านั้น
แต่เพื่อไม่ให้เป็การเสียหน้าของอีกฝ่ายรวมไปถึงไม่อยากชักภัยเข้ามาหาตน เนื่องจากเทคโนโลยีนี้เพราะมันล้ำสมัยเป็อย่างมาก จึงเป็ที่้าของใครหลายๆคนอย่างแน่นอนตัวของธันรู้ดีว่าลำพังพวกตนไม่อาจที่จะปกป้องเทคโนโลยีนี้เอาไว้ได้ จึงได้บอกแก่บริษัทหลายๆแห่งไปว่าบริษัทของตนจะร่วมพัฒนาและวิจัยนาโนเทคโนโลยีนี้กับบริษัทๆหนึ่งเท่านั้น โดยจะเลือกบริษัทที่ให้ทุนสนับสนุนในการวิจัยมากกที่สุดนั่นเองสำหรับสิ่งแลกเปลี่ยนคือ พวกตนจะถ่ายทอดนาโนเทคโนโลยีส่วนหนึ่งให้นั่นเองซึ่งนอกจากจะได้เงินทุนมาแล้วยังสามารถทำให้บริษัทที่เข้าร่วมกับพวกตนช่วยออกนอกหน้าปกป้องพวกตนในตอนนี้ได้นั่นเองซึ่งแผนทั้งหมดนี้เป็เป็แผนของคลาวที่ได้บอกธันไปนั่นเอง
ในขณะที่บริษัทของธันกำลังดำเนินไปในทิศทางขาขึ้นนั้นทางด้านของเมฆในตอนนี้เอง ก็มีเื่ที่น่ายินดีขึ้นเช่นเดียวกัน
[นายท่านครับหุ้นที่ผมเคยซื้อเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน ในตอนนี้ผมได้ขายมันไปใน่เวลาที่ราคาของหุ้นพุ่งขึ้นไปสูงสุดได้หมดแล้วครับทำให้เราได้กำไรจากการซื้อขายในครั้งนี้เป็จำนวนเงิน 823 ล้านกับอีก 762,421.94 บาทครับ]
หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่คลาวรายงานขึ้นมาก็ทำให้เมฆถึงกับยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเลยทีเดียว
“ดีมากคลาวนำเงินจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งโอนเข้าบัญชีชั้นที่เหลืออีครึ่งหนึ่งแบ่งให้พ่อและแม่อย่างละเท่าๆกันด้วยล่ะแล้วก็ดำเนินการซื้อขายหุ้นแบบนี้ต่อไปด้วย” เมฆกล่าวขึ้น
[รับทราบครับนายท่าน] คลาวตอบเมื่อได้ยินคำสั่งของเ้านายตนก่อนที่จะเริ่มทำตามคำสั่งของเมฆโดยทันที
“เงินก็มีแล้วสงสัยคงต้องไปคุยกับพ่อและแม่เื่ย้ายบ้านใหม่นี่ซักที”เมฆพูดขึ้น ก่อนที่จะเดินลงไปพูดคุยกับพ่อและแม่ของตนเื่การย้ายบ้านเพราะบ้านหลังที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้ถือว่าเก่าโทรมเกินไป
หลังจากที่พูดคุยกันแล้วพ่อกับแม่ของเมฆเองก็เห็นด้วยกับมฆเนื่องจากบ้านที่พวกตนอยู่ในตอนนี้นั้นถือได้ว่าเก่าจริงๆอีกทั้งมันยังอยู่ในแหล่งที่ไม่ค่อยจะดีอีกด้วย เมื่อนึกถึงความปลอดภัยแล้วทำให้พ่อกับแม่ของเมฆนั้นมีความคิดที่จะย้ายออกไปในทันที
พวกเขาได้เลือกบ้านที่ไม่ไกลจากโรงเรียนที่เมฆและฟ้าจะไปเรียนมากนักเพื่อที่จะได้เดินทางได้สะดวก เมื่อหาไปได้ซักพักหนึ่งพวกเขาก็พบกับบ้านขนาด 2ชั้นหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรขนาดของตัวบ้านถือได้ว่าไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไปอีกทั้งยังมีสนามหญ้าและลานจอดรถได้ถึงสองคันอีกด้วย แม้ราคาของตัวบ้านจะแพงไปนิดเพราะตั้งอยู่ในกรุงเทพแต่มันก็อยู่ในราคาที่พวกเขาสามารถซื้อได้โดยไม่กระทบต่อเงินของพวกเขามากนัก พ่อแม่และเมฆจึงเลือกที่จะซื้อบ้านหลังนี้โดยทันที
สำหรับเื่ฐานะของครอบครัวในตอนนี้เมฆคิดว่าสมควรที่จะบอกฟ้าได้แล้วเนื่องจากระยะหลังๆมานี้เมฆเห็นว่าฟ้าเริ่มเลิกที่จะติดต่อกับเพื่อนนิสัยแย่ๆพวกนั้นแล้วทำให้เมฆไม่ค่อยเป็ห่วงเื่ที่ฟ้าจะถูกลอกลวงอีกต่อไปอีกทั้งโรงเรียนแห่งใหม่ที่ฟ้าจะย้ายไปเรียนนั้น ตนก็เรียนอยู่ที่นั่นด้วยทำให้เมฆคิดว่าถึงฟ้าจะเจอเพื่อนนิสัยแย่ๆที่โรงเรียนแห่งใหม่ก็ตามแต่เมฆก็สามารถตามมาดูแลได้
หลังจากที่คิดได้ดังนั้นแล้วเมฆจึงได้ไปบอกเื่ของฐานะของครอบครัวในตอนนี้ให้ฟ้าได้ทราบโดยเมฆได้หลอกฟ้าไปว่า แม่เผอิญได้ไปซื้อหวยมาชุดหนึ่งแล้วถูกรางวัลใหญ่เข้าทำให้มีเงินมากมาย เมื่อฟ้าได้ยินครั้งแรกก็ทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นักแต่เมื่อเมฆ พ่อและแม่พาเธอไปเห็นบ้านใหม่ที่พึ่งซื้อมาก็ทำให้เธอตกตะลึงและยอมเชื่อในทันที ซึ่งอันที่จริงเธอนั้นดีใจมากที่ต่อจากนี้ไปครอบครัวของเธอจะไม่ต้องอยู่อย่างยากลำบากอีกต่อไปแล้ว
เมฆที่เห็นครอบครัวของตนมีความสุขกับการได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่นั้นพลันในจิตใจก็เกิดความรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกที่ตนสามารถทำให้ครอบครัวของตนผ่านพ้นความยากลำบากมาได้และได้มีชีวิตอย่างสุขสบายเสียที
ปัญหาแรกที่เมฆ้าจะแก้ไขก็ได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้วเมฆจึงเห็นว่าควรที่จะเริ่มแผนที่สองขึ้นในทันทีเพราะหลังจากนี้อีก 15 ปี ไวรัสจากต่างดาวจะมาเยือนยังโลกของตนแม้ฟังดูเหมือนจะนาน แต่เมฆก็รู้ดีว่าการที่จะผลักดันให้โลกรับมือกับไวรัสตัวนั้นได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 15 ปีนั้นมันยากลำบากเพียงใด เพราะไวรัสที่ว่ามานั้น แม้จะเป็คลาวก็ไม่สามารถต้านทานมันได้การที่จะสามารถต้านทานมันได้อย่างแท้จริงนั้น คงต้องมีคลาวประมาณ 100 ตนได้ซึ่งการสร้าง AI ที่มีสติปัญญาและความสามารถให้เท่ากับคลาวได้ในเวลานี้นั้นเรียกได้ว่ามันเป็ไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ...