บทที่ 8 สายตาปกปิดไม่มิด
"ฮูหยินพวกข้าผิดไปแล้วเ้าค่ะโปรดเมตตาพวกข้าด้วย "
สวี่หยางเงยหน้าขึ้นปรายสายตาไปมองสาวใช้พลางแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อย หากพวกนางคิดว่านางเป็เช่นนั้นก็ดีเช่นกันจะได้ไม่มีใครกล้าจะที่ัขัดคำสั่ง
"เช่นนั้นเ้าเตรียมน้ำชาพร้อมขนมหวานตามข้ามาที่ห้องโถง" สวี่หยางชี้นิ้วไปยังคนที่เอ่ยเื่นางเมื่อครู่ สาวใช้ทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรงนางหวาดกลัวสวี่หยางเหลือเกินแต่ก็มิกล้าขัดคำสั่ง
"เ้าค่ะ ฮูหยิน" สาวใช้เอ่ยน้ำเสียงสั่นคลอนก่อนจะรีบลุกเตรียมน้ำชาหากชักช้าเกรงว่าจะถูกลงโทษได้ สาวใช้ที่อยู่ในโรงครัวพากันก้มหน้ามิกล้าจะสบตาผู้เป็นายจนสวี่หยางรำคาญหูลำคาญตาตวาดไล่พวกนางไปทำหน้าที่ของตน
"พวกเ้าไม่มีอะไรทำกันหรืออย่างไร? ไปทำงานของพวกเ้าสะสิหากข้าพบว่าในเรือนไม่สะอาดตรงใดข้าจะจับพวกเ้ามาเฆี่ยนให้หลังลาย"
"เ้าค่ะ ฮูหยินพวกข้าจะรีบไปทำเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ"
สาวใช้พากันแยกย้ายไปทำงานของตนเองอย่างเร่งรีบ สวี่หยางหันไปมองสาวใช้ที่นางให้ไปจัดเตรียมน้ำชา เมื่่อเห็นนางจัดเสร็จแล้วจึงเดินนำหน้ามายังห้องโถง
วันนี้เหล่าแมลงพากันบินว่อนเต็มท้องฟ้าช่างเป็วันที่อากาศดียิ่งนัก เมื่อแต่นางเดินเข้ามาใกล้ห้องโถงได้ยินเสียงบุรุษกับสตรีที่เอ่ยคุยกันหัวเราะคิกคักใบหน้าของนางเริ่มปรากฏความสงสัยอยู่เหลือคณา
เจี่ยฟางอยู่กับผู้ใดกันเสิ่นเกาหลานออกเรือนั้แ่เช้าปกติจะกลับค่ำ หรือจะเป็คุณชายเสิ่นจิ้นหากเป็เช่นนั้นนับว่าเป็เื่ที่ดี สวี่หยางยิ้มบาง ๆ รีบเดินเข้าไปในห้องโถงทันที ครั้นเท้าก้าวเข้ามากลับพบว่าผู้ที่อยู่กับเจี่ยฟางมิใช่เสิ่นจิ้นแต่ทว่าเป็เสิ่นเกาหลาน สายตาที่ทั้งคู่มองกันหวานหยาดเยิ้มหากนางไม่รู้จักทั้งสองคงคิดว่าทั้งคู่เป็คนรักกันก็มิปาน
ความคิดแล่นผ่านชั่วครู่ภายในใจของสวี่หยางปรากฏมาอย่างแจ่มแจ้ง หรือว่าเจี่ยฟางคือคนที่เสิ่นเกาหลานหมายใจหัวใจของสวี่หยางสั่นไหวราวกับมีหินหนักพันชั่งทับถม นางข่มใจหายใจเข้าเฮือกใหญ่อาจจะไม่ใช่อย่างที่ตนคิดก็เป็ได้
"พี่หยางกลับมาแล้วเ้าค่ะ" เจี่ยฟางเห็นสวี่หยางเดินเข้ามารีบลุกขึ้นไปหานาง เสิ่นเกาหลานมองตามรอยยิ้มพลันเปลี่ยนเป็เฉยชา
สวี่หยางลอบมองหนึ่งคราก่อนจะหันมาสนใจเจี่ยฟางบัดนี้นางได้รู้แล้วว่าหัวใจของเสิ่นเกาหลานคงมีแต่เจี่ยฟางอยู่ด้านในนั้น !
"ข้าคงมิได้ให้เ้าคอยนานหรอกใช่หรือไม่?"
"ไม่เลยเ้าค่ะ ท่านพี่เสิ่นเกาหลานกลับมาพอดีข้าจึงมีเพื่อนคุยระหว่างรอเ้าค่ะ "
"เช่นนั้นหรอกหรือ ? ท่านกลับมาเร็วกว่าที่คิดนะเ้าคะ" สวี่หยางหันไปมองเสิ่นเกาหลานพลางเอ่ยถามก่อนจะมานั่งที่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ ที่เจี่ยฟางนั่งเมื่อครู่
"ข้าเสร็จธุระเร็วจึงกลับมาก่อนเพราะมีเื่จะพูดคุยกับเ้า แต่เมื่อน้องเ้ามาเยือนเ้าคุยกับน้องเ้าไปเถิด"
"เ้าค่ะ "
"ข้าขอตัวนะเจี่ยฟาง หากวันหน้าเ้าอยากมาที่นี่เมื่อใดหรือคิดถึงพี่เ้ามาได้เสมอไม่ต้องเกรงใจคิดเสียว่าที่นี่เป็เรือนของเ้าก็ยังได้"
"จริงหรือเ้าคะ ท่านพี่เสิ่นเกาหลานช่างเป็พี่เขยที่จิตใจเมตตายิ่งนัก ช่างเป็บุญของพี่สวี่หยางที่มีสามีดีเช่นนี้ "
"กล่าวเกินไปแล้ว ข้าต้องขอตัวจริง ๆ แล้วเ้าอยู่คุยกับพี่สาวเ้าให้หายคิดถึงเถิด "
"เ้าค่ะ " ความสนิทสนมความรู้สึกดีส่งผ่านแววตาของทั้งคู่ ทำให้ผู้ที่นั่งอยู่ระหว่างกลางรับรู้ได้ ความอึดอัดใจนี่คืออะไรกัน ?
หลังจากที่เสิ่นเกาหลานออกไปสวี่หยางดื่มน้ำชาพร้อมขนมกับเจี่ยฟางจนตะวันบ่ายคล้อยนางจึงเดินทางกลับ สวี่หยางนั่งใจลอยครุ่นคิดแววตาของทั้งสองจ้องมองกันนั้นยังคงวนเวียนก่อกวนหัวใจนางยิ่งนัก
"อะ..เอ่อฮูหยินเ้าคะข้ากลับไปทำงานของข้าได้หรือยังเ้าคะ? " เสียงของสาวใช้ที่เอ่ยดังขึ้นมาทำให้สวี่หยางหยุดความคิดสนใจคนตรงหน้า นางจ้องมองสาวใช้ที่นางให้ตามมาดูแล้วนางยังดูเด็กกว่าตน
"ทำไมเ้ากลัวข้าจะสั่งโทษจนไม่กล้าอยู่ใกล้ข้าเช่นนั้นหรือ ? ขยับกายเข้ามาใกล้ข้าแล้วเงยหน้าให้ข้ามองเ้าอย่างชัด ๆ "
สาวใช้สั่นกลัวใช้มือกุมกันทั้งสองข้างขยับกายเข้ามาใกล้เงยหน้าให้สวี่หยางตามคำสั่ง
"เ้ามีชื่อว่าอะไร "
"ข้ามีชื่อว่าหลีลี่จื่อเ้าค่ะ "
"หลีลี่จื่อหรือ ? อื้ม..เป็ชื่อที่ดี กลับไปทำงานของเ้าเถิด" สวี่หยางแม้อยากได้นางมาคอยรับใช้แต่นางคงมิกล้ามารับใช้นางเป็แน่ และตอนนี้นางเองก็ยังคงไว้ใจผู้ใดมิได้ การตายของจี๋เสียงยังคงเป็ปริศนาเพราะยังจับตัวผู้ที่วางยาไม่ได้ วันนี้นางได้เอ่ยถามเจี่ยฟางเกี่ยวกับการตามหาตัวคนทำก็มิอาจจะจับมือผู้ใดดมได้ หนทางไร้แสงสว่างหากไม่รู้ตัวคนร้ายชีวิตของสวี่หยางคงอยู่อย่างไม่สงบสุข
“เช่นนั้นข้าขอตัวนะเ้าคะแล้วยามเย็นฮูหยินอยากกินอะไรเป็พิเศษหรือไม่เ้าคะ” ก่อนจะจากหลีลี่จื่อได้เอ่ยถามถึงแม้ว่าจะกลัวสวี่หยางจนแทบไม่กล้าจะเอ่ยถามแต่ระหว่างที่สวี่หยางนั่งคุยกับเจี่ยฟางน้องสาวของนาง นางทั้งแสดงรอยยิ้มความเมตตาเอ็นดูไม่สมกับข่าวลือที่ได้ยินมาเลยแม้แต่น้อย
“ข้าไม่อยากได้อะไรเป็พิเศษ เ้าไปทำงานของเ้าเถิด”
แสงดวงอาทิตย์ลับลาขอบฟ้าแสงดวงจันทราเข้ามาแทนที่สายลมพัดเอื่อย ๆ เย็นสบายบนท้องฟ้าเต็มไปด้วยมวลหมู่ดาวที่รายล้อมพระจันทร์ชวนน่ามอง สวี่หยางยังเคลือบแคลงใจในสายตาของเสิ่นเกาหลานที่จ้องมองเจี่ยฟางจนทำให้นางนอนไม่หลับ อีกอย่างเขาบอกว่ามีเื่จะคุยกับนางแต่ทว่ากลับไม่มาหาั้แ่เจี่ยฟางกลับ
"จะเป็เช่นดั่งที่ข้าคิดหรือไม่นะ ! หรือว่าข้าคิดมากไปเองนี่ก็ยามสอง(22.00)แล้วข้าควรเลิกคิดเื่ที่กวนใจเสียทีพรุ่งนี้ข้าจะเดินทางไปหาท่านแม่ของเสิ่นเกาหลานต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อทำอาหารไปเยี่ยมเยือน" สวี่หยางเอ่ยออกมาอย่างพึมพำหันหลังก้าวเท้ากลับเข้าห้อง ขณะนั้นเองเสียงฝีเท้าที่ดังเข้ามาใกล้ ๆ ได้ก้าวเข้ามาหานาง สวี่หยางหยุดเดินยามนี้จะมีผู้ใดเดินไปมาในเรือนนี้อีก แต่เมื่อปรากฏกลับเป็เสิ่นเกาหลานที่เดินเซซ้ายเซขวามาหานาง
"เ้ายังไม่นอนสินะ ข้ามีเื่จะพูดกับเ้าอย่างไรวันนี้ต้องพูดให้ได้" ใบหน้าคมเข้มแดงระเรื่อเพราะพิษสุราเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้พูดแทบไม่เป็ศัพท์แต่ดังชัดเจน
"ท่านมีเื่อะไรจะคุยหรือเ้าคะ ยามนี้ท่านดูเหมือนไร้สติครบถ้วนเอาไว้รุ่งสางค่อยคุยกัน" สวี่หยางเห็นท่าทีที่เมามายของเสิ่นเกาหลานนางไม่อยากจะคุยกับเขายามนี้แม้จะพูดคุยคงไม่ได้ความ
"ไม่ได้ ! ข้าจะคุยกับเ้าเดี๋ยวนี้ ! เ้ามันช่างไม่รู้อะไรเลย ไร้ความรู้สึกไร้หัวใจ หากมิใช่เ้าแต่เป็เจี่ยฟางคงดีไม่น้อย ข้าจะบอกให้เ้าได้รู้เอาไว้และอย่าแนะนำเจี่ยฟางให้แก่เสิ่นจิ้นอีก เจี่ยฟางคือสตรีที่ข้าหลงรักั้แ่แรกเห็น ครั้งแรกที่ข้าไปที่เรือนสกุลสวี่ข้าเห็นใบหน้างามหยดย้อยนิสัยมารยาทน่าชื่นชม ข้าหลงคิดว่านางคือสวี่หยางข้าจึงตกปากรับคำท่านพ่อ แต่ไม่คาดคิดเลยว่าจะเป็เ้า เฮอะ ! ์กลั่นแกล้งข้าส่งสตรีโหดร้ายเช่นเ้ามาแทนที่นาง" ดวงตาเ็าไร้ไมตรีความหงุดหงิดวาบผ่านบนใบหน้า ไม่มีความสำนึกผิดปะปนแม้แต่น้อย สวี่หยางกำมือแน่นหัวใจหนักอึ้งราวถูกถ่วงด้วยหินก้อนใหญ่ แพขนตาหลุมลงบัดนี้นางกระจ่างแจ่มแจ้งแล้วเป็อย่างที่นางคาดคิดไว้ไม่ผิด !
"ท่านจะโทษข้าได้เช่นไรข้าไม่ผิดและ์เองก็ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหากท่าน้าเช่นนั้นท่านก็ขอให้เจี่ยฟางมาเป็อนุของท่านเสียสิ" สวี่หยางเอ่ยไม่ทันใคร่ครวญให้ละเอียดเพราะความโมโหจึงโพล่งเอ่ยออกไปเช่นนั้น แต่ผู้ใดจะคิดว่าใบหน้าของเสิ่นเกาหลานจะพลันเปลี่ยนสีเผยรอยยิ้มอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน