บทที่ 9
เธออดตำหนิตัวเองอยู่ในใจไม่ได้ที่เลินเล่อเกินไป
“ฉันทำหนังสือตกเอง”เธอเอ่ยขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงแข็งๆ
“ซินยอริต้า” เขาผงกศีรษะให้เป็การทักทาย มันมีแววคาดหมายอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในดวงตาเมื่อเขาปรายตาจากเธอมองไปยังพุ่มไม้ที่อยู่ทางเื้ั
“ฉันกำลังเดินตัดทางนี้ไปทางอื่นพอดี”เธอเชิดคางขึ้นอย่างจะป้องกันตัวไว้ เมื่อเห็นแววถามในดวงตาคู่นั้น
แต่แววกระจ่างในดวงตาของเขาเหมือนจะบอกว่าเขาพอจะเดาออกว่าเธอมีความมุ่งหมายอย่างไรอยู่เขาชำเลืองตามองหนังสือในมือแวบหนึ่งก่อนที่จะส่งคืนให้เธอ
“ออกจะน่าเห็นใจอยู่นะที่คุณต้องมาอ่านหนังสือเกี่ยวกับเื่ราวของเม็กซิโกทั้งๆ ที่ตัวคุณก็มาอยู่ที่นี่แล้ว และสามารถที่จะชมทิวทัศน์ได้ด้วยตัวเอง”เขาเอ่ยอย่างจะตั้งข้อสังเกตขึ้น
คำพูดประโยคนั้นของเขาเหมือนจะสะท้อนความคิดที่กำลังรุมเร้าใจของอีริก้าอยู่ด้วยอารมณ์อ่อนไหวที่เกิดขึ้นทำให้เธอกระชับอ้อมแขนที่รัดรอบหนังสือเล่มนั้นไว้แน่นเข้า
“จากสภาพการณ์ที่กำลังเป็อยู่ฉันจำเป็ที่จะต้องทำตัวให้พอใจอยู่เพียงแค่การอ่านหนังสือเท่านั้น” ความขุ่นเคืองและความสงสารตัวเองที่เกิดขึ้น ทำให้น้ำเสียงของเธอสะท้านไป “พ่อฉันเขายุ่งอยู่กับเื่งานเสียจนไม่มีเวลาที่จะไปเปิดหูเปิดตาดูอะไรทั้งนั้น”เธอเหลือบตามองเสื้อเชิ้ตโปโลสีขาว กับกางเกงสีน้ำเงินเข้มที่แนบกล้ามเนื้อตรงต้นขาอยู่“ของใจมากนะคะที่ช่วยเก็บหนังสือให้ ซินเยอร์” เธอทำท่าจะหันหลังกลับ
“ซินยอริต้า” น้ำเสียงที่แฝงกังวานแห่งความมีอำนาจทำให้เธอชะงักฝีเท้าลงและเมื่อเขาพูดต่อนั้น เสียงก็อ่อนโยนลงกว่าเดิมมาก “ผมยินดีที่จะพาคุณไปชมสถานที่ต่างๆในตอนบ่ายวันนี้นะ ถ้าคุณว่าง”
“ไม่ต้องหรอกค่ะขอบคุณ” อีริก้าปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมกับส่ายศีรษะปอยผมสะบัดอยู่กับ่ไหล่ไม่แคร์กับความงามสง่าผึ่งผายของผู้ชายคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าซึ่งเสน่ห์นั้นเหมือนจะขู่เข็ญบังคับใจเธอไว้ในทุกครั้งที่ได้พบเห็นเขา
“ทำไมล่ะ?” อีกครั้งหนึ่งที่น้ำเสียงและท่าทางของเขาบอกความเย่อหยิ่งจองหองเมื่อคำเชิญชวนได้รับการปฏิเสธ
ดวงตาคู่สีม่วงเข้มจุดประกายสว่างวาบขึ้น
“ก็เพราะว่าฉันไม่อยากจะให้เพื่อน..เพื่อนหญิงของคุณจะต้องมาเกิดความอิจฉาริษยาแล้วก็ปลดคุณออกจากตำแหน่งซึ่งมันก็ทำรายได้ให้กับคุณอย่างมากมายอยู่น่ะสิ” อีริก้าว่า
“เพื่อนหญิงของผม?”ริมฝีปากของเขาเครียดขึ้น เมื่อเธอตีได้ถูกจุด
“ก็ใช่น่ะสิ” สีหน้าของเธอเยาะหยันอยู่เป็นัย “ผู้หญิงผมสีบลอน์คนนั้นไงล่ะฉันเคยเห็นคุณอยู่กับเขาบนหาดตั้งหลายครั้งหลายหน แล้วก็ยังตามที่อื่นๆ อีก”
“อ๋อ..คุณหมายถึงเฮเลนนั่นเอง”เขาผงกศีรษะรับแววขำขันเจิดประกายอยู่ในดวงตา
“ฉันไม่รู้หรอกว่าเขาชื่ออะไร”อีริก้ายักไหล่อย่างมองไม่เห็นความสำคัญ “เพียงแต่สังเกตเห็นว่าผิวคล้ำๆของเขามันช่วยให้เขาดูแก่เกินวัยอยู่มากเท่านั้น”
“แต่ผมกลับคิดว่าผู้หญิงที่ทั้งสาวทั้งสวยอย่างคุณน่ะน่าจะให้ความเห็นใจกับผู้หญิงซึ่งอายุมากขึ้นแล้วก็ความสวยงามลดลงไปทุกเมื่อเชื่อวันมากกว่านะ”
คำพูดที่กึ่งปรารภอย่างสุภาพทำให้อีริก้าต้องเบือนหน้าไปเสียทางหนึ่งออกจะเห็นใจผู้หญิงคนนั้นอยู่หรอก แต่ขณะเดียวกันก็อดนึกตำหนิอยู่ในใจไม่ได้ที่เธอได้ใช้วัยอันร่วงโรยอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนนี้
“ก็น่าจะเป็ได้”เธอตอบอย่างคล้อยตาม
“บ่ายวันนี้เฮเลนเขาไปเยี่ยมเพื่อนเพราะฉะนั้นคุณก็ไม่ต้องไปคิดหรอกว่ามันจะเป็การขโมยตัวผมมาเสียจากเขาด้วยการตอบรับคำชวนของผม” เขาพูดล้อๆ
“ฉันไม่เคยคิดว่าจะขโมยตัวคุณมาเสียจากเขาหรอก”ดวงตาของเธอเบิกขึ้นด้วยความบริสุทธิ์ใจ
“เอาละถ้าหากว่าคุณคลายความรู้สึกละอายใจในเื่นั้นไปแล้วแล้วก็อยากจะได้ชมเมืองนี้จริงๆ ละก็ มันก็ไม่มีเหตุผลเลยที่คุณจะปฏิเสธคำชวนของผม”
คำพูดอย่างสมเหตุสมผลของเขาทำให้อีริก้าบังเกิดความหวั่นไหวขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นก็คิดว่าไม่ควรจะปฏิเสธเหมือนกัน”เธออึ้งไป
“ก็แปลว่าคุณรับคำชวนแล้วใช่ไหม?”เขาเอียงคอถามอย่างมาดหมาย
“ก็..ก็คงเป็อย่างนั้น”เธอพูดอย่างไม่มั่นใจเท่าไรนัก พยายามจะปัดความรู้สึกที่ว่าตัวเองกำลังตกลงในกับที่เขาดักรออยู่ออกไปเสียจากสมอง
“ถ้าเช่นนั้นในเมื่อเราก็กำลังจะออกไปเที่ยวด้วยกันในตอนบ่ายวันนี้อยู่แล้วผมก็คงไม่สมควรที่จะเรียกคุณว่าซินยอริต้าอยู่ต่อไปนะ” รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นตรงมุมปาก “คุณชื่ออะไรล่ะ?”
“อีริก้า...” แต่แล้วเธอก็อึ้งไปอีก แม้เมื่ออยู่ในอะคาพูลโก้เช่นนี้เธอก็มั่นใจว่าชื่อสกุลเวคฟิลด์นั้นย่อมเป็ที่รู้จักกันอย่างดีทั่วไปและผู้ชายคนนี้ก็ได้เห็นแล้วว่าเธอเป็นักทัศนาจรที่มีฐานะร่ำรวยคนหนึ่งเพราะฉะนั้นอย่าให้เขาได้รู้เลยจะดีกว่า ว่าความร่ำรวยนั้นมันขนาดไหน “ฉันชื่ออีริก้า”
“อีริก้า” เขาเปล่งเสียงควบกล้ำตัว “ร” อย่างชัดถ้อยชัดคำตามสำเนียงของชาวต่างประเทศซึ่งทำให้ชื่อของเธอน่าฟังขึ้น “ส่วนผมชื่อราฟาเอล”
เช่นเดียวกันกับอีริก้าที่เขามิได้เติมความกระจ่างแจ้งในชื่อสกุลให้มากกว่านั้นมันเป็ชื่อแปลกๆ ที่ก็ดูเหมาะกับเ้าของชื่อดีอ่อนโยนแต่ก็มีความเข้มแข็งพลังอำนาจแฝงอยู่ในตัวเหมือนผ้ากำมะหยี่เนื้อนุ่มที่ห่อแท่งเหล็กไว้เมื่อประกอบกับท่าทางที่ค่อนข้างยโส
“คุณจำเป็ที่จะต้องบอกให้พ่อรู้เสียก่อนหรือเปล่าล่ะว่าจะไปไหน?”ราฟาเอลเอ่ยถามขึ้น
“ตราบใดที่ฉันกลับมาถึงโรงแรมทัน5 โมงเย็น พ่อไม่สนใจหรอกว่าฉันจะไปไหนมา” อีริก้าถอนหายใจเบาๆ
วานซ์ เวคฟิลด์เป็คนที่มีความเชื่อมั่นในความสามารถของลูกสาวอย่างมาก ว่าเธอจะต้องดูแลตัวเองได้ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เขามอบให้กับลูกสาวนั้นเป็เสียยิ่งกว่าอภินันทนาการใดถ้าอีริก้าจะเลือกมองพ่อในแบบที่ว่า
ท่าทางของราฟาเอลมิได้บอกว่าเขารู้สึกแปลกใจเลยที่ได้รับคำตอบเช่นนี้ เมื่อก้าวเลี่ยงไปเสียทางหนึ่งผายมือให้อีริก้าออกเดินนำไปยังทิศทางที่เขาเพิ่งเดินผ่านเข้ามา
“รถผมจอดอยู่ตรงโน้น”เขาบอกเธอ
รถคันดังกล่าวเป็รถสปอร์ตยุโรปราคาแพงเป็สีเทาเงินงามสง่า การตบแต่งภายในหรูหรามากโดยใช้สีดำกับสีเงินเป็หลัก
“นี่เป็รถของคุณเองหรือว่า...ของเฮเลนคะ?”อีริก้าเอ่ยถามขึ้น เมื่อราฟาเอลเลื่อนตัวเข้าไปในที่นั่งด้านคนขับข้างตัว
มันเป็รถคันที่เหมาะสมกับคนขับอย่างที่สุดซึ่งบัดนี้เขากำลังหันหน้ามามองเธออย่างพิจารณา ก่อนที่จะติดเครื่องและเสียงเครื่องยนต์ก็ครางกระหึ่มขึ้น
“คุณคิดว่าผมจะมีเงินซื้อรถแพงๆอย่างนี้ใช่ไหมล่ะ?” เขากลับย้อนถามเธอ
“เห็นจะไม่หรอก”เธอส่ายศีรษะอย่างไม่ใคร่พอใจนัก
เริ่มตันของการเดินทางนั้นราฟาเอลได้ขับรถพาเธอเลียบไปตามชายหาดที่คุ้นตาพร้อมกับชี้ชวนให้ชมเกาะเล็กๆที่อยู่กลางทะเล และบอกว่ามันชื่อ ลา โรเควต้า, จากนั้นก็เสนอแนะให้อีริก้าลงเรือท้องกระจกซึ่งดำลงไปใต้น้ำเพื่อชมแนวปะการังที่มีชื่อว่า เลดี้ ออฟกัวดาลูพซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เกาะแห่งนั้นเมื่อเธอแสดงความสงสัยในเรือยอชต์ที่ลอยลำอยู่ในอ่าวเขาก็พาเธอไปที่ท่าซึ่งยังมีอีกหลายลำที่จอดเทียบท่าอยู่
เขาชี้ให้เธอดูเรือยอชต์ใหญ่ลำหนึ่งพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“นั่นละ ที่ที่ผมอยู่”
อีริก้าเงยขึ้นมองเขาด้วยสีหน้าแปลกใจ
“เหรอคะฉันคิดว่าคุณพักที่โรงแรมเสียอีก”
“เปล่าหรอกที่โรงแรมคนมันพลุกพล่านมากเกินไป” ราฟาเอลยักไหล่
เธอเบือนสายตากลับไปมองเรือลำนั้นระยะที่ค่อนข้างไกลทำให้มองเห็นชื่อที่เขียนอยู่ข้างลำเรือได้ไม่ชัด
“สงสัยว่าเฮเลนนี่จะต้องรวยมากเลยนะคะ”
“ผมก็คิดว่าเขาคงรวยพอดู”ราฟาเอลเปลี่ยนเกียร์เลี้ยวรถออกมาเสียจากบริเวณท่าเรือ
จากสโมสรเรือยอชต์เขาขับรถพาเธอลงไปยัง แซน ดิเอโก้ ฝอร์ทซึ่งสามารถมองออกไปยังเวิ้งอ่าวได้ถนัดชัดเจนจากนั้นราฟาเอลก็พาเธอไปชมพิพิธภัณฑ์ซึ่งสร้างขึ้นเป็รูปดาวตัวอาคารหลังเดิมได้ถูกทำลายลงั้แ่ครั้งเกิดแผ่นดินไหวอีริก้าออกจะแปลกใจอย่างยิ่งที่ได้พบว่า ราฟาเอลมีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ต่างๆ ในแถบนี้อย่างดีเยี่ยม และรู้ด้วยว่าถ้าเธอจะมาชมตามลำพังแล้ว จะไม่ได้พบกับความสนุกหรือความน่าตื่นเต้นสนใจเท่านี้เลย