เสียงเครื่องปรับอากาศภายในรถตู้ของบริษัทที่กำลังแล่นอยู่บนมอเตอร์เวย์สายตะวันออกส่งเสียงครางเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบสงบ มินตรานั่งพิงศีรษะเข้ากับกระจกหน้าต่างบานใส สายตาทอดมองภาพทิวทัศน์ริมทางสองข้างทางที่กำลังเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ต้นมะพร้าวสูงใหญ่และทิวทัศน์ชายหาดสีครามค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยตึกรามห้างร้านและถนนคอนกรีตสายยาวที่มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานครทีละน้อย ตอกย้ำว่า่เวลาแห่ง์ชั่วคราวได้สิ้นสุดลงแล้วจริง ๆ
ในกระเป๋าสะพายใบเล็กที่วางอยู่บนตัก มือเรียวยังคงกุมโทรศัพท์มือถือไว้แน่น ทว่าหน้าจอไร้การแจ้งเตือนใด ๆ จากคนที่เพิ่งโอบกอดเธออย่างแแ่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ไม่มีแม้แต่ข้อความสั้น ๆ หรือสติกเกอร์สักตัวที่ส่งมาทักทาย ทุกอย่างเงียบหายราวกับความใกล้ชิดที่เคยเกิดขึ้นนั้นเป็เพียงภาพลวงตา
ยามเช้าตอนเช็กเอาต์จากห้องพักบังกะโลริมหาด มินตราต้องเก็บข้าวของเครื่องใช้ลงกระเป๋าเดินทางด้วยความรู้สึกใจหาย สายตาเผลอมองเตียงนอนกว้างหนานุ่มที่ยังคงทิ้งรอยยับย่นของผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน รอยแผลและกลิ่นอายเสน่หาที่ยังคงกรุ่นอยู่ในอากาศชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทว่าเธอต้องปัดความคิดเ่าั้ทิ้งไป รีบจัดเสื้อผ้าและรูดซิปกระเป๋าเพื่อกลับสู่ความจริง
เมื่อก้าวออกมาจากห้องพักและเดินมาที่เคาน์เตอร์ต้อนรับของรีสอร์ต ปกป้องยืนอยู่ท่ามกลางทีมบริหารและพนักงานการตลาดคนอื่น ๆ ชายหนุ่มสวมเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มและกางเกงสแล็กดูดีภูมิฐาน ใบหน้าคมคายกลับมาสวมหน้ากากหัวหน้าแผนกผู้สุขุม เ็า และเว้นระยะห่างได้อย่างเป็ธรรมชาติจนน่าใจหาย ยามที่มินตราเดินถือกระเป๋าผ่านเพื่อเอาไปขึ้นรถตู้ ปกป้องทำเพียงแค่ปรายหางตามองมานิ่ง ๆ ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเป็ทางการต่อหน้าทุกคนที่ยืนอยู่รอบตัว
"เช็กเอกสารและของฝากของแผนกเราเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับคุณมินตรา? ตรวจดูให้ครบถ้วนด้วยนะครับ อย่าให้ตกหล่น"
"ค่ะคุณปกป้อง ตรวจเช็กเรียบร้อยแล้วค่ะ" มินตราตอบกลับนอบน้อมด้วยเสียงเรียบพยายามสะกดหัวใจไม่ให้สั่นไหว เธอรู้ดีว่านี่คือสิ่งที่ควรทำ ทว่าความเ็าราวกับคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนนั้นก็กรีดแทงใจดวงน้อยให้ปวดร้าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชายหนุ่มก้มลงตรวจเช็กเอกสารในแฟ้มของเขาต่อทันทีโดยไม่แม้แต่จะปรายหางตามองเธออีกครั้ง
"แหม่ หัวหน้าคุมเข้มั้แ่เช้าเลยนะคะมินต์" แพรว รุ่นพี่ในแผนกที่เดินตามหลังมาพ่นลมหายใจหัวเราะเบา ๆ พลางทำเสียงประชดประชันประปราย "แต่ก็ดีแล้วล่ะ เป็พนักงานใหม่ก็ต้องขยัน ๆ หน่อย ยิ่ง่นี้มีข่าวแว่ว ๆ ว่าผลงานนำเสนอของพวกเราได้รับคำชมเยอะ หัวหน้าคงอยากให้ทุกอย่างเป๊ะที่สุดนั่นแหละ อย่าทำอะไรให้แผนกเราเสียชื่อล่ะ"
มินตราทำเพียงส่งยิ้มบาง ๆ ตอบกลับโดยไม่พูดอะไร เธอรู้ดีว่าแพรวพยายามจับผิดพฤติกรรมระหว่างเธอกับปกป้องมาตลอดทริป การทำตัวห่างเหินและทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดจึงเป็ทางเลือกเดียวที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับตัวเธอและเขา
ตลอดการเดินทางหลายชั่วโมงบนรถตู้ เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ต่างพูดคุยกันถึงเื่ของฝาก สถานที่ท่องเที่ยวที่ไปเยือน หรือวางแผนการทำงานในวันจันทร์ที่จะถึงอย่างสนุกสนาน ทว่ามินตรากลับไม่ได้ยินเสียงเ่าั้เลย เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปไกลแสนไกล ยามที่รถผ่านปั๊มน้ำมันหรือจุดพักรถ มินตราแอบมองออกไปเห็นรถยนต์คันหรูของปกป้องที่ขับนำหน้าขบวนรถตู้ไปลิบ ๆ ชายหนุ่มกำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน... กลับไปหาโลกที่แท้จริงของเขา
รถตู้เคลื่อนเข้าสู่เขตเมืองหลวงในเวลาค่ำมืด ท้องฟ้าสีเทาหม่นถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟสีส้มและสีแดงจากไฟท้ายรถที่ติดขัดหนาแน่นบนท้องถนน มินตราลงรถตู้ที่จุดนัดพบหน้าบริษัท ทางเดินเท้ายามค่ำคืนของกรุงเทพฯ ช่างวุ่นวายและเต็มไปด้วยผู้คนที่รีบเร่งเดินทางกลับที่พัก ร่างบางลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมเดินเลี่ยงออกมาเพื่อต่อรถกลับห้องพักเพียงลำพัง ท่ามกลางกระแสผู้คนมากมายที่เดินสวนกันไปมา มินตรารู้สึกโดดเดี่ยวจนแน่นอก
ขณะเดียวกันนั้น... อีกมุมหนึ่งของเมือง
ปกป้องขับรถยนต์ส่วนตัวเลี้ยวเข้าสู่หมู่บ้านจัดสรรระดับหรูย่านชานเมือง ชายหนุ่มจอดรถในโรงจอดรถของบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังใหญ่ที่มีสวนหย่อมตกแต่งอย่างประณีต แสงไฟอบอุ่นสีส้มจากตัวบ้านส่องสว่างต้อนรับการกลับมาของหัวหน้าครอบครัว ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ดับเครื่องยนต์ พลางมองภาพกระจกเงาดึงที่คอเสื้อเชิ้ตของตัวเองเบา ๆ ความทรงจำเื่กลิ่นกายสาวและเสียงครางแ่หวานในห้องบังกะโลริมหาดถูกผลักดันลงสู่ส่วนลึกของจิตใจทันทีที่เขาเปิดประตูรถลงไป ชายหนุ่มสวมแหวนแต่งงานสีทองเกลี้ยงเกลาเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายอีกครั้งหลังจากที่ถอดมันเก็บไว้ในช่องเก็บของหน้ารถตลอดเวลาสามวันที่ผ่านมา
"คุณพ่อกลับมาแล้ว!" เสียงใสของลูกสาวตัวน้อยวัยเจ็ดขวบดังขึ้น พร้อมกับลูกชายคนโตวัยเก้าขวบที่วิ่งตามมาทันทีที่ปกป้องก้าวเท้าเข้าสู่ตัวบ้าน เด็กหญิงตัวเล็กในชุดนอนลายการ์ตูนวิ่งถลันเข้ามากอดขาพ่อด้วยความดีใจ ขณะที่พี่ชายตัวน้อยรีบช่วยรับกระเป๋าจากมือพ่ออย่างกระตือรือร้น
ปกป้องยิ้มกว้าง แววตาคมอ่อนแสงลงทันที ชายหนุ่มก้มลงอุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นมากอดแนบอก ลูบศีรษะลูกชายคนโตด้วยความรักและคิดถึง ก่อนกดจูบแก้มยุ้ยของลูกสาวด้วยความเอ็นดู "คิดถึงคุณพ่อไหมครับเด็ก ๆ ? อยู่บ้านเป็เด็กดีหรือเปล่าเอ่ย?"
"คิดถึงที่สุดในโลกเลยค่ะ!/ครับ!" เด็กหญิงเจื้อยแจ้วตอบพลางกอดคอพ่อแน่นพร้อมอวดผลงานวาดเขียน ขณะที่ลูกชายคนโตคอยเจื้อยแจ้วเล่าเื่โรงเรียนเคียงข้างไม่ห่าง
"เก่งมากครับเด็ก ๆ ของพ่อ มีของฝากจากทะเลให้เราทั้งสองคนด้วยนะ อยู่ในกระเป๋าใบใหญ่ครับ" ปกป้องเอ่ยชมน้ำเสียงนุ่มนวล
"เดินทางเหนื่อยไหมคะพี่ป้อง?" รินรดา ภรรยาสาวผู้มีใบหน้าอ่อนหวานสะสวยก้าวเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มละมุน หล่อนรับกระเป๋าทำงานของสามีไปถือไว้ พลางส่งแก้วน้ำเย็นจัดให้เขาดื่มเพื่อคลายความเหนื่อยล้า แววตาของรินรดาเต็มไปด้วยความรักและความเชื่อมั่นที่มีต่อสามีแสนดีคนนี้เสมอมา
"เหนื่อยนิดหน่อยครับริน รถติด่เข้ากรุงเทพฯ น่ะครับ" ปกป้องตอบพลางรับน้ำดื่มมาจิบ ชายหนุ่มส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้ภรรยา วงแขนข้างหนึ่งยังคงอุ้มประคองลูกสาวไว้แนบกาย ขณะที่ลูกชายคนโตเดินตามหลังรินรดาเข้ามานั่งร่วมวง ภาพครอบครัวที่สมบูรณ์แบบสะท้อนกระจกบานใหญ่ในห้องรับแขก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีแล่นเข้าเกาะกุมหัวใจ ทว่าชายหนุ่มก็เลือกที่จะปัดมันทิ้งไปและสวมบทบาทหัวหน้าครอบครัวแสนดีต่อไปเพื่อรักษาความอบอุ่นสงบสุขของบ้านไว้
ในเวลาเดียวกัน
มินตราไขกุญแจเปิดประตูห้องพักขนาดเล็กของตัวเองภายในอพาร์ตเมนต์ซอยลึก เสียงสะเดาะกลอนดังสะท้อนความเงียบงัน ความเย็นเฉียบและกลิ่นอับจาง ๆ ของห้องที่ปิดตายไว้หลายวันลอยเข้ามาปะทะใบหน้า ร่างบางลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาด้านหลังก่อนจะปิดประตูล็อกแ่า เธอไม่ได้เปิดไฟดวงใหญ่ มีเพียงแสงสลัวจากป้ายโฆษณาด้านนอกที่ส่องลอดผ่านผ้าม่านหน้าต่างเข้ามาทาบทับห้องที่เงียบสนิท
มินตราเดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดก๊อกปล่อยให้น้ำอุ่นจากฝักบัวรดผิวกายเพื่อชำระล้างคราบเหงื่อไคลและไอเกลือทะเลขากลับ สายน้ำที่ไหลผ่านผิวช่วยผ่อนคลายความล้าทางกาย ทว่าในใจกลับรู้สึกเหน็บหนาวจนสั่นสะท้าน เธอยกมือขึ้นลูบไล้ผิวของตัวเองที่เคยถูกปกป้องััอย่างเร่าร้อนและอ่อนโยนเมื่อวันก่อน ยิ่งล้างทำความสะอาด กลิ่นหอมจาง ๆ ของเขาและสบู่น้ำหอมราคาแพงก็ยิ่งจางหายไปจากผิวกายทีละน้อย จนกระทั่งเหลือเพียงกลิ่นสบู่ธรรมดาของเธอเอง ตอกย้ำว่าเวลาฝันสลายลงแล้ว
หลังอาบน้ำเสร็จ มินตราทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงนอนหลังเล็ก ดึงเข่าสองข้างขึ้นมากอดกุมไว้แน่น ความเงียบรอบกายกึกก้องจนน่ากลัว ชวนให้สมองจินตนาการย้อนกลับไปถึงเสียงคลื่นกระทบฝั่งและไออุ่นจากอ้อมกอดร้อนรุ่มของปกป้องในบ่ายวันนั้น ทุกอย่างช่างตัดกับความจริงในอพาร์ตเมนต์แคบ ๆ แห่งนี้เหลือเกิน
มือเรียวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กด้วยหัวใจที่เต้นระทึกและหน่วงลึก เธอไม่ได้ตั้งใจจะสืบค้น ทว่านิ้วมือกลับขยับกดพิมพ์ชื่อบัญชีผู้ใช้งานของรินรดา—ภรรยาของปกป้อง—โดยอัตโนมัติเนื่องจากเคยแอบเข้ามาดูอยู่บ่อยครั้งจนจดจำขึ้นใจ
เพียงแค่หน้าจอโหลดเสร็จ ภาพการอัปเดตล่าสุดที่เพิ่งโพสต์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนก็ปรากฏสู่สายตา
เป็ภาพถ่ายครอบครัวสี่คนในห้องนั่งเล่นที่แสนอบอุ่น ปกป้องกำลังอุ้มลูกสาวตัวน้อยที่หัวเราะร่า โดยมีลูกชายคนโตนั่งเคียงข้าง และรินรดาเบียดกายแนบชิดส่งยิ้มหวานให้กล้อง ทั้งสี่คนดูมีความสุขและเปี่ยมไปด้วยความรักไร้เื่ทุกข์ร้อนใด ๆ ปกป้องในภาพนั้นดูผ่อนคลายและมีความสุขอย่างแท้จริง ไม่ต่างจากยามที่อยู่กับเธอ ทว่าแววตาของเขาในภาพนี้เต็มไปด้วยความมั่นคงและเปิดเผย โลกของเขาช่างสว่างไสวและเต็มไปด้วยผู้คนที่พร้อมโอบรับและยอมรับเขา
ใต้ภาพเขียนข้อความบรรยายสั้น ๆ จากรินรดาว่า:
*‘ต้อนรับคุณพ่อกลับบ้านค่ะ ขอบคุณที่ทำงานเหนื่อยเพื่อครอบครัวเราเสมอนะคะ รักที่สุด ❤️’*
ข้อความธรรมดาแต่เปี่ยมด้วยสิทธิ์อันถูกต้องนั้นราวกับปลายเข็มแหลมคมที่กรีดแทงเข้าสู่ก้อนเนื้อในอกซ้ายของมินตราจนปวดแปลบ น้ำตาอุ่นร้อนที่พยายามกักเก็บมาตลอดทางขากลับพลันล้นเอ่อไหลอาบแก้มใสอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ หยดน้ำตาตกลงกระทบหน้าจอมือถือจนภาพใบหน้ายิ้มแย้มของครอบครัวแสนสุขเลือนรางพร่าเลือน มินตราแอบเข้าไปดูรูปถ่ายเก่า ๆ ในอัลบั้มของรินรดา เห็นภาพงานแต่งงานแสนหวาน ภาพทริปครอบครัวที่อบอุ่นในวันหยุด และการเติบโตของลูก ๆ ทั้งสองคน ทุกภาพมีปกป้องยืนอยู่เคียงข้างในฐานะสามีและพ่อที่ดีเสมอมา
มินตราพิงแผ่นหลังเข้ากับผนังห้องที่เย็นเฉียบ ปล่อยให้น้ำตาไหลพรากไร้เสียงสะอื้น ความเป็จริงอันเหน็บหนาวกรูเข้ามาตอกย้ำตัวตนของเธออย่างโหดร้าย
เธอมันก็เป็แค่คนในความลับ... เป็เพียง์ชั่วคราวยามเขา้าหลบหนีความตึงเครียดของชีวิตจริง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ต้องกลับไปสู่โลกความเป็จริงที่งดงามและถูกต้องของเขา โลกที่มีครอบครัวที่แสนดีและภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายรอคอยอยู่ โลกที่เธอไม่มีวันมีสิทธิ์เอื้อมถึงหรือมีตัวตนได้เลยแม้แต่น้อย หน้าที่ของเธอคือเก็บความทรงจำเ่าั้ไว้ในมุมมืด ห้ามรบกวน ห้ามเรียกร้อง และห้ามเปิดเผยให้ใครรู้
มินตรากดปิดหน้าจอมือถือ ปล่อยให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดและเสียงแอร์ที่พ่นความเย็นชืดออกมา กอดตัวเองแน่นท่ามกลางน้ำตาและความโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตใจในค่ำคืนแรกของการกลับคืนสู่โลกความเป็จริง...