วาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 35 จานหยกรูปใบบัว


          เครื่องประดับไข่มุกเพชรพลอยในตำหนักเปล่งประกายหรูหราเครื่องเรือนล้ำค่าวางอยู่เต็มไปหมด

            มู่หรงฉางหันไปยิ้มให้กับสตรีงามล้ำในกระจก “เสด็จแม่ คนที่ลูกชอบย่อมต้องเป็นบุรุษที่เก่งกาจที่สุดในแคว้นเยี่ยนแน่นอนเพคะจะการรบก็ดี การบริหารจัดการก็ดี ต้องได้ทั้งบุ๋นและบู๊ หน้าตาหล่อเหลา ภาพลักษณ์เหนือกว่าผู้ใดทุกด้าน”

            สองมือของเฉียวเฟยคลายออกพลางถอยหลังไปสองก้าวเป็นเขาอย่างที่คิดจริงๆ!

            มู่หรงฉางมองท่าทางแปลกๆ ของมารดาจากกระจกก็ถามออกไปด้วยความประหลาดใจ“ท่านแม่เป็นอะไรไปหรือเพคะ?”

            “คนที่เจ้าชอบคือ…” เฉียวเฟยจะอย่างไรก็ไม่กล้าเอ่ยปากออกมา

            “คนที่ลูกชอบก็คืออวี้หวาง มู่หรงอวี้คู่ครองของลูกมีเพียงเขาเท่านั้น ชั่วชีวิตนี้ลูกจะแต่งงานกับเขาเพียงผู้เดียวเพคะ” มู่หรงฉางเชิดริมฝีปากแดง คางเชิดขึ้นน้อยๆ ใบหน้าสวยราววาดออกมานั้นเต็มไปด้วยความอวดดี

            “ก่อนหน้านี้ใช่ว่าเจ้าจะไม่เคยเจออวี้หวางเสียหน่อยเพราะเหตุใด…”

            “แต่ก่อนใจของหม่อมฉันนึกถึงแต่การออกไปเปิดหูเปิดตานอกวังวันนี้ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาแล้ว ได้เห็นวัฒนธรรมความคิดอ่านของคนในใต้หล้านอกวังมาแล้วเสด็จแม่ ในอดีตลูกเคยเจออวี้หวางในวังเพียงไม่กี่ครั้ง กลับมาเมืองหลวงในครั้งนี้ลูกถึงได้พบว่าคนในใต้หล้านี้ไม่อาจสู้รูปลักษณ์และความน่าเกรงขามกับเขาได้ เทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อยแต่ก่อนเป็นลูกที่มีตาหามีแววไม่” มู่หรงฉางพูดด้วยสีหน้าสดใสน้ำเสียงใสราวไข่มุกตกลงบนถาดหยก

            เฉียวเฟยดึงบุตรสาวให้ลุกขึ้นมาจับมือทั้งสองข้างของนาง พูดออกมาด้วยท่าทางจริงจัง “จาวฮวา ฟังคำขอของแม่ อวี้หวางไม่เหมาะสม…”

            มู่หรงฉางได้ยินคำพูดนี้ก็หน้าคว่ำทันทีพูดออกมาอย่างไม่พอใจ “เสด็จแม่ อวี้หวางเก่งกาจฉกาจฉกรรจ์ทั้งบุ๋นบู๊ เป็นท่านอ๋องที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาอ๋อง โดดเด่นเป็นอันดับหนึ่งของราชวงศ์แคว้นเยี่ยนเหตุใดจึงไม่เหมาะสม? เขามีอะไรไม่ดี? ลูกแต่งงานกับเขาย่อมได้รับความสุขทั้งชีวิต”

            เฉียวเฟยหน้าตึงพูดเสียงเย็นชา “จาวฮวา แม่ไม่ได้บอกว่าอวี้หวางไม่ดี ไม่ได้จะขัดขวางเจ้า…แต่ว่าเสด็จพ่อของเจ้าอยู่ในช่วงพักฟื้น เจ้ากลับรีบไปขอให้เสด็จพ่อรีบพระราชทานสมรสให้เจ้าไม่ดูแลเสด็จพ่อนับว่าอกตัญญู!”

            “เช่นนั้นก็ให้เสด็จพ่อพระราชทานสมรสรอไว้ก่อนรอร่างกายของเสด็จพ่อหายดีแล้วค่อยจัดพิธี เช่นนี้ก็ดีทั้งสองฝ่ายไม่ใช่หรือเพคะ?”

            “เจ้าฟังคำแม่ ที่แม่ทำก็เพื่อเจ้า…”

            “เสด็จแม่ขี้บ่น ลูกไม่อยากฟัง! อย่างไรลูกก็จะแต่งงานกับอวี้หวาง!”

            มู่หรงฉางปิดหูกระทืบเท้า ไม่ฟังคำสั่งสอนของมารดา

            เฉียวเฟยทั้งฉุนทั้งโกรธแต่กลับหมดหนทางกับบุตรสาวคนนี้ได้แต่ลอบถอนหายใจ นางถูกฝ่าบาทตามใจจนเสียคนเสียแล้ว

            มู่หรงฉางเดินออกไปด้านนอกด้วยความโมโห “ลูกจะไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้ เชิญเสด็จแม่ตามสบายเพคะ”

            ครั้นเดินไปถึงตำหนักใหญ่ นางก็หยุดฝีเท้าลงทันทีก่อนจะพูดด้วยความตกใจ “เสด็จพี่ เหตุใดท่านจึงอยู่ที่นี่เพคะ?”

            มู่หรงฉือตอบอย่างร่าเริง “เปิ่นกงไปเยี่ยมเสด็จแม่ของเจ้าที่ตำหนักอวี้ซิ่ว นางข้าหลวงบอกว่าแม่ของเจ้ามาหาเจ้าที่นี่”

            เฉียวเฟยได้ยินเสียงก็รีบออกมา พูดด้วยความเมตตา “เตี้ยนเซี่ยมีธุระใดหรือ?”

            “ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรหรอก” มู่หรงฉือพูดออกมาตรงๆ “เมื่อครู่ได้ยินน้องสาวพูดว่ามีคนที่ชอบและอยากจะทำให้เสด็จพ่อดีพระทัยโดยไม่ได้ตั้งใจ นั่นนับว่าเป็นเรื่องดี เป็นน้องสาวที่คิดถึงจิตใจของเสด็จพ่อเปิ่นกงคิดว่าน้องสาวก็ถึงวัยที่สมควรพระราชทานสมรสแล้ว อีกอย่างอวี้หวางก็เป็นผู้ดูแลราชสำนักทั้งหมดมีอำนาจสูงส่ง เสด็จพ่อก็ให้ความสำคัญต่อเขา เชื่อใจเขา หากน้องสาวได้แต่งงานกับอวี้หวางเสด็จพ่อจะต้องวางใจฝากฝังนางกับอวี้หวาง แล้วจะต้องพอใจกับการสมรสในครั้งนี้เป็นแน่”

            “เสด็จพี่เองก็คิดเช่นนี้หรือเพคะ?” มู่หรงฉางพูดด้วยความดีใจ ยิ้มสดใสราวกับกอดอกจื่อเวย[1]ภายใต้แสงอาทิตย์เจิดจ้า

            “เจ้าวางใจเถิด เปิ่นกงจะไปกราบทูลเรื่องนี้กับเสด็จพ่ออีกไม่นานเสด็จพ่อก็จะพระราชทานสมรสให้เจ้า”

            “ดียิ่งนัก! ขอบพระทัยเสด็จพี่เพคะ”

            มู่หรงฉางดีใจจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้หัวเราะเบิกบาน

            ส่วนเฉียวเฟยขมวดคิ้วแน่น หน้าตาเป็นกังวล

            มู่หรงฉือเดาความคิดของนางได้พอสมควร ก่อนจะพูด “เฉียวเฟย ขอเวลาสักหน่อยได้หรือไม่?”

            มู่หรงฉางจมอยู่ในความดีใจจนแทบอยากจะบินไปบอกข่าวดีนี้กับมู่หรงอวี้ที่จวนอวี้หวางแต่ว่านางเองก็รู้จักรักษากิริยา รอก่อนดีกว่า นางยิ้ม “เสด็จแม่ พวกท่านไปนั่งที่ศาลาด้านหลังสวนเถิดเพคะ ลูกจะไปดูโรงครัวว่ามีขนมที่เพิ่งจะทำเสร็จหรือไม่”

            เห็นบุตรสาวเดินฝ่าสายลมไปไกล เฉียวเฟยก็รู้สึกกังวลใจยิ่งนัก

            ทั้งสองคนมายังศาลาห้าเหลี่ยมด้านหลังสวน ข้าหลวงนำน้ำชามาตั้งโค้งตัวให้ก่อนจะถอยไป

            “เตี้ยนเซี่ย จาวฮวาเป็นบุตรสาวของเปิ่นกง ขอเตี้ยนเซี่ยอย่ายื่นมือเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้เลยเพคะ”

            เฉียวเฟยผ่อนคลายสีหน้าลง ถึงแม้จะอ่อนโยนเมตตาแต่ความเย็นชาในแววตานั้นเสียดแทงเป็นพิเศษ

            มู่หรงฉือยกถ้วยชาขึ้นจิบเล็กน้อยเฉียวเฟยเข้าวังมาได้ยี่สิบกว่าปี เป็นเฟยผินที่อยู่ในวังมานานที่สุดในบรรดาเฟยผินสิบกว่าคนถึงแม้ว่านางจะอายุสี่สิบปีแล้ว แต่ว่าดวงหน้าได้รับการบำรุงดูแลอย่างดีความงดงามจึงยังคงอยู่ เครื่องหน้าจึงยังงดงามไม่ต่างกับตอนอายุยี่สิบแปดปี

            องค์หญิงจาวฮวาสืบทอดความงามของนางมา จากความงามขององค์หญิงจาวฮวาที่งามราวบุปผาก็รู้ได้ว่าตอนนั้นความงามของเฉียวเฟยไม่ธรรมดาเลย

            ฮองเฮาจากไปแล้ว เฉียวเฟยได้รับความรักมาสิบกว่าปีความงามของนางนั้นเพียงมองจากส่วนเล็กๆ ก็สามารถรู้ได้ทันที จนกระทั่งเซียวกุ้ยเฟยที่ยังอ่อนเยาว์เต็มและด้วยความงดงามเข้ามานางถึงได้สูญเสียความรักไป

            “เฉียวเฟย เปิ่นกงเข้าใจความกังวลของท่าน” มู่หรงฉือหัวเราะ “จาวฮวาปกติมีนิสัยเอาแต่ใจ ยิ่งเฉียวเฟยห้าม จาวฮวาก็ยิ่งดึงดันจะแต่งกับอวี้หวางมีครั้งใดบ้างที่จาวฮวาไม่เป็นเช่นนี้? นิสัยเอาแต่ใจเช่นนี้เฉียวเฟยที่เป็นมารดายังไม่เข้าใจอีกหรือ?”

            “เป็นเช่นนั้นจริงๆ” เฉียวเฟยพยักหน้า เป็นนางที่ตื่นตระหนกจนสูญเสียความเยือกเย็นไป

            “ความจริงแล้ว อวี้หวางนับว่าเป็นคู่ครองที่เหมาะสมจาวฮวาแต่งงานกับเขา สำหรับแคว้นแล้วก็ตัวนางนับว่าเป็นการแต่งงานที่ดี”

            “คำพูดนี้ของเตี้ยนเซี่ยหมายความว่าอย่างไรหรือ?”

            “เฉียวเฟยเป็นคนฉลาด ลองคิดดูดีๆ ก็จะเข้าใจ”

            เฉียวเฟยครุ่นคิดตามที่องค์รัชทายาทได้บอกใบ้มาอย่างละเอียดก็เข้าใจทันทีที่แท้องค์รัชทายาทก็ไม่ใช่คนไม่ได้ความ

            ทั้งหมดเป็นเพียงการเสแสร้ง

            องค์รัชทายาทตรงหน้ายิ้มอ่อนดูเหมือนไม่ได้พูดอะไร ทั้งที่ความจริงอะไรๆ กลับพูดออกมาหมดแล้ว

            เพียงชั่ววินาที ความเย็นเยียบพลันแผ่ขยายจากฝ่าเท้าขึ้นมาที่ลำตัวนางจะต้องพิจารณาองค์รัชทายาทใหม่เสียแล้ว

            หลังจากดื่มชาเข้าไปแล้วนางก็เอ่ยปากถาม “เตี้ยนเซี่ยมาหาเปิ่นกงมีเรื่องอะไรหรือ?”

            มู่หรงฉือหัวเราะออกมาด้วยท่าทางใสซื่อ “คือว่า ช่วงนี้ในวังเกิดเรื่องราวมากมายศาลต้าหลี่ตรวจสอบมาหลายวันกลับไม่พบอะไร เสิ่นเซ่าชิงจึงขอให้เปิ่นกงมาลองสอบถามเรื่องราวเก่าๆกับท่าน”

            เฉียวเฟยหัวเราะพลางตอบ “เชิญเตี้ยนเซี่ยถามมาเถิด”

            “ก่อนหน้านี้เสิ่นเซ่าชิงไปที่เรือนชุนอู๋ ได้พบคนมาเล็กน้อยเขาสังเกตเห็นอันกุ้ยเหรินกับบ่าวรับใช้ข้างตัว รู้สึกว่าพวกนางไม่เหมือนกับพวกคนในเรือนนั้นเท่าไรจึงอยากจะสอบถามสักหน่อย”

            “อันกุ้ยเหรินเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้หรือ?”

            “ความจริงแล้วไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเพียงแต่ไม่มีเบาะแสอะไรเลยจริงๆ จึงลองสอบถามดูก็เท่านั้น”

            เฉียวเฟยพยักหน้า มองไปทางดอกเฉียงเวย ดอกเสาเย่า[2]ที่บานอยู่ในสวน สายตามองไกลออกไปทอแสงอ่อนโยนราวกับได้กลับไปในช่วงวัยแรกแย้มที่เหมือนกับฝัน

            นางพูดออกมา “อันกุ้ยเหรินเข้าวังมาก่อนข้าสองปี รูปลักษณ์งดงามวังหลังมีสตรีงามอยู่มากมาย นางหน้าตาไม่ได้งดงามกว่าใครนัก ที่ได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทก็เพราะเอวบางเหมือนต้นหลิวรวมถึงร่ายรำได้งดงามสองปีนั้นที่อันกุ้ยเหรินได้รับความโปรดปราน ฝ่าบาทมักจะเรียกนางมาร่ายรำร่ำสุราด้วยในตอนนั้นทั้งในและนอกวังต่างนิยมการร่ายรำ โดยเฉพาะการเต้นระบำอ่อนนับว่าเป็นที่นิยมกันปีนั้นในเทศกาลไหว้พระจันทร์ ฮองเฮาหรือก็คือมารดาของเจ้าได้สั่งให้อันกุ้ยเหรินมาร่ายรำที่วังเพื่อให้ได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาท อันกุ้ยเหรินจึงสร้างการร่ายรำแบบใหม่ขึ้นมานั่นก็คือการร่ายรำบนถาดหยกรูปใบบัว”

            มู่หรงฉือตกใจ “คนเราหากจะต้องเต้นระบำบนถาดหยก ร่างกายคงต้องเบาราวกับกำลังบินอยู่”

            เฉียวเฟยพยักหน้า “ฝีมือของอันกุ้ยเหรินไม่มีผู้ใดเทียบได้ ดังนั้นทุกครั้งนางจะทานอาหารน้อยมากเพื่อรักษาน้ำหนักให้เบากับคงเอวอันเพรียวบางเอาไว้งานเลี้ยงในวันไหว้พระจันทร์ นางร่ายรำบนถาดใบบัวจนมีชื่อเสียงในเมืองหลวงกลายเป็นนางรำอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ฝ่าบาทก็พอพระทัยมาก ประทานรางวัลลงไปมากมายทว่า เมื่อมีสุขก็ต้องมีทุกข์ ในวินาทีที่นางมีชื่อเสียงที่สุดรุ่งเรืองที่สุดในงานเลี้ยงไหว้พระจันทร์ แต่กลับเป็นวินาทีที่นางทุกข์ระทม”

            “ทำไมหรือ?”

            “กลางดึกวันไหว้พระจันทร์คืนนั้นลูกในท้องของอันกุ้ยเหรินก็ตายจากไป”

            “ในเมื่อนางตั้งครรภ์อยู่ เหตุใดถึงยังไปร่ายรำเล่า?”

            “แม้แต่นางเองก็ไม่รู้ว่าตนตั้งครรภ์หน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์นางทานอาหารน้อย ร่างกายก็อ่อนแอ ก่อนงานเลี้ยงก็ฝึกซ้อมติดกันหลายวัน จะปกป้องบุตรในครรภ์ได้อย่างไร?” เฉียวเฟยถอนหายใจยาว ไร้ซึ่งความสงสารต่ออีกฝ่าย

            “หลังจากนั้นนางก็สูญเสียความโปรดปรานจากเสด็จพ่อไปหรือ?”

            มู่หรงฉือถามอีก จู่ๆ ก็คิดถึงว่าเสด็จแม่เป็นผู้สั่งให้นางไปร่ายรำที่งานเลี้ยงไหว้พระจันทร์เช่นนั้นหลังจากนางแท้งลูกจะโกรธแค้นเสด็จแม่หรือไม่?

            หากเป็นเช่นนี้ ที่อันกุ้ยเหรินลงมือกันมู่หรงฉือตอนเป็นเด็กก็มีสาเหตุแล้วนั่นก็เพื่อแก้แค้นให้กับลูกที่ยังไม่ได้ก่อตัวเป็นรูปร่างผู้นั้น

            เฉียวเฟยมองไปทางกอดอกเฉียงเวยนัยน์ตาฉายแววเศร้าใจ “อันกุ้ยเหรินเศร้าโศกไม่มีใจปรนนิบัติฝ่าบาท ฝ่าบาทเองจึงไม่ได้เรียกหานางแล้ว”

            มู่หรงฉือเข้าใจแล้ว จนกระทั่งตนเกิดมาและเสด็จแม่สิ้นพระชนม์ไปบางทีอันกุ้ยเหรินอาจจะหอบความคิดที่จะแก้แค้นให้กับลูกของตัวเองถึงได้มาดูแลนาง คอยหาโอกาสลงมือ

            เฉียวเฟยพูดต่อ “อันกุ้ยเหรินเองก็เป็นคนน่าสงสาร หลิวเหมยข้าหลวงใกล้ตัวของนางเป็นนางรำที่บิดามารดาของนางซื้อกลับมาจากหอนางโลมนางอายุมากอยู่สักหน่อย มาสอนอันกุ้ยเหรินร่ายรำอยู่หลายปี อันกุ้ยเหรินก็มีความเฉลียวฉลาดจึงได้เรียนการร่ายรำได้อย่างดี”

            “ที่แท้ก็เป็นหลิวเหมยที่เป็นคนสอนอันกุ้ยเหรินร่ายรำ”

            “หลิวเหมยเป็นนางรำที่โดดเด่นที่สุดในหอนางโลม ครั้นหน้าตาถูกทำลายไปก็นับว่าหมดอนาคตชีวิตย่อมยากจนขัดสน ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ต้องกลายมาเป็นสาวใช้ในสกุลอัน”

            “อ้อ? เช่นนั้นหน้าตาของหลิวเหมยถูกทำลายตรงที่ใดหรือ?” มู่หรงฉือตกใจแล้วก็จำได้ว่าใบหน้าของหลิวเหมยคนดูแลของอันกุ้ยเหรินไม่ได้ถูกทำลายเลย

            “สิบกว่าปีก่อน ขอเปิ่นกงคิดสักหน่อย...” เฉียวเฟยกุมหน้าครุ่นคิด “ใช่แล้ว ใบหน้าด้านซ้ายของหลิวเหมยมีรอยบากสองรอย หลายปีมานี้รอยแผลนั้นย่อมจางลงกลายเป็นรอยแผลเป็นสีชมพูแต่ว่ารอยแผลบนใบหน้าอย่างไรก็ย่อมเห็นได้ชัด”

            “เฉียวเฟย ท่านไม่ได้จำผิดใช่หรือไม่?” มู่หรงฉือถามอย่างจริงจังก้อนปริศนามากมายนั้นเหมือนค่อยๆ คลี่คลายออกมาทีละน้อย

            “เปิ่นกงไม่มีทางจำผิด เพราะบาดแผลสองแผลนั้นหลิวเหมยถึงได้ถูกคนอื่นหัวเราะเยาะเย้ยหยัน ปกติแล้วนางจะใส่ผ้าคลุมหน้า” เฉียวเฟยพบว่าสายตาขององค์รัชทายาทตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อยถึงเอ่ยถาม“เตี้ยนเซี่ย มีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่?”

            “ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร”

            ครั้นบอกลาเฉียวเฟยแล้วมู่หรงฉือก็รีบกลับไปที่ตำหนักบูรพาทันที

            หากที่เฉียวเฟยพูดมาไม่ผิด เช่นนั้นเหตุใดหลิวเหมยที่เห็นในเรือนชุนอู๋ถึงไม่มีรอยแผล? หรือว่าหลิวเหมยคนนั้นจะเป็นตัวปลอม?

            นางอยากจะไปยืนยันที่เรือนชุนอู๋ แต่ก็ยังควบคุมตนเองได้

            การค้นพบอันยิ่งใหญ่นี้จะแหวกหญ้าให้งูตื่นไม่ได้

            นางส่งคนไปที่ศาลต้าหลี่ให้เรียกเสิ่นจือเหยียนมายังตำหนักบูรพาหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เสิ่นจือเหยียนก็รีบรุดมาอย่างรวดเร็ว

            เขารู้ว่าองค์รัชทายาทไม่มีทางเรียกให้เขามาที่ตำหนักบูรพาอย่างไร้เหตุผลจะต้องมีเรื่องด่วนแน่นอน เขาจึงถามออกมาด้วยความตื่นเต้น “เตี้ยนเซี่ยพบเบาะแสใหม่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

            มู่หรงฉือไม่ได้อธิบาย ลากเขาออกจากตำหนักบูรพาแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังเรือนชุนอู๋

            เชิงอรรถ

    [1] ดอกจื่อเวย ยี่เข่ง หรือคำฮ่อ เป็นไม้ประดับในวงศ์ตะแบก ลักษณะเป็นไม้พุ่มผลัดใบ

     

    [2] ดอกเสาเย่า(芍药)" เรียกว่าเป็นน้องๆ ของดอกโบตั๋นก็ว่าได้

     

     

    คล้ายกับเรื่องวาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908