กลางดึกในเรือนพัก
หลังจากหายไปหลายวัน รองแม่ทัพลู่กลับมาถึงเรือนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน เสียงฝีเท้าหนักแน่นของเขาดังก้องในโถงทางเดิน ขณะที่เขาเดินตรงไปยังห้องของนาง เสียงประตูเปิดออกช้าๆ หลีิเฟยที่นอนอยู่บนเตียงสะดุ้งขึ้นทันที เธอมองเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของรองแม่ทัพลู่ปรากฏขึ้นในแสงสลัวจากโคมไฟ ใบหน้าของเขายังคงเรียบนิ่ง แต่แววตานั้นเ็า
“ท่านรองแม่ทัพ...” หลีิเฟยกล่าวเสียงแ่ด้วยความหวาดหวั่น เธอลุกขึ้นยืนด้วยความไม่แน่ใจ
รองแม่ทัพลู่ไม่ได้ตอบในทันที เขาเดินเข้าไปใกล้ มองหลีิเฟยด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
“ข้ารู้ว่าข้าทำผิดกับเ้าในคืนนั้น” เขาเริ่มต้นโดยไม่มีความลังเล “แต่มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว”
คำพูดของเขาทำให้หลีิเฟยตัวแข็งทื่อ เธอกำมือแน่นขณะฟัง น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความอ่อนโยน แต่แฝงด้วยน้ำหนักของการตัดสินใจที่แน่วแน่
“ข้ามีสองทางเลือกให้เ้า” รองแม่ทัพลู่กล่าวต่อ “หนึ่งคือรับเงินจำนวนนึงแล้วออกไปจากที่นี่ แต่ข้าจะไม่รับรองความปลอดภัยของเ้าอีก ไม่ว่าเ้าจะเจอเหตุการณ์ร้ายแรงแค่ไหน เ้าจะไม่มีสิทธิ์กลับมาพึ่งข้าได้”หลีิเฟยเบิกตากว้าง นางไม่ทันได้ตอบอะไร รองแม่ทัพลู่พูดต่อไปโดยไม่เว้นช่องว่างให้แทรก
“สอง อยู่ที่นี่ ข้าจะจัดที่ให้เ้าอยู่และรับรองความปลอดภัยของเ้า แต่เ้าจะไม่มีฐานะอะไร นอกจากเป็ภรรยาลับของข้า” น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ แต่ชัดเจน “ถ้าเ้าทำตัวดี แก้วแหวนเงินทอง ข้าจะมอบให้เ้าทุกอย่าง แต่ถ้าเ้าล้ำเส้น...” เขาหยุดคำพูดไว้ก่อนจะมองนางด้วยสายตาเ็า “อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
คำพูดของเขาทำให้หลีิเฟยตัวสั่น เธอไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความกลัวและสับสน ความคิดมากมายตีวนอยู่ในหัว ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีที่ไปแล้ว ั้แ่เด็กจนโตนอกจากหอนางโลมก็ไม่เคยออกไปไหนเลย ทางเลือกเดียวที่ดูเหมือนจะช่วยชีวิตเธอได้คือข้อสอง
“ข้าน้อย...” เธอพยายามพูดออกมาแต่เสียงของเธอสั่นจนแทบไม่ได้ยิน เธอกำชายเสื้อไว้แน่น ขณะที่น้ำตาเริ่มเอ่อคลอในดวงตา
“ข้าน้อย...ขอเลือกข้อสอง” เธอกล่าวในที่สุดด้วยเสียงเบาๆ
รองแม่ทัพลู่มองเธออย่างเยือกเย็น เขาไม่แสดงความรู้สึกใดๆ มีเพียงการพยักหน้าเล็กน้อยเป็การตอบรับ “ดี หลังจากนี้เ้าก็ย้ายไปอยู่ห้องข้า” เขากล่าวไว้แค่นี้
จากนั้นเขาหันหลังกลับและเดินออกไป ทิ้งหลีิเฟยไว้ในห้องที่เต็มไปด้วยความเงียบและความหนาวเย็น
หลีิเฟยนั่งลงช้าๆ ร่างกายของนางสั่นเล็กน้อย สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้นางรู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงที่ไม่มีทางหนี รู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับรองแม่ทัพลู่ไม่ได้มีความรัก แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธเขาได้ จริงๆเข้าเป็แสงสว่างของนางหลังจากที่ไม่มีพ่อแม่แล้ว เขาช่วยนางมาจากความกลัวในตอนนั้น แม้ตอนนี้เขาจะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม
ความเงียบในห้องยังคงปกคลุมขณะที่หลีิเฟยหลับตาลงอย่างจนปัญญา ไม่รู้ว่าทางที่เลือกจะชี้ทางสว่างให้นางหรือไม แต่ก็อยากจะลองมันสักครั้ง
เช้าวันใหม่มาถึงพร้อมกับแสงอาทิตย์แรกที่ลอดผ่านหน้าต่างไม้ในเรือนพัก หลีิเฟยตื่นขึ้นมา ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำตามที่รองแม่ทัพสั่ง นางเก็บข้าวของน้อยชิ้นของตัวเอง ก่อนจะเดินไปยังห้องของเขาตามคำบอกกล่าวจากเมื่อคืน
เมื่อประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออก หลีิเฟยก้าวเข้าสู่ห้องนอนของรองแม่ทัพ สายตาของเธอกวาดมองรอบๆ ห้องที่เรียบง่าย พื้นไม้ขัดเงาสะอาดสะอ้านจนสะท้อนแสงอ่อนๆ โต๊ะไม้เตี้ยตั้งอยู่มุมห้อง มีเพียงพู่กัน ขวดหมึก และกระดาษวางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ ด้านข้างมีชั้นวางหนังสือเตี้ยๆ ที่จัดเรียงตำราศึกาและบันทึกต่างๆ
กลางห้องมีเตียงไม้ขนาดใหญ่ปูด้วยฟูกสีเข้มและผ้าห่มสีเรียบ ไม่มีเครื่องประดับหรูหรา มีเพียงหมอนใบเดียวที่วางอยู่อย่างเรียบร้อย
หลีิเฟยสังเกตเห็นของใช้อื่นๆ ในห้อง มีเพียงตะเกียงน้ำมันสองสามดวงสำหรับให้แสงสว่างในยามค่ำคืน และชุดเกราะของรองแม่ทัพที่ถูกแขวนไว้อย่างเรียบร้อยตรงมุมห้อง นอกนั้นแทบไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงความเป็อยู่ที่สะดวกสบาย
บรรยากาศในห้องช่างเงียบสงบ หลีิเฟยสูดหายใจลึก นางวางข้าวของของตัวเองลงในมุมเล็กๆ ที่เขาจัดไว้ให้ นางนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้โต๊ะ
เสียงประตูห้องดังเบาๆ พร้อมกับรองแม่ทัพลู่ที่ก้าวเข้ามาในห้องหลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาแต่งตัวเรียบร้อยในชุดลำลองที่ยังคงแฝงกลิ่นอายความสง่างาม เงาร่างสูงใหญ่ของเขาเข้ามาใกล้ ก่อนจะหยุดยืนมองหลีิเฟยที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะ
“เ้ามาแล้วหรือ?” เขาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ไร้ความเ็าในน้ำเสียง ทำให้นางรู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย
หลีิเฟยเงยหน้าขึ้น ก่อนจะพยักหน้า “เ้าค่ะ”
“กินอะไรหรือยัง?” เขาถามต่อ ดวงตาคมมองสำรวจร่างของนางที่ยังคงดูอ่อนแอ
หลีิเฟยส่ายศีรษะ “ยังเ้าค่ะ”
รองแม่ทัพลู่พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะกล่าวเรียบๆ แต่ฟังดูอบอุ่นขึ้นกว่าที่เคย “เช่นนั้นไปกินข้าวกันเถอะ”ความรู้สึกของนางดูแปลกเป็อย่างมากเขาเหมือนเปลี่ยนเป็คนละคน
ทั้งสองเดินออกไปยังห้องอาหาร โต๊ะอาหารถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบง่ายแต่ครบครัน มีอาหารร้อนๆ วางเรียงราย ทั้งปลานึ่งซีอิ๊วที่ส่งกลิ่นหอม ข้าวสวยร้อนๆ ผักผัดน้ำมันใส่กระเทียมหอมกรุ่น และซุปไก่ที่ดูใสรสละมุน
เมื่อถึงโต๊ะ หลีิเฟยไม่กล้านั่งกินพร้อมกับรองแม่ทัพ นางยืนนิ่งเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจคีบอาหารใส่จานของเขาอย่างเงอะงะ
รองแม่ทัพลู่มองนางอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูผ่อนคลาย “นั่งลงเถอะ เ้าไม่ใช่สาวใช้ ไม่ต้องคีบอาหารให้ข้า”
หลีิเฟยชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความใที่เขาไม่ได้ตำหนิ และประโยคต่อมาของเขายิ่งทำให้นางแปลกใจ
“กินเยอะๆ ตัวเ้าผอมเกินไปแล้ว”
นางพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่แทบจะไม่เคยปรากฏมาก่อน ความรู้สึกแบบนี้ข้าไม่เคยได้รับเลย“เ้าค่ะ”
ในระหว่างมื้ออาหาร บรรยากาศไม่อึดอัดอย่างที่หลีิเฟยคาดไว้ แม้รองแม่ทัพลู่จะไม่ได้พูดอะไรมาก แต่สีหน้าของเขาก็ไม่เ็าอย่างเคย หลีิเฟยรู้สึกเหมือนเขากำลังเปลี่ยนไป แม้จะเล็กน้อย แต่ก็เป็ความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้นางใจชื้น
หลังจากทานอาหารเสร็จ รองแม่ทัพลู่ลุกขึ้นเตรียมตัวออกไปทำงาน ขณะเดินไปถึงหน้าประตู เขาชะงัก หันกลับมามองหลีิเฟย
“ตอนเย็นข้าจะกลับมากินข้าวด้วย” เขากล่าวเสียงเรียบ
“เ้าค่ะ ข้าน้อยจะเตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อม”ตอบด้วยความดีใจ
รองแม่ทัพลู่ไม่พูดอะไรต่อ เพียงแค่พยักหน้าและเดินออกไป
เมื่อเขาออกไปแล้ว หลีิเฟยนั่งลงที่โต๊ะด้วยหัวใจที่เต้นแรง นางรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ นี้ที่ทำให้เธอมีความหวัง แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีกว่าความเ็าที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้ นางยิ้มออกมาเล็กน้อย ราวกับว่าแสงสว่างบางอย่างเริ่มเข้ามาในชีวิตของนางที่เคยมีแต่ความมืดมิด...