ตอนที่ 12 ปะทะพญาหมูป่า
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป……
“พ่อผู้ใหญ่พวกเรากลับมาแล้ว”
หลังจากที่ผ่านไปครึ่งชั่วโมงกลุ่มของไอ้แดงที่รับหน้าที่ออกไปหาเถาวัลย์ก็กลับมาพร้อมกับม้วนเถาวัลย์อันใหญ่คนละม้วนซึ่งในตอนที่กลับมาถึงไอ้แดงก็เป็คนแรกที่ส่งเสียงะโบอกให้ทุกคนได้รับรู้ว่าตนและพวกกลับมาแล้ว……
“พวกมึงหายไปที่ใดกันมาว่ะทำไมมันถึงได้นานโขขนาดนี้กูก็คิดเสียว่าพวกมึงจักกลับไปตัดเถาวัลย์ที่บ้านท่าเสด็จเสียอีกไม่ก็ถูกพญาหมูป่าลากไปกินซะอีก” หลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านเห็นกลุ่มทั้งสามคนกลับมาแล้วเขาก็ได้พูดหยอกล้อทั้งสามที่หายกันไปนาน…….
“พ่อผู้ใหญ่ก็พูดไปที่พวกเรากลับมาช้าก็เพราะว่าเถาวัลย์บริเวณนี้มันไม่มีเลยพวกข้าจึงต้องเดินลึกเข้าไปยังป่าด้านนู้นกว่าจะไปและกลับมันจึงใช้เวลานานเยี่ยงนี้” ไอ้ทิตรีบกล่าวอธิบายเหตุผลที่พวกตนกลับมาช้าเป็เพราะเหตุใด…….
“กูก็คิดว่ากำลังจักออกตามหาพวกมึงอยู่พอดีหากพวกมึงพากันมาช้ากว่านี้”
“ไม่ใช้แค่ไกลอย่างเดียวนะพ่อผู้ใหญ่ที่ตรงนั้นข้ายังััได้ถึงความน่ากลัวและบรรยากาศที่เย็นะเืคล้ายกับจะมีอะไรบางอย่างจ้องมองพวกข้าอยู่ตลอดด้วยพ่อผู้ใหญ่!ถ้าพ่อผู้ใหญ่ไม่เชื่อก็ลองถามไอ้บุญมันดูได้ข้าเชื่อว่ามันเองก็รู้สึกได้เช่นกัน”
“ใช่พ่อผู้ใหญ่ข้าเองก็ััได้ถึงกับบางสิ่งที่จ้องมองข้าอยู่ด้วยเช่นกัน และข้าคิดว่ามันคือ……”
แกรบ! แกรบ! แกรบ!
หือ?
ในขณะที่ไอ้บุญกำลังพูดเกือบจะจบประโยคอยู่นั้นเสียงของพุ่มไม้ที่ขยับไปมาราวกับมีตัวอะไรอยู่ในนั้นก็ดังขึ้นซึ่งมันทำให้ทุกคนต้องหันไปมองเป็ตาเดียวกันพร้อมกับจับอาวุธในมือของตนเอาไว้อย่างแน่นเพื่อเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้……
ตึง ตึง ตึง ตึง!
“นั่นตัวอะไรวะ! ทำไมมันถึงได้วิ่งด้วยฝีเท้าที่หนักหน่วงเช่นนั้นมันเทียบได้กับการเดินของคชสารพงไพรเลยทีเดียวแต่ดูจากขนาดของพุ่มไม้แล้วตัวมันไม่น่าจะสูงเกินสองเมตร”ไอ้ยอดผู้มีแววตาเฉียบคมได้พูดขึ้นหลังจากที่ทำการวิเคราะห์สภาพโดยรวมและความน่าจะเป็เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านหลังพุ่มไม้นั้น…….
“มันจะมีตัวอันใดได้ที่จะเดินได้หนักหน่วงเช่นนั้นโดยที่ไม่ได้มีร่างกายใหญ่โตราวกับคชสารพงไพร หรือว่ามันจักเป็พวกั์”ไอ้กล่ำก็ได้พูดออกมาด้วยความสงสัยและคิดไปต่างๆ นานาว่ามันจะเป็ตัวอะไรกันแน่ที่มีลักษณะตัวเช่นนี้ เพราะนอกจากคชสารพรไพรแล้วก็ยังมีพวกั์และสัตว์อีกมากมายที่สามารถทำให้พื้นดินสั่นะเืได้ในขณะที่เดิน……
“มิน่าจักเป็พวกั์ไปได้เพราะหากเป็ั์จริงพวกมันคงจักวิ่งเข้าใส่พวกเราแล้วคงมิเล่นมอญซ้อนผ้ากับพวกเราแบบนี้” แต่ไอ้ไก่คิดว่าไม่น่าจะเป็ั์ เพราะหากเป็พวกั์คงได้เกินการปะทะกันไปแล้ว……
“หรือว่าจักเป็พญาหมูป่า”
เพี้ยะ!
“ไอ้แดง! กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มึงพูดเช่นนี้อีกมึงนี้มันปากหมาจริงๆ!” หลังจากที่ไอ้แดงพูดถึงเื่ของพญาหมูป่าไอ้บุญก็ได้ง้างฝ่ามือฟาดเข้าใส่หลังหัวของไอ้แดงไปทีหนึ่งด้วยความไม่พอใจที่ไอ้แดงได้พูดจาปากไม่เป็มงคล…..
“ก็มันจริงนี่หว่าถ้าไม่ใช่ั์และคชสารพงไพรแล้วมันจักเป็ตัวอะไรได้นอกจากพญา……”
แกรบ แกรบ แกรบ
อู้ดดดดดดดดดด!
ฟึ๊ด! ฟึ๊ด! ฟึ๊ด!
ตึง ตึง ตึง!
เชี้ย!
ซึ่งก่อนที่ก่อนที่ไอ้แดงจะพูดจบ เสียงพุ่มไม้ขยับจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งก็ได้ดังขึ้นก่อนที่เสียงร้องอันคุ้นเคยจะดังขึ้นมาพร้อมกับร่างขนานใหญ่ที่เดินอยู่ในพุ่มไม้และเผยให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของมันซึ่งเ้าของร่างที่โผล่ออกมาจากพุ่มไม้นี้ก็คือพญาหมูป่านั่นเอง…….
ซึ่งดูจากลักษณะขนาดตัวที่ใหญ่กว่าหมูป่าทั่วๆ ไปและแถมยังมีขนสีเปลวไฟั้แ่หน้าผากจนถึงหางรวมถึงคลื่นพลังอันน่ากลัวที่มันปล่อยออกมาด้วยแล้วทุกคนจึงมั่นใจว่าหมูป่าตัวใหญ่นี้คือพญาหมูป่าอย่างแน่นอน……..
“นะ นะ นั่นมันโคตรพ่อโคตรแม่หมูั์เลยโว้ย! เห้ย! มันวิ่งตรงมาทางพวกเราแล้ว!” เสียงชายหนุ่มร่างอ้วนชื่อไอ้โอ่งะโขึ้นด้วยความใที่เห็นหมูป่าตัวใหญ่ที่สุดที่เขาเคยเห็นมาพุ่งตัวออกมาจากพุ่มไม้และวิ่งตรงมาทางที่ตนยืนอยู่อย่างรวดเร็วและดุร้าย……
“ทุกคนรีบหลบเร็ว!
พรึบ! พรึบ! พรึบ!
ซึ่งในขณะเดียวกันพันผาที่เรียกคืนสติกลับมาได้ก่อนใครได้ะโบอกให้ทุกคนหลบพญาหมูป่าที่กำลังวิ่งเข้าใส่ไอ้อ้วนโอ่งซึ่งทำให้ทุกคนได้สติกลับมาแล้วรีบหลบในทันที……
ฟู่วววววววว!
“พญาหมูป่า! ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าวันนี้ข้าจักได้เจอกับมันอีกหลังจากที่มันไม่เคยปรากฏตัวให้แก่ผู้ใดได้เห็นมานานหลายปีแล้ว พวกมึง!ระวังตัวกันด้วยนะ!” ผู้ใหญ่บ้านพูดขึ้นด้วยเสียงที่ไม่มั่นคงเท่าไรนักเพราะการเผชิญหน้ากับพญาหมู่ป่านั้นไม่ใช่เื่ง่ายผู้ใหญ่บ้านจึงได้เตือนให้ทุกคนระวังตัวกันให้มากขึ้นกว่าเดิม…….
“จะทำเยี่ยงไรดีขอรับพ่อผู้ใหญ่ จะสู้หรือจะหนีดีขอรับ!?”ไอ้ทิตได้ถามผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับแผนการต่อไปว่าจะหนีหรือจะสู้……
“พวกเราควรหนี! รีบตั้งตัวแล้วถอยห่างออกจากตรงนี้ให้พ้นจากสายตาของพญาหมูป่า”
ขอรับพ่อผู้ใหญ่!
พรึบ พรึบ พรึบ!
หลังจากที่ทุกคนหลบออกไปจากพื้นที่ตรงนั้นแล้วพญาหมูป่าที่ชะลอการวิ่งช้าลงหลังจากที่พุ่งแล้วพลาดเป้าได้หันกลับมามองยังกลุ่มล่าสัตว์บ้านท่าเสด็จอีกครั้งแต่ทว่ามันกลับมองไม่เห็นใครที่อยู่ตรงนั้นอีกเนื่องจากทุกคนพากันหลบไปหลังต้นไม้และพุ่มหญ้าขนาดใหญ่แถวนั้น…...
ฟึ๊ด ฟึ๊ด ฟึ๊ด!!
ซึ่งพญาหมูป่ามันพยายามที่จะยกหัวและจมูกของมันขึ้นเพื่อที่จะดมกลิ่นหามนุษย์กลุ่มเมื่อครู่นี้ให้เจอให้ได้เพราะด้วยความโกรธแค้นที่ลูกหลานของมันถูกฆ่าอย่างโหดเหี่ยม……
อี๊ดดดดดดดดดดดด!!
ทว่าไม่ว่ามันจะดมหากลิ่นหรือมองไปตรงไหน มันก็ไม่อาจมองเห็นมนุษย์ที่ฆ่าลูกหลานของมันเจอได้มันจึงรู้สึกโมโหและโกรธเกรี้ยวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมก่อนจะส่งเสียงร้องที่แสบแก้วหูออกมาจนดังสนั่นไปทั่วป่าบริเวณนั้นแต่ก็ยังไม่มีใครออกมา……
พรึบ! พรึบ! พรึบ!
ซึ่งในขณะนั้น ผู้ใหญ่บ้านได้ส่งสัญญาณมือสั่งให้ทุกคนค่อยๆถอยออกจากบริเวณนี้อย่างเงียบๆ ตามที่ได้ฝึกมา เพราะถ้าหากพญาหมูป่าเห็นเข้ามันก็จะยากที่จะหลบพญาหมูป่าได้เป็ครั้งที่สองและมันจะเหลือเพียงทางเลือกเดียวคือการต้องสู้เท่านั้น……
แกรบ!
หือ? !
โฮ้!!
อู้ด อู้ด อู้ด อู้ด!
ตึง ตึง ตึง ตึง!
ในจังหวะที่ทุกๆ คนกำลังก้าวถอยหลังกลับอย่างช้าๆ อยู่นั้นก็ได้มีคนหนึ่งในกลุ่มเหยียบกิ่งไม้แห้งจนหักซึ่งมันก็ทำให้ส่งเสียงดังออกไปจนทำให้พญาหมูป่าได้ยินเสียงและเห็นคนที่เหยียบกิ่งไม้แห้งเมื่อครู่พญาหมูป่าจึงได้ส่งเสียงคำรามดังออกมาก่อนจะวิ่งพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มคนนั้นอย่างเกรี้ยวกราด……
ไอ้แดง!
“เร็วเข้า! รีบวิ่งหนีออกมาจากตรงนั้นเร็วไอ้แดง!!”ผู้ใหญ่บ้านรีบะโสั่งให้ไอ้แดงวิ่งหนีเอาตัวรอดจากตำแหน่งที่มันอยู่ทันทีเพราะพญาหมูป่าได้เล็งเป้าไปที่มันแล้ว ก่อนจะหันไปมองคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆแล้วพูดขึ้นมาว่า “เร็วเข้าทุกคน รีบยิงธนูใส่พญาหมูป่ายื้อเวลาให้ไอ้แดงหนีมาจากตรงนั้นให้ได้ แล้วมารวมกันเพื่อสู้กับมัน”ซึ่งผู้ใหญ่บ้านรู้ว่าพวกตนไม่มีทางหนีได้แล้วจึงคิดที่จะสู้เพื่อหักหาญกับพญาหมูป่า แต่ก่อนอื่นต้องช่วยไอ้แดงออกมาให้ได้ก่อน…….
ตึง ตึง ตึง ตึง!
ฟิ้ววววววว!! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!
โฮ!!!!!!!
“ฉิบหาย! มันหลบลูกธนูได้!ไอ้แดงระวังหลังมึงด้วย!”
ทว่าพญาหมูป่ากลับหลบลูกธนูได้อย่างกับตัวมันมีขนาดเล็กมากเพราะมันสามารถโยกตัวหลบซ้ายขวาอย่างง่ายดายโดยไม่สนใจสิ่งกีดขวางที่อยู่ด้านหน้าของมันซึ่งเส้นทางที่มันใช้หลบทางด้านซ้ายที่มีตอไม้ตั้งอยู่ถึงกับแตกกระจายเมื่อถูกมันพุ่งชนและใช้เวลาไม่นานก่อนที่จะตามมาถึงตัวของไอ้แดงที่ห่างออกไปไม่ถึงสองเมตรดังนั้นจึงได้มีเสียงะโเตือนให้ไอ้แดงรู้ว่าพญาหมูป่าจะพุ่งชนใส่มันแล้ว……..
“ไม่ทันแล้วกู! ไอ้หมูป่าบ้าเอ้ย!”
ตึ้ม!
อ่า!!
ตุบ!
หลังจากที่พญาหมูป่าวิ่งมาถึงที่ด้านหลังของไอ้แดงมันก็ทำการขวิดเข้าที่ด้านหลังของไอ้แดงอย่างจังจนตัวของไอ้แดงลอยขึ้นสูงไปในอากาศและตกลงมานอนแน่นิ่งไป ซึ่งที่จริงแล้วในจังหวะที่นอของพญาหมูป่าจะถึงหลังของไอ้แดงไอ้แดงก็ได้ทำการะโขึ้นแล้วบิดตัวเล็กน้อย จึงทำให้นอนั้นผ่านร่างของไอ้แดงไป……
แต่ก็ยังไม่พ้นระยะโจมตีของพญาหมูป่าอยู่ดีทำให้หลังของไอ้แดงชนเข้ากับหน้าผากของพญาหมูป่าจนทำให้ตัวของไอ้แดงลอยขึ้นสูงเช่นนั้นและที่ทำให้ไอ้แดงตกลงมาแล้วนอนนิ่งไปก็เพราะว่ามันกำลังจุกจนขยับตัวไม่ได้และเมื่อพญาหมูป่าเห็นแบบนั้นมันจึงคิดว่าไอ้แดงนั้นตายแล้วมันจึงเลือกหันไปมองไปที่พันผาผู้ที่อยู่ไม่ไกลจากไอ้แดงแทน……
โฮ้!!
อู้ด อู้ด อู้ด อู้ด!
ตึง ตึง ตึง ตึง!
“ไอ้ผา รีบหลบเร็วเข้า! มันหันไปมองที่มึงแล้วเดี๋ยวกูจักยิงหน้าไม้สกัดมันเอาไว้ให้มึงเอง”เสียงของไอ้ทิตที่อยู่บนต้นไม้ได้ดังขึ้นเพื่อเตือนพันผาให้หลบเพราะตนได้ขึ้นไปตั้งหลักบนต้นไม้เพื่อที่จะยิงพญาหมูป่าจากที่สูงและเมื่อได้จังหวะเขาจึงบอกให้พันผาหลบไป…….
“ฝากด้วยพี่ทิต!”
พรึบ!
ตึง ตึง ตึง ตึง
ฟิ้ววววววว!!
เพร้ง!
โฮกกกกกกกกกก!!
หลังจากที่พันผาทำตามที่นายทิตบอกแล้วลูกธนูจากหน้าไม้ของนายทิตก็ถูกยิงออกมาอย่างรวดเร็วซึ่งลูกธนูนี้ได้แฝงพันจิติญญาใส่เข้ามาด้วย แต่มันก็ไม่ได้มากมายอะไรนักดังนั้นผลของมันจึงไม่อาจที่จะเจาะผ่านหนังหนาๆ ของพญาหมูป่าส่วนนั้นได้…….
“มันไม่ได้ผล? !” เมื่อนายทิตเห็นว่าลูกธนูของตนไม่ได้ผลสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป เพราะในตอนนี้พญาหมูป่าได้หันมามองที่เขาแทนพันผาแล้ว…….
ตึง ตึง ตึง!
อี้ดดดดดดดดดดด!!
ตู้มมมมมมมมม!
ตุบ!
โอ้ยยยยยยยย!!
หลังจากที่พญาหมู่ป่าหันมามองที่นายทิตอย่างอาฆาตแล้วมันก็ไม่รอช้าที่จะส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวก่อนจะวิ่งเข้าใส่ต้นไม้ที่นายทิตอยู่จนต้นไม้ต้นนั้นแตกะเิออกทำให้นายทิตที่อยู่บนต้นไม้ตกลงมาที่พื้นพร้อมกับเสียงโอดครวญด้วยความเ็ปที่ก้นของเขาต้องกระแทกกับพื้นอย่างจัง……..
พี่ทิต!
เมื่อพันผาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแบบนั้นสีหน้าของเขาก็พลันซีดลงอย่างเป็กังวล เพราะตอนนี้นายทิตกำลังตกอยู่ในอันตรายเขาจึงไม่รอช้าที่จะหยิบหอกแล้วพุ่งตัวออกไปเพื่อช่วยนายทิต…….
ย๊า!!!!
“หลบออกไปจากพี่ทิตเดี๋ยวนี้นะ!”
ฉึบ!!
โฮ้!
อู้ด อู้ด!
ซึ่งหอกที่แทงออกไปใส่พญาหมูป่าด้วยฝีมือของพันผานั้นมันได้แทงเข้าไปที่ก้นของพญาหมูป่าอย่างจังจนเกิดเป็แผลขึ้นแต่มันก็ไม่ได้เป็แผลลึกอะไรมากนักทำได้เพียงแค่ให้พญาหมูป่าส่งเสียงร้องและหยุดฉะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมามองที่พันผาด้วยสายตาอาฆาตแค้นและอยากฆ่าพันผาให้ตายเสียตรงนั้น…….
ฟึ๊ด! ฟึ๊ด! ฟึ๊ด!
“แย่แล้วไอ้ผา! พญาหมูป่ามันอาฆาตแค้นแล้วมันจักไม่เปลี่ยนเป้าหมายจนกว่าเอ็งจักตายไป มันจักตามล่าเอ็งไปทุกที่เร็วเข้าทุกคน รีบเข้าไปช่วยไอ้ผาเร็ว!”
ในตอนนั้นผู้ใหญ่บ้านได้รับรู้ว่าพญาหมูป่าได้เกิดจิตอาฆาตแค้นต่อพันผาแล้วและมันจะไม่ยอมเลิกราจนกว่าพันผาจะตายซึ่งทำให้หนทางรอดของกลุ่มที่เกือบจะมีเหลือได้หายไปมีแต่ต้องสู้จนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายดังนั้นผู้ใหญ่บ้านจึงสั่งให้ทุกคนรวมกันสู้จนถึงที่สุด…….