แสงสลัวรางยามเช้าตรู่เพิ่งจะทาบทอผ่านผืนผ้าม่านสีเข้มเข้ามาในห้องนอนคราม บรรยากาศรอบตัวยังคงเงียบสงัด มีเพียงเสียงกระหึ่มเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศที่พ่นลมเย็นฉ่ำออกมาช่วยบรรเทาความเงียบงัน ทว่าบนเตียงกว้างหนานุ่มสีน้ำเงินเข้ม ร่างบางของเมลกำลังขยับกายซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาด้วยท่าทางกระสับกระส่าย
ใบหน้าหวานของคนป่วยขึ้นสีแดงก่ำชื้นเหงื่ออย่างเห็นได้ชัด เสียงถอนหายใจหอบถี่และเสียงครางอืออาแ่เบาดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีพีชเป็ระยะ ร่างเล็กนอนขดตัวแน่นเกร็งพยายามหลีกหนีอาการหนาวสะท้านสลับร้อนรุ่มที่กำลังรุมเร้าอยู่ในร่างโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง
คีทเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนคนป่วย ในสองมือหนาประคองอ่างน้ำอุ่นใบย่อมที่มีควันกรุ่นลอยเอื่อยพร้อมกับผ้าขนหนูผืนนุ่มสีสะอาด คีทวางอ่างน้ำลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงอย่างแ่เบา ก่อนจะขยับเข้าไปนั่งลงที่ขอบเตียงหนานุ่ม สายตาคู่คมกริบสีน้ำตาลเข้มจับจ้องร่างเล็กที่กำลังนอนทรมานเพราะพิษไข้ด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความเสน่หาและลุ่มหลงอย่างปิดไม่มิด
คีทยื่นฝ่ามือหนาอุ่นจัดแตะลงบนหน้าผากมนของเมลแ่เบา ผิวเนื้อนุ่มละมุนของเมลร้อนจัดจนแทบจะลวกมือ คีทไล้ปลายนิ้วผ่านขมับบางลงมาตามพวงแก้มกลมที่บัดนี้แดงก่ำร้อนฉ่า อุณหภูมิร่างกายของเมลที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ชวนให้หัวใจของคีทเต้นแรงตึกตักกระชั้นรัวในอกด้วยความรู้สึกปีติยินดีลึกๆ ความรู้สึกพึงพอใจอย่างบ้าคลั่งกำลังปะทุขึ้นเงียบๆ ในใจ
เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจ้องมองต้นกล้าที่ตนเพิ่งหยดน้ำพิษแสนหวานลงไป และบัดนี้มันกำลังจะผลิบานเติบโตเป็ดอกไม้สวาทที่เบ่งบานเพื่อเขาแต่เพียงผู้เดียว แผนการที่คีทบรรจงวางไว้ทุกขั้นตอนกำลังดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
"คีท... อือ... เมลปวดหัว..."
เสียงครางพร่าแ่เบาราวกับเสียงกระซิบหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม เมลพยายามจะขยับเปลือกตาหนาหนักขึ้นมองแต่ก็ทำได้เพียงปรือตาขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่เคยร่าเริงสดใสยามนี้เชื่อมฉ่ำวาววับไปด้วยน้ำตาบางๆ จากอาการไข้
ร่างเล็กพยายามซุกใบหน้าร้อนผ่าวเข้าหาฝ่ามือหนาอุ่นของคีทที่กำลังลูบไล้แก้มของตนอยู่อย่างโหยหาที่พึ่งตามสัญชาตญาณ คีทก้มลงไปใกล้ ประคองพวงแก้มแดงก่ำนั้นไว้ด้วยความทะนุถนอม ััถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวกายของเพื่อนสนิท
"คีทอยู่นี่แล้วครับเมล... นอนนิ่งๆ นะครับคนดี คีทจะเช็ดตัวให้เมลจะได้สบายตัวขึ้นนะ"
คีทตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนอย่างถึงที่สุด กระซิบชิดใบหูแดงระเรื่อชื้นเหงื่อของเมล คีทบิดผ้าขนหนูสีขาวชุบน้ำอุ่นพอหมาด จากนั้นจึงค่อยๆ ซับเนื้อผ้าเปียกชื้นลงบนพวงแก้มแดงซ่านและหน้าผากมนอย่างแ่เบาและระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนคนป่วย
ทว่าทันทีที่ผ้าขนหนูชื้นลูบไล้ผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียด ร่างของเมลกลับสะดุ้งตัวโยนและสั่นสะท้านระริกอย่างรุนแรง ผิวพรรณของเมลในยามนี้ไวต่อการัั (Hypersensitivity) อย่างน่าประหลาด ทุกตารางนิ้วบนผิวกายของเมลดูราวกับจะตื่นตัวและเซนซิทีฟขึ้นอย่างทวีคูณเมื่อได้รับการลูบไล้จากคีท ยามที่เนื้อผ้าเปียกชื้นลากผ่านลำคอระหงและไหล่บาง เมลจะส่งเสียงครางเครือสั่นสะเทิ้มหอบกระชั้น หดไหล่และบิดเร้าใบหน้าหนีด้วยความอึดอัดระคนเสียวซ่านพิลึกพิลั่นตรงหน้าท้องน้อย
"อื้อ... คีท... อย่าเช็ดตรงนั้น... เมลหนาว... เมลเสียววูบๆ ยังไงไม่รู้... ฮื่อ..."
เสียงครางหวานหูที่กระเส่าสะอื้นหลุดรอดจากลำคอระหง เมลขยับเรียวขาบดเบียดเข้าหากันแน่น สะโพกกลมกลึงบิดส่ายเบาๆ บนฟูกหนา ลมหายใจหอบสะท้านเป่ารดผิวอากาศ คีทจ้องมองสภาพกระสับกระส่ายแสนเย้ายวนของเมลด้วยั์ตาที่มืดสลัวลงเรื่อยๆ หัวใจของคีทกระตุกรัวด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อน ผิวพรรณขาวละเอียดของเมลที่เวลานี้กลายเป็สีชมพูจัดชื้นเหงื่อวาวระยับภายใต้แสงไฟสลัวช่างปลุกเร้าให้คีทอยากจะกดร่างบางนี้ลงกับเตียงแล้วขย้ำให้แหลกคามือ
ที่สำคัญ คีทสังเกตเห็นว่ากลิ่นกายของเมลในตอนนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน มันไม่ใช่กลิ่นเหงื่อไคลของเด็กหนุ่มทั่วไป แต่เป็กลิ่นหอมหวานล้ำลึกสะกดใจคล้ายกลิ่นผสมผสานของซากุระป่าและกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่เริ่มทำปฏิกิริยากับอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น กลิ่นฟีโรโมนพิเศษนี้กำลังแผ่กระจายออกมาจากซอกคอและแผ่นอกบางของเมล กลิ่นหอมเย้ายวนจนคีทต้องกลืนน้ำไหลลงคอและสูดดมกลิ่นกายนั้นเข้าปอดลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดิบในกาย
คีทต้องควบคุมตัวเองไม่ให้กระทำการล่วงเกินไปมากกว่าการััพยาบาลไข้ตามหน้าที่เพื่อนสนิทแสนดี คีทรู้ดีว่า่เวลานี้คือ่ที่ไวรัสเปลี่ยนเพศกำลังฟักตัวและค่อยๆ ปรับสภาพร่างกายของเมล คีทต้องถนอมและประคองร่างกายของเมลไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด ปล่อยให้มันค่อยๆ อ่อนไหวและเปิดรับความอบอุ่นของคีทอย่างเชื่องช้า เพื่อรอเผชิญกับการกลายพันธุ์ครั้งใหญ่ที่จะปะทุขึ้นในค่ำคืนนี้
"ทนหน่อยนะครับเมล... เช็ดตัวเสร็จแล้วจะได้รับความเย็น คีทเช็ดเบาๆ นะครับ"
คีทพูดปลอบเสียงนุ่มขณะเลื่อนมือหนาที่ห่อหุ้มด้วยผ้าชื้นลูบไล้ลงมาตามแผ่นอกบาง ซับหยาดเหงื่อที่ผุดพราวตามร่องอกและยอดอกสีชมพูอ่อน เมลบิดเกร็งหน้าท้องแบนราบ ขมวดคิ้วแน่นส่งเสียงครางแ่ต่ำ สองมือกำผ้าปูเตียงไว้แน่นราวกับ้าหาที่ยึดเหนี่ยว
ทุกครั้งที่ฝ่ามือร้อนจัดของคีททาบทับผ่านเนื้อผ้าชื้นััโดนผิว ร่างกายของเมลจะสั่นสะท้านคล้ายกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เมลหอบหายใจกระชั้นผิวเนื้อแดงระเรื่อสลับสั่นเทาด้วยความทรมานปนแปลกใจในความปั่นป่วนทางร่างกายที่ตนเองไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิต
---
หลังจากเช็ดตัวเพื่อช่วยลดไข้ให้เมลจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว คีทก็รีบเดินเข้าไปในครัวเพื่ออุ่นโจ๊กเนื้อเนียนละเอียดที่เตรียมเอาไว้ คีทตักโจ๊กอุ่นๆ ใส่ถ้วยกระเบื้องขาวพร้อมกับเตรียมยาลดไข้และแก้วน้ำสะอาด คีทถือถาดอาหารกลับเข้ามาในห้องนอนครามอีกครั้ง ร่างบางบนเตียงนอนยังคงนอนนิ่งหายใจหอบเบาๆ ดวงตาปรือฉ่ำด้วยพิษไข้เหลียวมองตามเสียงฝีเท้าของคีทที่ก้าวเข้ามาใกล้
"เมลครับ... ทานโจ๊กสักหน่อยนะ จะได้ทานยาไข้จะได้ลดลง"
คีทเอ่ยพลางวางถาดอาหารลงบนโต๊ะข้างเตียง คีทขยับขึ้นไปนั่งซ้อนหลังร่างของเมลบนเตียงนอน ดึงร่างบางขึ้นมาประคองให้นั่งพิงอกกว้างของคีท เมลซมจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงประคองตัวเอง ศีรษะทุยซบลงตรงลาดไหล่แกร่งของคีทอย่างหมดสภาพ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดซอกคอและกกหูของคีทเป็จังหวะจนคีทรู้สึกเสียวแปลบและใจสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ผิวกายร้อนระอุของคนในอ้อมแขนแนบชิดผ่านเสื้อนอนบางเบาทำให้คีทแทบอยากจะกอดรัดร่างนี้ให้จมหายเข้าไปในอก
คีทตักโจ๊กขึ้นมาเป่าไล่ความร้อนจนอุ่นกำลังดี แล้วส่งช้อนไปจ่อที่ริมฝีปากอิ่มสีพีชของคนป่วย เมลปรือตามองช้อนโจ๊กอย่างอิดออดแต่ก็ยอมอ้าปากรับโจ๊กอุ่นเข้าไปอย่างว่าง่าย คีทเฝ้ามองกลีบปากอิ่มที่เคลือบด้วยคราบชื้นของโจ๊ก ลิ้นเล็กๆ สีชมพูที่แลบออกมารับรสชาติอย่างแสนน่าเอ็นดู คีทป้อนโจ๊กให้เมลทีละช้อนอย่างใส่ใจและใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้
"คีท... เมลไม่ยากกินยา... ยามันขม..." เมลพึมพำอ้อนเสียงแหบพร่าเมื่อเห็นคีทเตรียมแกะเม็ดยาออกจากแผง เมลบิดแก้มร้อนๆ ถูไถกับบ่าแกร่งของคีทไปมาอย่างออดอ้อนเหมือนลูกแมวป่วยที่้าความเอาใจใส่ พฤติกรรมออดอ้อนโดยไม่รู้ตัวนี้เป็สิ่งที่เมลมักจะทำกับคีทเสมอมาั้แ่เด็ก และทุกครั้งมันก็ทำให้คีทต้องสะกดกลั้นความ้าที่พลุ่งพล่านไว้อย่างแสนทรมาน
"ไม่ได้ครับเมล ยามันขมแต่ช่วยให้ไข้ลดลงนะ ทานยาทีเดียวแล้วคีทจะให้กินน้ำตามเยอะๆ นะครับเด็กดี"
คีทแสร้งบ่นดุด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแกมเอ็นดู พยายามทำตัวเป็เพื่อนสนิทผู้แสนดีที่ห่วงใยเพื่อกลบเกลื่อนความยินดีในแผนการร้ายลึกของตนเอง เมลทำหน้ายุ่งแต่ก็ยอมอ้าปากรับเม็ดยาและดื่มน้ำตามไปจนหมดแก้วตามคำสั่ง ก่อนจะเผลอซบหน้าถูเข้าหาแผงอกกว้างของคีทเพื่อหลบเลี่ยงรสชาติขมปร่าที่ติดอยู่ที่โคนลิ้น
คีทใช้ฝ่ามือหนาโอบกอดประคองรอบสะโพกมนและเอวคอดกิ่วของเมลไว้มั่น จงใจออกแรงบีบกระชับััเน้นหนักหน่วงแ่เบาสลับกันไป เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและสร้างรอยประทับของััลึกซึ้งเข้าไปในความรับรู้ของเมล
เขา้าให้ร่างกายของเมลจดจำและเสพติดััรวมถึงอ้อมกอดนี้จนไม่อาจแยกจากไปไหนได้อีก คีทก้มลงกดปลายจมูกคมััเรือนผมชื้นเหงื่อของเมลเบาๆ ั์ตาคู่คมวาวโรจน์มืดมิดในยามที่มองคนในอ้อมกอดที่กำลังเริ่มเคลิ้มหลับไปด้วยฤทธิ์ยา คีทนับถอยหลังรอคอยความมืดมิดของค่ำคืนนี้อย่างจดจ่อ คืนที่ไวรัสเปลี่ยนเพศจะแผลงฤทธิ์เปลี่ยนแปลงร่างกายและชีวิตของเมลให้กลายเป็ของคีทชั่วนิรันดร์
เมื่อแน่ใจว่าเมลหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาลดไข้แล้ว คีทค่อยๆ ประคองร่างบางให้นอนราบลงบนฟูกหนานุ่มอย่างระมัดระวัง คีทจัดท่าทางให้เมลนอนหลับสบายดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมร่างระดับอกให้เรียบร้อย ก่อนจะรวบรวมถ้วยชามและอ่างน้ำเดินออกจากห้องนอนไปเงียบๆ แววตาคมปลาบจับจ้องใบหน้าหวานที่กำลังจมเข้าสู่ห้วงนิทราด้วยประกายตาวาวโรจน์และมุ่งมั่นอย่างเด็ดเดี่ยว... แผนการทุกอย่างพร้อมแล้ว เหลือเพียงเวลากลายพันธุ์เท่านั้น
---
เมลสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งใน่บ่ายแก่ๆ บรรยากาศภายในห้องนอนครามดูครึ้มลงกว่าเมื่อเช้าตามแสงแดดที่เริ่มคล้อยต่ำลง อาการไข้อ่อนๆ และความปวดตุบที่ขมับยังคงคั่งค้างอยู่ แต่สิ่งที่แปลกไปคือความรู้สึกร้อนรุ่มสั่นระริกที่กระจายอยู่ลึกๆ ภายในร่างกาย เขายันกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงหนานุ่มด้วยความมึนงงและหัวใจที่เต้นตุบตับกระสับกระส่ายอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เมลยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเอง ผิวกายยังคงร้อนรุมๆ แต่ไม่ร้อนฉ่าเท่าเมื่อเช้า สมองเบลอและเริ่มคิดทบทวนไปถึงเหตุการณ์ยามเช้าที่คีทเข้ามาดูแลเช็ดตัวและป้อนข้าวป้อนยาให้ผม ภาพแผงอกกว้างอุ่นจัดและฝ่ามือหนาที่คอยลูบไล้ไปตามเนื้อตัวป้อนโจ๊กช้อนแล้วช้อนเล่าลอยเด่นเข้ามาในห้วงความคิดจนหัวใจของผมสะดุดเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
ทำไมกันนะ... ทำไมยามที่ฝ่ามือหนาอุ่นร้อนจัดของคีทััผิวเนื้อ หรือยามที่แผ่นหลังบางของผมเบียดแนบเข้ากับอกแกร่งกว้างของมันเมื่อเช้า ผมถึงได้รู้สึกแปลกประหลาดขนาดนี้ ร่างกายของผมมันสั่นระริกเหมือนกระแสไฟแล่นพล่าน มีความรู้สึกเสียววูบวาบแปลกๆ และความหวาดหวิวปั่นป่วนตรงท้องน้อยอย่างรุนแรงปะทุขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตลอดระยะเวลาหลายปีที่เราโตมาด้วยกันในฐานะเพื่อนสนิท
"บ้าชะมัด... คิดอะไรของมึงวะเมลวิน"
ผมพึมพำด่าตัวเองเสียงสั่น พยายามยกสองมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติและสลัดความคิดลามกหรือความรู้สึกประหลาดเ่าั้ออกไปจากหัว สมองพยายามหาข้ออ้างเข้าข้างตัวเองว่าอาการปั่นป่วนทางเพศและััสั่นระริกพวกนั้นอาจเป็เพียงเพราะพิษไข้รุมเร้าจนทำให้ผมฟุ้งซ่านและเพ้อไปเอง แต่ในขณะเดียวกัน ผิวพรรณทั่วทั้งร่างกายของผมกลับเริ่มทวีความอ่อนไหวและไวต่อััขึ้นเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่เนื้อผ้าของเสื้อยืดตัวบางที่ผมสวมใส่อยู่ยามขยับกายเสียดสีโดนยอดอกและผิวกายก็ชวนให้เกิดอาการใจสั่นหวิวและรู้สึกหนาวสะท้านสลับร้อนรุ่มจนเนื้อตัวสั่นระริกอย่างไม่เคยเป็มาก่อน ความอึดอัดตรงหน้าท้องน้อยเริ่มส่งเสียงประท้วงเบาๆ คล้ายมีแรงบีบรัดตัวและสร้างความรู้สึกคันยุบยิบยุบยิบอยู่ลึกๆ บริเวณช่องว่างใต้ลำเอ็นของผม มันชวนให้ปั่นป่วนจนต้องขยับเรียวขาทั้งสองข้างหนีบเข้าหากันแน่นขึ้นเพื่อระบายความสยิวซ่านสะท้านใจที่กำลังก่อตัวทีละนิด
ผมกระสับกระส่ายพลิกตัวนอนคว่ำหน้าลงกับหมอนหนุน พยายามหลับตาลงเพื่อหนีจากความปั่นป่วนที่ไร้ที่มา ทว่าเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วและอุณหภูมิร่างกายที่กำลังปะทุระอุขึ้นเรื่อยๆ กลับเป็หลักฐานย้ำเตือนว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติอย่างรุนแรงกำลังเกิดขึ้นกับร่างกายของผม
---
ตกกลางดึก บรรยากาศภายนอกหน้าต่างคอนโดมืดมิดสนิท แสงไฟจากตึกระฟ้าภายนอกสาดส่องเข้ามาทางกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นเงาตะคุ่มของสิ่งของในห้องนอน อาการไข้อ่อนๆ ที่เคยสะกดไว้ด้วยฤทธิ์ยาในตอนกลางวันบัดนี้ได้พุ่งสูงขึ้นลิ่วอย่างกะทันหันจนแทบทะลุปรอท ความร้อนระอุแผดเผาจากภายในร่างกายราวกับมีกองไฟสุมอยู่ภายในร่างของผม มันร้อนรุ่มและทรมานจนขีดสุด ร่างกายสั่นเทิ้มระริกจนแทบควบคุมไม่ได้
"ฮึ่ก... ร้อน... ร้อนจะตายอยู่แล้ว..."
เมลร้องครางสะอื้นเสียงสั่นพร่า ร่างกายบิดเร้าไปมาบนฟูกหนา ความร้อนที่แผ่ซ่านทำให้ผมทนไม่ไหวจนต้องเอื้อมมืออันสั่นเทาไปกระชากผ้าห่มผืนหนาทิ้งลงข้างเตียง จากนั้นก็ดึงทึ้งกางเกงและเสื้อนอนผ้าแพรบางเบาออกจากร่างจนเหลือเพียงร่างกายที่เกือบเปลือยเปล่าล่อนจ้อน เนื้อตัวของผมเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดซึมลื่นมือ ผิวพรรณขึ้นสีแดงระเรื่อฉ่ำวาว ร่างบางนอนบิดเกร็งส่ายสะโพกกลมกลึงไปมาบนเตียงกว้างเพื่อระบายความอุ่นหนาวสลับกันอย่างแสนสาหัส
แต่สิ่งที่เลวร้ายและสร้างความตระหนกใให้ผมมากที่สุดในเวลานี้ไม่ใช่เพียงพิษไข้สูง แต่มันคือปฏิกิริยาแปลกประหลาดบ้าคลั่งที่กำลังปะทุเดือดอยู่ตรงท้องน้อยของผม ท้องน้อยของผมบีบรัดตัวแน่นเป็จังหวะรุนแรงหน่วงหนับจนตัวงอ
และที่เลวร้ายกว่านั้นคือบริเวณช่องว่างใต้ลำเอ็นร้อนและถุงอัณฑะของผม จู่ๆ มันกลับมีอาการคันยุบยิบระริกสั่นไหวและร้อนวาบราวกับมีบางอย่างกำลังชอนไชสร้างเส้นทางใหม่ขึ้นมา ความรู้สึกนั้นส่งกระแสไฟแล่นพล่านสะท้านขึ้นมาถึงหัวใจ บีบรัดเป็จังหวะจนทรมานปนเสียวสะท้านสยิวซ่านใจจะขาดสะบั้น
"อ๊ะ... ฮื่อ... คีท... ช่วยเมลด้วย... มันเสียว... เมลคัน... อือ..."
ผมร้องครางลั่นห้องนอนด้วยความตระหนกตื่นกลัวและทรมานเจียนคลั่ง สองมือเล็กจิกผ้าปูเตียงจนยับย่น สองขาเรียวบิดเบียดขัดกันแน่นพยายามถูไถกึ่งกลางลำตัวเข้าหากันเพื่อบรรเทาอาการคันยุบยิบระริกอุ่นหน่วงที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หยาดน้ำใสๆ เริ่มไหลซึมเปียกชื้นที่โคนขาหนีบ ร่างกายปั่นป่วนจนสติแทบดับสูญ
แกรก!
เสียงผลักประตูห้องนอนเปิดออกอย่างกะทันหันพร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ 187 เิเของคีทที่ก้าวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว คีทที่คอยเฝ้าระวังและสังเกตการณ์อาการของผมผ่านเครื่องจับเสียงภายนอกอยู่แล้วรีบก้าวเข้ามาที่ข้างเตียง
คีทเบิกตากว้างแสดงท่าทีใอย่างหนักยามเห็นร่างเกือบเปลือยเปล่าแดงซ่านที่เปียกชุ่มเหงื่อและบิดเร้าของผม ทว่าในดวงตาคู่คมกริบสีน้ำตาลเข้มนั้นกลับแฝงประกายลึกลับเยือกเย็นและพึงพอใจอย่างถึงที่สุด
"เมล! ตัวร้อนจี๋เลยครับไข้สูงขนาดนี้ได้ยังไง!"
คีทอุทานเสียงต่ำพลางตรงเข้ามาซ้อนตัวอุ้มร่างสั่นสะเทิ้มไร้เรี่ยวแรงของผมขึ้นมาสู่อ้อมแขนแกร่งทันที ผิวเนื้อเปลือยเปล่าชื้นเหงื่ออุ่นจัดของผมััแแ่เข้ากับแผงอกและอ้อมแขนแกร่งของคีทจนเกิดเสียงชื้นแฉะเบาๆ ร่างของผมร้อนฉ่าราวกับเตาไฟ คีทไม่รอช้ารีบอุ้มผมก้าวขายาวๆ มุ่งตรงเข้าสู่ห้องน้ำในห้องนอนทันที
คีทวางร่างบางสั่นเทาของผมลงในอ่างอาบน้ำหรูอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหยิบฝักบัวเปิดน้ำอุณหภูมิปกติค่อนไปทางเย็นฉีดพ่นลงมาบนผิวกายของผม สายน้ำเย็นฉ่ำปะทะเข้ากับผิวร้อนฉ่าทำให้ผมสะดุ้งตัวโยนร้องครางฮือสั่นสะท้านไปทั้งร่าง คีทขยับตัวเข้ามานั่งซ้อนหลังกอดประคองร่างเปลือยเปียกปอนของผมไว้แน่นจากทางด้านหลังเพื่อรองรับน้ำหนักตัวที่ไร้กำลังของผม
"อื้อ... คีท... เมลหนาว... แต่ในท้องเมลมันร้อน... มันคันข้างล่าง... ช่วยเมลด้วย..."
ผมพิงศีรษะและแผ่นหลังเปลือยชื้นน้ำแนบไปกับแผงอกแกร่งเปียกปอนของคีท สองมือกำไหล่กว้างและลำคอหนาของคีทแน่นจนปลายนิ้วขึ้นสีขาว สองขาเรียวเล็กหนีบเกร็งเข้าหากันแน่น ร่างกายบิดเล้าเสียดสีกันสะท้านทรมาน เพราะอาการคันยิบๆ ระริกและร้อนผ่าวอุ่นหน่วงตรงจุดช่องว่างใต้ลูกอัณฑะกำลังปะทุรุนแรงฉีดพล่านขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเนื้อเยื่อภายในกำลังคลายออกและขยายช่องทางรักใหม่ขึ้นมารองรับัั
คลื่นอารมณ์สยิวซ่านปั่นป่วนปะทะเข้าใส่จนผมหูอื้อตาลาย ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของตัวเองและเสียงหัวใจเต้นโหมกระหน่ำลึกลับของคีทที่บดเบียดอบอุ่นอยู่ด้านหลัง... ยามนี้ผมกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดทางร่างกายและเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านกลายพันธุ์เป็สิ่งมีชีวิตอื่นอย่างไม่อาจย้อนกลับได้อีกต่อไปแล้ว...