ตอนที่9 ผมชื่อว่าหยางจวิน
ณิชาส่ายหัวให้กับตัวเองอย่างหงุดหงิดเธอไม่้าขายเครื่องเพชรในเวลานี้ ทว่า้าหารายได้ด้วยช่องทางอื่นมากกว่า ในที่สุดเธอพบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับตระกูลเทียนโดยบังเอิญระหว่างที่กำลังค้นหาวิธีสร้างรายได้
‘ตระกูลเทียนแห่งเมืองซีอานหุ้นส่วนอันดับสองของห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ ทำพิธีเปิดห้างอย่างยิ่งใหญ่อลังการโดยมีนายกเทศมนตรีของเมืองซีอานเป็ประธานในพิธี พร้อมกับดารานักร้องรับเชิญมากมายเดินพาเหรดเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง’
‘ร้านจำหน่ายสินค้าโบราณที่เชื่อถือได้หลายชั่วอายุคนเป็ร้านเก่าแก่ของตระกูลเทียนแห่งเมืองซีอานที่นี่รับซื้อและจำหน่ายสินค้าโบราณหลากหลายชนิดในราคาย่อมเยาและยุติธรรมเชิญทุกท่านแวะชมได้ที่ ร้านโบราณฝูเหยา ถนน.......’
ณิชาขมวดคิ้วพลางครุ่นคิดกับข้อมูลสองเื่ที่เธอค้นพบโดยบังเอิญเป็ข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการโฆษณาในโลกออนไลน์ซึ่งเธอกำลังเปรียบเทียบสองสถานที่ที่จะไปเยือน โดยที่มือซ้ายเอื้อมไปจับหยกห้อยคออยู่อย่างไม่รู้ตัว
“ฉันไปเยือนร้านฝูเหยาดีกว่ามีชื่อร้านบางคำเหมือนชื่อฉันพอดี หวังว่าฉันจะพบข้อมูลญาติสักคนนะ”
ณิชาพึมพำพลางตัดสินใจไปเยือนร้านฝูเหยาโดยก่อนปิดเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นเธอเขียนโปรแกรมลับทิ้งไว้ ซึ่งเธอ้าให้ใครก็ตามที่มาใช้เครื่องนี้เป็คนต่อไปจะเปิดการทำงานของโปรแกรมอัตโนมัติ เป็โปรแกรมค้นหาข้อมูลสมาชิกของตระกูลเทียนต่อโดยข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะถูกส่งเข้าโทรศัพท์ของเธอทันทีช่วยให้เธอไม่ต้องเสียเวลาและเสียเงินใช้บริการอินเทอร์เน็ตอีก
ประการสำคัญคือณิชาไม่้าเสียอารมณ์ในการใช้บริการอินเทอร์เน็ตจากโทรศัพท์มือถือของเธอเพราะมันช้าจนทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดใจ จึงเลือกสร้างโปรแกรมขึ้นมาช่วยงานดีกว่าอย่างน้อยความเร็วอินเทอร์เน็ตของร้านนี้อยู่ในเกณฑ์ที่เธอยอมรับได้
..........
เมื่อณิชาเสร็จสิ้นการเขียนโปรแกรมเรียบร้อยเธอพบว่าเวลาใกล้พลบค่ำแล้ว จึงเปลี่ยนแปลงแผนการของตนโดยจะไปเยือนร้านฝูเหยาในเช้าวันพรุ่งนี้แทนเพราะไม่้าเสี่ยงอันตรายในการเดินทางไปบนถนนที่มีมิจฉาชีพค่อนข้างมากโดยเฉพาะโจรวิ่งราวหรือลักทรัพย์ทั้งหลาย เนื่องจากตอนนี้เธออ่อนแอเกินไปจึงไม่้าไปเสี่ยงภัยโดยใช่เหตุ
“เฮ้อ! เสียดายจัง ฉันเสียเวลาค้นหาข้อมูลและเขียนโปรแกรมนานเกินไป หากทักษะมือกลกลับคืนมาแล้ว คงใช้เวลาแค่พริบตาเท่านั้น แต่ถ้าใช้พลังเอสเปอร์ช่วยทำงานคงถูกสูบพลังหายไปอีกแน่ๆ หวังว่าทักษะของฉันจะกลับคืนมาโดยเร็วนะ”
ณิชาพูดกับตัวเองอย่างเป็กังวลไม่ว่าจะเป็เื่ของทักษะเอสเปอร์ที่หายไปจนหมดทั้งห้าทักษะหรือการถูกสูบพลังที่ทำให้เธออ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาทันทีทันใดล้วนทำให้เธอวิตกกังวลกับสถานการณ์ตนเองในอนาคตเนื่องจากเกรงว่าจะหาเงินได้ช้าเกินไปหรืออ่อนแอจนไม่สามารถปกป้องตนเองจากอันธพาลชั่วร้ายได้
ณิชาแหงนหน้ามองท้องฟ้าเวลาพลบค่ำที่แสงอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้าก่อให้เกิดบรรยากาศเศร้าเหงาชวนหดหู่อย่างบอกไม่ถูกโดยเฉพาะอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ที่่เวลากลางวันจะสั้นกว่าปกติ
พลันมีหิมะเริ่มโปรยปรายเธอเอื้อมมือออกไปรองรับเกล็ดหิมะเล็กๆ อย่างยินดีพร้อมกับยิ้มให้ตัวเองที่มีโอกาสพบเห็นหิมะแรกของฤดูหนาวในประเทศจีน
ทันใดนั้นมีเสียงทักเธอขึ้นมาด้วยความแปลกใจจากหยางจวินว่า“เอ๊ะ! เป็คุณอีกแล้วหรือ?”
ณิชาชะงักการกระทำอันเพลิดเพลินกับหิมะของตนเองพลางหันหน้าไปมองชายหนุ่มในเสื้อโค้ดยาวสีดำสวมทับชุดสูทซึ่งยืนอยู่ห่างจากเธอราวยี่สิบเมตร
“เอ๊! บังเอิญจังนะคะ ไม่นึกว่าจะพบคุณที่นี่”
ณิชาเอียงคอมองชายหนุ่มด้วยความสงสัยพลางถามหยางจวินด้วยภาษาจีนเพราะเธอรับรู้แล้วว่าเขาไม่สามารถพูดภาษาไทยได้จึงสื่อสารด้วยภาษาประจำชาติของเขาแทน ซึ่งการกระทำของเธอสร้างความประทับใจให้กับหยางจวินเป็อย่างมาก
หยางจวินกำลังอึ้งตะลึงกับภาพสาวงามที่ยืนเล่นเกล็ดหิมะพร้อมรอยยิ้มหวานชวนฝันเช่นนี้เป็ดั่งภาพของเทพธิดาที่สวยงามท่ามกลางเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาซึ่งเป็ภาพที่แตกต่างจากอิริยาบถของเธอในโรงพยาบาล
หยางจวินเหลือบมองเห็นภาพของหญิงสาวสวมเสื้อโค้ดยาวสีขาวคลุมทับเสื้อยืดสีชมพูสดใสและกางเกงยีนขายาวแนบลู่เรียวขาตรงสวยงามสวมรองเท้าบูทสีดำยาวถึงหัวเข่า ผมยาวสลวยปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังโดยมีปอยผมบางส่วนโบกพลิ้วไหวข้างแก้มของเธอ พร้อมกับหมวกเบเรต์สีขาว
ภาพความงามอย่างลงตัวระหว่างหญิงสาวและทิวทัศน์รอบตัวที่เหมาะเจาะสวยงามนั้นส่งผลให้เขาหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง
“พอดีผมมาทำธุระที่เมืองนี้แล้วคุณละครับ? คุณ.....”
หยางจวินลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่พบว่าณิชาพูดกับเขาด้วยภาษาที่เขาสามารถสื่อสารกับเธอได้อย่างง่ายดายจึงตั้งใจสอบถามเธอทว่าเขาไม่แน่ใจว่าควรเรียกขานเธอเช่นไรดีจึงพูดค้างไว้อย่างไม่มั่นใจ
“เรียกฉันว่าเหยาก็ได้ค่ะฉันมีชื่อจีนว่าเทียนอู๋เหยา แล้วคุณละคะ จะให้ฉันเรียกว่าอะไรดี?”
ณิชาหัวเราะเบาๆพลางตอบกลับหยางจวินอย่างผ่อนคลาย ท่าทางเป็กันเองของเธอยิ่งทำให้หัวใจของหยางจวินปั่นป่วนเขารู้สึกเก้อเขินเป็ครั้งแรกจึงตอบเธอตะกุกตะกักว่า
“เอ่อ.....ครับคุณเหยาผมชื่อว่าหยางจวิน เรียกว่า..... คุณหยางก็ได้ครับ”
หยางจวินใคร่ครวญครู่หนึ่งก่อนตอบกลับณิชาอย่างไม่แน่ใจเขาเลือกใช้แซ่ตนเองให้เธอเรียกขาน แทนการเรียกชื่อโดยตรงเพราะกังวลว่าตนเองจะทำตัวสนิทสนมกับเธอเร็วเกินไปจึงบอกเธอตามมารยาท
อย่างไรก็ตามหยางจวินรู้สึกสนใจแซ่ของณิชาเพราะหุ้นส่วนคนสำคัญของห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ที่เพิ่งทำพิธีเปิดไปไม่นานมานี้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสองก็มีแซ่เทียนเหมือนกันแต่เขาคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับณิชาเพราะมีคนแซ่เทียนอยู่ในเมืองซีอานและประเทศจีนอีกนับไม่ถ้วน
“อ้อ! ค่ะคุณหยาง ฉันมาทำธุระส่วนตัวนิดหน่อยหากไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปก่อนนะคะ”
ณิชาพยักหน้ารับรู้เธอไม่กล้าถามถึงธุระของเขาเพราะถือว่าเป็คนแปลกหน้าสำหรับตนเองอยู่จึงขอตัวกลับโรงแรมโดยมีรถแท็กซี่ผ่านมาพอดีจึงรีบโบกและขึ้นรถไปโดยไม่รอฟังคำตอบจากเขา
หยางจวินกระพริบตาปริบๆอย่างงุนงง เขากำลังจะเอ่ยชวนเธอไปทานน้ำชาหรือกาแฟในร้านกาแฟใกล้ๆทว่าเขานึกขึ้นได้ว่าตนได้รับมอบหมายงานมาจากเ้านายจึงถอนหายใจอย่างเสียดาย
“เฮ้อ! อดคุยกับคุณเหยาต่อเลยน่าจะขอเบอร์โทรหรือหมายเลขวีแชตไว้ ฉันไม่น่าลืมเลย เสียดายจริงวุ้ย”
หยางจวินถอนหายใจด้วยความผิดหวังที่ตนกลายเป็คนคิดช้าและหลงลืมในเื่สำคัญไปอย่างไม่น่าให้อภัยทว่าเขาจำเป็ต้องกลับไปทำงานตามคำสั่งของเ้านายหรือเพื่อน ที่ให้เขามาตรวจสอบความผิดปกติในร้านบริการอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่งซึ่งเป็กิจการขนาดเล็กของเ้านายที่มีสาขาทุกเมืองเล็กใหญ่ทั่วประเทศเป็ดั่งสถานีข่าวกรองเพื่อสืบความลับอันสำคัญของจ้าวหลง
..........
ครั้นหยางจวินเดินเข้าไปในร้านอินเทอร์เน็ตฟิวเจอร์แล้วเขาเรียกผู้ดูแลออกมาพบโดยตรง ซึ่งผู้จัดการร้านเป็ชายวัยกลางคนท่าทางคล่องแคล่วที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบจากหลังร้านออกมาพบเ้านายเพราะกำลังกำกับช่างซ่อมกล้องวงจรปิดอยู่ พอได้ยินลูกน้องในร้านแจ้งข่าวการมาเยือนของหยางจวินผู้จัดการจึงรีบแสดงท่าทางประจบเอาใจอย่างกังวลว่า
“โอ้! ลมอะไรหอบเ้านายมาถึงที่นี่ครับผมกำลังให้ช่างซ่อมกล้องวงจรปิดอยู่หลังร้านพอดี เ้านายมีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ?”
หยางจวินได้ยินคำแก้ตัวของลูกน้องซึ่งตรงกับปัญหาที่เขาได้รับมอบหมายให้มาตรวจสอบพอดีจึงสอบถามรายละเอียดอย่างกังวลใจว่า
“กล้องวงจรปิดเสียั้แ่เมื่อไหร่?เอาทะเบียนคนใช้บริการวันนี้มาให้ผมดูด้วย แล้วมีใครมาใช้บริการ่เวลาั้แ่สิบเอ็ดนาฬิกาถึงสิบหกนาฬิกาบ้าง ทำรายชื่อมาให้ผมด่วน ตอนนี้เลย!”
น้ำเสียงเคร่งเครียดของหยางจวินทำให้ผู้จัดการร้านถึงกับปาดเหงื่อด้วยความหวาดกลัวเขารีบสั่งการลูกน้องแผนกลงทะเบียนให้รีบทำตามคำสั่งของหยางจวินอย่างรวดเร็ว
จากนั้นผู้จัดการร้านเชื้อเชิญหยางจวินเข้าไปนั่งจิบกาแฟให้คลายอารมณ์เคร่งเครียดก่อนอย่างกังวลใจพลางตอบคำถามของหยางจวินตามจริงว่า
“กล้องเสียเมื่อวานนี้ครับช่างเพิ่งจะว่างมาซ่อมให้วันนี้เอง ส่วนเสี่ยวหวางก็ลาไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลได้สองสามวันแล้ว กล้องเลยไม่มีคนซ่อมในทันที คราวหน้าผมจะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอนครับ เ้านายให้โอกาสผมด้วยนะครับ”
หยางจวินโบกมือเป็เชิงไล่ให้ผู้จัดการร้านออกมาหาข้อมูลตามคำสั่งทำให้ผู้จัดการร้านรีบวิ่งกลับมาหาลูกน้องหน้าร้านในทันที
สักพักลูกน้องและผู้จัดการร้านเข้ามาตอบคำถามของหยางจวินตามจริงว่า
“เ้านายครับเวลาตามที่เ้านาย้าทราบนั้น มีคนเข้ามาใช้บริการมากถึงยี่สิบคนตามนี้ครับแต่ว่าใครจะใช้เครื่องไหนบ้างนั้น ผมไม่ทันได้สังเกต แถมกล้องวงจรปิดก็มาเสียพอดีผมขออภัยด้วยครับที่ไม่สามารถตามหาข้อมูลเฉพาะได้”
หยางจวินหรี่ตามองรายชื่อที่ลูกน้องนำมามอบให้ตนเองตรวจสอบหนึ่งในนั้นมีชื่อของหญิงสาวที่เข้ามาใช้บริการภายในร้านด้วยทว่าเขาไม่คิดว่าเธอจะมีทักษะขั้นสูงที่จะสามารถสร้างโปรแกรมเฉพาะซึ่งแม้แต่เ้านายก็ไม่สามารถรีโมตทางไกลเพื่อกำจัดโปรแกรมนั้นออกไปได้
“พอจะจำได้ไหมว่าผู้หญิงคนนี้นั่งโต๊ะคอมตัวไหน?”
หยางจวินชี้นิ้วตรงเข้าใส่ชื่อของหญิงสาวด้วยความสนใจเป็พิเศษส่วนตัวเขา้าตรวจสอบว่าเธอมาสืบค้นข้อมูลเื่อะไรเผื่อว่าเขาจะช่วยเหลือหรือหาทางติดต่อเธอได้ เป็ความ้าส่วนตัวล้วนๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานที่เ้านายมอบหมายมาแม้แต่น้อย
ผู้จัดการกระทุ้งศอกให้ลูกน้องชายที่รับผิดชอบลงทะเบียนร้านตอบคำถามของเ้านายอย่างกังวลเขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่พบว่าเ้านายให้ความสนใจสาวสวยที่เพิ่งออกจากร้านไปไม่นานนี้
พนักงานชายที่ดูแลร้านขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบหยางจวินอย่างไม่มั่นใจว่า
“ผมไม่แน่ใจครับเธอเดินไปมุมด้านหน้าเลือกเครื่องครู่หนึ่ง แล้วนั่งทำงานสักพักจากนั้นเปลี่ยนไปนั่งแถวกลาง และแถวหลัง แต่ละจุดใช้เวลาใกล้เคียงกัน ประมาณจุดละสองสามชั่วโมงครับ”
ลูกน้องต้องเค้นความทรงจำของตนเองอย่างหนักเพราะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเป็จำนวนมาก ทว่าเขาอาศัยความสนใจในความสวยงามของหญิงสาวเป็พิเศษจึงใส่ใจการกระทำของเธอมากกว่าคนอื่นซึ่งเขาพบว่าเธอเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ทำงานทั้งหมดสามเครื่องโดยที่แต่ละเครื่องใช้เวลาอยู่ประมาณสองสามชั่วโมง
“อย่างนั้นหรือเครื่องไหนบ้าง? ผมจะไปตรวจสอบดู”
หยางจวินหรี่ตาคิดอย่างสงสัยกับการกระทำของณิชาเขากังวลว่าเครื่องอาจมีปัญหาในการประมวลผลหรือปัญหาการใช้งานเป็ระยะเวลานานๆจนทำให้เธอต้องเปลี่ยนเครื่องถึงสองสามครั้ง โดยที่เขาไม่ได้คิดถึงเลยว่าเธอตั้งใจเปลี่ยนเครื่องเพื่อหลบหลีกการตรวจจับของผู้คนอย่างชาญฉลาด
“ทางนี้ครับเ้านายมีเครื่องที่สามทางด้านหน้า เครื่องที่ห้าในโซนกลางและเครื่องที่ห้าในโซนด้านหลังครับ”
จากนั้นลูกน้องในร้านเดินนำหยางจวินไปดูเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ณิชาใช้งานซึ่งหยางจวินทยอยตรวจสอบทีละเครื่องตามที่ลูกน้องในร้านชี้บอกตำแหน่งด้วยความสนใจ เขาพบว่าเครื่องแรกมีข้อความค้นหาเกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษาจีนและภาษาอังกฤษเป็จำนวนมากทำให้เขาลอบยิ้มกับตนเองอย่างยินดี พลางคิดในใจอย่างมีความสุขว่า
“ไม่เลวแฮะพยายามเรียนรู้ด้วยตัวเอง แล้วยังสามารถสื่อสารได้ขนาดนี้นับว่าเก่งไม่หยอกทีเดียว”
หยางจวินชื่นชอบหญิงสาวที่สวยและเก่งเป็ทุนเดิมเมื่อพบเห็นการสืบค้นของณิชาและได้สื่อสารกับเธอมาก่อนสร้างความประทับใจให้กับเขาที่มีต่อเธอมากยิ่งขึ้น