(จบ) เจ้าก้อนแป้งตัวน้อยของพี่ชายทั้งห้า

    บทที่ 37 เคยมีใครมาดูจวี๋เอ๋อร์สักครั้งไหม? (รีไรต์)

    บทที่ 37 เคยมีใครมาดูจวี๋เอ๋อร์สักครั้งไหม? (รีไรต์)


    แต่สีหน้าของอวี้ซานเป้าดูเย็นชากว่าแม่เฒ่าเว่ยเสียอีก


    เขาเดินออกไปก่อนใคร


    พ่อเฒ่าอวี้ที่ปกติใจดีที่สุดก็ถอนหายใจ ไม่ได้พูดแทนซูโหรวเอ๋อร์ แล้วเดินออกไปโดยเอามือไพล่หลัง


    แม่เฒ่าเว่ยมองลูกสะใภ้ตนด้วยสายตาเย็นชา


    ซูโหรวเอ๋อร์ได้แต่กัดฟัน วางอวี้หย่งจวี๋ลงบนเตียง แล้วค่อย ๆ เดินตามออกไปข้างนอก


    ตอนนี้ในห้องเหลือแค่แม่เฒ่าเว่ย ซิ่งซิ่ง และอวี้หย่งจวี๋


    เมื่อเผชิญหน้ากับหลานชายที่เพิ่งรอดตายและฟื้นขึ้นมา สีหน้าของแม่เฒ่าเว่ยก็อ่อนโยนลง นางปลอบใจว่า "จวี๋เอ๋อร์ ไม่ต้องกลัวนะ ย่าแค่จะถามแม่ของหลานสองสามคำเท่านั้น"


    แต่อวี้หย่งจวี๋กลับส่ายหน้า "ย่า ข้าไม่กลัวหรอก!..." เขาดูไม่พอใจเล็กน้อย จึงเบ้ปาก "แม่กลับบ้านเกิด เอาเงินไปด้วยนะ! ข้าเห็นกับตาว่าแม่ให้เงินยาย แต่ซูเสี่ยวเป่าชอบแอบด่าข้าลับหลังว่าเป็นพวกมากินโดยไม่เสียอะไร กินแล้วไม่จ่าย เป็นบ้านนอกคอกนา! ข้าเกลียดเขา!"


    อวี้หย่งจวี๋พึมพำอย่างน้อยใจ "เนื้อชิ้นเดียวก็ไม่ให้ข้ากิน..."


    เด็กชายดูมีชีวิตชีวา แต่คำพูดนี้กลับทำให้อารมณ์ของแม่เฒ่าเว่ยรู้สึกสับสน


    แม่เฒ่าเว่ยหลับตาลงชั่วครู่ แล้วสั่งซิ่งซิ่งว่า "ซิ่งซิ่ง หลานอยู่กับจวี๋เอ๋อร์ในห้องไปก่อนนะ ถ้าจวี๋เอ๋อร์รู้สึกไม่สบายตรงไหน หลานก็ออกมาเรียกพวกเรา ย่าจะออกไปคุยกับลุงสามกับป้าสามสักหน่อย"


    ซิ่งซิ่งทำเหมือนได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญมาก นางพยักหน้าอย่างจริงจัง ท่าทางขึงขังเกือบเหมือนกำลังสาบาน "ย่าวางใจไปคุยกับลุงสามกับป้าสามเถอะค่ะ! ซิ่งซิ่งจะดูแลพี่จวี๋เอ๋อร์อย่างดีแน่นอน!"


    แม่เฒ่าเว่ยอดขำท่าทางน่ารักของซิ่งซิ่งไม่ได้


    นางยื่นมือลูบหัวหลานสาวตัวน้อย แล้วจึงเดินออกจากห้องไป


    จวี๋เอ๋อร์รู้สึกอิจฉาเล็กน้อย จึงพูดเสียงเบาว่า "ทำไมย่าลูบหัวเจ้า แต่ไม่ลูบหัวข้าล่ะ?"


    ซิ่งซิ่งเอียงหัวน้อย ๆ แล้วคาดเดาอย่างมีเหตุผล "อาจเป็นเพราะคราวก่อนท่านยายที่มาตรวจอาการพี่บอกว่าพี่หัวกระแทกกระมัง! หัวพี่ยังบาดเจ็บอยู่ ย่าคงไม่กล้าแตะเป็นแน่"


    เหตุผลนี้ฟังดูสมเหตุสมผลมาก ซิ่งซิ่งพยักหน้าน้อย ๆ ยืนยันความคิดตัวเอง "ใช่แล้ว ต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน นี่แสดงว่าย่ารักพี่นะ"


    คำพูดนี้ปลอบใจอวี้หย่งจวี๋วัยสี่ขวบได้เป็นอย่างดี


    เด็กชายนอนอยู่บนเตียงอุ่น ส่งเสียง "อืม" พลางยิ้มกว้าง


    ทันใดนั้น เขาก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงหันไปถามซิ่งซิ่งด้วยท่าทางดุร้าย "นี่เจ้า ไม่มีมารยาทบ้างหรือไง! ข้าอายุมากกว่าเจ้านะ เจ้าต้องเรียกข้าว่าพี่ห้าสิถึงจะถูก จะมาเรียกข้าว่าจวี๋เอ๋อร์เหมือนคนอื่น ๆ ได้อย่างไร" 


    ซิ่งซิ่งทำหน้างง อ้าปากเล็ก ๆ ส่งเสียงอุทานออกมา "แต่ว่า... พี่ไม่ชอบซิ่งซิ่งไม่ใช่หรือ? ก่อนหน้านี้ยังบอกว่าซิ่งซิ่งไม่ใช่น้องสาวของพี่อยู่เลย"


    อวี้หย่งจวี๋ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อถูกซิ่งซิ่งถามกลับ เขาจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่าย ซึ่งมองตอบด้วยแววตาใสซื่อ ก่อนจะเอ่ยถามเขาว่า "พี่เป็นอะไรรึเปล่า? อยากดื่มน้ำไหม?"


    "ไม่!" อวี้หย่งจวี๋ตอบกลับเสียงแข็ง ก่อนจะหลับตาลง


    เขาทั้งไม่ชอบ ทั้งรำคาญเด็กคนนี้จริง ๆ!


    …


    ณ มุมอันเงียบสงบแห่งหนึ่งภายในลานบ้าน


    สีหน้าของทุกคนดูไม่สู้ดีนัก


    ในตอนแรกซูโหรวเอ๋อร์รู้สึกตกใจ แต่หลังจากนั้นนางก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมา


    ถ้าไม่ใช่เพราะแม่เฒ่าเว่ยรังแกนาง อวี๋ซานเป้าดุด่านาง นางจะหนีกลับบ้านเดิมทำไม?


    นางพาลูกกลับบ้านเดิม ก็ไม่ควรไปมือเปล่าไม่ใช่หรือ! 


    คิดได้ดังนั้น ซูโหรวเอ๋อร์จึงชิงพูดขึ้นก่อน “ใช่ ข้ายอมรับว่าเอาเงินนั้นกลับไปบ้านเดิมแล้ว แต่ข้าพาจวี๋เอ๋อร์กลับบ้านตัวเอง จะให้ไปตัวเปล่า กินอยู่เปล่า ๆ ได้อย่างไร!” 


    แม่เฒ่าเว่ยหน้าเย็นชา “เจ้าคิดว่าถ้าจ่ายเงินแล้ว คนที่บ้านเดิมเจ้าจะไม่ถือว่าเจ้าไปกินอยู่เปล่ารึไง! จวี๋เอ๋อร์อยู่ที่บ้านของพ่อแม่เจ้า แต่ก็ยังไม่วายถูกหลานชายบ้านเดิมเจ้าด่าลับหลังว่ามาไถเงิน ขอกินอยู่เปล่าเปลี้ยไม่ใช่หรือ!” 


    ซูโหรวเอ๋อร์หน้าเสียเล็กน้อย แก้ตัวว่า “...เสี่ยวเป่ายังเด็ก ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก”


    “ยังเด็กหรือ ไม่รู้เรื่องหรือ?”  อวี้ซานเป้า พูดขึ้นมากะทันหัน “เจ้าก็ยังเด็ก ไม่รู้เรื่องรึไง?... กลับบ้านเดิม ซื้อของไปบ้างก็สมควร แต่เงินนั่น เป็นเงินที่แม่เห็นใจพวกเรา ให้พวกเราเก็บหอมรอมริบเอาเองทีละนิด ทีละหน่อย เจ้าออกไปถามดูสิ มีบ้านไหนบ้างที่ไม่ลำบากในช่วงภัยพิบัติหลายปีมานี้ เงินเก็บทั้งชีวิตของพวกท่านเกือบจะหมดแล้ว แต่ลูกสะใภ้ยังมีเงินเก็บสองสามตำลึงเงิน!”


    ซูโหรวเอ๋อร์พูดไม่ออก


    ตอนนี้ ไม่ต้องพูดถึงคนในหมู่บ้าน แม้แต่ในเมืองของพวกเขา ก่อนแยกบ้าน เงินที่ลูกชายหามาได้ต้องนำมารวมกัน แล้วพ่อแม่ที่เป็นหัวหน้าครอบครัวจึงจะแบ่งเงินให้


    ค่าใช้จ่ายประจำวันก็ออกจากเงินส่วนกลาง


    หลายปีมานี้ นางและอวี้ซานเป้าเก็บเงินนี้ได้อย่างยากลำบากแสนเข็ญ


    แต่ตอนนั้น นางรู้สึกโกรธมากที่ต้องกลับบ้านเดิม และเพราะไม่อยากโดนคนทางบ้านเดิมดูถูก จึงเอาเงินที่ครอบครัวสามีเก็บหอมรอมริบมาหลายปีไปจนหมด...


    อวี้ซานเป้าดูเหมือนจะอัดอั้นมานาน ท่าทางเขาเย็นชา ดวงตาที่มองซูโหรวเอ๋อร์เต็มไปด้วยความผิดหวัง "แม่สงสารพวกเรา เลยให้พวกเราเก็บเงินไว้บ้าง ก็เพื่อเวลาที่พวกเราเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นมา จะได้มีเงินไว้ใช้ยามจำเป็น แต่เจ้ากลับเอาไปให้บ้านเดิมหมด  ถ้าบ้านเดิมเจ้าเดือดร้อน ข้าก็คงไม่ว่าอะไร แต่นี่บ้านเดิมเจ้าเดือดร้อนอะไรหรือไง?! ไม่! แต่เจ้ากลับรีบร้อนเอาเงินไปให้ ข้าถามหน่อย บ้านเราไม่ต้องกินต้องใช้กันแล้วหรืออย่างไร?! ... สองวันก่อน ถ้าแม่ไม่มีเงินติดตัวสักเหรียญ เจ้าจะเอาอะไรให้ลูกชายไปหาหมอ?! ไม่คิดจะสนใจชีวิตลูกชายแล้วหรือ!"


    เสียงของอวี้ซานเป้าทุ้มต่ำ แหบแห้ง


    ร่างของซูโหรวเอ๋อร์สั่นสะท้าน!


    แท้จริงแล้ว สองวันที่ผ่านมา นางรู้สึกถึงเรื่องนี้ลาง ๆ แต่เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับบ้านเดิมของตนเอง นางจึงไม่อยากคิดมาก


    ตอนนี้ สิ่งที่นางแสร้งทำเป็นสงบ ถูกคำว่า "ชีวิตลูกชาย" โจมตีจนแตกเป็นเสี่ยง ๆ!


    ซูโหรวเอ๋อร์รู้สึกเหมือนจะขาดสติ นางตะโกนใส่หน้าอวี้ซานเป้า "พอแล้ว ไม่ว่าอย่างไรเงินก็ให้บ้านเดิมข้าไปแล้ว ไม่ได้เอาไปใช้สุรุ่ยสุร่ายเสียหน่อย…" 


    นางแก้ตัวแบบไร้จุดยืน "หลานชายคนโตที่บ้านเดิมข้ากำลังจะแต่งงาน หลานชายคนเล็กก็กำลังโต ต้องใช้เงินทั้งนั้น…"


    อวี้ซานเป้าหลับตาลง ในใจยิ่งผิดหวังในตัวภรรยามากขึ้นไปอีก


    แม่เฒ่าเว่ยกับพ่อเฒ่าอวี้ไม่อยากพูดอะไรมาก พ่อเฒ่าอวี้มองลูกชายคนที่สามและพูดปลอบ "เอาล่ะ ไม่เป็นไรหรอก พ่อกับแม่ยังมีเงินอยู่อีกหน่อย อาการของลูกชายก็ไม่เป็นอะไรแล้ว... เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ"


    แม่เฒ่าเว่ยพูดเสริม "เงินที่จ่ายไป เป็นเงินส่วนกลาง ไม่ต้องเอามาคืนหรอก  พาลูกไปหาหมอ ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่สมควรอยู่แล้ว"


    ยิ่งแม่เฒ่าเว่ยกับพ่อเฒ่าอวี้มีเหตุผลมากเท่าไหร่ อวี้ซานเป้าก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น


    ซูโหรวเอ๋อร์ รีบคว้ามือของสามีไว้ราวกับกำลังคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ “พี่ดูสิ พ่อกับแม่ก็พูดแบบนี้...” 


    แต่อวี้ซานเป้า กลับดึงมือของเขาออกจากแขนของซูโหรวเอ๋อร์อย่างเย็นชา


    แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง


    “ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย” อวี้ซานเป้ากล่าวด้วยน้ำเย็นเยียบ “เรื่องที่เจอจวี๋เอ๋อร์ ครั้งนั้นข้าได้บอกกับทางบ้านของเจ้าไปแล้ว และก็ได้บอกไปด้วยว่าเขาบาดเจ็บ... ตอนนี้ก็ผ่านมาสองวันเต็มแล้ว ทางบ้านของเจ้ามีใครมาเยี่ยมจวี๋เอ๋อร์บ้างหรือเปล่า?”



    คล้ายกับเรื่อง(จบ) เจ้าก้อนแป้งตัวน้อยของพี่ชายทั้งห้า ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530