“กลับมาแล้ว”
“เป็ไงบ้าง บอกเลิกไอผู้ชายเฮงซวยนั้นหรือยัง”
“บอกแล้ว คิดจะสวมเขาให้ฉันหรอ คิดว่าไม่รู้หรือไง”
“แกทำยังไงมันต้องได้ยอมเลิกกับแกง่ายๆ”
“ก็เหมือนเดิม มีแฟนใหม่”
“เมื่อไหร่แกจะจริงจังกับใครสักคนจริงๆบ้างว่ะเพื่อน ั้แ่เรียนจบมา ฉันก็เห็นแกเอาแต่ซ้อมๆเดินแบบกับเปลี่ยนแฟนเดือนละ 3 คน”
“เอานา พรุ่งนี้ฉันอาจจะได้เป็นางแบบเต็มตัวแล้วก็ได้ ถึงเวลานั้นแกก็ลาออกจากงานประจำแล้วมาเป็ผู้จัดการให้ฉันด้วยล่ะ”
“เออนา ให้ได้เป็ก่อนค่อยมาพูด เห็นพูดแบบนี้มา 2 ปีแล้ว ฉันยังไม่เห็นคุณดาวเหนือนางแบบมือโปรเลยสักครั้ง”
“แกคอยดูได้เลย ครั้งนี้แหละ ฉันจะเป็นางแบบมืออาชีพให้ได้”
“เดี๋ยวนางแบบทุกคน เข้าไปแต่งหน้าแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าตามหมายเลขที่ติดไว้ที่ไม้แขวนนะคะ นางแบบทุกคนจะได้เสื้อผ้าที่มีสไตล์ชุดแตกต่างกันออกไป ดังนั้นในการเดินแบบ นางแบบทุกคนไม่มีสิทธิปฏิเสธหรือไม่ยินยอมใส่เสื้อผ้าที่ได้รับ ทุกคนเข้าใจกติกานี้นะคะ ถ้าเข้าใจแล้วประจำที่ของตัวเองได้เลยค่ะ”
เมื่อทีมงานอธิบายรายละเอียดคร่าวๆในการแข่งขันครั้งนี้จบ ฉันก็เดินเข้าไปนั่งให้ช่างแต่งหน้าทำผมและเข้าไปเปลี่ยนชุด ซึ่งชุดของฉันค่อนข้างยาวกว่าตัวฉันมาก แถมยังมีปลายผ้าที่รุงรังอีก ถือว่าโจทย์ในวันนี้ค่อนข้างยากอยู่ แต่สำหรับดาวเหนือไม่ยากเกินไปขนาดนั้น ฉันให้ยัยเ้างามหยิบร้องเท้าที่เตรียมมาเผื่อเข้ามาให้ ซึ่งรองเท้าที่ฉันพูดถึงส้นสูงถึง 5 นิ้ว สำหรับคนทั่วไปเดินยากมาก แต่สำหรับฉันที่ฝึกซ้อมกับมันมาหลายปี แค่นี้สบายมาก ด้วยความที่ชุดค่อนข้างยาว เลยทำให้ไม่เห็นรองเท้าที่ใส่ไว้ด้านใน
“ทุกคนค่ะ มาเข้าแถวกันตรงนี้ค่ะ เรียงลำดับเลขที่ของตัวเองนะคะ เดี่ยวเมื่อไฟหรี่ลง คนแรกค่อยเดินขึ้นไปและคนต่อๆไปเหมือนที่ซ้อมกันไว้นะคะ”
ฉันลุกขึ้นไปยื่นต่อแถวของคนลำดับที่ 19 ซึ่งในการเดินโชว์ครั้งนี้ ฉันอยู่ลำดับที่ 20 คนสุดท้ายพอดี เมื่อไฟหรี่ลง นางแบบคนแรกก็เดินออกไป คนที่สอง คนที่สอง ตามลำดับ ใจฉันเต้นแรงมาก อย่างกับจะออก เดินด้านนอกให้ได้
“ฮู่ว์! แกทำได้ดาวเหนือ”
หลังจากเรียกพลังกลับมา ฉันก็เดินขึ้นไปบนเวที ตามนางแบบคนข้างหน้า เดินอย่างมั่นใจ พรีเซนต์ชุดที่ใส่เล็กน้อย และหมุนอย่างที่เคยซ้อมเป็ประจำ กรรมการที่นั่งมองมาจากด้านล่างเวที มีทั้งหมด 5 ท่าน ซึ่ง 4 ท่านฉันเคยเจอเมื่อแข่งขันรอบก่อน แต่มีอีกคนที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ดูท่าทางนิ่งๆ หยิ่งๆ ใบหน้าคมเข้ม บวกกับดวงตาสีเทาคู่นั้น ทำให้หน้ายิ่งดูดุ แต่กลับเสน่ห์ดึงดูดล้มหลาม มองนางแบบแต่ละคนอย่างจริงจังั้แ่ขึ้นเวทีเดิน
“เมื่อกี้เป็การเดินแบบแบบกลุ่มใหญ่ของนางแบบทั้งหมด 20 คนแล้วนะคะ ต่อไปจะเป็การแสดงฝีมือการเดินแบบของนางแบบทีละคนตามหมายเลขค่ะ”
นางแบบแต่ละคน ต่างทยอยเดินออกไป โดยใช้เวลาพรีเซนต์การเดินของตัวเองคนละ 3 รอบ พร้อมกับพูดคุย รับฟังคำติชมของกรรมการเพื่อนำไปพัฒนาต่อ ดังนั้นฉันในหมายเลขท้ายสุด ก็ต้องรอต่อไป
ถึงตาฉัน ฉันเดินออกไปด้วยความมั่นใจ ก้าวฉับๆสับแหลก ตามสไตล์ พรีเซนชุดรอบนึง หมุนระหว่าง กลับ โพสท่าที่พรีเซนต์ชุดที่ใส่อย่างสุดแรง เมื่อเดินครบ 3 รอบ ก็เดินมาหยุดอยู่ตรงกลาง รอฟังคำติชมของกรรมการทั้ง 5 ท่าน
“คุณดาวเหนือใช่ไหมครับ” กรรมการด้านขวาสุดพูดคนแรก
“ใช่ค่ะ”
“คุณเดินได้ดีมากเลยครับ ดูมั่นใจ และพรีเซนต์ชุดที่ใส่ได้ดีเลยครับ”
“ส่วนฉันคิดว่า” กรรมการคนถัดมาพูดต่อ
“คุณยังสามารถพัฒนาได้อีก การเดินอาจจะดูมั่นใจแล้วก็จริง แต่ยังขาดทักษะจังหวะการเดินอีกนิดหน่อยค่ะ”
“คุณสิบทิศมีอะไรติชมนางแบบหมายเลข 20 ไหมคะ” กรรมการคนก่อนหันไปพูดกับผู้ชายตรงกลางที่นั่งนิ่งจ้องมาที่ฉันไม่วางตา
“ครับ ผมจะขอสอบถามคุณดาวเหนือเื่ส่วนตัวสักเื่ได้ไหมครับ”
“อ๋อค่ะ ได้ค่ะ”
“คุณดาวเหนือคิดว่าในฐานะนางแบบมืออาชีพ เื่ส่วนตัวมีผลต่อการทำงานไหมครับ”
“ฉันคิดว่าไม่นะคะ”
“นั้นผมยกตัวอย่างนะครับ แค่ตัวอย่างนะครับ ถ้าสมมุตินางแบบมีการใช้ชีิวิตส่วนตัวที่ส่งผลต่อบริษัท เช่น การติดสารเสพติด การรับงานนอกเหนือจากงานเดินแบบ หรือแม้กระทั้งการเปลี่ยนแฟนบ่อยๆ คุณดาวเหนือคิดว่าเื่เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อหน้าตาบริษัทไหมครับ”
อีตามั่นหน้านี้ถามอะไร ไม่เห็นจะเกี่ยวกับการเดินแบบตรงไหนเลย แล้วทำไมต้องเจาะจงถามแค่ฉันคนเดียวเลยล่ะ หรือคิดจะแกล้งกัน
“ถ้าเป็คำถามที่พึ่งถามมาก็เกี่ยวค่ะ เพราะในฐานะนางแบบของบริษัท นางแบบทุกคนจะต้องมีภาพลักษณ์ที่เหมาะสมกับบริษัท ถือเป็การให้เกียรติและไม่ทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียงค่ะ”
“ครับ ผมก็คิดแบบนั้นครับ”
ฉันไม่รู้จะส่งยิ้มให้หรือทำหน้าแบบไหนให้อีตานั้นดี หน้าตาก็ถือว่าเข้าขั้นหล่อ หุ่นก็ดี แต่น่าจะมีปัญหาทางสมองกับปาก
“หมายเลขที่เข้ารอบ เป็นางแบบหน้าใหม่ของปีใหม่ มีดังนี้ครับ หมายเลข 5 ,16 ,7,2,15,19,1,11,8,และหมายเลขสุดท้าย 9 ครับ”
“ขอแสดงความยินดีกับนางแบบหน้าใหม่ในปีนี้ทั้ง 10 คนด้วยนะคะ ส่วน 10 คนที่เหลือ ขอให้ทุกท่านพยายามต่อไปนะคะ”
ฉันเดินกลับเข้ามาเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกจากห้องไปหาเ้างามที่นั่งรออยู่ชั้น1 ด้วยอาการหมดแรง
“เป็ไงบ้างแก ทำไมทำหน้านั้นล่ะ……ไม่เป็ไร ไว้ครั้งหน้าลองใหม่ แกเก่งมากแล้ววันนี้”
“ฉันยังคาใจอยู่เลย”
“เื่อะไร”
“ฉันว่าที่ฉันไม่ผ่านเป็เพราะอีตานั้นแน่เลย”
“แกพูดถึงใครเนี่ย”
“ก็วันนี้อ่ะดิ มีกรรมการคนหนึ่งถามคำถามฉันอยู่คนเดียว แล้วถามอะไรนะ เกี่ยวกับเปลี่ยนแฟนบ่อยมีผลกระทบกับบริษัทไหม อะไรทำนองเนี่ย”
“เฮ้ย เข้ารู้ได้ไงว่าแกเปลี่ยนแฟนบ่อย หรือเขารู้จักแก”
“ไม่น่านะ ฉันพึ่งเคยเจอเขาครั้งแรก”
“นั้นก็ แกโดนแกล้งแน่นอน”
“นั้นสิ ฉันก็คิดอย่างนั้น อย่าให้แม่เจออีกแล้วกัน ฉันไม่ปล่อยไปเฉยๆเหมือนครั้งนี้แน่”
“ทำไม แกจะจับเขามาเป็หนุ่มๆในคอเล็กชั่นแกหรอ”
“จ้างให้ก็ไม่เอาย่ะ!!!”