ฟางเซียนเออร์มองพี่หวังเจี้ยนที่สีหน้าค่อยๆ หม่นหมองลงอย่างช้าๆ นางก็เข้าใจทันทีว่าเขาคงไม่มีเงินพอที่จะซื้อกระบี่ดีดีแน่เลย “ท่านลุง ข้าขอดูอาวุธหน่อยขอรับ ” เจ้าของร้านมองหน้านางสักพักแล้วจึงทักทายนาง “โอ้ว ใช่เจ้าหนูที่มีสายตาเฉียบคมคนนั้นใช่ไหม”เถ่าแก่ร้านทักทายนางด้วยความยินดี
“ขอรับข้าเอง ธนูที่คราวก่อนข้าซื้อไปใช้ดีมากเลยขอรับ ”นางชมเถ่าแก่ร้านอย่างไม่ประหยัดคำชมเลยทีเดียว “วันนี้ข้าจะมาดูอาวุธให้กับท่านพี่ของข้านะขอรับท่านลุง”
“ได้ๆ เจ้าเข้าไปเลือกชมก่อน ถูกใจอันไหนแล้วค่อยมาบอกข้า” นางพยักหน้าเล็กน้อย “พี่หวังเจี้ยนท่านลองดูก่อน” หวังเจี้ยนที่ได้ยินนางเรียกเดินตามนางเข้าไปในร้านขายอาวุธ เมื่อเข้าไปในร้าน มีอาวุธมากมายที่วางเรียงกันอยู่บนชั้น และที่ผนังร้าน เขาเดินตามนางไปหยุดอยู่ตรงมุมที่จัดแสดงกระบี่ มีกระบี่รูปทรงต่างๆ มากมายวางเอาไว้ให้พวกเขาได้ชม
“พี่หวังเจี้ยน ในเมื่อท่านเป็นศิทย์ของข้า ข้าจะมอบของขวัญให้ท่าน 1 ชิ้นเจ้าค่ะ ท่านเลือกกระบี่เล่มที่ท่านต้องการได้เลย จำเอาไว้ว่ากระบี่ที่่ท่านเลือกนั้นท่านต้องพกมันติดตัวไว้เสมอ ไม่ว่าจะยามนอนหลับท่านก็ต้องวางมันเอาไว้ข้างกายเสมือนคู่ชีวิตคนหนึ่ง” กระบี่ก็เปรียบเสมือนกับแขนและขาข้างหนึ่ง ท่านต้องทำความคุ้นเคยกับมัน
“อาจารย์น้อย…ข้า…”หวังเจี้ยนยังคงลังเล เขารู้ว่ากระบี่เล่มหนึ่งนั้นใช้เงินไม่ใช่น้อย “พี่หวังเจี้ยน มันเป็นเรื่องปกติที่อาจารย์จะให้ของขวัญแก่ศิทย์ของเขา ท่านเลือกเถอะ ข้าจะไปคุยกับเถ้าแก่ร้านหน่อยเจ้าค่ะ ถ้าท่านไม่เลือกข้าจะไปรับคนอื่นมาเป็นลูกศิทย์แทนท่านนะเจ้าค่ะ” นางบอกก่อนจะทิ้งเขาไว้ตรงนั้น
“ท่านลุงขอรับ ข้าอยากได้อาวุธบางอย่างแต่ที่ร้านของท่านไม่มีขายนะขอรับ”
“แบบไดหรือ ที่ร้านข้าก็มีอาวุธเกือบทุกชนิดนะ เจ้าอยากได้แบบไหนละ เดี๋ยวข้าจะทำให้” พูดเสร็จเขาก็ลุกไปหยิบกระดาษกับพู่กันมาให้นาง “เจ้าลองวาดมันให้ข้าดูหน่อยซิ”
“ขอรับ”นางรับกระดาษกับพู่กันจากท่านลุงมา แล้วจึงวาดอาวุธแบบที่นางเคยใช้ในมิติอื่นก่อนที่นางจะเสียชีวิตลง โดยวาดแบบให้ดูง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วส่งให้กับท่านลุง “เสร็จแล้วขอรับ” ท่านลุงรับไปแล้วมองดูสิ่งที่อยู่บนกระดาษ เขาไม่เคยเห็นอาวุธแบบนี้มาก่อน “นี่มันอาวุธแบบไดกัน”
“ท่านพอจะทำได้ไหมขอรับ ข้าจะจ่ายให้ท่านมากตามที่ท่านลุงต้องการแต่แบบอาวุธนี้ ท่านต้องห้ามทำให้ผู้อื่นเด็ดขาด” ฟางเซียนเออร์มองหน้าท่านลุงด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว เมื่อเถ่าแก่ร้านได้ยินแบบนั้น อยู่ๆ เขาก็เกิดความรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา “ได้ๆ ข้าจะไม่ทำให้กับผู้อื่นเด็ดขาด” เขาเกิดความรู้สึกกลัวเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าเขาขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
“ข้าจะให้เงินมัดจำกับท่านลุงไว้ 5 ตำลึงเงินเมื่องานเสร็จแล้วรบกวนท่านนำไปส่งให้ข้าตามที่อยู่นี้นะขอรับ” ฟางเซียนเออร์ส่งเงินให้ท่านลุงแล้วเขียนที่อยู่ของนางลงบนกระดาษที่นางร่างแบบอาวุธให้กับเขา ไม่นานหลังจากนั้นหวังเจี้ยนก็ออกมาพอดีในมือของเขาถือกระบี่เล่มหนึ่งติดมาด้วย “ท่านเลือกได้แล้วหรือขอรับ”
“ใช่ข้าชอบเล่มนี้ มันจับถนัดมือของข้ามากแล้ว แล้วน้ำหนักก็ไม่หนักมากด้วยเช่นกันขอรับนายน้อย”
“ท่านลุงคิดเงินกระบี่ในมือของเขาด้วยขอรับ”
“คุณชายท่านนี้ตาดียิ่งนักกระบี่เล่มนี้เป็นผลงานที่ข้าพอใจที่สุดท่านดูสิว่ามันงดงามแค่ไหน กระบี่เล่มนี้ข้าคิดแค่ 2 ตำลึงเงินท่านว่าอย่างไร”
“ได้” ฟางเซียนเออร์รีบจ่ายเงินให้กับท่านลุงทันที
“2 ตำลึงเงิน กระบี่เล่มนี้แพงขนาดนี้เชียว”หวังเจี้ยนอุทานด้วยความตกใจ เขารู้ว่ากระบี่ที่ดีมีราคาแพงแต่ก็ไม่คิดว่าจะมีราคาแพงขนาดนี้ เขาต้องหาเงินถึง 3 เดือนกว่าจะซื้อมันได้ หวังเจี้ยนมองหน้าอาจารย์น้อยของเขา ทั้งรู้สึกขอบคุณและรู้สึกว้าวุ่นใจ ว่าตัวเองนั้นจะกล้ารับมันมาแบบนี้จริงๆหรือ
“พี่หวังเจี้ยนท่านไม่ต้องคิดมาก” ฟางเซียนเออร์ยิ้มน้อย ๆ แต่ดวงตาของนางกลับหรี่ลงเล็กน้อย นางจะฝึกพี่หวังเจี้ยนให้หนักเชียวละหึหึ
หวังเจี้ยนที่เห็นท่านอาจารย์น้อยมองมากลับขนลุกซู่ทันที เขารู้สึกว่าต่อจากนี้คงต้องฝึกอย่างหนักเสียแล้ว เมื่อออกจากร้านขายอาวุธ นางก็ตรงไปยังร้านขายเนื้อหมูแล้วซื้อเนื้อหมูมาอีกหลายห่อ นางอยากได้ไก่ไข่อีกจำนวนหนึ่งเอาไว้กินไข่ จึงตรงไปยังร้านขายสัตว์ เมื่อมาถึงหน้าร้านเถ่าแก่ร้านเห็นนางจึงรีบเข้ามาทักทาย
“นายน้อย ท่านต้องการซื้อไก่ไข่ไปเลี้ยงไหมขอรับ ข้ามีไก่สาวที่พร้อมจะออกไข่ได้อยู่หลายตัวเลยขอรับ” เถ่าแก่ร้านมองเด็กชายที่แต่งตัวดูดีเหมือนคุณชายน้อยบ้านรวยตรงหน้าเขา
ฟางเซียนเออร์ยิ้มให้กับเถ่าแก่ร้านเพียงเล็กน้อย “ข้ากำลังสนใจเจ้ามีไก่พร้อมไข่กี่ตัวหรือ” นางถามเถ่าแก่ร้าน “คุณชายน้อยท่านมาถูกที่แล้ว ร้านของข้าขายไก่ไข่มานานหลาย 10 ปีแล้ว ไก่ไข่ของข้าออกไข่ตลอดทั้งปีไข่ดกแน่นอน ตอนนี้ข้ามีไก่พร้อมไข่ 30 ตัวท่านต้องการเท่าไหร่หรือขอรับ” เถ้าแก่ร้านมองคุณชายน้อยตรงหน้าในใจคิดว่าวันนี้เขาจะได้ลาบก้อนโตแล้วพร้อมกับถูมือไปมา
“ข้าจะซื้อทั้งหมด ท่านคิดเงินอย่างไร”
“ตัวละ 1 ตำลึงเงินขอรับนายน้อย” เถ้าแก่ร้านรีบบอกราคา
“นายน้อยข้าว่าตัวละ 1 ตำลึงเงินออกจะแพงไปหน่อยนะขอรับ นายหญิงให้เงินท่านมาแค่ 25 ตำลึงเงินไม่ไช่หรือ” หวังเจี้ยนที่ได้ยินราคาจึงรีบออกอุบายทันที
“แต่ข้าอยากได้ทั้งหมด” นางรีบต่อบททันที พี่หวังเจี้ยนของนางนี้หัวการค้าจริงๆ เชียว “ถ้าอย่างนั้นพวกเราค่อยมากันใหม่วันหลังดีหรือไม่ขอรับนายน้อย” ฟางเซียนเออร์ที่มีท่าทางลังเล และทำท่าท่างคุ่นคิดอยู่เป็นนานนั้นกำลังจะตอบตกลง
เมื่อเถ้าแก่ร้านเห็นดังนั้นในใจของเขาก็ยิ่งร้อนรนเขาต้องการปล่อยไก่ไข่พวกนี้ออกไปให้หมดถ้าขายไม่หมดพอถึงฤดูหนาวจัดไก่พวกนี้ก็ขายไม่ออกแล้ว “ข้าขาย 25 ตำลึงเงินก็ได้ขอรับคุณชาย” ถึงจะได้กำไรน้อยแต่ก็ดีกว่าเก็บไก่พวกนี้ไว้เมื่ออากาศหนาวจัดไก่ไข่พวกนี้ก็จะออกไข่ได้น้อยลง
ฟางเซียนเออร์ได้ยินแบบนั้นก็สบสายตากับพี่หวังเจี้ยนอีกครั้ง “ไม่ได้นะขอรับ 25 ตำลึงเงินนี้ท่านจะเอาไปซื้อไก่ไข่ทั้งหมดไม่ได้นายหญิงกำชับข้าเอาไว้ว่าท่านต้องการลูกเป็ดอีกจำนวนหนึ่ง”
เถ่าแก่ร้านได้ยินแบบนั้นจึงรีบบอกว่า “นายน้อยท่านนี้พอดีเลยข้ามีลูกเป็ดที่เพิ่งออกจากไข่ได้ประมาณ 1 อาทิตย์พอดีมีทั้งหมด 10 ตัวถ้าคุณชายตกลงซื้อไก่ข้าก็จะแถมลูกเป็นจำนวน 10 ตัวนี้ให้กับท่านฟรีๆ เลยนะขอรับ” เถ่าแก่ร้านนึกได้ว่าเป็ดที่เค้าเลี้ยงไว้ที่หลังบ้านเพิ่งจะให้ลูกออกมาได้ 10 ตัวเขาไม่ต้องการพวกมันอยู่พอดี กว่าจะเลี้ยงจนออกไข่ก็ต้องเสียค่าอาหารมากมายสู้เขายกให้คุณชายท่านนี้ไปไม่ดีกว่าหรือ ถ้าเขาเก็บไว้เองก็ใช่ว่าพวกมันจะมีชีวิตรอดผ่านพ้นช่วงฤดูหนาวนี้ไปได้
“จริงหรือขอรับเถ้าแก่ ข้าตกลงซื้อขอรับ” ฟางเซียนเออร์ยิ้มอย่างดีใจแสดงให้เหมือนว่านางทำภารกิจที่ท่านแม่มอบหมายให้นางได้สำเร็จ เถ้าแก่ร้านได้ยินแบบนั้นเขาก็รีบจัดแจงนำไก่สาวทั้งหมด 30 ตัวใส่ไว้ในตระกร้าทั้ง 4 ใบแล้วจึงบอกให้พวกเขารอสักครู่เขาจะไปจับลูกเป็ดที่อยู่ที่ลานหลังบ้านมาให้พวกเขา
“ข้าเพิ่งจะรู้ว่าพี่หวังเจี้ยนมีหัวทางด้านการค้าก็วันนี้แหละเจ้าค่ะ” ในระหว่างที่รอนางก็หันไปสนทนากับพี่หวังเจี้ยนที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“ไม่หรอกขอรับอาจารย์น้อย ข้าก็แค่พลิกแพลงตามสถานการณ์ทำให้อาจารย์น้อยหน้าแล้ว”
“ไรท์กำลังรีบปั่น จนขอบตาดำหมดแล้วนักอ่านที่รักโปรดรอสักครู่”