บทที่ 23 คนรักในชาติก่อน
วันหนึ่ง ลั่วเสวียนกลับมาจากมหาวิทยาลัย เธอพูดกับลั่วโหว “นายไม่สนใจเื่เรียนในมหาวิทยาลัยแล้วจริง ๆ เหรอ?”
ลั่วโหวบอกกับพี่สาวของเขาว่า “ปิดประตูห้องให้สนิทก่อน!”
ลั่วเสวียนย่นจมูก มองเขาด้วยสายตาขรึม “ไม่ปิดหรอก!”
ลั่วโหวลุกขึ้นยืน เดินไปปิดประตู ก่อนจะหันกลับมากอดเอวพี่สาวของเขา เห็นลั่วเสวียนก้มหน้าลงยิ้มเล็กน้อย เขาจึงจูบที่หน้าผากของเธออย่างนุ่มนวล แล้วปล่อยออก พลางพูดว่า “ผมไม่ไปมหาวิทยาลัย แต่พี่ต้องไม่ไปมีใจให้ใครนะ!”
พอได้ยินคำพูดนี้ ลั่วเสวียนก็ผลักเขาออก แล้ววิ่งหนีออกจากห้องไป
ลั่วโหวไม่ได้ไปมหาวิทยาลัย เย็นวันต่อมา อาจารย์เถียนจึงโทรมาหาเขา เพราะครั้งก่อนเขาเคยให้เบอร์บ้านไว้กับเธอ
อาจารย์เถียน้าพบปะพูดคุยกับเขา ลั่วโหวจึงพูดแบบเฮฮาว่า “คุยกันก็ได้นะครับ ผมชอบคุย” ก่อนจะปั่นจักรยานไปมหาวิทยาลัย
เมื่อไปถึงริมสนามของมหาวิทยาลัยและเห็นอาจารย์เถียน ลั่วโหวก็ะโว่า “อาจารย์ครับ ผมไม่ได้เล่นอยู่บ้านหรอกนะ ผมกำลังรีบเขียนนิยายหาเงินอยู่ต่างหาก!”
อาจารย์เถียนสำรวจดูเขาอย่างละเอียด เห็นท่าทางรีบร้อนของเขา จึงถอนหายใจ “ก็ตามใจเถอะ แต่อย่าลืมสอบของมหาวิทยาลัยนะ”
ลั่วโหวหัวเราะพลางพูดว่า “งั้นวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมจะชวนอาจารย์ไปกินอาหารอร่อย ๆ กันดีไหมครับ?”
อาจารย์เถียนยิ้มแล้วพูดว่า “เธอนี่นะ คิดแต่เื่อะไรอยู่กันแน่?”
“อาจารย์ก็คนเหมือนกันนะครับ ก็ต้องใช้ชีวิต กินข้าวกินปลา และมีความ้าต่าง ๆ ด้วย!” ลั่วโหวหัวเราะ
อาจารย์เถียนยิ้มแล้วพูดว่า “เอาเถอะ อาจารย์บางคนก็ชวนยาก ่หยุดยาววันชาติก็ใกล้เข้ามาแล้ว เอาเป็คืนสุดท้ายของวันหยุดละกัน เธอเลี้ยงข้าวฉันมื้อหนึ่งก็พอ”
ลั่วโหวดีใจ รีบพูดว่าไม่มีปัญหา แล้วพูดถึงร้านอาหารเดิมที่เคยไป อาจารย์เถียนก็ตกลงตามนั้น
ด้วยความทรงจำของลั่วโหวในวัย 40 ปี อาจารย์เถียนในวัย 24 ปีนั้นยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดใจ เป็ผู้หญิงสวยระดับดาวเด่นของมหาวิทยาลัยเหมือนพี่สาวของเขาไม่ผิดเพี้ยน เขาจึงถามเธอว่า “อาจารย์เถียนครับ อาจารย์จบจากที่ไหนมาเหรอครับ สมัยนั้นคงมีผู้ชายมากมายวนเวียนอยู่รอบตัวแน่ ๆ”
อาจารย์เถียนตอบว่า “ฉันจบจากมหาวิทยาลัยครูปักกิ่ง”
ลั่วโหวได้กลิ่นหอมอันน่าหลงใหลจากตัวอาจารย์เถียน จึงพูดว่า “อาจารย์ครับ ผมรู้เื่แพทย์แผนจีนด้วยนะ ผมจะลองตรวจชีพจรให้อาจารย์”
อาจารย์เถียนยื่นมือเล็ก ๆ ให้เขาจริง ๆ ลั่วโหวจับข้อมือของเธอไว้ ทั้งสองคนหยุดนิ่งใต้แสงแดดในเวลาพลบค่ำ ลั่วโหวหลับตาตรวจชีพจรสักพัก แล้วลืมตาพูดว่า “อาจารย์เถียน อาจารย์เป็โรคโลหิตจาง รู้สึกปวดหัวหน้ามืดบ่อย ๆ หรือเปล่า เป็ลมง่ายมากใช่ไหม เวลาประจำเดือนมา เสียเืมากผิดปกติใช่ไหมครับ?”
อาจารย์เถียนดึงมือกลับมา ใบหน้าน้อย ๆ แดงก่ำ แต่สิ่งที่ลั่วโหวพูดนั้นล้วนถูกต้อง หลังจากนิ่งไปสักพัก อาจเป็เพราะเธอนึกขึ้นได้ว่าลั่วโหวอายุเพียง 16 ปี จึงถามว่า “เธอรู้ได้ยังไง เธอรู้เื่แพทย์แผนจีนจริงเหรอ?”
ลั่วโหวพยักหน้ารับ “เืของอาจารย์น่าจะมีปัญหา พรุ่งนี้ไปตรวจที่โรงพยาบาลดีกว่าครับ”
ทั้งสองเดินต่อไปอย่างช้า ๆ อาจารย์เถียนถามขึ้นว่า “เธอรู้เื่เยอะจังนะ เอาเวลาไหนมาเรียนรู้เื่พวกนี้กันแน่?”
“ผมได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์ของผม” ลั่วโหวเริ่มพูดเื่เพ้อเจ้ออีกครั้ง
แต่จริง ๆ แล้ว ลั่วโหวก็ได้รับการ ‘ถ่ายทอด’ มาจริง ๆ
อาจารย์เถียนอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจอย่างมาก
“อาจารย์เถียน บอกผมหน่อยสิว่าทำไมอาจารย์ถึงอยากไปอเมริกา” ลั่วโหวถามต่อ
อาจารย์เถียนถอนหายใจ “เด็กน้อย อย่ายุ่งเื่ผู้ใหญ่เลย”
ลั่วโหวกระทืบเท้าเป็การประท้วง
อาจารย์เถียนยิ้มพราย “ฉันน่ะ แค่อยากไปเที่ยวต่างประเทศดู ใช้ชีวิตตอนสาว ๆ ให้คุ้มหน่อย”
ลั่วโหวพยักหน้า “อื้ม ใช้ชีวิตตอนสาว ๆ ให้คุ้ม ได้เห็นทั้งคนสวยและทิวทัศน์สวย ๆ ถ้ารอจนแก่ก็จะมีแต่ความรู้สึกเศร้าโศก พระอาทิตย์ตกดินยังสวยงาม แต่ก็ใกล้จะมืดแล้ว”
อาจารย์เถียนพูดไม่ออกไปพักใหญ่ หันไปมองชายหนุ่มวัย 16 ปีที่อยู่ข้าง ๆ ชั่วขณะหนึ่ง เธอเองก็ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“อาจารย์เถียน อาจารย์ยังเต้น ‘ระบำนกยูง’ ได้ด้วยเหรอ?” ลั่วโหวจำได้ว่าเคยได้ยินเพื่อนร่วมชั้นพูดตอนที่เขาแอบเข้าไปในชั้นเรียนวันหนึ่ง
อาจารย์เถียนหัวเราะอย่างใจดี “ใช่สิ เต้นเก่งมาก ๆ ด้วยล่ะ ฉันยังเล่น ‘เอ้อหู’ ได้ด้วย เล่นเปียโนได้นิดหน่อย และการเขียนพู่กันก็แข็งแรงมากด้วย ใช่แล้ว ลายมือของเธอล่ะ?”
ลั่วโหวหัวเราะฮ่า ๆ “ลายมือของผมไม่แย่แน่นอน อาจารย์ของผมยังบอกเคล็ดลับการเขียนพู่กันให้ผมด้วย แม้ว่าเขาจะถ่ายทอดแค่ความรู้ทางทฤษฎี แต่ผมฝึกฝนได้เร็วมาก ใช่แล้ว ผมยังไม่ได้บอกอาจารย์เลย ผมฝึก ‘กังฟู’ ด้วย ถ้าให้ทหารยี่สิบนายที่ไม่ได้ฝึกฝนกังฟูมาต่อสู้กับผมด้วยมือเปล่า รับรองว่าผมสามารถจัดการพวกเขาทั้งหมดได้ภายในสามนาที”
อาจารย์เถียนหัวเราะ “โอ้อวด!”
ลั่วโหวกล่าวว่า “ผมไม่ได้โอ้อวดนะครับ สักครู่ไปที่ลานของมหาวิทยาลัย แล้วช่วยผมทดสอบวิ่งร้อยเมตรกับะโไกลหน่อยนะครับ ผมกำลังอยากจะทดสอบพอดี”
เมื่ออาจารย์เถียนได้ยินก็กล่าวว่า “ได้ แต่ฉันต้องไปยืมนาฬิกาและไม้บรรทัดก่อน”
“ไม่ต้องครับ รู้คร่าว ๆ ก็พอ” ลั่วโหวกล่าว
……
ลั่วโหวไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องแสดงออกเช่นนี้ต่อหน้าอาจารย์เถียน
บางทีอาจจะเป็ปฏิกิริยาปกติของชาย ‘อายุ 40 ปี’ ต่อหน้าหญิงสาว ‘อายุ 24 ปี’ ก็ได้
ลั่วโหวทำให้อาจารย์เถียนใจริง ๆ แม้ว่าเธอจะใช้แค่นาฬิกาธรรมดา แต่ความเร็วในการวิ่งร้อยเมตรของลั่วโหวกลับต่ำกว่าเก้าวินาที
นี่ก็ยิ่งทำให้เธอใจนหน้าถอดสี!
และหลังจากนั้น ในการะโไกล ลั่วโหวกลับะโข้ามหลุมทรายไปเลย และะโข้ามเกินเก้าเมตรไปแล้ว!
“เฮ้ อาจารย์เถียน เก็บเป็ความลับนะ ผมฝึกฝนวิชาภายในอันลับสุดยอด ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่เื่โกหก ผมยังไม่อยากให้คนทั้งโลกรู้” ลั่วโหวกล่าว
อาจารย์เถียนใมาก จนพูดติดขัด “เธอ เธอสามารถไปแข่งขันโอลิมปิกได้เลยนะ คงได้แชมป์แน่ ๆ”
ลั่วโหวพูดว่า “ไม่แน่หรอก อีกไม่กี่ปีผมอาจจะไปแข่งโอลิมปิกจริง ๆ แต่ผมไม่รู้ว่าในโลกนี้ยังมีคนที่ฝึกวิชาภายในแบบผมอีกหรือเปล่า ถ้ามี เราคงต้องตั้งกฎเหล็กไม่เป็ทางการว่าไม่ควรโชว์ฝีมือมากเกินไปต่อหน้าคนธรรมดา เพราะแน่นอนว่าจะไม่สามารถไปแข่งโอลิมปิกของคนธรรมดาได้”
ลั่วโหวคิดมากเกินไป วิชาของเขานั้นคือสิ่งที่กัปตันค้นคว้าหลังอายุ 30 ปี เป็วิชาที่ผสมผสานความรู้ด้านการแพทย์แผนจีน พันธุวิศวกรรม และระบบพลังงานในร่างกาย โดยมีเอไอช่วยสร้างขึ้น วิชานี้มีอิทธิพลต่อมิติเวลาของกัปตัน และทำให้กัปตันกลายเป็คนสำคัญที่สุดในมิตินั้น
เมื่อมองดูอาจารย์เถียนที่มีท่าทางเหมือนสาวน้อย ลั่วโหวรู้สึกหวั่นไหวในใจ อยากจะคว้าแก้มนุ่มนิ่มนั้นเป็อย่างมาก ทันใดนั้นเขาก็นึกออก ว่าทำไมถึงรู้สึกผูกพันกับอาจารย์เถียนมากขนาดนี้
เพราะอาจารย์เถียนมีรูปร่างและบุคลิกคล้ายกับคนรักคนหนึ่งในชาติก่อน!