“ฤทธิ์! นั่นเธอจะทำอะไรน่ะ” เสียงชราแหบพร่าของผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยไสยเวทดังขึ้นด้วยความตระหนก ภายในดวงตาสะท้อนภาพของชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ ที่ถือไม้เท้าสลักลวดลายกะโหลกมนุษย์สีดำสนิท
เสียงพื้นรองเท้ากระทบแอ่งของเหลวสีแดงข้นค่อยๆดังขึ้น ยามนี้เป็ยามวิกาลยิ่งขับเน้นกระแสเสียงดังกล่าวที่ขัดกับความสงัดรอบข้างให้เด่นชัด ร่างของชายหนุ่มเข้าใกล้ชายชรามากขึ้นทีละน้อย สีหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความหวาดผวา ด้วยไม่เคยคิดเลยว่า ชายหนุ่มตรงหน้าจะเป็ผู้ฝึกไสยเวทดำ อีกทั้งคลื่นไสยเวทที่แผ่ออกมาจากร่างของเขายังมีพลังมากกว่าตัวชายชราเองเสียอีก
“ท่านผู้อำนวยการคิดว่าผมจะทำไรล่ะ? ท่านน่าจะรู้ดีนะว่า “ไม้เท้ากาฬอาสัญ” ด้ามนี้้าอะไร” ฤทธิ์ค่อยๆชูไม้เท้าสีดำด้ามนั้นขึ้นเหนือศีรษะ ประกายแสงสีม่วงสะท้อนออกมาจากหัวไม้เท้า พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของผู้ถือที่แสยะขึ้น ทันใดนั้น ร่างบอบบางก็ถลาเข้ามาทางประตูห้องผู้อำนวยการพร้อมกับไม้เท้าสีขาวในมือ
“คาถาแสง สุริยันสาดส่อง” เสียงใสราวกระดิ่งเอ่ยคาถาเพื่อขัดจังหวะร่างหนุ่ม แสงตะวันฉายออกมาจากไม้เท้าสีขาว บดบังทัศนวิสัยของผู้ที่อยู่ในห้อง ร่างบางพลันตวัดไม้เท้าเข้าที่มือของชายหนุ่มจนไม้เท้าสีดำหลุดลอยออกจากมือ
“ไม่...” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยออกมาได้เพียงหนึ่งพยางค์ วงไสยเวทสีม่วงจากหัวไม้เท้ากาฬอาสัญกลับชี้ไปร่างของฤทธิ์พอดีกับที่ไสยเวทดำนั้นทำงาน ฝ่ามือสีโลหิตขนาดั์พุ่งออกมาจากวงไสยเวท คว้าเอาร่างสูงใหญ่กลับเข้าไปในวงเวทนั้น ไม่นานทุกอย่างก็จบลง ไม้เท้าสีดำหล่นกระทบพื้นและแน่นิ่งไป
“ผอ. ไม่เป็อะไรใช่ไหมคะ?” หญิงสาวเอ่ยถามพลางพยุงร่างชราออกจากพื้นที่นองไปด้วยเื
“ไม่เป็ไรนักศึกษา ขอบใจเธอมากนะที่เข้ามาช่วยไว้ทัน” แม้จะยังหวาดหวั่นกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ผู้อำนวยการเฒ่าก็ตอบกลับหญิงสาวด้วยเสียงสั่นเครือ
“เราจะทำอย่างไรกับ “ไม้เท้ากาฬอาสัญ” ดีคะผอ. ” เธอเดินเข้าไปหยิบไม้เท้านั้นขึ้นมา
“เดี๋ยวผอ. จะนำไม้เท้าด้ามนี้ไปส่งที่กระทรวงไสยเวทเอง นักศึกษาไม่ต้องกังวล เธอกลับไปพักผ่อนเถอะ ทุกอย่างจบแล้ว ไม่ต้องห่วงฉันหรอก” ชายชรากล่าว พร้อมรับไม้เท้าจากหญิงสาว เธอตอบรับคำและจากไป หลังหญิงสาวจากไปไม่นานร่างชราก็เผยรอยยิ้มชั่วร้ายและหายลับไปในม่านควันสีเดียวกับประกายแสงของไม้เท้ากาฬอาสัญ
จบภาค มหาวิทยาลัยไสยเวท
“อ้าว! ไอ้แก่เวรนี่เป็ตัวโกงเหรอวะเนี่ย?” ‘ฤทธี’ สบถคำหยาบออกมาหลังจากอ่านนวนิยายออนไลน์ในมือถือจบไป
“แล้วไอ้ฤทธิ์นี่มันจะตายง่ายไปไหน เป็ลาสบอสของภาคไม่ใช่รึไง โดนแฟลชแล้วตีไม้เท้ากระเด็นเนี่ยนะ” ฤทธีบ่นอุบ มือก็ปัดหน้าจอเลื่อนจะอ่านบทถัดไป แต่เหมือนเขาจะลืมอะไรบางอย่าง
ปี้น!
เสียงแตรจากรถคันข้างหลังดังเตือนฤทธีที่ก้มหน้าเล่นมือถือขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ เขาเงยหน้าขึ้นมองถนน เบื้องหน้าเป็รถกระบะที่หยุดรถกระทันหันเนื่องจากมีสุนัขวิ่งผ่านหน้ารถ ด้วยฤทธีไม่ได้มองทาง ไม่มีวินัยในการขับขี่ จักรยานยนต์ของเขาจึงกระแทกเข้ากับท้ายรถกระบะอย่างจัง
ร่างสูงลอยทยานหมุน360องศาข้ามรถกระบะไปกระทบพื้นถนน ซ้ำร้ายจุดที่ฤทธีตกลงมากลับเป็กลางสี่แยกไฟแดง พอดีกับที่สัญญาณไฟฝั่งซ้ายมือของเขาเปลี่ยนเป็สีเขียว รถกระบะแต่งซิ่งสีขาวเร่งเครื่อง พ่นควันดำขโมง แล่นถลาอัดชนร่างหนุ่มวัยยี่สิบกว่าเข้าเต็มเปา
‘แม่..ง....เอ้ย...’ ฤทธีคิดในใจแต่ไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้เพราะความเ็ปที่เกินรับไหว กระดูกแขนขารวมถึงซี่โครงของเขาแตกหัก ปลายแหลมของกระดูกทิ่มแทงออกมาจากเนื้อหนังจนฤทธีแทบขาดใจ
‘ซวยฉิบหาย’ ฤทธีไม่แม้แต่จะสำนึกว่าเหตุเกิดเพราะความประมาท ไม่ใช่เื่ของดวงชะตา ในวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ มือซ้ายของเขายังคงถือมือถือที่แสดงหน้าเว็บนวนิยายออนไลน์เื่นั้นที่เขาอ่านขณะใช้ถนน
แสงสว่างลอดผ่านหน้าต่างส่องแยงเข้าั์ตาของฤทธี ทำให้เขาต้องยอมตื่นขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจ
“ที่นี่ที่ไหน?” ฤทธีงัวเงีย คาดว่าตนเองอาจอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ดูเหมือนจะไม่เป็ดังที่คาดไว้ รอบๆตัวของเขาเต็มไปด้วยเอกสารมากมาย ร่างของเขานั่งอยู่บนโซฟา เบื้องหน้าเป็โต๊ะทำงาน มีหญิงสาวร่างเล็กวัยยี่สิบต้นยืนมองเขาด้วยสายตาอบอุ่น
“ที่นี่ก็ห้องสโมฯไง สงสัยนายจะยังไม่ตื่นจากฝันล่ะสิ?” หญิงสาวกลั้นหัวเราะพลางมองไปที่ฤทธีที่แสดงสีหน้างุนงง
“ห้องสโมฯ ห้องสโมฯไหน? อั๊ก!” ความเ็ปแล่นเข้ามาในศีรษะของฤทธี เขากุมหัวอย่างแรงเพื่อบรรเทาความทรมาณที่ได้รับ ร่างเล็กเข้ามาช่วยฤทธีด้วยความเป็ห่วง ชั่วอึดใจที่ความเ็ปโลดแล่น ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวของฤทธี เป็ความทรงจำที่เขาไม่เคยได้พบมาก่อน ความทรงจำของ ‘ฤทธิ์ เดชาคม’ ประธานสโมสรนักศึกษา คณะอัญเชิญศาสตร์ มหาวิทยาลัยไสยเวทนครหลวง
“ฉันไม่เป็ไร” ฤทธีรีบสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว เขาจำเป็ต้องจัดระเบียบความทรงจำของเขา และทำความเข้าใจตัวตนใหม่ที่เขาเป็ ด้วยมันสมองระดับหัวกะทิของกายเนื้อ ความคิดของฤทธีหลังได้รับความทรงจำพัฒนาขึ้นอย่างก้าวะโ ตอนนี้ฤทธีก็ไม่อาจแน่ใจว่าเขาเป็ใคร ฤทธี หรือ ‘ฤทธิ์ เดชาคม’ วายร้ายคนสุดท้ายในภาคแรกของนวนิยายที่เขาอ่าน ที่สุดท้ายก็ตายในตอนจบ!
“เมษา ขอฉันอยู่คนเดียวสักพักนะ” ฤทธี เชิญ ‘เมษา’ ที่ยืนอยู่ไม่ไกลออกจากห้องสโมสรนักศึกษา เธอพยักหน้ารับแล้วออกจากห้องไปด้วยสีหน้ากังวล ฤทธีรอจนเห็นร่างเล็กปิดประตูห้องแล้วเสร็จ
วันนี้เป็ปีที่ 567 ของไสยศักราช โลกใบนี้ดำเนินไปคล้ายคลึงกับโลกที่เขาจากมา เพียงแต่ที่นี่ไม่ใช้ไฟฟ้า แต่ใช้’คลื่นไสยเวท’ ซึ่งเป็พลังวิเศษที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ในอดีตมนุษย์ทุกคนเกิดมาจะสามารถัักับไสยเวทได้ แต่จะค่อยๆสูญเสียััเ่าั้ไปเมื่อเติบโตขึ้น
สิ่งนี้สะท้อนออกมาจากปรากฎการณ์ที่ในวัยเด็กบางคนเห็นิญญา สัตว์วิเศษ เช่น พญานาค หรือติดต่อกับเทวดา นางฟ้า ได้ แต่เมื่อโตขึ้นกลับไม่สามารถััสิ่งเ่าั้ได้อีก แต่บางกรณีััเหล่านี้ก็ไม่สูญหายไปตามวัย ในอดีตจะเรียกคนเหล่านี้ว่า ‘ผู้วิเศษ’
ปัจจุบันนักไสยศาสตร์ได้ค้นพบวิธีที่ทำให้คนธรรมดาสามารถเป็ผู้วิเศษได้ นั่นคือการฝึกปรือวิชาไสยเวทั้แ่ยังเป็เด็ก ร่างกายจะค่อยๆปรับตัวเข้ากับคลื่นไสยเวทซึ่งเป็พลังงานที่มีอยู่ทั่วไปบนโลก ความรู้นี้ทำให้เกิดการก่อตั้งโรงเรียนไสยเวท ตลอดจนมหาวิทยาลัยไสยเวทขึ้น ในปีไสยศักราชที่ 444 เท่ากับว่าตอนนี้มีการศึกษาวิชาไสยเวทมาแล้วกว่า 123 ปี
คลื่นไสยเวทถูกใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งใช้เป็พลังงานในการจุดไฟ ทำความเย็น หรือเป็พลังงานในยานพาหนะและเครื่องมือสื่อสารไม่ต่างจากไฟฟ้าและน้ำมัน ทั้งยังสามารถนำคลื่นไสยเวทมาใช้ในการต่อสู้โดยการบริกรรมคาถา การใช้พลังผ่านคุณไสย การปลุกเสกให้อาวุธแข็งแกร่งขึ้น และอรรถประโยชน์อื่นๆหลากหลาย ผู้วิเศษแต่ละคนจะมีความสามารถในการใช้คลื่นไสยเวทได้แตกต่างกัน โดยมีการวัดระดับเป็หน่วย เมจิกวัตต์
โดยผู้วิเศษระดับ 1 จะใช้คลื่นไสยเวทได้ 1-10 เมจิกวัตต์ ระดับ 2 11-20 เมจิกวัตต์ จนถึงระดับ 10 ซึ่งใช้ได้สูงสุด 100 เมจิกวัตต์ เหนือกว่านั้นจะเรียกว่า ‘จอมขมังเวท’ ในระดับนี้จะไม่มีการวัดระดับอีกต่อไป เนื่องจากอุปกรณ์วัดระดับคลื่นไสยเวทในปัจจุบันไม่มีความทนทานเพียงพอที่จะวัดคลื่นไสยเวทปริมาณนั้นได้
ไสยเวทแบ่งออกเป็สองแขนง หนึ่งคือไสยเวทขาว อีกหนึ่งคือไสยเวทดำ ไสยเวทขาวเป็วิชาที่ใช้คลื่นไสยเวทเป็สื่อยืมพลังจากสัตว์วิเศษและปวงเทวา มักใช้ผ่านการบริกรรม หรือสื่อผ่านจิตโดยตรง ต่างจากไสยเวทดำเป็มักมีพิธีกรรมและการสังเวย เพื่อยืมพลังจากปีศาจและสัตว์อสูรจากขุมนรก ตลอดจนภูติผีที่มีความชั่วร้าย
ฤทธิ์ เดชาคม อายุ 21 เป็ผู้วิเศษระดับ 4 ถือเป็ระดับหัวกะทิในคน่วัยเดียวกัน ส่วนมากผู้วิเศษในวัย 21-30 ปีจะเป็เพียงผู้วิเศษระดับ 2 เท่านั้น หากสามารถไปถึงระดับ 3 ได้ก่อนอายุ 19 จะสามารถเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยไสยเวทนครหลวง ในคณะที่เกี่ยวข้องกับการสู้รบโดยตรงได้ ซึ่งประกอบด้วยคณะร่างสถิตศาสตร์(ร่างทรง) คณะอัญเชิญศาสตร์ และคณะบริกรรมศาสตร์(บริกรรมคาถา)
ฤทธิ์มีฐานะทางบ้านที่ดี สกุลเดชาคม ถือเป็สกุลดังในนครหลวงไสยเวท มีบุคลากรในกระทรวงไสยเวทหลายคนที่มาจากสกุลนี้ แม้จะไม่ใช่สกุลอันดับหนึ่งในนครหลวง แต่สามารถนับเป็หนึ่งในสี่สกุลที่ใหญ่ที่สุดได้แน่นอน ถึงแม้จะรูปงาม นามเพราะ ฐานะมั่งมี แต่ฤทธิ์กลับไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตนมี เขาถวิลหาความแข็งแกร่งที่มากขึ้น
เพื่อเป็จอมขมังเวทเขายอมศึกษาวิชาไสยเวทดำ สังเวยนักศึกษามหาวิทยาลัยไสยเวทนครหลวงกว่าครึ่งเพื่อหลอมศาสตรามืดอย่าง ไม้เท้ากาฬอาสัญ สุดท้ายเขาก็กลายเป็เครื่องสังเวยชิ้นสุดท้ายของไม้เท้ากาฬอาสัญโดยฝีมือของตัวเอกของนวนิยาย
“ไม่….นี่มันไม่ถูกต้อง” ความทรงจำของฤทธิ์ เดชาคมไม่ได้จบแค่ถึงปัจจุบัน เขาเป็ฤทธิ์ เดชาคม ที่ย้อนกลับมาในอดีตหลังถูกสังเวยให้กับไม้เท้ากาฬอาสัญ และเขาคือฤทธี ที่อยู่โลกต่างอารยธรรมเช่นกัน หลังจากฤทธิ์ เดชาคมถูกสังเวย วิญาณของเขาถูกขัดเกลาและเกิดใหม่เป็ฤทธี โดยไม่มีความทรงจำของชาติก่อน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาได้ย้อนกลับมาเป็ฤทธิ์อีกครั้ง กลับมาในวันที่เื่ราวในนวนิยายยังไม่เกิดขึ้น
“ครั้งนี้จะไม่จบแบบเดิมอีกแน่นอน”แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ฉันคือฤทธิ์ เดชาคม ผู้ที่จะเป็จอมขมังเวทมืดที่แข็งแกร่งที่สุด”